Friday

day 109 | kunjair




footage; some night, some light, some road.




kunjair

day 109 | tiwayo


เมื่อนักเขียนอาชีพริอาจไปเป็นชาวนาสมัครเล่น ผลจึงออกมาเป็นเช่นนี้




เคยคิดว่าเขียนหนังสือมันย้าก ยาก เหนื่อย หน่าย ปวดกะบาล
บ่น ทดท้อกับตัวเองทุกวัน
"ไม่เอาไม่อยากคิด ไม่อยากเขียน ใจไม่สู้"
เครียด แน่นหน้าอกขึ้นมานิดหน่อยเราก็ไปนอนหายใจพะงาบๆ
กลายเป็นว่าผ่านไปหนึ่งวัน ไม่ทำอะไร เพราะใจเสาะ

- หนึ่งวันผ่านไป -
ไม่มีตัวหนังสือผุดขึ้นบนหน้ากระดาษสักตัว
รู้สึกว่าการปลูกตัวหนังสือนี่ไม่ง่ายเลยจริงๆ


แต่...

เราไม่เคยคิดไปถึงอาชีพอื่นที่เหนื่อยยาก ลำบากกว่านี้ก็มีในโลก

ยกตัวอย่างเช่น ชาวนา

เอาล่ะ
ชีวิตของเราคงสบายจนเคยตัว เลยทำให้เราเป็นคุณหนู ไม่เคยต้องฝ่าฟันความยากลำบาก
วันนี้จึงให้บทเรียนกับตัวเองเสียหนึ่งบท...ขอบอกว่า ฉันเรียนรู้มันอย่างลึกซึ้งถึงกึ๋นมาก

"ฉันไปเป็นชาวนา ฮู่เล่"

ช่วงนี้ชาวนาเกี่ยวข้าวเสร็จแล้วและกำลังตีข้าวกัน

(ที่จริงชาวนาสมัยใหม่เค้ามีรถหยอดกล้า รถเกี่ยวข้าว รถสีข้าว ทำให้สบายไม่ต้องเหนื่อยอะไรมากมายเหมือนสมัยก่อนแล้ว แต่ว่าปีนี้ครอบครัวเราตัดสินใจทำนาเพียง 6 ไร่ แม่บอกว่าชิวๆ เป็นการเรียนรู้วิถีพอเพียงตามพ่อหลวง
พ่อกับแม่ทำนาแบบไม่ใช้เครื่องมือทันสมัย หว่านข้าวเอง เกี่ยวข้าวเอง และโชคร้ายมากเมื่อวันที่เกี่ยวข้าวเสร็จแล้วฝนดันตก รถสีข้าวก็เลยลงทุ่งมาสีข้าวให้ไม่ได้ ดังนั้น แม่จึงตัดสินใจตีข้าวเอง ฉันก็ไปช่วยด้วย)

เราใช้ไม้ตีข้าวแบบชาวนาสมัยก่อน ขอบอกว่ามันไม่ง่ายเลย
ดูมือฉันก็แล้วกัน ต้องติดปลาสเตอร์เพราะมือถลอก แดงช้ำไปหมด
ฉันตีข้าวได้ประมาณสามสิบมัด เอิ่ม เหนื่อยโฮก
เหนื่อยเกินจะบรรยาย ตากแดดร้อนก็ร้อน คันไปทั้งตัว หน้าแดงแปร๊ด
ปวดเมื่อยตั้งแต่ต้นแขนลงไปตลอดตัว

การตีข้าว






ฉันมองปราดไปทั่วบริเวณทุ่งนา 6 ไร่ที่ปลูกข้าวปีนี้ รู้สึกทึ่งมากที่คนเกี่ยวข้าวสามารถอดทนเกี่ยวมันทีละต้นๆ จนหมดทุ่ง การเกี่ยวข้าวไม่ใช่ทำง่ายๆ ฉันเคยลอง ปรากฎว่าคันเนื้อตัวไปหมด ร้อนด้วย เกี่ยวข้าวได้มัดเดียวฉันก็ยอมแพ้แล้ว ลองคิดดูสิว่าชาวนาเขาต้องใช้ความอดทนมากขนาดไหนกว่าจะเกี่ยวข้าวได้หมดทุ่ง

ฉันขอชื่นชมชาวนาจากใจจริง
ถ้าไม่ได้มีโอกาสมาลองทำนาจริงๆ จะไม่เข้าใจเลย

ตอนนี้เข้าใจลึกซึ้งมาก (เกี่ยวข้าวได้มัดเดียว กับตีข้าวได้ไม่กี่มัดก็แอ๊บบอกเข้าใจ ชิชิ)
กว่าจะได้ข้าวมากิน ยากกกกกกกกกกกกกกกกกก ยิ่ง

ต่อไปนี้ฉันขอสาบานว่า
จะไม่ใจเสาะเวลาเขียนงานอีกแล้ว
ฉันจะต้องทน ต้องอึด สู้งานให้ได้มากกว่านี้
การเขียนหนังสือเหนื่อยยากไม่ได้ครึ่งหนึ่งของชาวนาเลยด้วยซ้ำ
เป็นนักเขียนได้อยู่ในห้องแอร์ นั่งหน้าคอม ใช้นิ้วจิ้มคีบอร์ด รีดเค้นความคิด หาข้อมูล
ทุกขั้นตอนไม่ร้อน ไม่เสียเหงื่อ ไม่เหนื่อยหอบ ไม่ทุกข์ทนมากมายเลย


'ปลูกตัวหนังสือลงกระดาษ' งานของเราสบายกว่า 'ชาวนาปลูกข้าวลงบนดินมาก'
และรายได้เราดีกว่าชาวนาหลายเท่าตัว


การเดินลงทุ่งวันนี้เป็นการกระตุ้นตัวเองให้ความคิดตกตะกอน
และก็ได้ผลดีซะด้วย

ขอสดุดีชาวนา
พวกคุณเจ๋ง (หนูเก่งไม่ได้ครึ่งคุณเลย)




มาตา  ชาวนาสมัครเล่น
30 พฤศจิกายน 2555
 รูปมือติดปลาสเตอร์จะเอาไว้ดูเตือนใจตัวเองเวลาใจเสาะไม่อยากเขียนหนังสือ




day 109 | rungkarn














ตะกอนในใจมีเยอะมาก
แต่ถ้าไม่โฟกัสก็ไม่เป็นไร

อย่าเพิกเฉยต่อเวลาอีกเลยนะ ไม่คุ้มเลย, ๑๗.๒๔ น.




day 109 | patawee



กลับมาจากไปรีวิวรีสอร์ทที่สีคิ้ว โคราชแล้ว
จุดหมายต่อไปก็คือโคราชอีก
ไปงานศพยาย ต่อด้วยงานเผา
ลากยาวถึงลอยอังคาร ลายาวไปถึงวันพุธ

วันก่อนฝันถึงยายด้วย
ฝันว่าครอบครัวเราไปเยี่ยมยาย
ในฝันยายตายแล้ว แต่ยังมีชีวิต
งงใช่ไหม คือในฝันเรารับรู้ว่ายายตายแล้ว
ที่ยังพูดคุยทักทายตอบโต้พวกเราได้นั่นคือวิญญาณ
แต่ก็เป็นวิญญาณที่มีเลือดเนื้อมีลมหายใจ
ก่อนออกจากห้องในโรงพยาบาล
เราได้สวมกอดยาย
ในฝันตัวยายเย็นชืด แต่เมื่อสวมกอดเรากลับรู้สึกอบอุ่น
ยายยิ้มให้พวกเราเป็นการส่งท้าย
จากนั้นเราทั้งครอบครัวก็ออกจากห้องแล้วลงลิฟต์

อื้ม แปลกดี
ยายคงแวะมาทักทายเรา
เราอยากจะเชื่อเช่นนั้น

ส่วนเมื่อคืนนี้เราฝันถึงใครสักคนที่ไม่ได้ฝันถึงมานานแล้ว
คงเป็นเพราะเรื่องสั้นเรื่องหนึ่งใน ความไม่เรียบของความรัก ด้วย
เหตุการณ์บางอย่างในเรื่้องสั้นจึงกลายมาเป็นเหตุการณ์ในฝัน
โดยมีเขาเป็นนักแสดงนำ
ในฝันนั้นเจ็บปวด แต่เมื่อลืมตาตื่นกลับเจ็บปวดยิ่งกว่า

บางวูบของวันนี้เราจึงมานึกว่า
หรือการที่เราต้องเดินทางติดต่อกันตลอดช่วงสองเดือนนี้
ตั้งแต่ทริปชะอำ ทริปโคกขาม ทริปนครปฐม ทริปฉะเชิงเทรา
ทริปชัยภูมิ ทริปหนีเที่ยว ทริปน่าน ทริปโคราช
จะเป็นการจัดสรรมาอย่างดีแล้วของคนเบื้องบน
ให้เราไม่ต้องหมกมุ่นฟุ้งซ่านอยู่กับเรื่องบางเรื่องมากจนเกินไปนัก

นั่นคงเป็นข้อดีข้อหนึ่งที่เราพอจะคิดไำด้

นอกจากนั้นเราก็เหนื่อยเหลือเกิน
มีรถตู้เป็นออฟฟิศ มีโรงแรมเ็ป็นบ้าน
เหนื่อยจริงๆ แต่สิ่งที่ได้จากการไปรู้ไปเห็น
ก็เป็นกำไรที่เราต้องแลกมากับการเสียความสงบสุข
และความเป็นส่วนตัวไปล่ะนะ

Thursday

day 108 | kunjair





someday : )




kunjair

day 108 | tiwayo



วันนี้เหนื่อยมาก
เหนื่อย
เหนื่อยจริงๆ


ความอัดอั้นพุ่งออกมาเป็นน้ำตา
นั่งอยู่เฉยๆ ก็น้ำตาไหล
เดินก็น้ำตาไหล
วิ่งก็น้ำตาไหล
ทำยังไงก็ไม่หยุดไหล
เราต้องยอมให้มันไหลออกมาจนสาแก่ใจ

ร้องไห้ๆ


ไม่ใช่ไม่เคยเป็นแบบนี้
เป็นบ่อยซะด้วยซ้ำ

เราเต็มที่กับทุกอย่างเหลือเกิน
แต่กลับไม่ได้ผลลัภที่ดี
ยิ่งเราดีเท่าไหร่เขายิ่งได้ใจ
กดเราให้ต่ำ เหยียบได้เขาก็เหยียบ

เกลียดสิ่งที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

ฉันจะไม่หนี
ต้องสู้กัน...จะเหลืออีกกี่ยกฉันก็จะไม่ยอม



เอาล่ะ

วันนี้ร้องไห้หนักมาก

หลังจากร้องไห้จนเต็มอิ่ม  ฉันพบว่า ฉันโอเค...ฉันลุกขึ้นดำเนินชีวิตต่อได้


ฉันมีสติ

"หมามุ่ยยังคงมีความสุขเสมอ"

มุ่ย
จงจำความรู้สึกในวันนี้เอาไว้
จำเหตุการณ์ทั้งหมดเอาไว้
จำคำพูดทุกๆ คำของเขาเอาไว้
จำช่วงเวลาที่เราร้องไห้อย่างหนักเอาไว้
จำเอาไว้ให้ดี....


มุ่ย
แกต้องจำ

-----------


รวมเอาความบัดซบทุกอย่างมากองตรงหน้า
แปลค่ามันให้เป็นพลัง ถีบตัวเองให้สู้

ถีบ
--
มุ่ย
มึงต้องถีบตัวเอง




จำไว้




28 - 29 เดือน 11
จำเอาไว้



day 108 | patawee



เหนื่อยยย
เหนื่อยว้อยย
ตูตลอดด

day 108 | rungkarn





จันทร์กระจ่างฟ้า :)





เมื่อวานทำกระทง จากที่ใช้หยวกกล้วย
ฝนตกไม่ได้ออกไปตัด พี่แหม่มภูมิใจนำเสนอ
ให้ใช้เปลือกมะพร้าวแทน เบาหวิวเลยเชียว
กลับมาจากรับน้องคุณ ก็นั่งแหม่ะทำกระทงกัน

เราเองนั่งพับกลีบจากใบตอง จนเยอะพอใช้ได้แล้ว
ปลีกตัวไปทำกับข้าวก่อน

มีหมูทอด ต้มผักกวางตุ้ง
น้ำจิ้มเต้าเจี้ยวมะนาวพริก โอ้ววว อร่อยล้ำ
แต่งานนี้ขี้เกียจต้มข้าวต้ม กินกับข้าวสวยแทน
ก็อร่อยไม่แพ้กัน

หิวมาก กินข้าวก่อนแล้วก็ไปทำต่อ 
ระหว่างที่เรานั่งกินข้าว พี่แหม่มก็ทำของพี่แหม่มเสร็จพอดี
เลยมาตั้งวงกันสองคนกินข้าว
เราเติมข้าว ครั้งนี้ เราทำกระทงไปกินไป ฮ่าๆ

ได้ไปลอยกระทงกันสองทุ่มแล้ว
ฟ้าเปิดฝนหยุดตกให้คนลอยกระทงกันในคืนนี้
สิ่งที่แปลกใหม่ในสายตาเด็กผู้ชายอายุย่างสามขวบ
เห็นจะเป็นโคมที่ลอยขึ้นฟ้า มีไม่เยอะมาก 
แต่ก็พอรู้ได้ว่าปีต่อไป มันจะเป็นสิ่งนิยมที่มีเพิ่มขึ้นได้ไม่ยาก

กลับมาถึงบ้านประมาณเกือบสามทุ่มเห็นจะได้
อยู่กับน้องคุณก่อน พี่แหม่มไปอาบน้ำ
สักพักนั่งดูทีวีกับน้องคุณ เกมซ่าท้ากึ๋น
ตั้งใจดูกันทั้งอาทั้งหลาน ปากก็พูดกันไปพลาง
ดูท่าแล้วน้องคุณชอบรายการนี้มากเลย

นั่งห่างกันประมาณสองไม้บรรทัด 
แต่รู้สึกได้ว่าหัวใจมันเชื่อมกันได้อย่างดี :)

ใกล้จะสามทุ่มครึ่งแล้ว หันไปถามน้องคุณ ง่วงมั้ย 
หมาพยักหน้า แต่ตายังสนใจทีวี
เลยหอมแก้มแล้วบอกเจอกันพรุ่งนี้นะ
เราปลีกตัวกลับมาบ้าน บ้านที่เดินสองสามก้าวก็เชื่อมถึงกัน 

...




อยากส่งประกวดเรื่องสั้น
แต่ไม่มั่นใจในตัวเองเลย ถ้าส่งแบบขอไปทีพอได้นะ
พรุ่งนี้วันสุดท้ายแล้ว ยังไงก็ต้องส่งให้ได้ล่ะ
ถึงมันจะอยู่ในสภาพไม่มั่นใจในตัวเองก็ตาม ฮ่าๆ

รู้สึกได้ว่าบล็อกนี้เพิ่มตัวเลขมากขึ้นเรื่อยๆ
เพิ่มแบบเร็วซะด้วย เพลินดีจัง




สวัสดีวันพฤหัส ปวดหัวหน่อยๆ เพราะตากฝนเมื่อวาน 
แต่สมองโล่งกว่าหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา เยี่ยม!, ๐๘.๐๓ น.





Wednesday

day 107 | patawee


at Mountain Creek Golf Resort and Residences.

Happy Loykrathong Day :)

day 107 | kunjair


สวัสดีวันลอยกระทง









day 107 | tiwayo






แม่ผีเรือนออกจากบ้านสักที....

เอาโน๊ตบุ๊คไปลงวินโดว์ใหม่

แวะห้องสมุดแป๊บๆ

จากนั้นก็ไปหนองประจักษ์ ตั้งใจจะไปเดินถ่ายรูปเล่นและแวะจิบกาแฟร้านโปรดที่ข้างหนองประจักษ์ แต่รู้สึกว่าแดดบ่ายร้อนเกินกว่าจะนั่งจิบกาแฟก็เลยลากสังขารไปกินลม ดมแอร์ที่เซ็ลทรัล แวะเข้าไอสตูดิโอ เล่นไอแพดอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง เล่นแบบเอาจริงเอาจังมาก 5555

            ทะเลาะกับตัวเองว่าตกลงเราชื่นชอบไอแพด 2 หรือมินิกันแน่ กะจะซื้อมาพกติดกระเป๋าไว้ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเน็ตและพิมพ์งานเวลาออกนอกบ้าน
ลองพิมพ์ภาษาไทย โดยวางมือเหมือนอย่างพิมพ์คียบอร์ด รู้สึกไอแพด 2 สะดวกมือ ส่วนเจ้าตัวมินิมันเล็กไม่สมกับนิ้วยาวๆ ของเรา

            แต่...
            ชอบมินิอ่ะ เบาดี 

            แต่
            มินิยังไม่มีตัว Wi-Fi + Cellular  

แต่...
ไอแพด 2 พิมพ์สะดวกมือกว่านะ

ฮ่วย...ทะเลาะกับตัวเอง
            (ผู้หญิงคนนี้เรื่องมากเป็นที่สุด)
หาบทสรุปไม่ได้


ลากตัวเองออกจากร้านเพื่อสงบจิตสงบใจ ตั้งสติ 5555

อย่าพึ่งดื้อดึงจะเอาๆๆๆๆ  ในทันทีนักเลย นิสัยนี้ต้องแก้ให้ได้เชียว (ทำตาเขียวใส่ตัวเอง) เราโตแล้ว เราต้องไม่เอาแต่ใจตัวเอง ไม่ตามใจตัวเองเรื่องวัตถุ  งึมงำๆ กับตัวเอง
บอกตัวเองว่า ให้เวลาตัวเองตัดสินใจหนึ่งวัน

---
ออกจากไอสตูดิโอแล้วแว๊บไปดูโปรแกรมหนัง ตอนแรกว่าจะดูโปรแกรมเฉยๆ แต่ปรากฏว่าเวลานั้นมีหนังสองเรื่องกำลังจะฉายพอดี เราเองก็ว่างอยู่สองชั่วโมงครึ่งก่อนถึงเวลาไปรับหลาน ก็เลยตัดสินใจในเวลาครึ่งนาทีเลือกระหว่างพี่บี้กับโรเบิร์ต สุดท้ายตัดสินใจเลือกพี่บี้ เพราะเราเป็นคนไทยต้องเลือกของไทย คิกคิก

เมื่อเลือกได้แล้วก็ซื้อตั๋วแล้ววิ่งเข้าโรงหนังทันทีเลย...ใจง่ายเนอะ

รักจับใจ ,พี่บี้น่ารักจับใจจริงๆ เห็นหน้าพี่บี้ชัดๆ ยิ่งหลงใหล มีฉากจูบกับนางเอกบ่อยมาก จูบจริง จูบดูดดื่มเนิ่นนานด้วย โอ้ย ทำเอาหัวใจจะแตก 

ฉันแอบน้ำตาซึมตอนพี่บี้ร้องเพลง คนเดิมของเธอ เศร้ามากอ่ะ

อยากกระโดดกอดพี่บี้มากตอนที่เค้าพูดใส่อารมณ์ ทั้งร้องไห้ไปด้วยว่า  “แค่ผมเปิดประตูเข้ามา คุณก็รู้แล้วว่าเป็นผม” (หมายถึงตอนนางเอกตาบอด) สีหน้า น้ำเสียง แสดงได้ถึงใจมาก ฉันไม่เคยได้ยินผู้ชายพูดด้วยน้ำเสียงแบบนี้มาก่อน เสียงเศร้า ปนสะอื้น มันกระแทกใจ (อินสุดๆ)

ชอบละครเวที+หนัง เรื่องนี้ ชอบๆๆๆๆ (ชอบบี้ก็เหมารวมชอบไปทุกสิ่งอย่าง 555)
วันนี้ก็กลับบ้านมานอนฝันถึงพี่บี้ตามระเบียบ
รัก – บี้ – จับ – ใจ
โอ้ย โอ้ย

---

วันนี้ออกจากบ้านทั้งที แต่ไม่ได้นัดเจอเพื่อนเลย 
เดินคนเดียว ดูหนังคนเดียว ชิมอารมณ์เปลี่ยวจนชิน
คราวหน้าจะโทรนัดเพื่อนบ้างก็แล้วกัน




----
ตอนเย็นๆ
ไปนั่งชิวที่เถียงนาน้อยกลางทุ่ง (มนรักลูกทุ่งมากกรู) พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว เรานั่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ปรากฏว่าเห็นจุดแดงๆ เกิดขึ้นที่ขอบฟ้า เรานั่งจ้องๆๆ ดูว่ามันคืออะไร ชี้ให้แม่ดู แม่บอกว่า “พระจันทร์”

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าภายในเวลาไม่กี่วินาที จุดแดงๆ นั่นก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้นๆ และลอยขึ้นมาจากขอบฟ้าเห็นเป็นรูปวงกลม
พระเจ้า...มันคือพระจันทร์จริงๆ ด้วย
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าตั้งแต่เกิดมาบนโลกนี้ พึ่งเคยเห็นพระจันทร์ขึ้นเป็นครั้งแรก
ไม่รู้จะพูดว่ายังไง

พระจันทร์...มันโผล่พ้นขอบฟ้า (ตอนนั้นก้อนเมฆเป็นสีดำๆ ครึ้มฝนนิดหน่อย) จากจุดแดงๆ เล็กๆ ที่ฉันดูไม่ออกว่ามันคืออะไร ผ่านไปเพียงไม่กี่วินาที มันก็ปรากฏเป็นวงกลมชัดเจน สีแดง สวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ที่ผ่านมาเอาแต่เห่อดูพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก ไม่เค้ย ไม่เคยรู้เลยว่าจะมีปรากฏการณ์พระจันทร์ขึ้นด้วย (ไม่รู้คนอื่นเค้าเรียกว่าไง แต่ฉันขอเรียกว่าพระจันทร์ขึ้น) มันสวยเหลือเกิน ประทับใจเกินจะบรรยาย

สวยๆๆๆ

โอ้ยยยยยยยยยยย สวยอ่ะ

วันลอยกระทง (ถึงแม้จะไม่ได้ไปลอยเพราะฝนตกตอนหัวค่ำ) ปีนี้ ประทับใจมากที่ได้เห็นพระจันทร์สวยสด ในบรรยากาศท้องทุ่งนาเงียบสงบ

ประทับไว้ในความทรงจำ

^_______^



โญ

28 พฤศจิกายน 2555
Moon away
ปล่อยชีวิตไปวันๆ ในเรื่องความรัก





day 107 | rungkarn




โอ๊ยยยยยยยยยยยยย โล่งอก
ดีใจ ได้ร้านสกรีนแผ่นดีวีดีซะที
ถึงราคาจะแพงกว่าไปวานพี่ช่างภาพคนเดิม
แต่ก็ยอมหมดในนาทีนี้

ทีนี้จะจับมือกับร้านนี้ มีงานให้ดูเพียบ
เพลินตาดีด้วย เป็นร้า่นเกี่ยวกับภาพถ่ายครบวงจร

สบายใจไปหนึ่งเรื่อง
ทีนี้ก็เหลือออกแบบไวนิล
กับเรื่องขนมของตัวเอง

คิดไอเดียของขวัญสำหรับปีใหม่นี้ได้แล้ว
เล็กน้อยแต่ยิ่งใหญ่กับความรู้สึกเสมอ



นั่งอยู่ในร้านเน็ตที่หาดใหญ่ ไม่อึดอัด ก็มันสบายใจมาก ฮ่าๆ, ๑๓.๓๓ น.



day 106 | kunjair


Dear True highspeed internet,
Why do you do like this to me?!!!!!!
How long have you taken my money?
Think about it and fix it right now ok?
Damn!!!!!!!!




Kunjair

Tuesday

day 106 | patawee


ประชุมทั้งบ่าย
ส่วนพรุ่งนี้ไปหมายอีกแล้ววววววว
ไม่ชอบหมายแบบนี้เลย

day 106 | rungkarn





ช่วงนี้รู้สึกเบื่อชีวิตประจำวันมาก
อยากหาอะไรแปลกใหม่เข้าตัว..แต่นึกไม่ออก
บางทีเพราะเราเอื่อยเฉื่อยขี้เกียจด้วยเลยพาลเบื่อไปเอง

เมื่อวานได้หยิบหนังสือที่ซื้อมานานแล้ว..ขึ้นมาอ่านเสียที
'เดียว' ของคุณงามพรรณ เวชชาชีวะ
อ่านแล้วระลึกถึงหนังสือความสุขของกะทิได้ไม่ยาก
ซ้ำยังมีกลิ่นอายของสองสาวต่างวัยจากสองเสน่หาด้วยเช่นกัน
เรียบนิ่งแต่งดงามได้เหมือนเดิม

เรื่องราวของครอบครัวเล็กครอบครัวหนึ่ง
สูญเสียลูกชายที่รักไปต่อหน้าต่อหน้า
เก็บเงียบชีวิต ไม่เปิดรับโลกภายนอก
จนมาวันหนึ่งครอบครัวเล็กอีกครอบครัว
แต่พร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูกฝาแฝด
ได้ค่อยๆ เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวเล็กที่เคยสูญเสีย
ต่างฝ่ายต่างเยียวยาซึ่งกันและกัน
ไมตรีที่หยิบยื่นกันแบบนั้น มองไม่เห็นในความจริงใกล้ๆ
แต่มันมีอยู่จริงบนโลกนี้..คนอ่านอย่างเราเชื่อแบบนั้น

บุคคล เรื่องราว ความรู้สึก
ถูกถ่ายทอดด้วยถ้อยคำตัวอักษรที่ทำให้คนโลกแคบอย่างเรา
อยากจะเปิดใจให้กว้างกับคนอื่นที่กำลังค่อยๆ เข้ามาทำความรู้จักบ้าง

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า อ่านไปรู้สึกไป
ย้อนกลับมาดูตัวเอง..แล้วมันละอายใจยังไงไม่รู้สิ

ชอบถ้อยคำที่กระทัดรัดแต่กินใจ
หลงรักสำนวนภาษาของคุณงามพรรณมากเหลือเกิน
ตอนที่ตัดสินใจซื้อสองเสน่หาเป็นเพราะชื่อของคุณงามพรรณ
จากความสุขของกะทิทั้งสามเล่มที่ได้อ่าน


สองเสน่หา เป็นเรื่องราวของสองสาวต่างวัย
ซึ่งบอบช้ำจากอุบัติเหตุชีวิตในเรื่องคนรักมา
สองสาวพบเจอกัน ทำความรู้จัก ใช้ชีวิตอยู่บ้านใกล้เรือนเคียง
คนอ่านอย่างเราก็เริ่มรู้สึกว่า ต่างคนต่างได้เข้าไปมีส่วนในชีวิตของกันและกัน
ถ่ายทอดความรู้สึกที่เก็บเงียบในใจยาวนาน ดีกว่านั้น
ต่างคนต่างถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจที่ดีต่อกัน ได้อย่างเรียบง่ายแต่งดงาม

ความบอบช้ำ ปวดร้าว และความทรงจำที่อยากปิดเงียบ
กลายเป็นแผลที่ต่างคนไม่อยากเอ่ยถึง
แต่เมื่อได้เปิดใจเปิดเรื่องราวของกันและกันให้อีกคนได้รู้
กลายเป็นต่างคนต่างช่วยสมานแผลซึ่งกันและกัน
และเป็นอีกครั้งในท้ายที่สุด ชีวิตของทั้งสองก็เปิดขึ้นอีกครั้ง
ด้วยหัวใจที่เปิดเพื่อมองโลกขึ้นอีกที

หนึ่งสาวงดงามตามทางที่เลือกเดินต่อ
หนึ่งหญิงชรา ได้ลาจากโลก..พร้อมกับความจริง
ที่ได้ยอมรับว่าความรักงดงามและตราตรึงได้ตลอดไป
ทั้งยังได้ฝากความประทับใจไว้กับหนึ่งสาวด้วยเช่นกัน

หนึ่งชีวิตจบลง แต่อีกชีวิตหนึ่งยังคงดำเนินต่อ
เชื่อว่าหัวใจยังต้องหล่อเลี้ยงด้วยความทรงจำเหล่านั้น
ความทรงจำที่อบอุ่นแสนดีแต่ปวดปร่าในความจริง

ในชีวิตจริง เรามองไม่เห็นถ้อยคำที่งดงาม
กับคนที่มีหัวใจงดงามอบอุ่น คอยเฝ้าปลอบประโลมกันแบบนี้
อาจไม่มีอยู่ในชีวิตจริง

แต่เราเชื่อว่า เพื่อนที่รัก คนที่เคียงข้าง
เฝ้าปลอบมอบกำลังใจไม่ห่างนี้..มีอยู่จริง
อยู่ที่จะสัมผัสได้มากหรือน้อยเท่าไหร่

โลกความเป็นจริง มีดีมีร้าย
ทุกอย่างเป็นเหรียญสองด้าน..อย่างที่เราเชื่อมาเสมอ
และทุกอย่างแบบนั้น มันจะพ่ายราบต่อหัวใจที่มั่นคงเข้มแข็งอยู่ดี
สุดท้ายแล้วสิ่งที่เหลือตกตะกอนคงอยู่ยาวนานก็คงจะเป็น
ความทรงจำในด้านดี ที่เราเลือกเก็บให้อยู่คงทนถาวร
เท่าที่ระยะเวลาจะมีให้เราได้ดำเนิน..


...




ระยะนี้ได้คุยกับเพื่อนน้อยมาก
คาบเกี่ยวกับสัปดาห์ก่อนด้วย
บอกยุ้ยไปตรงๆ ว่าไม่สบายใจเท่าไหร่
ยุ้ยบอกไม่เป็นไร สบายใจเมื่อไหร่ค่อยมาคุยกัน
ยังคงทิ้งข้อความในเอ็มเอสเอ็นเหมือนเดิม
เรารู้กันว่า หากไม่เห็นอีกคนออนไลน์ ทิ้งข้อความฝากไว้
ทิ้งเว็บต้นไม้ ดอกไม้ หรืองานประดิษฐ์พวกนั้นที่เราสนใจเหมือนกันไว้

เราสองคนรู้กันแบบนี้..เป็นเรื่องที่ดีมาก
แต่ที่ดีกว่านั้น เรารู้สึกว่ายุ้ยยังคงรองรับเรา
ปลอบมอบกำลังใจให้เราอยู่เสมอ..ไม่มีขาด
ตรงกันข้าม นิสัยเราไม่ได้ดีเลย
แต่เราก็หวังว่าเพื่อนจะเห็นถึงใจเราได้เหมือนเดิม
เราไม่เคยลืม..แต่เรายังคงต้องการช่องว่าง

เหมือนเรามีข้ออ้างมากมายจริงๆ
เราบอกเพื่อนเพียงสั้นๆ ว่าไม่ค่อยสบายใจ
แค่นั้นเพื่อนก็มีช่องว่างให้เรา..มันวิเศษมากที่จะมีใครสักคนที่รู้จัก
รู้ใจ แม้ไม่มาก แต่หลอมเป็นความเข้าใจได้ไม่ยาก

คงเป็นเราเอง ที่ไม่พยายามทำความเข้าใจคนอื่น
และคงเป็นเราเองอีกตามเคย ที่ต้องการช่องว่าง
ในแบบที่เอาแต่ใจตัวเองเสมอ


เราคงเหมาะกับการอยู่คนเดียวมากกว่า
สุดท้ายแล้ว เราไม่อาจปั้นหน้ายิ้มให้ใครได้ทุกวัน
เราไม่อาจพูดคุยเจรจาโดยไร้ห้วงความรู้สึกที่ปกปิดของตัวเอง
มันไม่ได้ราบเรียบขนาดนั้น
ตอนนี้ เหมือนเราตบหัวตัวเองให้หลุบอยู่ในกระดองเหมือนเดิม
บางทีอะไรแบบนี้ มันบ่งบอกได้เองว่า..เรามันคนอ่อนแอคนหนึ่ง
และอาจจะมีกลิ่นอายของความเป็นคนเห็นแก่ตัวด้วยเช่นกัน

นี่คงเป็นนิสัยเสียของคนที่ไม่อาจรักษาคนดีดีในชีวิตไว้ได้เลย
เราละเลยจนกลายเป็นแผลใหญ่..
สุดท้ายเป็นแผลเป็นติดไว้กับชีวิตตัวเอง สมน้ำหน้า!

ไม่ได้สับสนอยู่..สัปดาห์ก่อนสับสนพอแล้ว
แต่ก็ไม่ได้อยากจะทำความเข้าใจในตัวเองไปมากกว่าที่เคยเป็น
ปล่อย..ไม่อยากฝืนตัวเอง..คงจะดีกว่า




ชอบทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ เรื่องตลกร้าย แต่คงไม่มีใครขำด้วย, ๑๑.๔๒ น.




day 106 | tiwayo


ฝนตกทีไรเป็นต้องคิดถึงเพลงนี้ทุกที
คิดถึงพระเอกอ่ะ  555555
ฉันยังรอชายในฝันเสมอ  555555





เพื่อนสนิทที่คบกันมาตั้งแต่เรียนมอปลายมาโพสถามฉันในเฟชบุ๊คว่า

"มุ้ย...ตอนนี้มึงอยู่ส่วนไหนของโลก"

ฮ่าๆๆๆๆ
ฉันหัวเราะจนท้องแข็ง

เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองเก็บตัวมากจนเกินไปแล้ว
เพลิดเพลินอยู่ในโลกส่วนตัวมาหลายเดือนจนลืมโลก
ขนาดที่เพื่อนสนิทต้องมาโพสถามในเฟช
(โทรศัพท์ก็ไม่ได้ใช้)

ต่อไปฉันคงต้องพิจารณาตัวเองอย่างจริงจัง
ในเรื่องการใช้ชีวิต 
การออกสู่สังคม 
พบปะเพื่อนฝูง


555555


----
โอเคๆๆๆ
จะออกไปแล้ว
5555555555555



มาตา
คนมีโลกประจำตัว
27 พฤศจิกายน 2555

Monday

day 105 | kunjair




วันอาทิตย์เปลี่ยนประตูห้องนอนบานใหม่
ที่จริงอยากได้สีน้ำเข้มแบบเรียบเหมือนบานเก่า
แต่ไปเดินหาหลายที่แล้วไม่เจอที่เป็นไม้สักล้วน
บานนี้มีลายสลักที่พ่อเลือกมา ส่วนเนื้อไม้เป็นสักทั้งบาน
...



อยากจะเริ่มเล่าเรื่องการเดินทางในปีนี้
แต่เวลาหมดแล้ว พรุ่งนี้ค่อยเริ่มต้นเล่าแทนได้มั้ย?
ถามไปอย่างนั้นแหละเพราะยังไงก็ต้องได้อยู่แล้ว


อ่อ, เมื่อวานอุตส่าห์นั่งจองตั๋ว
แต่ปรากฏว่าไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือมาเลย
วัน เวลา ราคา สถานที่ไม่ค่อยเอื้อให้เราเท่าไหร่
ครั้งหน้าจะเปลี่ยนไปบินกับ cebu pacific แทนแล้ว




kunjair
 

day 105 | tiwayo


ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ว่าฉันเขียนนิยายพร้อมกันสี่เรื่อง
แต่ละเรื่องต่างอารมณ์ สุข - เศร้า - โคตรเศร้า - ตลกโปกฮา - เรื่องผีผลุบๆ โผล่ๆ

อืมม์

ทุกนาที ทุกชั่วโมง ทุกวัน มีไอเดียใหม่ผุดขึ้นมาเรื่อย ก็เลยเขียนเปิดเรื่องใหม่ขึ้นมาเรื่อย แล้วก็เขียนสลับวันละเรื่องตามแต่อารมณ์จะไปรองรับนิยายเรื่องไหน (ฟุ้งมาก)

ต้องยอมรับว่าเป็นคนหลายอารมณ์มาก
การเขียนนิยายคือการระบายออกอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นผลดีต่อตัวฉันมาก ฉันรู้สึกผ่อนคลายเมื่อระบายออกไปทุกวัน

และโชคดีมากที่จำเหตุการณ์และตัวละครได้ไม่สับสน สี่เรื่อง ตัวละครก็เกือบยี่สิบคน ฉันรักตัวละครทุกตัว
ส่วนมากแล้วก็ดึงเอาบุคลิกของคนรู้จักมาใส่ในตัวละคร
และนี่คือเหตุผลที่ว่า ทำไมฉันไม่บอกคนรู้จักว่าฉันเขียนนิยายชื่อเรื่องอะไร และใช้นามปากกาว่าอะไร

เพราะกลัวเจ้าตัวเขามาอ่านเจอแล้วจะโดนเขกกะบาลเอา 55555


.....
รู้สึกว่าตัวเองโชคดี ที่หาความสุขให้ตัวเองได้กับเรื่องง่ายๆ ในทุกๆ วัน

แอ๊บหน้ามีความสุข ช่างฝันแบบเด็ก อิอิ






ป้าโญ
อิสรเสรีเป็นที่ตั้ง
26 พฤศจิกายน 2555

day 105 | rungkarn
























แม่เคยบอกว่า ไม่ต้องมารับผิดชอบอะไรหรอก เรื่องเงินก็เหมือนกัน
รับผิดชอบตัวเองให้ได้ก็พอ แล้วก็ต้องเก็บเงินด้วย
เราบอกแม่ว่า เก็บเงิน แต่ขอเอาไว้เที่ยวก่อนนะ
แม่ถามว่า จะเที่ยวไหนอะไรยังไง..เราเลือกเงียบแทนจะตอบคำถาม

เราไม่รู้ว่าแม่จะเข้าใจหรือเปล่าถ้าตอบไป
แต่ในคำตอบถ้าเราจะมีออกไป มันคงไม่ได้กลั่นออกมาจากใจ
เราว่าเราคุยกับแม่ไม่รู้เรื่อง นอกจากเราจะไม่ใจกว้างพอแล้ว
เรารู้สึกได้แค่ว่า แม่ไม่เข้าใจหรอก เพราะวัยของเราสองคนมันไม่ต้องกัน
พูดเรื่องเดียวกัน แต่ความเข้าใจมันคนละอย่าง
เราเลยเลือกเงียบในหลายครั้งที่แม่ถาม..เราไม่หวังว่าแม่จะเข้าใจในความเงียบ
แต่เราก็ไม่อยากให้แม่คิดอะไรต่อ ดูสิ่งที่อยู่ตรงหน้าก็พอ

ถึงแม้บางทีเราจะดูขี้เกียจ คิดเยอะ ลงมือทำน้อยก็ตาม
เราพยายามให้มันเป็นรูปเป็นร่างให้ได้อย่างดีที่สุด
และถึงแม้ในบางครั้งเราต้องเจอกับสภาพรอบกายที่พูดเยอะแต่ไม่ทำ
เรารำคาญเราท้อบ้างก็ตาม..แต่เราก็ต้องขุดพลังที่มีในตัวเองมาใช้ให้คุ้มค่าด้วย

อีกอย่างนึง..ที่เราสำนึกเสมอ
ให้ตอนนี้เราอายุสามสิบกว่า แอมเรียนจบ
แม่ก็คงไม่หยุดที่จะออกความเห็นหรืออยากจะจัดการบางเรื่องราวให้ลูก
มีสิ่งหนึ่งที่แม่สบายใจ คือเราไม่มีแฟน
อันนี้เราเข้าใจดี ว่าเพราะอะไร

สังคมรอบด้านในเรื่อง วัยอายุ ความสัมพันธ์แบบหนุ่มสาว
มีลูกแล้วพากันแต่งงานมันไม่น่ารื่นรมย์เท่าไหร่ในสายตาแม่
แต่ในความคิดของเรา ถ้าเขาจะท้องก่อนแล้วค่อยสู่ขอกัน
ท้ายที่สุดแล้วเขาก็มีจัดพิธีแต่งงานกัน..มันก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี
ที่เกี่ยวโยงกับความรับผิดชอบได้ ซึ่งเราเป็นคนนอกอย่าไปอะไรเลย

นอกเหนือจากนั้น ชีวิตใครชีวิตมัน
ไม่มีใครไม่มีปัญหาหรอก อยู่ที่ว่าจะมีสามัญสำนึก
กับความรับผิดชอบและละอายต่อบาปได้สักแค่ไหน

อ้อ..เรานึกไม่ออกเลย
ถ้าตอนนี้เราทำงานอยู่ไกลบ้านมันจะเป็นยังไง
ที่แน่ๆ เราคงไม่ต้องปวดหัวกับเรื่องจุกจิก
และแม่คงห่วงเรามาก..เราเป็นลูกคนกลางที่สมบูรณ์แบบจริงๆ
แต่หารู้ไม่ บนความสบายๆ เรื่อยเอื่อยของชีวิต เราคิดเยอะมาก

เราเคยเดาว่าถ้าไม่มีอะไรติดอยู่ทางนี้
แม่คงเลือกใช้ชีวิตแบบร่อนไปร่อนมาได้สะดวกและสบายใจ
เราว่าแม่ชอบเที่ยว ชอบเดินทางอยู่ไม่น้อย
แต่ความจำเป็นที่ไม่สะดวกใจเท่าไหร่มันบีบอยู่มากกว่า
เงื่อนไขของชีวิตมันไม่น่ามีอยู่เลย..



วันก่อนเราขับรถแล้วรถดับกลางทาง
แต่ยังดีที่ฟ้าฝนพอจะเป็นใจ ไม่ให้อะไรๆ แย่ไปหมด
เราพาตัวเองกลับถึงบ้านได้..แบบไม่ต้องโทรหาขอความช่วยเหลือจากใคร
เรื่องนี้ยังไม่มีใครรู้ เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่สาระอะไร(แต่ถ้าเกิดเรื่องมากกว่าสาระแน่ๆ)
ซึ่งนี่เป็นข้อเสียของเราอย่างมาก

เวลาเราเครียดก็แค่เงียบ ไม่ปรึกษาใคร
แล้วทำหน้างอแบบที่มันงออยู่แล้วเข้าไปอีก
เรามีรังสีแบบนี้แผ่กระจายรอบตัวเอง คนอื่นเลยคงไม่อยากยุ่งเท่าไหร่
แม่ถาม..เราก็ไม่ตอบ บางทีก็อารมณ์เสียใส่ดื้อๆ
คงมีเบื่อกันหลายหนแล้ว เหมือนเดิม..เราไม่หวังให้เข้าใจ
แต่อย่าคิดมาก คิดต่อก็พอ..ซึ่งก็คงยากอยู่ดีสำหรับแม่

เรารู้ว่าตัวเองมีข้อเสียมากเท่าไหร่ และควรแก้ไขยังไง
แต่ก็ไม่รู้ว่าเพราะไม่ใส่ใจจะแก้ไขหรือเปล่า..
มันเลยยังคงนิสัยเสียได้เหมือนเดิม



ฟ้ายังคงอมฝนในช่วงเช้า ช่วงสายแบบนี้แดดออกแฮะ
ไม่รู้บ่ายหรือเย็นจะทะมึนมีฝนอีกหรือเปล่า
เอาเข้าจริงเราก็ยังคงไม่หนักแน่นมั่นคงพอในเรื่องของอารมณ์
หวังให้หนักแน่นมั่นคงในเรื่องนี้ รอให้น้ำท่วมโลกยังจะง่ายกว่า ฮ่าๆ

ขอบคุณข้อความของกุญแจ
เรายิ้มได้ก่อนนอนเมื่อคืน แต่เราก็กังวลมาก 
ในช่วงระยะเวลาเดือนหน้า..เดือนธันวา
เป็นอะไรที่ไม่กล้ารับปากอะไรกับใครเลยจริงๆ

บางทีที่อยากให้เพื่อนสักคนแบบนี้อยู่ใกล้กัน
ตรงกันข้าม เราก็ต้องยอมรับความขัดแย้ง 
ความไม่พอใจยิบย่อยตามมาด้วยเสมอ
ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้ใช่ไหม..

:)



อ้อ..กฎข้อแรกของความสุข คงมีอยู่ว่า
ห้าม/อย่า/ไม่..โกหกตัวเอง(เด็ดขาด)ล่ะมั้งนะ.



ถ้าเราไม่เห็นอะไรเป็นปัญหา มันก็ไม่ใช่ปัญหา (เดียว/งามพรรณ เวชชาชีวะ), ๑๐.๔๖ น.




day 105 | patawee

ไม่ไหวเลย

เกือบจะลืมไปหมดแล้ว
แทบจะลืมไปหมดแล้ว

เนิ่นนานเหลือเกิน

เหมือนฝัน แต่มันก็เคยเป็นจริง

...

ไม่น่าเลย ไม่น่ากลับไปดูรูปเก่าอีก
ไม่น่าเลย

เมื่อดู จึงตั้งคำถาม
เมื่อตั้งคำถาม จึงเจ็บปวด

loop เดิมอีกตามเคย

แต่ช่วยไม่ได้จริงๆ
มันเป็นห้วงอารมณ์ที่อ่อนไหว

เดี๋ยวสักพักก็จะผ่านไป
แล้วก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมเอง

25 พฤศจิกายน 2555 00.39 น.

Sunday

day 104 | kunjair


จองตั๋วเครื่องบินอย่างขมักเขม้น
เตรียมตัวออกเดินทางอีกแล้วค่ะ
: )




kunjair

day 104 | patawee


ข่าวร้ายอีกข่าว
คือยายเสียเมื่อวานนี้ 20.13 น.
ยายที่ว่าคือน้องสาวยาย
ไม่ใช่ยายแท้ๆ
แต่เราก็รักและสนิทสนมกันมาก
ใกล้ชิดกันมาตั้งแต่เรายังเด็ก

เป็นความสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น
แต่ทุกคนก็ทำใจไว้สักพักแล้ว
และเราต่างก็เชื่อว่ายายไปดี

ดีแล้ว ยายเหนื่อยมานานแล้ว
คราวนี้ก็ได้พักผ่อนยาวแล้วนะคะ

ปล.วันนี้แม่กลับบ้าน ไปเคลียร์งาน
แล้วพรุ่งนี้จะบึ่งรถจากลำปางไปโคราชเลย
ส่วนเรากับน้องจะตามไปทีหลัง
วันนี้เราเลยกลับมานอนที่หอ
เตรียมจัดการอะไรหลายอย่างก่อนไปโคราช

ปล.2 เคว้งคว้าง ช็อปปิ้งหนังสือเล็กๆ
ได้ ความไม่เรียบของความรัก ของ ฮิโรมิ คาวาคามิ มา
อ่านแล้วก็... อืม คิดถึงจังเลย

day 104 | tiwayo

เราสังเกตตัวเองเกี่ยวกับความ
'เยอะไป'
'น้อยไป'
'ไม่พอดี'
ของตัวเอง

เราเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองมากไปหน่อย
หากอยากได้อะไรต้องได้ และต้องเยอะสมใจ ไม่งั้นไม่ยอม

หากไม่ถูกใจอะไร ก็ไม่เอา อย่ามาใกล้ ฉันไม่รับ

แบบนี้ไม่เป็นผลดีต่อตัวเองเลย


จริงๆ นะ
--------

มากไปก็ไม่ดี
น้อยไปก็ไม่ดี

ความพอดี อยู่ตรงไหนหรือ?





เคยมีเพื่อนบอกว่าฉันเป็นคน 
"เลือกมากว่ะ"

"ชีวิตจริงเลือกมากไม่ได้นักหรอก"
-
-
-
-
-
-
'ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้'


-
-
-
-
-

ฟังเพลงนี้แล้วรู้สึกดีขึ้นแฮะ
-
-
-
-
-
'โญ
25 พฤศจิกายน 2555








day 104 | rungkarn





เราชอบนั่งรถสองแถวมาก
บ่อยที่ได้ยินเรื่องราวที่พูดคุยกันในรถ
เรารู้สึกว่าคนเหล่านี้ใจกว้างมากกว่าคนที่นั่งรถเก๋งขับรถเบนซ์เสียอีก
หรือเพราะด้วยความไม่สะดวกสบายเท่าไหร่
เลยทำให้การมองโลกกว้างกว่า การเห็นใจผู้อื่นมีมากตามมาด้วย

เคยเจอผู้ชายคนนึงบนรถสองแถว
เข้าตามาก รู้สึกว่าเขาหล่อแบบพอดี
แต่ไม่ใช่ประเภทขาวตี๋ดูสำอาง..ไม่ใช่แบบนั้น
เราไม่เคยมองคนหล่อเพราะเขามีผิวขาวเลย
อาจจะมีผู้หญิงมากมาย ชอบผู้ชายที่ขาวตี๋เลยตัดสินว่าหล่อ
แต่สำหรับเรา..เราว่าแบบนั้นมันจืดชืดไป ฮ่าๆ

ผู้ชายคนที่เราเห็นบนรถสองแถวคนนี้
ตัวเล็ก มีหนวดมีเคราพอประมาณ ไม่รกรุงรัง
ดูสะอาด ไม่ได้ไว้ผมยาวรองทรง หรือยาวแบบสมัยนิยม
ไม่ได้เซ็ตผมจนดูทื่อเทอะทะ แบบถ้าอยู่ใกล้คงได้กลิ่นเจลใส่ผม
ไม่ใช่เลย..เขาดูลงตัวสำหรับเรามาก

เลยทำให้รู้ว่า เราไม่มีสเป็คในแบบรูปลักษณ์ภายนอกเลยจริงๆ
แต่สิ่งที่ทำให้เราสะดุดได้เสมอ คือรอยยิ้ม
เราไม่ชอบคนยิ้มตลก เราไม่ชอบคนยิ้มเปิดเผยมาก
เราไม่ชอบคนยิ้มแบบอารมณ์ดี
แต่เราชอบยิ้มแบบที่ดูแล้วรู้สึกจริงใจ
ซึ่งคงจะต้องคลุกคลีกันในระบบนิสัยด้วย
สำหรับเรามันเลยถูกชะตาต้องใจกันจริงๆ

เออไม่รู้จะบันทึกเรื่องนี้ทำไม
แต่เราว่าชีวิตเรามันเหมาะกับการนั่งรถโดยสาร
เราชอบมองเรื่องราวรายทาง
บางทีเราชอบเรื่องราวที่เข้ามากระทบหูโดยบังเอิญ
จากคนใจกว้าง ที่ไม่ได้เร่งรีบนัก และมองโลกได้กว้าง
มองเห็นถึงจิตใจคนส่วนใหญ่ได้ในแบบติดดิน
ความจริงแล้วคนทุกคนไม่ควรหมกมุ่นอยู่กับอะไรภายในใจตัวเองให้มากนัก
เพราะมันคงง่ายต่อการไม่เห็นถึงใจคนอื่นไปด้วย

มาตอนนี้เรารู้สึกว่าเราอยากเดินทาง
อยากไปตรัง ตรังติดหนึบในหัวใจมากตอนนี้
คิดถึงเหลือเกิน..แต่เรากลับอยากจะเดินทางคนเดียว
เอาเข้าจริง เพื่อนที่ชอบอะไรเหมือนกันที่อยู่ใกล้กัน
มันก็ลำบากในการคุ้นแบบสนิทใจด้วยจริงๆ

ไม่รู้ทำไมนะ เรารู้สึกว่าตัวเองเข้าใจยาก
อาจดูเหมือนเข้ากับคนง่าย พูดคุยกับคนได้ง่าย
แต่จริงๆ แล้ว..มันไม่ใช่แบบนั้นเลย

อีกอย่างเรายังไม่รู้เลยว่าหมดสิ้นปีนี้
เราจะได้ทำอะไรได้อย่างใจที่ตั้งไว้หรือเปล่า
ถ้าเราไม่ขี้เกียจ ฟ้าฝนพอจะเป็นใจเปิดให้โปร่งใสได้สักสัปดาห์นึง
อะไรๆ ก็คงจะง่ายกว่านี้..แต่จริงๆ แล้ว อาจจะเป็นเพราะเราไม่กระตือรือร้นก็ได้นะ

มีหลายอย่างที่เรานิสัยไม่ดี
มีหลายครั้งที่เราผิดนัดกับเพื่อน
ในหลายครั้งนั้น หลายหนที่เรารู้สึกว่าสุดท้ายมันก็ไม่ใช่
เราเลยแคร์แค่ตัวเอง..เอาให้ตัวเองสบายใจ
เพราะถ้าเราไม่สบายใจขึ้นมาแล้ว ผลเสียอื่นก็ตามมาได้ง่ายๆ
แต่ในนั้นเราก็กังวลและอยากจะใส่ใจเพื่อนไปด้วย..
เอาเข้าจริง..เรานิสัยไม่ดีเลย



อยากเดินทาง อยากเดินทาง อยากเดินทาง, ๑๓.๒๕ น.




Saturday

day 103 | kunjair




วันนี้ไปส่งมาแจมเรียนกีต้าร์ที่ paradise park
ถ้าเป็นเมื่อหลายปีก่อนคงใช้เวลาไม่ถึงสิบห้านาที
แต่เดี๋ยวนี้บางทีครึ่งชั่วโมงยังไม่ถึงเลย 
ปีที่แล้วถนนเส้นนี้ขุดถนนทำอุโมงค์ข้ามสี่แยกไฟแดง
ปีนี้ขยายและยกถนนเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมที่ค้างคามานานเป็นหลายสิบปี

ระหว่างข้ามสะพานลอยเดินเข้าห้างสรรพสินค้า
เราเห็นชาวต่างชาติสามคนพ่อแม่ลูกหยิบกล้องถ่ายรูป
เพื่อถ่ายรูปท้องถนนที่คับคั่งไปด้วยรถยนต์นานาชนิด
เราบอกมาแจมว่า"จริงๆ วิวตรงก็สวยดีเหมือนกันนะ"
มาแจมแย้งขึ้นว่า"ถนนเส้นนี้เคยสวย เคยสวยมากๆ เมื่อสมัยก่อน"
ถนนกว้างๆ รถราน้อยคัน ตึกใหญ่ยังไม่เยอะเหมือนปัจจุบัน
มันบ่งบอกได้ว่าคำพูดของมาแจมเป็นเรื่องจริง


ทีแรกตั้งใจว่าจะมานั่งจิบกาแฟที่ starbucks
แต่เพราะคนเยอะมากเลยแวะเข้า asia books ที่อยู่ติดกันก่อน
ดู lonely planet ประเทศมาเลย์เชีย แต่ปรากฏว่าไม่มี
มีแต่มาเลย์เซีย สิงคโปร์ บรูไนรวมกันอยู่ในเล่มเดียว
เลยเปลี่ยนใจรอซื้อพร้อมกับ lonely planet ประเทศลาว
ในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าทีเดียวเลยดีกว่า
ออกจากร้านหนังสือแวะดูร้านกาแฟอีกรอบซึ่งยังไม่วี่แววว่าจะมีโต๊ะว่าง
เดินลงไปชั้นล่างไปร้านกาแฟวาวี แต่วาวีหายไปแล้ว
ไม่แน่ใจว่าปรับปรุงหรือลาขาดหายไปตลอดกาล
ขึ้นไปชั้นบน coffee world เป็นตัวเลือกสุดท้ายของการเดินล่าหาร้านกาแฟ
จิบลาเต้เย็นเหมือนเดิม แต่เรากลับได้กลิ่นและรสวานิลาจางๆ อยู่ด้วย
นั่งจดบันทึกหน้านี้ลงสมุด เสร็จแล้วอ่านหนังสือศุสานและได้ยินเสียงฝนตกหนัก
เราภาวนาในใจว่ามันจะเป็นฝนสุดท้ายก่อนฤดูหนาวจะเดินทางมาถึงจริงๆ เสียที


สองชั่วโมงผ่านไป มาแจมเลิกเรียน เราสองพี่น้องกิน sukishi เป็นอาหารเย็น
เชื่อไหมว่าเป็นครั้งแรกของเรากับ sukishi เลยนะ ก็อร่อยดีเหมือนกัน
แต่ถ้าใครเคยกิน kingkong ก็จะรู้ว่า sukishi นี่แทบไม่ติดฝุ่น
เรากินอิ่ม แต่มาแจมเหมือนไม่ค่อยอิ่มเท่าไหร่เลยชวนเราไปกินไอศครีมต่อ
เราขอเดินย่อยที่ loft ก่อน จนในที่สุดได้สมุดจดบันทึกมาสองเล่ม
ปากกาสีเขียวน้ำทะเลมาอีกหนึ่งด้าม เดินย่อยได้ที่ก็ไปกินไอศครีมต่อ
ทีแรกนึกว่าต้องกลับเอง แต่เหมือนเทวดารู้จักส่งคนขับมารับกลับบ้านตอนทุ่มกว่าๆ 




kunjair
 

day 103 | patawee



ไปงานศพป้าพรอีกวัน
เจอญาติๆป้า เจอเพื่อนฝูงของแม่
เราจึงได้เข้าใจความหมายของมิตรแท้เพิ่มขึ้นอีก
กี่ปีผ่านไป น้ำใจไม่เคยเปลี่ยนเลย

ม็อบเสธ.อ้ายสลายการชุมนุมแล้วเมื่อเย็นนี้

day 103 | tiwayo

ฝนตก
ไฟดับ
เด็กหญิง 7 เดือนกับคุณน้าวัย 23 (อีกเพียงอึดใจก็จะก้าวเข้าวัย 24 แล้ว)
จุดเทียนในห้อง นอนบนเตียง
น้องหนูพลิกตัวมาซบ แขนสั้นๆ กอดเอวน้าไว้
น้ามุ่ยพัดให้น้องหนูคลายร้อน ปากร้องเพลง "เธอเห็นท้องฟ้านั้นไหม"

ร้องเพลงเดียว เพลงเดิมที่เราชอบ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ปกติแล้วเวลาน้ามุ่ยร้องเพลง น้องหนูจะไม่ค่อยสนใจ เอาแต่คลานต้วมเตี้ยวหรือไม่ก็เล่นของเล่น
แต่คืนนี้น้องหนูกอดน้ามุ่ยแน่นและแหงนหน้ามองน้า
มอง มอง มอง นิ่งนาน
จ้อง จ้อง จ้อง ไม่วางตา
น้ามุ่ยก็ร้อง ร้อง ร้อง เพลงไม่หยุด
เป็นโมเมนที่ความรักก่อตัวชัดเจน

ตลอดเจ็ดเดือนนับตั้งแต่น้องหนูเกิดและมาอยู่ในบ้านด้วยกัน
ไม่มีวันไหนที่เราจะไม่ได้กอด หอมกัน
แต่วันนี้เป็นวันแรกที่ให้ความรู้สึกชิดใกล้และสื่อสารกันด้วยหัวใจ
เด็กเจ็ดเดือนไม่ไร้เดียงสาแล้วในความรู้สึกของฉัน
ฉันว่าเราแสดงออกอย่างไรออกไปเด็กก็รับรู้ได้...แน่นอน ฉันเชื่อ

ฉันยังไม่เคยแต่งงาน ไม่เคยมีครอบครัวเป็นของตัวเอง ไม่เคยเป็นแม่คน
แต่การได้เลี้ยงเด็กคนหนึ่งอย่างใกล้ชิดทุกวัน
ฉันรู้สึกได้ถึงความรักที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น
มันช่างงดงามเหลือเกิน


ฉันกำลังมีความรัก.




มาตา
24 พฤศจิกายน 2555





day 103 | rungkarn




จะตื่นมาทำงานต่อเอาตอนนี้
ได้ยินเสียงฝนก็มาพร้อมเราตื่น
ไม่รู้ฝนนี้จะยาวไปจนถึงวันไหน..
ความจริงแล้วก็เป็นฤดูของเขานั่นล่ะนะ

ส่วนฤดูอารมณ์ไม่ค่อยปกติของเรา
ควรจะหมดได้แล้ว
ผ่านเมื่อคืน นอนหลับ ลืมตาตื่นเอาจนตอนนี้
เรียกว่ารอดพ้น ฮ่าๆ
มันก็วนเวียนอยู่แบบนี้จริงๆ นั่นล่ะ
แต่ไม่อยากเป็นบ่อยๆ เลย

เมื่อคืนฟังเพลงของพี่เจี๊ยบหลายเพลง
ฟังวนเวียนอยู่แบบนั้น ปล่อยทอดอารมณ์
แล้วมันฟุ้งกระจายจริงๆ

แบบนี้มันมักจะมาเป็นเอาตอนที่เหนื่อย
ล้ามาก ท้อนิดหน่อย
ใจมันแกว่งล่ะมั้ง รู้สึกอยากมีคนปรับทุกข์
เพื่อนคู่คิดมิตรคู่ใจ(คุ้นนะยะ) ฮ่าาาาาาาาาาาาาาา

เอาล่ะ เดี๋ยวสว่างจะเปิดหน้าต่างรับลม
รับกลิ่นฝน รับกลิ่นดิน แล้วสูดให้มันเต็มปอด
วันนี้คงนั่งทำงานทั้งวัน

วันนี้น้องคุณไปบ้านยาย เราก็เลยได้มีเวลาทำงานเต็มที่
ส่วนพรุ่งนี้ก็นัดเพาะเมล็ดดอกไม้กัน
ขอให้วันนี้ผ่านไปด้วยดี
พรุ่งนี้ขอให้เป็นวันที่ได้พักสมองจริงๆ อย่างที่ตั้งใจ




ปล่อย...,๐๕.๕๑ น.



Friday

day 102 | kunjair




the trouble it might drag you down
if you get lost, you can always be found
just know you are not alone,
cause i'm going to make this place your home


the more you listen, the more you watch,
the more you like this song, the more you like this guy.




kunjair

day 102 | patawee



นึกว่ากลับมาจะชีวิตสงบสุข
กลับวุ่นวายหนักเลย
วันนี้แม่มากรุงเทพ จริงๆมาตั้งแต่เมื่อวาน
มาอยู่เป็นเพื่อนยายที่บ้านบางกะปิ
เรากำลังจะไปนอนบ้านบางกะปิกับแม่
ดันได้ข่าวร้าย
ป้าที่รักยิ่งของเรา พี่สาวรุ่นพี่ของแม่เสียแล้ว
เราเลยวุ่นวาย เตรียมมางานศพ
จัดที่วัดลาดปลาเค้า
ใจหาย ทุกอย่างฉุกละหุกไปหมด
ป้าเป็นมะเร็งลำไส้ ป่วย เจ็บปวดมานาน
แต่ก็ไม่คิดว่าจะรวดเร็วแบบนี้
ตอนนี้ก็คงได้เวลาพักยาวเสียทีนะคะ

คืนนี้นอนกับแม่กับยาย
คงอยู่ที่นี่จนถึงวันอาทิตย์

day 102 | rungkarn








คนที่ไม่เจอปัญหา 
คือคนที่ไม่ทำอะไรเลย..ท่องไว้!

แต่ถ้าปัญหามันมาจากความมักง่ายของตัวเองด้วย
มันก็น่าเจ็บใจอยู่ไม่น้อย 
ถือว่าสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่ไม่เข้าท่ามากจริงๆ



เราใช้ชีวิตวันหนึ่งผ่านไป เพื่อเข้าสู่อีกวันหนึ่ง..งั้นหรอกหรือ?, ๑๗.๔๐ น.