Sunday

day 139 | rungkarn




















เมื่อคืนอยู่คนเดียว ที่บ้านออกไปกินเลี้ยงปีใหม่
เราเองไม่สะดวกใจจริงๆ เลยไม่ไปด้วย
ไม่มีใครเซ้าซี้เพราะรู้นิสัยเราดี..ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี

รู้สึกเหนื่อยมาตลอดสัปดาห์ 
แต่ก็เต็มที่กับทุกวัน มาเมื่อวานที่ได้อยู่กับน้องคุณ
เหนื่อยปากเป็นธรรมดาเพราะต้องบ่น
แต่ก็รู้สึกได้ว่ามีมุมหงอยของตัวเอง
ไม่เชิงในหัวคิดมาก แต่ก็ตัดบทว่าไม่ต้องสงสัยในตัวเอง
เอาแค่รู้ว่า..คงเป็นช่วงที่เราอยากทบทวนอะไรหลายๆ อย่าง


ค่ำเลยได้ต่อเน็ต 
คุยกับปอนด์สัพเพเหระ
ปอนด์คุยเรื่องความเหงา ส่วนเราบอกว่าเราเหงาทุกวัน
แต่ก็อยู่ได้ จัดการกับตัวเองได้
คุยเรื่องกลับบ้านมั้ย ปีใหม่ไปไหนบ้าง
แล้วก็เรื่องอื่นๆ พอให้คลายคิดถึงเพื่อนเก่า(เพื่อนเลวของเรา) ฮ่าๆ

คุยกับน้องมุ่ย วนรอบโลกของตัวเอง
แล้วก็มาจบที่เรื่องวิ่ง กะว่าให้น้องมุ่ยเป็นเทรนเนอร์แนะนำ
ตั้งใจไว้วันที่หนึ่งนี่จะเริ่มออกกำลังกาย มุ่ยเป็นใจมาก ฮ่าๆ
ถ้าเราทำได้ครบยี่สิบเอ็ดวัน จากหลักการทำได้เท่านี้ทุกวัน
มันจะกลายเป็นนิสัยไป น้องมุ่ยย้ำ ห้าสัปดาห์นะ
ใจเริ่มฝ่อ แต่จะทำอะไรก็แล้วแต่..มันก็ต้องมีเริ่มด้วยกันทั้งนั้น
ถ้าไม่ได้เริ่ม ก็ถือว่าไม่ได้ทำอะไรเลย ฝ่อเข้าไปอีก ฮ่าๆ

อ้อมีแลกกัน ทีแรกเอาฮา บอกว่าถ้าเราวิ่ง
แลกกับมุ่ยมาปลูกผักกินเองกันมั้ย ตามประสาคนอยู่บ้านจริงๆ
มาคิดเอาตอนนี้ ฮาตัวเองว่ะ 

มีประโยคนึงที่บอกกับน้อง
แต่ก็อ่านทบทวนคล้ายบอกกับตัวเองไปพร้อมกัน

"มีคนมองว่าเรากล้าที่จะเลือกเส้นทางชีวิตแบบนี้ 
แต่เป็นเราที่รู้ดีเนาะ ว่าเราต้องเสียอะไรบ้าง แต่ก็ยังมีอะไรที่ได้มา
ลำบากใจเหมือนกัน แต่เรารู้ตัวเองก็พอแล้ว"

อื้ม..ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ 
ไม่ต้องไปคิดให้วุ่นวายวกวนเวียนหัว..แค่นี้พอ


ระหว่างคุยกับมุ่ย แจก็ทักมา
สัมผัสได้ว่าหนนี้แจห่วงใยและแสดงออกด้วย :p

ดึกหน่อย เห็นชื่อเทพสามฤดูทักมา
อยู่ในห้วงอารมณ์ปกติ เลยผ่านไปราบรื่น
ไม่ใช่ไม่ได้คิดอะไรกับคนๆ นี้แล้ว
แต่ถ้ามีสิ่งเดียวที่อยากจะขอกับฟ้าฝนแสงแดด หรืออะไรก็แล้วแต่
ก็ขอให้เรากลับมาคุยกันเป็นเพื่อนที่ดีดังเดิม

สุดท้ายอย่างที่เราบอกแล้วยิ้มส่ายหัวกับตัวเองเสมอ
ยังไงทุนก็คือทุนวันยันค่ำ..นี่แหละทุน ทุนจะเป็นแบบนี้เสมอ
เราหมั่นไส้ทุนบ่อย แต่นาทีที่เราตบตีตัวเองให้ตะกอนมันตกลงไป
เราก็นึกเอ็นดูผู้ชายคนนี้มากเหลือเกิน

หลังจากวันที่ปรึกษาแจไป ที่สงสัยกับตัวเอง
ทำไมเราถึงกลับไปคุยกับคนๆ นี้เหมือนเดิมไม่ได้
แจปลดล็อกให้เราได้มองเห็นหัวใจตัวเองชัดขึ้น..ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ
แต่หลังจากวันนั้นเราก็ไม่ได้ทำอะไรเลย
พันธนาการของเราไม่ได้อยู่ที่ต้องขอโทษเขาเลยจริงๆ
แต่ก็เหมือนอะไรสักอย่างเป็นใจ..เขาก็เข้ามาวนเวียนในเฟซบุ๊กอย่างเดิมๆ

ไม่รู้เส้นทางมิตรภาพเส้นนี้จะจบลงตรงไหน
แต่รู้สึกราวกับว่า เราและทุนต่างไม่อยากให้เส้นนี้สะบั้นขาดลงเลยจริงๆ
หวังว่าเราไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเอง
ในเมื่อเรารู้จักทุนดีกว่าใครในระดับหนึ่ง
แล้วทุนเองก็รู้จัก สังเกตเรามากกว่าใครๆ ที่เคยผ่านมา


ได้คุยกับพี่เน็ตด้วย เรื่องกล้องเรื่องถ่ายรูป
แล้วก็เรื่องหัวใจของพี่เน็ตด้วย ดูเหมือนว่าเริ่มเข้าที่เข้าทางแบบที่ควรจะเป็น
แต่พี่เน็ตไม่เคยขาดคนคุยด้วยเลยจริงๆ ยิ่งโสดสนิทแล้วแบบนี้
พี่เน็ตบอกว่า พอโสดมีคนเข้ามาเยอะ 
ซึ่งเราก็บอกไปว่า ของมันแน่ แล้วบอกตรงไปตามที่เห็นที่รู้สึก
เป็นน้องที่เสร่อไม่น้อย แต่รับรู้เสมอว่าพี่เน็ตเชื่อใจเรา รู้ดีว่าเรานิสัยยังไง
เราค่อนข้างตีโจทย์ได้แม่น ถ้าเราใส่ใจจริงๆ
แล้วก็ใช่ พี่เน็ตไม่เคยหยุดในห้วงความสัมพันธ์ประมาณรักและต้องการ
มีเข้ามาเสมอ แล้วใจก็หวั่นไหวอยู่เสมอจริงๆ

นึกไปถึงพี่เน็ตคนเดิมเมื่อสิบปีที่แล้ว
คิดถึงพี่เน็ตคนเดิมเมื่อสามสี่ปีที่แล้วแบบนั้น
คิดถึงพี่เน็ตในวันที่รับฟังเรา ให้กำลังใจปลอบประโลมน้องสาวคนนี้
แล้วเราก็หัวเราะเสียงประหลาดไปด้วยกัน
เข้าใจว่าพี่ชายคนนี้ มีอุบัติเหตุทางหัวใจที่รุนแรงมา
แต่ไม่อยากให้พี่เน็ตกลายเป็นคนเจ้าชู้มากเลือกแบบนี้เลย
เรามองแบบนี้..แต่อีกแง่นึงเขารู้ตัวว่าเขามนุษยสัมพันธ์ดี..ในระดับดีมาก
ต่างมุมกันจริงๆ


เมื่อคืนถือว่าเป็นการออนไลน์เฟซบุ๊กที่คุ้มค่า
ระหว่างที่คุยกับแต่ละคน ซึ่งถือว่าสนิทจริงๆ
ก็ได้ทบทวนตัวเองไปด้วย
โดยเฉพาะกับทุน ไม่มีอะไรให้หวังแล้ว
แต่จะว่าหัวใจไม่รู้สึกอะไรเลย..มันก็ไม่ใช่
เวลาจะนำทาง ทุกอย่างรอบตัว จะขัดเกลาให้ภายในหัวใจเข้าที่เข้าทาง 
ยิ้มรับแม้ความเศร้าของความจริงในสักวันนึงได้อย่างแท้จริงเอง
ก็เชื่อไปแบบนั้น

ตัดการเชื่อมต่อประมาณตีสามนิดๆ
เอาหัวลงหมอน นอนไม่หลับ นอนไม่หลับจริงๆ
เป็นเพราะเลยเวลานอนด้วย
แต่รู้ได้เลย ในสมองเชื่อมเข้าหัวใจมีแต่ทุน..ยอมรับโดยดี
ไม่ได้ดูนาฬิกา แต่รู้สึกได้ว่านอนอยู่แบบนั้นเป็นหลักชั่วโมง..ไม่หลับ
ได้ยินเสียงฟ้าครืนๆ สะเทือนมาก แล้วฝนก็ตกลงมา
เช้านี้เลยยังคงมืดครึ้ม


ขับมอไซค์กินลมเล่นกับน้องคุณแต่เช้า
แม้จะนอนไม่ค่อยหลับ แต่ก็ไม่เคยตื่นสายได้เกินแปดโมง
ชอบช่วงเวลาที่บอกให้เขาดูนกดูต้นไม้รายทาง
น้องคุณถาม เราก็ตอบฉับไว
เราอยากให้หลานซึมซับสิ่งเหล่านี้
ที่เรารู้สึกได้ว่าเป็นความสบาย เป็นพื้นฐานของการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิต(ทางการมาก ฮ่า)
เป็นอะไรก็ดีที่เรากลั่นกรองแล้วว่ามันจะดีสำหรับเขา
ดีต่อการรับรู้และเติบโตไปในวันข้างหน้า

เก้าโมงกว่าแล้ว ฟ้ายิ่งครึ้ม แล้วฝนก็โปรยลงมา
วันนี้ยังไม่รู้เลยจะทำอะไรบ้าง 
แต่ก็เตรียมอะไรให้หมาคุณได้กินแล้ว

บอกตัวเองอย่าเพิ่งถามหาสาระของการใช้ชีวิตก่อนถึงวันที่หนึ่งเลย
ปล่อยสบาย ทบทวนอะไรก็ดีตามแต่ใจ
พักผ่อน แล้วก็นอนหลับ บางทีการเริ่มใหม่ของวันที่หนึ่ง
มันอาจจะเปลี่ยนวันทุกวันหลังจากนั้นของเราไปได้ตลอด
แล้วก็หวังให้มันดีต่อชีวิตเราหลังจากนี้ด้วยสิ


เมื่อวานช่วงกลางวัน พี่เจี๊ยบ พี่สาวที่รักเป็นญาติกันมาที่บ้าน
มาช่วงที่เรากำลังลงมือระบายสีไม้ไอติมต่อกับน้องคุณพอดี
ไม่ได้คุยกันมาก ไม่รู้ด้วยว่าจะมา ไม่ได้ทำขนมกับน้ำไว้ให้เหมือนครั้งก่อน
แววตาพี่เจี๊ยบดูเหนื่อยและหม่น สักพักเลยได้รู้สาเหตุว่าเพราะอะไร
กับคนเป็นพ่อเป็นแม่ เป็นผู้ใหญ่ ไม่ว่าเราจะเติบโตสักแค่ไหน
เราก็ยังคงเป็นเด็กอยู่วันยันค่ำล่ะนะ..

ยังไม่อยากสวัสดีปีใหม่เหมือนใครเขาเลย
ทุกวันสำหรับเราเริ่มต้นใหม่ได้ทุกเช้าอยู่แล้ว
ขอบคุณทั้งสามคน กุญแจ, น้องหวาย, และเด็กหญิงหมามุ่ย
ที่อยู่เคียงกันมา ณ ที่ตรงนี้ ขอบคุณนะคะ




ทุกคนต่างมีเรื่องราวในหัวใจ
ต่างมีคนของหัวใจด้วยกันทั้งนั้น..นั่นสินะ
๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๕, ๐๙.๒๘ น.





1 comment:

  1. อ่านบันทึกพี่แอ๊ะวันนี้ออกแนวสบายๆ เหมือนทบทวนตัวเองช่วงสิ้นปี อิอิ

    เรื่องวิ่งเราจริงจังนะ...วันที่ 31 มีแข่งวิ่งมาราธอนที่ภูฝอยลมด้วย พี่ๆ นักวิ่งจากกรุงเทพเดินทางมาร่วมงานกันเยอะเลย แหม..แต่ไอ้มุ่ยอยู่อุดรแท้ๆ ดันไม่กล้าไป เพราะยังฟิตไม่พอ คงไปวิ่งกับเขาไม่ไหว เฮ่อ

    เริ่มฟิตกันใหม่ ปีใหม่...เป้าหมายคือมินิมาราธอนที่สนามใดสักแห่งที่จะมีในปีหน้า (หวังมากไปป่าว 555)


    ป.ล.ไม่ชอบเจ้าดอกสีขาวรูปแรกเลย...เพราะต้นมันมีหนอนตัวเขียวๆ อี๋

    ReplyDelete