Sunday

day 230 | rungkarn



และแล้วก็กลับมานิสัยตัดสินใจเร็วในเรื่องเดินทางได้อีกหน
วันพฤหัสนี้กับบัตเตอร์เวอร์ธที่รัก
ขอแค่ให้วันศุกร์ไปถึงก่อน จะชิมกรุงเทพให้อิ่ม
ให้สมกับความคิดถึงมากเหลือเกิน

พี่ถามซ้ำเมื่อหัวค่ำวานนี่เองว่า
จะไม่ไปดูโรงงานปุ๋ยด้วยกันจริงๆ เหรอ
พี่อยากให้ไป

เราเลยแกล้งล้อว่าอ้อนเค้าสิ
แล้วพี่ก็อ้อนจริงๆ

เรารู้เจตนาดี ต่อไปจะได้ช่วยงานกัน
ไม่ได้ช่วยก็ไม่เป็นไร แต่ไม่ีเสียหลายถ้าได้ีูรับรู้ในการไปครั้งนี้
เราเชื่อว่าเราจะเพลิดเพลินได้มากๆ
เพราะเอาเข้าจริง ใจเรามันอยากมีวิถีในทางเกษตรเกินครึ่งร้อยเสียด้วย
เพียงแต่ตอนนี้อยากทำในสิ่งที่เลือกและทำให้ดีที่สุด
ซึ่งพี่ก็เข้าใจและให้เกียรติเราเรื่องนี้เสมอมา

อีกไม่กี่ชั่วโมง
มีนาก็จะผ่านเลยไป
คุ้มค่าสำหรับคนตัวเล็กมากอย่างเรา

เมษาคงสนุกมากกว่าเดิม :)



๓๑ มีนาคม ๒๕๕๖


day 230 | tiwayo


คุณยายเรียกมิกกี้ด้วยชื่อใหม่ว่า 'ปังคุง'
มิกกี้กำลังหัดเดิน หมั่นเดินเอามากๆ แม้จะยังเดินเองได้แค่สาม-สี่ก้าวก็ล้ม แต่ก็ชอบที่จะเดิน
บางทีก็จับนิ้วชี้คุณยายเพื่อเป็นหลักค้ำ แบบนี้จะเดินได้คล่อง แทบไม่ล้ม
คุณเธอก็จะจูงยายเดินไปรอบบริเวณบ้าน เดินๆๆๆๆๆ เดินไม่หยุด

เจ้าตัวเล็กสนุกกับการเดินมาก คุณยายต้องก้มตัวให้น้องหนูจับมือ จนคุณยายปวดเอวไปหมด

วันนี้นอกจากจะจูงมือยายแล้ว มิกกี้จูงพี่หมีไปเดินเล่นด้วย (หมาพุดเดิ้ลที่บ้าน)
จับเชือกให้พี่หมีเดินตาม

ฉันเอากล้องมาคอยถ่ายวีดีโอเก็บภาพ 'คุณยาย ปังคุง และเจมส์' เดินด้วยกัน
เป็นภาพที่น่ารักมาก 5555555

เจ้ามิกกี้ตัวเล็กกระจี๊ดเดียว
พลังล้นเหลือ

ขนาดที่่ว่าพี่หมี (เจมส์) เหนื่อย นั่งพัก ไม่ยอมเดินตามไปด้วย
มิกกี้ไม่ยอมให้พี่หมีนั่ง ก็ดึงๆ เชือก แล้วก็กรี๊ดใส่ (คิดดูว่าเด็กอายุ 11 เดือน แสดงท่าทีได้ขนาดนี้)
พยายามบังคับให้พี่หมีไปเดินเล่นด้วยกัน พี่หมีก็ไม่ยอม เอาแต่นั่งอย่างเดียว

สุดท้ายมิกกี้ร้องไห้เลย
ยายต้องอุ้มพาไปกินนม
55555555555555


อาทิตย์
31 มีนาคม 2556

Saturday

day 229 | kunjair


คุยกับแอ๊ะหลายเรื่อง
ตั้งแต่เรื่องชีวิตประจำวันยันการเมืองเข้มข้น
เพลิดเพลินใจเป็นอย่างยิ่ง


นั่งอ่านบล็อก ดูวีดีโอ
บางคนแม้ไม่เคยพูดคุยกัน
แต่ก็รู้สึกว่าสนิทคุ้นเคยเหลือเกิน

 
ยังคงรอ offer จากมหาวิทยาลัย
ไม่ชอบการรอคอยเลยจริงๆ
ให้ตายเถอะ!!!
...



สะกดคำว่า"เข้มข้น"ไม่ได้
ต้องเปิดหาใน google
น่าอนาถใจยิ่งนัก




kunjair

day 229 | patawee


30 มีนาคม 2556 เสาร์

โอ ผ่านไปแล้ว โล่งแล้ว สบายใจแล้ว
สบายใจสุดๆๆๆๆๆ
แม้ว่าจะไม่ได้ทำได้ผ่านฉลุยอะไรอย่างนั้นน่ะนะ

ไปถึงตั้งแต่เจ็ดครึ่ง กว่าจะได้ลงชื่อก็แปดโมง
เจอรุ่นพี่รุ่นน้องเอกไทยหลายคนมากๆ
เอาจริงๆ เราเพิ่งรู้สึกว่าสายสัมพันธ์ของความเป็นเอกเดียวกันมันเหนียวแน่นก็วันนี้ :)
เจอน้องนิก น้องที่เลือกสาขาเดียวกันแล้ว
น้องเลือกศิลปากร เราเลือกมน. เพราะฉะนั้นเราจะไม่แย่งกันเนอะ 555555

ได้เข้าห้องตอนสิบโมง
อาจารย์สามคน ครูอ้อย ครููอารดา กับอาจารย์นิยะดา (สองคนแรกทำให้เราใจชื้นขึ้นเยอะ)
บรรยากาศโอเคเลยนะ ไม่น่ากลัวและโหดร้ายอย่างที่คิดเลย
ไม่ได้วิชาการเข้มข้นด้วย เหมือนคุยเล่นมากกว่า สบายๆ เลยทีเดียว

ประเด็นหลักๆ
- ไหนลองแนะนำตัวหน่อย
- งานที่ทำอยู่เกี่ยวกับอะไร ไหนลองแนะนำหนังสือของที่ทำงานหน่อย
- คิดเห็นยังไงบ้างตอนลงพื้นที่ อย่างไปกับททท.เห็นอะไรในวิถีชาวบ้านบ้าง
- ทำงานสนุกอยู่แล้ว แล้วจะไปทำไม
- รู้ใช่ไหมว่ากลับมาต้องมาเป็นอาจารย์ เคยมีชีวิตอิสระ ต้องมาอยู่ในกรอบจะทนได้ไหม
- ทำไมถึงสนใจคติชน
- ถ้าให้เลือกแนะนำหนังสือที่เป็นหลักยึดทางคติชนมาเล่มนึงจะเลือกเล่มไหน
- หนังสือเล่มนั้นมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร ลองเล่าคร่าวๆ
- ทำไมถึงเลือกมน.
- ไม่คิดจะกลับมาใช้ทุนที่คณะ(อักษรฯ)บ้างเหรอ
- แล้วถ้าไม่ได้ ก็จะกลับมาทำงานที่เดิมต่อไปใช่ไหม
- ทำไมถึงเลือกประเทศญี่ปุ่น
- ที่ญี่ปุ่นมีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรนานาชาติเหรอ แล้วมันเข้มข้นเท่ามหาลัยหลักๆหรือเปล่า
- พูดญี่ปุ่นได้หรือเปล่า ถ้าทำงานต้องลงพื้นที่ไปคุยกับชาวบ้านเป็นภาษาท้องถิ่นเขาจะทำยังไง
- เบนเข็มดีหรือเปล่า ทางอเมริกาก็มีมหาลัยน่าสนใจเยอะ มหาลัยดีๆก็เยอะ
- ภาษาอังกฤษคะแนนไม่ค่อยดีนะ เอาภาษาที่สองก่อนไหม นี่หวังภาษาที่สามด้วยจะไหวเหรอ
- ถ้าเรียนไม่ผ่านเกณฑ์จะต้องใช้ทุนคืนสามเท่า = สามล้านนะ คิดอะไรตามใจไม่ได้
- ที่คณะไม่ได้บังคับวิชาโทอังกฤษแล้วเหรอ
- ทราบข่าวจากไหน
- รู้ไหมว่าต้นสังกัดมีมหาวิทยาลัยอะไรบ้าง

โอ้ย เยอะแยะ แต่ก็คุยดีงาม ยิ้มแย้มนะ
ยกเว้นตอนท้ายๆเรื่องเลือกประเทศญี่ปุ่นนั่นล่ะ ที่ทำเอาอาจารย์เคืองกันไปทุกคน
แต่ก็โอเค ถ้าอาจารย์เมตตาจริงๆ
ถึงตอนนั้น ไม่ว่าจะที่ไหน หนูก็ไปหมดล่ะค่ะ ฮาๆๆๆ

ปล. เราเจอคนๆนั้นอีกแล้ว เราหนีกันไม่พ้นจริงๆสินะ ฮึ
ปล.2 คุยประมาณยี่สิบนาทีล่ะ เสร็จสิบโมงครึ่ง เราไปสยามต่อ
ซื้อของให้เพื่อนเพราะพนันกันไว้ว่า ถ้าเราผ่านข้อเขียนเราจะซื้อให้ 55555 บ้ามาก
แล้วก็ไปกินอาฟเตอร์ยูกัน หมดไปอีกวันแล้ว
ปล.3 อีก 10 วัน... 10 วันแห่งความหวัง!


day 229 | rungkarn



เปิดดูดีวีดีบางแผ่นที่ไรท์ภาพรวมเก็บไว้
รอให้ภาพแต่ละภาพขึ้นมา
แล้วก็พบว่า เราลืมไปจริงๆ ว่าเราเคยไปกาญจนบุรีตอนยังเรียนศิลปภาพถ่าย
เป็นทริปเล็กๆ ของสาขาตอนปีหนึ่งหรือสองจำไม่ได้

เรารู้แล้วล่ะ
ถ้าไม่มีภาพถ่ายเราคงจำไม่ได้แล้วจริงๆ
ไม่ก็ความจำสั้นไปเสียแล้ว

ต่อไปนี้จะหมั่นบันทึก
อะไรก็แล้วแต่ที่ควรค่าแก่ความคิดถึงหากล่วงผ่านวัยแบบนี้ไป



ปลา


ส้ม, นัน, เต้, ทุน


อาจารย์ปู่ :)


เฮียกบ, พราว


ปลา, พราว


ทุน


เต้


อ๊อฟ 


โอ๊ะ, เต้, อาจารย์ปู่


ปลา


ทุน


เต้, ใหม่, .., อ๊อฟ(เป๊ก)




๓๐ มีนาคม ๒๕๕๖



day 229 | tiwayo



เมื่อคืนจำได้ว่ากินยาไปสองเม็ด แล้วสะลึมสะลือเดินขึ้นไปนอนที่ห้องนอนชั้นสอง
มิกกี้กวนนิดหน่อย แต่น้ามุ่ยสภาพล่อแล่ หัวหมุนเล่นกับมิกกี้ไม่ไหว มิกกี้ก็เลยงอแงลงไปหาแม่ข้างล่าง
ยายอุ้มลงไป

จากนั้นฉันก็หลับไปเลย

สลบเหมือด
ในฝันมีแต่หน้าคุณภูหลวงคนเดียว 
กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ฝันดีมาก  บ้าสุดๆ เลยตู

ตื่นมาตอนตีห้า

ไข้ยังไม่หาย
แต่นอนเต็มอิ่มแล้ว เลยเดินลงมาข้างล่าง จะเข้าห้องทำงาน
หยิบกุญแจออกจากกระเป๋ากางเกงเพื่อมาเปิดห้อง
ปรากฎว่าเห็นแต่กุญแจรถอยู่ในมือตัวเอง เอร๊ยยยยยยยยยยยยย

เมื่อคืนเราเบลอมาก หยิบเอากุญแจรถ แทนที่จะหยิบกุญแจห้อง
เอ่อ กุญแจรถจะเปิดห้องได้ไงว้ะคะ?

เลยต้องไปค้นหากุญแจห้องสำรองวุ่นวาย โอย กว่าจะเข้าห้องทำงานได้
ตูจะบ้า


โด๊บยาต่ออีกสองเม็ด เพิ่มความเบลอยามเช้า



สวัสดีวันเสาร์จ้ะ
30 มีนาคม 2556

Friday

day 228 | patawee



ตื่นเต้นมากกกกก
อ่านๆกระทู้โน้นนี้ ชอบอันนี้มากก

"คุมสติดีๆ กรรมการก็คน เราก็คน ให้คิดว่ากำลังคุยกับญาติผู้ใหญ่ ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเลย"

ชอบมาก กรรมการก็คน เราก็คน
5555555555555555555555555

บ้าไปแล้ว -.-

29 มีนาคม 2556
คืนนี้จะหลับตาลงได้อย่างไร...

day 228 | tiwayo



อากาศร้อนจะตายชัก...เป็นไข้ขี้มูกโป่งซะงั้น...ชีวิตต้องการอากาศดีๆ

ช่วงนี้นอนดึก พักผ่อนไม่เพียงออก ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย
ร่างกายฟ้องด้วยการเป็นไข้ อ่อนเพลีย รู้สึกแย่มากๆ

แต่ไม่รู้สิ
เราอยากจะทำงานให้เสร็จ...สมองคิดแต่เรื่องงาน
เข้านอนก็คิดๆๆๆ จนนอนไม่หลับ เลยต้องลุกขึ้นมานั่งเขียนงาน

ดึก ล่วงเข้าวันใหม่
นอนพักนิดหน่อย ตื่นมาทำต่อ

ไม่เคยบ้าระห่ำเท่านี้มาก่อนเลย
มันมีแรงผลักในตัว เป็นไปโดยไม่มีใครบังคับ
มันอยากทำเอง

เราวางแผนไว้ว่าจะทำงานชิ้นนี้ให้เสร็จในอีกสองสัปดาห์
อยากส่งต้นฉบับ แล้วให้ตัวเองได้พักผ่อนสักสองสัปดาห์

จากนั้นก็จะเดินไปข้างหน้ากับเรื่องใหม่


29 มีนาคม 2556

day 228 | rungkarn



เมื่อคืนออฟโทรมาตอนที่ดูชัมบาลาอยู่พอดี
ปิดหนังแล้วคุยกับออฟ

ออฟบอกว่าเลิกกับแฟนมาได้่สองสัปดาห์
แล้วก็เล่าให้ฟังสาเหตุที่เลิก สั้นๆ ง่ายๆ
บอกคล้ายปลอบเบาๆ แบบที่เราเคยพูดกับออฟตรงๆ
เหมือนเมื่อครั้งยังเรียนด้วยกัน และออฟก็เจอสภาวะแบบนี้

คุยกันได้ไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ
ก่อนวางสาย ออฟบอกขอบใจ คุยกับเราแล้วสบายใจขึ้น

จำได้ว่าเหมือนเมื่อก่อนที่คุยกัน
กับเพื่อนผู้ชายไม่ต้องร่ายกันยาว
สั้นง่ายเข้าใจไม่ต้องหาเหตุผลกันให้เยอะแบบนี้นี่เอง

ดูชัมบาลาต่อ
เป็นหนังที่นิ่งมาก ถ้าถามว่าได้อะไรบ้าง
สำหรับเราไม่ได้อะไรเลย
แต่ไม่ได้บอกว่าหนังไม่ดี
เราได้ลิ้มรสตัวละคร ฉาก และความหมายในหนังได้อย่างพอใจ

มากลางวัน เปิดดูโฮม ความรัก ความสุข ความทรงจำ อีกเรื่อง
แปลกที่หนังเรื่องนี้ ที่ไม่ทำรายได้
ไม่มีชื่อติดลมอย่างชัมบาลา
คนที่ดูมาบอกเราว่า หนังไม่มีอะไรเลย
กลับเรียกน้ำตาจากเราได้อย่างเต็มตื้น

ชอบที่บัวจันบอกว่า
คนตายน่ะ ตายไปแล้วทำอะไรไว้
ก็ทิ้งให้คนที่ยังอยู่รับผิดชอบ

คำพูดช่วงเวลาแห่งความเสียใจโถมใส่ผู้หญิงคนนี้
พรั่งพรูออกมาในเวลาแสนสั้น
แต่ทั้งชีวิตที่เหลือของเธอ กลับเต็มใจและยินดีจะแบกรับ
ด้วยความรักความเข้าใจและความคิดถึงเต็มหัวใจ

คนดูอย่างเรา ควรจะสำนึกไว้ว่า
มีชีวิตอยู่ควรจะทำดีให้มากๆ และอย่าทิ้งภาระที่ไม่จำเป็นแก่คนเบื้องหลัง

ชุดสุดท้าย เป็นเรื่องของปรียา และเสี่ยเล้ง
ตัดสินใจแต่งงานกันขณะที่คบกันมาเจ็ดปี
เสี่ยเล้งเป็นคนไม่ชอบพูด
ในขณะที่สำหรับเสี่ยเล้งแล้วปรียา เป็นผู้หญิงที่ทำผิดซ้ำๆ
ทั้งที่เขาไม่ชอบคนแบบนี้ ลูกน้องในโรงงานหากทำผิดซ้ำๆ
เขาจะไล่ออกทันที

แต่ในเรื่องราวของชีวิต
เสี่ยเล้งกลับเลือกปรียา ผู้หญิงที่ทำผิดซ้ำๆ
เพราะเขารู้ดีว่า ผู้หญิงคนนี้จะทำผิดอย่างไรอีก
และเขายอมให้อภัยเสมอ เพราะความรัก

ชอบมาก ชอบมากจริงๆ ที่เสี่ยเล้งพูดในพิธี
ถามว่าจะเลืิอกใครระหว่างคนที่ทำผิดซ้ำๆ จนเรารู้ว่ามีเรื่องอะไรบ้างที่เขาจะทำผิด
กับคนที่เราไม่เคยรู้เลยว่าเขาเป็นยังไง และจะทำอะไรผิดต่อเรา

ในเวลาเจ็ดปี ทำให้ผู้ชายคนนี้มั่นใจในผู้หญิงคนนึงได้
เพราะให้อภัยได้เสมอ
ในขณะที่ผู้หญิงคนหนึ่ง กลับไม่แน่ใจในตัวผู้ชายคนนึง
เพียงเพราะเขาไม่เคยพูด ไม่เคยบอก สิ่งที่คิดและรู้สึก

งดงามเหลือเกิน

...



คิดไปถึงเรื่องของออฟ
เราอาจเป็นที่ปรึกษาที่ไม่ดีเท่าไหร่
เราเข้าไม่ถึงเรื่องความรู้สึกอะไรพวกนี้แล้ว
แต่เรามั่นใจว่า สิ่งที่เราบอกเพื่อให้ออฟเบาใจ
ออฟจะเข้าใจว่าทำไมเราถึงบอกไปแบบนั้น

เราเชื่อว่าเพื่อนรู้ ชีวิตต้องดำเนินอยู่บนการงาน
และภาระที่เจออยู่ ซึ่งภาระทางนั้นล้นเหลือและหนักบ่าหากเป็นเราที่ต้องเจอ

มันอาจจะดีกว่าถ้าเพื่อนได้พบคนที่เข้าใจและยอมรับกันได้
บนความห่างไกลที่ตัวของคนที่รักกัน ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดติดกัน
แต่เราก็หวังใจว่า ความห่างในระยะของคนที่รักและห่วงใยกันแบบนั้น
จะทำให้เขาทั้งสองรู้ซึ้งว่า หัวใจในความรู้สึกมันมีน้ำหนักมากกว่า
การที่จะเลิกกันเพราะคำว่าอยู่ห่างไกลกันอย่างวันนี้

เราเพิ่งเข้าใจก็วันนี้เอง ที่เขาบอกกันนักหนา
ว่าเรื่องความรักมันต้องใช้หัวใจ อย่าใช้เหตุผล
ยังไงก็ดี เราคงไม่สามารถทำได้

หรือไม่เรายังคงไม่เจอคนที่เรารักและพร้อมยอมจริงๆ



๒๙ มีนาคม ๒๕๕๖



Thursday

day 227 | kunjair


ทุกคนดูจะมีหนทางการใช้ชีวิตเป็นของตนเอง
ฉันเองก็เช่นกัน
...



ยังคง sitting, waiting, wishing
อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
...



เราเชื่อเสมอว่า
ถ้าหากทำไม่ได้อย่าป่าวประกาศเลยจะดีกว่า
และถ้าคิดจะพูดแล้วก็ขอแบบโจ่งแจ้งและจริงใจ


อาจเป็นเพราะเราเป็นคนไม่มีความลับ
และไม่ชอบเรื่องราวที่ลึกลับซับซ้อน
จริงอยู่ที่เราควรมีความคิดหลายมิติมุมมอง
แต่ถ้ามีหลายมิติการกระทำก็รู้สึกว่ามันจะยากเกินไป
ที่จะมาทำความรู้จักและสานสัมพันธ์


ขอตรงๆ ไม่ต้องอ้อม
เพราะเราพิสมัยเรื่องราวที่จบในตอน
...



อย่าใช้ชีวิตให้มันลำบากยุ่งยากนักเลย
แค่โจทย์ง่ายๆ ก็วุ่นวายและหดหู่ทะลุมิติกันพอแล้ว




kunjair

day 227 | tiwayo



เข้าสู่ปี 2556 ได้สามเดือนแล้ว แต่ฉันก็ยังเผลอเขียนลงวันที่เป็นปี 2555 อยู่เรื่อย
หรืออาจเป็นเพราะฉันยังจมอยู่กับวันเก่าๆ ปีเก่าๆ ไม่ก้าวไปข้างหน้าตามวันเวลา




28 มีนาคม 2556 แล้วนะ

day 227 | rungkarn




วันนี้ตอนเย็น เพิ่งได้ฤกษ์เอากุหลาบทั้งสองต้นลงกระถางใหม่
ทั้งที่ซื้อกระถางมาเกือบสองสัปดาห์ได้แล้ว ฮ่าๆ
อากาศร้อนจนปวดหัว อากาศร้อนจนง่วงได้ตลอดทั้งวัน
อากาศร้อนจนเราได้นอนกลางวันติดมาสามวันแล้ว
ตื่นมาก็ปวดหัว ไม่ชอบเลย

จะพยายามไม่นอนกลางวัน
ต้องดื่มน้ำเยอะๆ ช่วยกันล่ะงานนี้

อ่านหนังสือของคุณหนุ่มเมืองจันท์จบไปสองเล่ม
อีกเล่มแบ่งให้เพื่อนเอาไปอ่านก่อนตั้งแต่วันที่ซื้อ
ศุสานอ่านได้นิดเดียวก็เอาให้พี่อ่านไปก่อน

วันนี้ได้หยิบนิยายขึ้นมาอ่าน
วันก่อนบอกน้องมุ่ยไปว่า
ชีวิตจริงหัวใจไม่มีความหวาน
ขอเติมความหวานด้วยการอ่านนิยายก็แล้วกัน ฮ่าๆ

มาถึงวัยนี้ เวลาซื้อหนังสือ
จะตั้งใจหาเวลาอ่าน ไม่เก็บค้างเติ่งไว้นานเหมือนเมื่อก่อน
และไม่ซื้อฟุ่มเฟือยเหมือนเมื่อก่อนด้วย

ดีใจที่แบ่งเวลาอ่านหนังสือให้ตัวเองได้
น้าเคยดุเราเมื่อไม่นานมานี้
ว่าเราควรหาเวลาให้ตัวเอง อย่าเอาเรื่องในบ้านเก็บมาเครียด
เดี๋ยวแก่มากไปกว่านี้(เพราะหน้าแก่อยู่แล้ว) ฮ่าๆ
เหมือนน้าจะห่วงแต่ก็แอบแขวะอยู่เหมือนกัน เฮอะ!

...



มีอารมณ์คิดถึงใครบางคนแผ่วๆ
ไม่ได้รู้สึกไม่ดีที่คิดถึง
แม้ตอนที่เราเลือกหลีกมาและจบวันนั้น
เราจะรู้สึกแย่และผิดหวังมากก็ตาม

แต่ความคิดถึงในวันนี้ มันเป็นคล้ายลมอุ่นๆ
ให้เรารู้ว่าเราเคยมีความรัก และเรากับเขาต่างเคยเดินมาเจอกัน

คงเหมือนกับที่นิ้วกลมเคยพูดไว้
บางความสัมพันธ์อาจจบไม่สวย
แต่พอเป็นความทรงจำมันช่างหอมหวานเหลือเกิน

อาจจะไม่เป๊ะตามที่นิ้วกลมเคยว่าไว้
แต่ก็ประมาณนี้

:)



๒๘ มีนาคม ๒๕๕๖



day 227 | patawee



๒๘ มีนาคม ๒๕๕๖ พฤหัสบดี





๑. ซื้อชุดใหม่มา อะโหว นี่เหมือนไม่ใช่ตัวเราเลย ดูภูมิฐานเกินไป ๕๕๕๕
๒. เมื่อวานที่คุยกับออมตื่นเต้นและตื่นกลัวมาก รู้สึกมีอะไรต้องทำเยอะแยะไปหมด
แต่ตอนนี้กลับชิลล์มาก รู้สึกเฉยๆจนเหมือนเฉยชา
๓. คุยกับธนาเมื่อวานนี้ เออ ดีแฮะ มันทำให้เรารู้สึกดีขึ้น
๔. นั่งอ่านสิ่งที่ควรอ่านอยู่ บอกตัวเองว่าอย่าลืมเรื่องประชาคมอาเซียนด้วย
๕. วันนี้ที่ทำงาน นั่งเขียนเรื่องประเพณีโฮมบุญแห่กระธูปจนเสร็จ :)
๖. ส่วนพรุ่งนี้จะเขียนสกู๊ปแห่ครัวทานและปกากะญอที่อ.ลี้ จ.ลำพูนแล้ว อันนี้ต้องทำให้เสร็จ!
๗. ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างทุกคน
๘. ขอให้เราโชคดี วิชมีลัค (อีกสักครั้งนะ)


Wednesday

day 226 | rungkarn




ยิ่งโตเรายิ่งจำขึ้นใจ กับสิ่งที่แม่เคยบอกไว้
ว่าให้เลือกมองความดีของคนอื่นๆ
บางทีเหมือนตัวเองตกอยู่ในห้วงใจมืดดำ
แต่ยังดีที่มีสติพอบอกตัวเองให้ตื่นขึ้นมาได้
อย่าไปคิดมาก อย่าไปยึดติดกับอารมณ์ชั่วครู่
อย่าไปยึดถือเอาการกระทำคนอื่นมาทำให้ตัวเองมัวหม่น
เพราะเราเองก็ไม่ได้ดีเด่ไปกว่าใคร

ตรงกันข้าม เราเห็นเขาไม่ดี
เขาเองก็กำลังคิดว่า เราก็ไม่ได้ดีสำหรับเขาเช่นกัน
ภายในไม่มีใครล่วงรู้ได้ นอกจากตัวของตัวเอง



๒๗ มีนาคม ๒๕๕๖


day 226 | tiwayo

ช่วงนี้...

ร้อนมาก

ติดกาแฟมาก

ดื่มโค้กบ่อยมาก

เขียนหนังสือได้บ้าคลั่งมาก

อ่านหนังสือเยอะมาก

แม่บอกว่าทำอาหารอร่อยกว่าเดิมมาก

มิกกี้ติดฉันมาก

ฟังเพลงเยอะมาก

ดูหนังเยอะมาก

และ...อยากเจอเธอมากๆ เลย...ยัยป้าแก่


27 มีนาคม 2556




day 226 | patawee




27 มีนาคม 2556 
วันพุธที่โลกสดใสเหลือเกิน <3





กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

THANK YOU SO MUCH.
I WILL DO MY BEST 
TO MAKE YOU ALL BELIEVE IN ME.

THANK YOU SO MUCH FOR GIVING ME A TRY.

สอบผ่านข้อเขียนแล้วนะคะ
เสาร์นี้สัมภาษณ์
จะทำให้เต็มที่ ดีที่สุด :)

ปล. ขอบคุณพ่อแม่ที่เชียร์ 
ขอบคุณกันที่บอกข่าวดี 
ขอบคุณออมที่ช่วยติวเป็นอย่างดี
รักทุกคนมากๆ ทุกคนดีต่อเราเหลือเกิน...

Tuesday

day 225 | rungkarn







ตอนนี้คำถามว่า ยังทำขนมอยู่อีกมั้ย
ยังทำเบเกอรี่อยู่อีกเหรอ ทำให้เรายิ้มละไม

ยิ้มเพราะได้พิจารณาตัวเองไปด้วย
ว่ามาถึงวันนี้ได้ยังไง
แอบภูมิใจกับตัวเองแค่คนเดียวว่า
เรายังคงตั้งมั่นและตั้งอยู่กับสิ่งที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ย้ายกลับมาอยู่บ้าน

และคำว่า ขนมอร่อย
ทำให้หัวใจเราพองโตได้มาก
ยิ่งกว่าตอนมีความรักซะอีักนะ


วันนี้บอกได้แค่ว่า
ถึงจะเหนื่อยแต่ก็มีความสุข
ส่วนความล้าและความง่วงจากการได้นอนน้อย
บอกเราได้ดีว่าเราควรพักผ่อนได้แล้ว

นัดกับน้องคุณไว้แล้วว่าพรุ่งนี้เช้าปลุกอาแอ๊ะด้วยนะ
พรุ่งนี้จะอยู่ระบายสีและทำแบบฝึกหัดจากหนังสือที่ซื้อมาให้กันต่อ
น้องคุณพูดว่า ก็อาแอ๊ะล็อกประตูเข้าไปไม่ได้
ก็เลยบอกไว้ว่า งั้นคืนนี้อาแอ๊ะจะไม่ล็อกประตู
พรุ่งนี้น้องคุณปลุกอาแอ๊ะด้วยนะ

ตกลงกันไว้แบบนี้
กะว่าจะนอนตื่นสายไปเล้ย
ถ้าเหมือนทุกทีที่อยากตื่นสาย
ก็ได้แค่หกโมงครึ่ง ไม่เกินเจ็ดโมง
และก็มานึกออกว่า ไม่ได้รดน้ำต้นไม้เลย
เวรของกรรม


สัปดาห์นี้แอมกับแม่ออกเที่ยว
สัปดาห์หน้าพี่กับครอบครัวออกเที่ยว
สัปดาห์ต่อไปอีก เรากำลังลุ้นกับตัวเองอยู่ว่า
จะออกเที่ยวหรือเปล่า

ขอให้ผ่านคืนนี้ไปก่อนแล้วกันนะ
ง่วงเหลือเกิน



ราตรีสวัสดิ์
๒๖ มีนาคม ๒๕๕๖, ๒๒.๐๐ น.




day 225 | patawee


26 มีนาคม 2556 อังคาร
วันที่ปล่อยใจ

เมื่อคืนหลังจากดราม่า
ก็โทรไปหาเอฟ
คุยอยู่นานสองนาน
ได้อะไรเยอะมาก

ซาโตริ
ตาสว่าง

เอฟทำให้คิดได้ว่า
1.เราต้องหัดปล่อยวาง
2.เราต้องรู้ว่าอะไรสำคัญสำหรับชีวิต
3.เราต้องจัดลำดับความสำคัญของสิ่งต่างๆได้
4.เราต้องนึกถึงพ่อแม่ให้มาก
5.เราต้องออกไปเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆเสียบ้าง
6.เราต้องอยู่อย่างมีเป้าหมาย
7.เราโตเกินกว่าจะมาเสียเวลากับสิ่งเหล่านี้แล้ว

ขอบคุณมากๆที่ทำให้เราตาสว่าง
เรายังเด็ก และอ่อนหัดเหลือเกิน
มีอีกหลายเรื่องที่เราต้องเรียนรู้
โลกนี้ยังมีบททดสอบอีกมากมายรอเราอยู่
ถ้าเราไม่เข้มแข็ง รวมทั้งไม่รู้จักปล่อยวาง
เราก็จะเป็นทุกข์ไปตลอดชีวิต

ปล. เรานึกถึงหนัง Up In the Air
ยิ่งเราโตขึ้น เรายิ่งต้องรู้จักปลดสัมภาระที่เป็นภาระออกไปจากชีวิต
นี่เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ
ถ้าเรายังปลดไม่ได้ แล้วเราจะเดินต่อไปข้างหน้าได้อย่างไรกัน

ปล.2 ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นมาก โปร่ง โล่ง สบาย
บางทีเราก็ต้องการแค่นี้ ใครสักคนที่จะสะกิดเราให้ตื่นมามองความจริง
คนที่ฉุดดึงเราขึ้นมาจากหล่มความเพ้อฝันและจินตนาการ

ปล.3 พรุ่งนี้แล้ว พรุ่งนี้แล้ว พรุ่งนี้แล้ว
แต่ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร เราพร้อมจะยอมรับและเข้าใจ
ถ้าเราพลาด เราจะไม่โทษใคร รวมทั้งไม่กล่าวโทษตัวเอง
เพราะเรามั่นใจว่าเราได้ทำเต็มที่ ดีที่สุดแล้ว
แต่เราก็ยังหวังว่าเราจะโชคดี...


ขอให้ฉันโชคดี

day 225 | tiwayo

คลื่นไส้

อารมณ์แบบว่า กุมิไหวจะเคลียร์มาก


ถ้าอ้วกออกมาจริงๆ คงมีแต่น้ำหมึก ตัวอักษร อะไรทำนองนี้

หมกมุ่นอยู่ได้ทั้งวันทั้งคืน...จู่ๆ ก็เกิดอาการอยากอ้วกจริงๆ ให้ตายเถอะ

เราคงต้องพักสายตา


เงิบ
(แวะมาบ่น)

Monday

day 224 | patawee



เราเสียใจ
เรารู้ว่าอ้อไม่เจตนา
แต่ว่าเราก็ยังเสียใจ

ไม่ว่าเรื่องจริงจะเป็นยังไง
ใครเริ่มต้น ใครชวนใคร
แต่ในเมื่อผลลัพธ์อยู่ตรงหน้า
ระหว่างทางที่ผ่านมาก็ไม่มีความหมาย

ความรู้สึกี่เสียไปแล้วก็เช่นกัน
ทำยังไงก็เรียกกลับคืนมาไม่ได้

เรารู้ว่าวันหนึ่งเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้น
แต่เราไม่รู้เลยว่าเราจะรู้สึกผิดหวังได้มากกว่าเสียใจ
และคงจะผิดหวังยิ่งกว่า ถ้าเขาเป็นคนเริ่มต้น

เราเชื่อมาเสมอว่า แม้เราจะตัดขาดจากกันไปแล้ว
แต่เราจะยังคิดถึงจิตใจกันเสมอ
เราจะไม่ก้าวก่ายส่วนที่ทำให้เขาเดือดร้อน
และเขาก็คงจะไม่ก้าวล้ำเข้ามายังส่วนที่ทำให้เราต้องทุกข์ใจ
แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เราต้องกลับมาคิดใหม่
หรือแท้จริงแล้วไม่มีคำว่าคิดถึงจิตใจ
สำหรับคนที่กลายเป็นเพียงคนแปลกหน้า

สำหรับอ้อ
ถึงเราจะรู้ว่าอ้อไม่เจตนา แต่ว่าเราก็ยังผิดหวัง
เมื่อต้องเลือกเขากับเลือกเรา อ้อเลือกเขา
เมื่อใครสักคนหนึ่งจำเป็นต้องถอยออกไป
อ้อเลือกให้คนๆนั้นเป็นเรา

เราเป็นเพื่อนรักกันไม่ใช่หรือ
อ้อไม่ได้เห็นใจเราหรอกหรือ
ความเจ็บช้ำที่เราเคยไว้วางใจเล่าให้อ้อฟัง
มันไม่ทำให้อ้อเลือกจะยืนหยัดอยู่เคียงข้างเราเลยหรือ

เรารู้ เราเข้าใจ มันเป็นคนละส่วนกัน
ทำไมเราจะสนิทกับคนทั้งสองคนที่แตกหักแยกทางกันไปแล้วไม่ได้
ไม่มีกฏในโลกนี้ข้อไหนบัญญัติไว้
เรารู้ดี แต่เราก็ยังเสียใจ
ว่าเมื่อถึงเวลาที่ต้องเลือก อ้อก็ยังเลือกเขา
ทั้งๆที่เราก็ยังอยู่ตรงนี้

อ้อเลือกไม่บอกเรา เพราะกลัวเรารู้สึกไม่ดี
แต่การที่เรารู้เรื่องนี้จากคนอื่น จะยิ่งไม่ทำให้เรารู้สึกไม่ดียิ่งขึ้นหรือ
แล้วถ้าหากเราไม่รู้อะไรเลย รู้อีกทีหลังจากเหตุการณ์นี้ผ่านไปแล้ว
เราจะไม่ยิ่งเจ็บปวดเสียใจมากไปกว่านี้หรือ

เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่หรือ
เราเป็นเพื่อนรักกันไม่ใช่หรือ
สิ่งที่ถูกต้องหรือสิ่งที่ผิดมันไม่มีหรอก
แต่ถูก-ผิด มันก็เป็นคนละเรื่องกับควร-ไม่ควร นี่นา

ช่างเถอะ
ท้ายที่สุด เราก็ได้แต่บอกตัวเองว่า
ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นจากการตัดสินใจของเราเอง
เกิดขึ้นจากการกระทำของเราเอง
ในเมื่อเราได้ตัดสินใจไปแล้ว
เราก็ต้องยอมรับทุกอย่างที่ตามมา
ไม่ว่าเราจะเจ็บแค่ไหนก็ตาม


25 มีนาคม 2556 จันทร์

Sunday

day 223 | rungkarn







ยิ่งออกไปดูโลกที่กว้างกว่าบ้าน
โลกที่กว้างกว่าห้องสี่เหลี่ยม
โลกที่กว้างกว่าในสมองที่รับและรู้อยู่ทุกวัน
ฉันจึงยิ่งตระหนักได้ว่า
มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ฉันนึกขอบคุณ
แต่มีคนเพียงไม่กี่คนที่ฉันต้องการจะขอบคุณและบอกรักซ้ำซ้ำ
ไม่กี่คนที่มีน้ำจิตน้ำใจ มีความหวังดี รวมถึงกำลังใจของเขา
ยังคงเคียงใจเพื่อหนุนนำชีวิตที่บันดาลเองของฉัน
และสิ่งดีดีเหล่านั้นยังคงอยู่ในช่องว่างของมิตรภาพดีดีที่ยาวนานแบบนี้

โชคดีไม่น้อยเลย :')



๒๔ มีนาคม ๒๕๕๖, ๑๘.๓๕ น.




day 223 | patawee


วันนี้ครึ่งเช้าก็คล้ายเมื่อวานเลย
หมกตัวอยู่ในห้อง ไม่ออกไปไหน แต่งรูปเล่น เล่นเน็ตไปเรื่อยเปื่อย

ตอนบ่ายอยู่ๆอยากดู Wish Us Luck เลยชวนก้อยไป
แต่กะไปกินติมให้หวานเย็นชื่นใจกันก่อน
เลยนัดกันที่เทอร์มินอลตอนสามโมงครึ่งถึงสี่โมง
กินข้าว กินติม เดินเล่นดูโน่นดูนี่

กินไปกินมาเดินเล่นเรื่อยเปื่อยเฉื่อยแฉะจนเลยเวลา
จะไปขึ้นรถก็ขึ้นรถผิดฝั่งซะงั้น
งอนตัวเอง เลยเปลี่ยนใจไปลงพร้อมพงษ์แทน ไม่ไปดูมันละ Wish Us Luck
เข้าสวนเบญ เดินเล่นซึมซับบรรยากาศสวนสวยกลางกรุง
ไปเห็นเขากำลังเต้นแอโรบิกกันอยู่ก็อยากเต้นๆบ้าง
ชุดที่ใส่มาก็ให้กับการออกกำลังกายมาก
เราสองคนก็เลยเข้าไปรวมแจมด้วยซะงั้น
เต้นอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงจนเขาเลิกแล้วเราก็เดินเล่นต่อ
สักพักทนเหม็นตัวเองไม่ไหวเลยเข้าเอ็มโพเรียม

ไป TCDC โชคดีมาก ตอนนี้มีนิทรรศการเรื่องรถไฟชินคันเซ็น
ตื่นตาตื่นใจ น่ารักน่าขึ้นมาก เห็นแล้วทึ่ง
หันกลับมามองรถไฟบ้านเรา อืม มันก็ยังมีเสน่ห์น่ะนะ
แต่เรื่องความสายเนี่ย ไม่ขอให้เป็นเสน่ห์ที่อนุรักษ์ไว้ตั้งแต่ร.5มาถึงตนนี้จะได้ปะ
แล้วก็ออกมาข้างนอก มีนิทรรศการภาพถ่าย Street Art จากศิลปินทั่วโลกด้วย
สวยเก๋มากๆ บางรูปมันเป็นธรรมชาติมากๆ สวยแบบไม่ต้องปรุงแต่งอะไรเลย
ดูได้เรื่อยๆ เพลินมากๆ มีความสุขจัง

จาก TCDC ก็ไปเดิน Shop ของที่นี่แหละ ของน่ารักทั้งนั้นเลย แต่ก็ราคาแพงเว่อร์
ลงบันไดเลื่อนไปเดินคิโนะ ยังคงอยากได้หนังสือนิทานของแอนเดอร์สัน
แต่วันนี้เห็นเล่มขนาดกะทัดรัด ไม่แพงหูฉี่ราคาพันกว่าเหมือนเล่มที่เล็งไว้ตอนแรก
ก็เลยชั่งใจว่าจะเอาไงดี จะซื้อเล่มไหนให้ หรือที่จริงก็ไม่จำเป็นทั้งคู่?

เดินเล่นจนห้างปิด ก็ลงไปเดินข้างล่าง
เข้าซอยสุขุมวิท 33 ร้านรวงปิดเกือบหมดแล้ว
แต่ดีที่ห้างฟูจิ (ซูเปอร์มาร์เก็ตของคนญี่ปุ่น) ยังไม่ปิด
เข้าไปช็อปปิ้งขนมนมเนยของญี่ปุ่น
เดินวนอยู่ในนั้นกันได้เป็นชั่วโมงโดยไม่เบื่อเลย :)

เดินจนซูเปอร์มาร์เก็ตก็จะปิดอีก ก็มันสี่ทุ่มแล้วนี่หว่า
ก็เลยต้องจำใจเดินออกมา
เดินเล่นคุยกันไปเรื่อยเปื่อย อยู่ดีๆก็พบว่าตัวเองอยู่ใกล้แยกอโศกเข้าไปทุกทีๆ
เลยตัดสินใจว่าเดินไปต่อบีทีเอสกะใต้ดินอะไรที่อโศกเลยแล้วกัน
ก็เลยพากันเดินเล่นยามค่ำคืน
ผ่านแสงสีในส่วนที่เจริญมากที่สุดส่วนหนึ่งของกรุงเทพฯ
ตอนกลางคืนอากาศดี ลมพัดเย็นสบาย
มองแสงสีแสงไฟเพลินๆ คุยกันไปเพลินๆ มีความสุขมาก
ขอบคุณจริงๆที่ยังอยู่ตรงนี้เพื่อเราเสมอ

ขอบคุณจริงๆ
ขอบคุณจริงๆ
ในวันที่เราไม่เหลือใคร เรารู้เสมอว่าเรายังมีเธอ


ปล. คำชวนไปเที่ยวนครวัดเดือนหน้าจากพี่กุ้งทำให้เราเสียใจ
ถึงเราจะอยากไป เราก็ไปไม่ได้
เรารู้ เช่นที่ทุกคนรู้ ว่าสำหรับสถานการณ์อย่างนี้
ถ้ามีใครสักคนจำเป็นจะต้องถอย คนๆนั้นก็จะเป็นเรา
มันเป็นอย่างนั้น และต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว
ส่วนเหตุการณ์แบบนี้เราก็ทำใจไว้แล้วว่าวันหนึ่งมันต้องเกิดขึ้น
ไม่เร็วหรือช้า เราก็จะต้องเสียใจกับเรื่องพรรค์นี้
เรารู้ ยังมีบททดสอบอีกมากมายรอเราอยู่ข้างหน้า
เราเพียงแต่ไม่รู้ว่าเราจะรับมือมันได้มากแค่ไหน




day 222 | kunjair


"having a rough day?
place your hand over your heart.
feel that?
that's called purpose.
you are alive for a reason.
don't give up."


enjoy the lazy sunday :)




kunjair

Saturday

day 222 | patawee



หมกตัวอยู่ในห้องทั้งวัน
นอน เล่นเน็ต ดูหนัง ฟังเพลง
สปอยล์ตัวเองได้สะใจมากๆจริงๆ

23 มีนาคม  2556 เสาร์

day 221 | kunjair





Friday

day 221 | patawee


22 มีนาคม 2556 ศุกร์
โดดงาน ไปหาเอฟตอนกลางวันที่ที่ทำงาน
กินก๋วยเตี๋ยวเจ กินทองหยิบ
แล้วก็ไปเดินเล่นคิโนะที่สยาม ต่อด้วยที่อิเซตัน
เข้าร้านหนังสืออย่างบ้าคลั่งมาก
อยากได้หนังสือเทพนิยายของฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน
แต่กำลังชั่งใจอยู่...
บางทีมันอาจจะไม่จำเป็นอีกต่อไป

ปล.วันนี้สมัครไวไฟของหอแล้ว เน็ตเร็วปรี๊ดเลย

day 221 | rungkarn



กลับมาตั้งแต่เมื่อวาน
ยังมีความรู้สึกอยากนอนอยู่เลย
แล้วน้าก็มีทริปยั่วยวนใจในเดือนหน้ามาล่้อกันอีกแล้ว
จะรอดมั้ยล่ะนี่

พรุ่งนี้จะเข้าไปหาเบิร์ดที่มอ. จะเข้าไปคุยเรื่องออกแบบงาน
แล้วเบิร์ดก็ชวนสูดอากาศที่น้ำตกตั้งแต่เช้าวันอาทิตย์
เสาร์อาทิตย์นี้คาดว่าได้ทั้งงานและเที่ยวเล่น

เมื่อคืนเห็นสายไม่ได้รับ
โทรกลับก็เบาใจที่ว่าเป็นเรื่องออเดอร์ขนม
ยอมรับว่าโล่งใจมากที่สุด

ความผิดพลาดวันนั้นตามหลอกหลอน
กังวลทุกคืนก่อนที่จะหลับตาลงได้
หรือต้องคิดและพิจารณาให้ดีจริงๆ ซะแล้ว
ว่าตัวเองสามารถทำสองอย่างควบคู่กันไปได้จริงๆ น่ะหรือ

บางที ชีวิตมันเพิ่งเริ่มต้นก็ได้นะ
การเริ่มต้นเลยไม่แปลกที่จะล้มลุกคลุกคลาน
ใช้ชีวิตสิบวัน ล้มไปเสียเก้าวัน เราก็จะไม่เสียใจ

อย่างน้อย ให้ที่ใจมันมีภูมิคุ้มกัน
ให้ชีวิตมันได้รู้จักหลบหลีกเลี่ยงในหนทางข้างหน้าได้
คุ้มที่สุดแล้ว

รู้ว่าทางข้างหน้ามันต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้น
แต่บ่อยหนก็ไม่รู้สึกกลัว ไม่รู้จะต้องกลัวอะไรด้วยล่ะมั้ง
เพราะความสุขง่ายๆ หาได้ไม่ยากเลย

หรือไม่ ที่พูดถึงได้แบบนี้
เพราะกำลังข่มความกลัวในตัวเองอยู่ก็เป็นได้ ฮ่าๆ



กลื่นฝนโชยมาแตะจมูกแล้ว
นี่แหละที่ปรารถนาในเวลาแบบนี้

๒๒ มีนาคม ๒๕๕๖, ๑๕.๒๑ น.



Thursday

day 220 | patawee


21 มีนาคม 2556 พฤหัสฯ

กลับมาถึงกรุงเทพแล้วค่ะ
ตอนค่ำๆ
ทำงานจนถึงตอนเที่ยง ตอนบ่ายๆก็เลี้ยวเข้าชลบุรีแวะส่งพี่แนนลงที่บ้าน
แล้วพวกเราที่เหลือก็ตีรถเข้ากรุงเทพฯ
กว่าจะมาถึงก็ค่ำแล้วแหละ
แต่นั่นก็ไม่ได้ห้ามเราจากความพยายามในการไปดูหนัง ฮาๆ
นัดเพื่อนสองทุ่มแล้วรีบเอาของมาเก็บแล้วรีบโดดขึ้นรถไปลิโด้
ดู Side Effect สนุกดีนะ ตื่นเต้นอยู่พอสมควร
เอ๊ะ แต่มาคิดๆดูหลังๆมานี้เราดูหนังจิตๆหม่นๆติดกันหลายเรื่องเลย
Silver linings playbook, Amour, Side Effect เห้อ แต่ละเรื่อง...

Wednesday

day 219 | patawee



20 มีนาคม 2556 พุธ

คืนที่สิบ คืนสุดท้ายในตราดแล้ว
พรุ่งนี้จะกลับสู่ความเป็นจริงแล้ว
ไม่น่ามาเห็นอะไรที่ทำให้เสียใจเลย
ทำไม ทำไม ทำไมต้องเป็นแบบนี้
ตราบที่เรายังต้องเกี่ยวข้องกับคนเหล่านี้อยู่
เราก็เลี่ยงสิ่งที่เราหนีไม่ได้

วันนี้ตื่นแล้วก็ไปเก็บงานให้พี่นัท
ไปป่าชายเลนสองที่ ไปอนุสรณ์สถานราชนาวี
แล้วตอนบ่ายๆเย็นๆก็ไปรับหนุ่มๆ
แล้วก็ไปเที่ยวสวนสละกันที่บ้านท้ายวัง
แล้วก็กลับมานอนเอสเอในตัวเมืองตราด
กินข้าวที่ตลาดโต้รุ่ง

พรุ่งนี้จะกลับแล้ว...
พอถึงเวลานี้ ก็ยังไม่อยากกลับเลย
กลับไปแล้วก็ต้องฟุ้งซ่าน
อย่าฟุ้งซ่านเลยนะ อย่าเลย

day 219 | rungkarn



เมื่อวานนั่งกินข้าวกับน้าๆ และน้องๆ
มาดูมือถืออีกที ลูกค้าโทรมาแปดสาย
ปลีกตัวโทรหา แล้วไฟล์ภาพก็มีปัญหาจริงๆ

ทีแรกไม่คิดว่าจะอัดขยายใหญ่ขนาดนั้น
แต่มันไม่สมบูรณ์แบบที่ไฟล์ภาพที่เขาเลือกอยู่แล้ว
ถูกรางวัลที่หนึ่ง โดนภาพนั้นเต็มๆ และเราก็ผิดอย่างยอมรับโดยดี

พอเราบอกอยู่ต่างจังหวัด
กลับอีกทีวันศุกร์ ซึ่งเป็นวันจัดงานของเขาพอดี
ทางนั้นก็บอกจะแก้ปัญหาด้วยการเลือกรูปอื่นแทน

เราชั่งใจตั้งแต่ตัดสินใจมาแล้ว
การรอสามวัน ให้เขาเป็นฝ่ายโทรมาบอกว่าอัดขยายแล้วมีปัญหาหรือเปล่า
เพราะวันที่ส่งงานก็สั่งไว้มีปัญหาอะไรให้โทรบอกได้่

วันที่่ตัดสินใจมาสุราษฎร์ เลยเป็นช่วงที่คิดว่า
เขาไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเพราะเงียบไม่มีติดต่อเลย
มาติดต่อเอาวันที่เราไม่อยู่กับงาน และไม่ได้เอางานติดตัวมาด้วย

กลับมานั่งที่โต๊ะ แบบใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
แต่ก็ปล่อยเพราะทำอะไรไม่ได้
ให้เรากลับไปแบบด่วนทันทีเพื่อส่งเราก็ไม่ทำแล้วล่ะ
แต่เราจะเก็บไว้เป็นความผิดพลาดที่หนักมากสำหรับวันนี้
เก็บเตือนใจเอาไว้แก้ไขในครั้งต่อไป

คืนที่ผ่านมา กระวนกระวายกว่าจะนอนหลับลง
นั่นก็มากพอแล้ว
ตอนนี้เราควรปล่อย มันก็เป็นเช่นนั้นเอง

อีกแง่นึง เราคงดูเหลวไหลมากเลย
แต่ ณ ตอนนี้เราอยากจะคิดเข้าข้างตัวเองว่า
เราทำเต็มที่แล้ว



๒๐ มีนาคม ๒๕๕๖, ๒๐.๔๒ น.



Tuesday

day 218 | patawee



19  มีนาคม 2556 อังคาร
วันนี้เก็บงานแถวแหลมงอบ แล้วก็รอรับพี่ดาวกับพี่ปัง
จากนั้นตอนบ่ายก็ไปส่งหนุ่มๆไปนอนที่โฮมสเตยืบ้านห้วยแร้ง
ส่วนพวกเราก็ไปเก็บงานที่เหลือกันต่อ
ไปหาดทรายแก้ว ทรายเงิน ทรายงาม อะไรพวกนี้

เช้านี้มีที่ประทับใจ
คือหาดตาลคู่ สวย สะอาด สงบ น่าเที่ยว
เจอฝรั่งกวาดหาดทรายอยู่ด้วย น่ารัก
อีกที่คือเพิงขายทุเรียนแถวคลลองใหญ่
แวะคุยกับยาย ยายน่ารักมาก ยิ่มแย้มแจ่มใสอยากเอาทุเรียนให้
คุยอยู่พักใหญ่ก็ไปทำงานอื่นต่อ ฟินน

สนุกๆๆ
คืนนี้ไปชิคชิคต่อที่ร้านแถวๆริมอ่าง
ซัดช้างไปด้วยดูลูกไม้หลากสีตอนจบไปด้วย
แล้วก็กลับมานอนม่านรูด
โอ้ว โรงแรมนี้มันม่านรูดจริงๆ สุดยอด ไม่คิดเลย
ผนังที่กั้นก้องนอนกับห้องน้ำเป็นฝ้าขุ่นที่มองเห็นตัวคนในห้องน้ำได้ชัดเจน
เอาไว้สำหรับการนั้นโดยเฉพาะ โหย น่ากลัวมาก สยอง

day 218 | tiwayo







สนพ.A
รอสัญญานานมากกกกกกกกกกกก รอนานจนเพลีย
สามเดือนผ่านไป สัญญาเพิ่งมา
จะเซ็นต์ชื่อแม่งตัวโตๆ เลย
สัญญาไป - เงินมา - หนังสือวาง - เสร็จงานเล่มนี้แล้วขอพักจิตพักใจสักครึ่งเดือน
ไม่แน่ใจว่าควรจะคบกับ สนพ.นี้ต่อไหม ทำให้เพลียจิตมาก

เจ้าหน้าที่ดูแลนักเขียนก็ติดต่อยากมาก จะถามความเคลื่อนไหวของต้นฉบับทีต้องรอเป็นเดือนกว่าจะรู้เรื่อง
อย่างกับส่งจดหมายคุยกัน

ทำไมตะเองไม่ดูแลความรู้สึกเค้ามั่งเลย เดี๋ยวก็หนีไปซบอก สนพ.อื่นซะหรอกนิ


งอน.



อังคาร
สิบเก้า มีนาคม ห้าหก

Monday

day 217 | patawee


จันทร์ 18 มีนาคม 2556
วันนี้กลับมานอนในเมืองแล้ว
ที่แหลมงอบ

ตอนเช้าก็เก็บงานที่เหลืออยู่ในเกาะช้าง
หาดทรายขาว แหลมไชยเชษฐ์ พระตำหนักกรมหลวงชุมพร ที่พัก แล้วก็ที่อื่นๆ
ตอนบ่ายก็ไปรับพี่นัทกะน้องอาร์มที่ฝั่งตะวันออก ที่บ้านสลักเพชร
ตอนเย็นไปเดินน้ำตกคลองพลู
แล้วก็ข้ามฝั่งกลับมานอนที่เมืองด้วยกันหกคน

เหนื่อย แต่ก็สนุกสนาน

day 217 | tiwayo




"คุณหนีจากเงื่อนไขงานประจำมา แล้วคุณก็มาสร้างเงื่อนไขอะไรก็ไม่รู้ที่มามัดคุณไว้ใหม่"
(จำมาจากคำพูดของใครสักคนในทีวี ซึ่งจำไม่ได้แล้วว่าใครพูด)


ประโยคนี้กระตุกหัวใจ ทำให้ฉันหันกลับมามองการใช้ชีวิตของตัวเองในตอนนี้

เอาเข้าจริงๆ แล้วเราก็ไม่ได้เป็นอิสระอย่างแท้จริงเลย



จันทร์
สิบแปด มีนาคม ห้าหก

Sunday

day 216 | rungkarn




ได้ดูหนังแจ๊คผู้ฆ่ายักษ์
ซึ่งตอนถึงเรื่องได้ยินว่า "แจ๊คผู้สยบยักษ์" ไปซะได้
การที่บุคลิกพระเอกในเรื่องคล้ายกับคนบางคนโดยบังเอิญ
ไม่ได้ทำให้ไขว้เขวเหมือนเมื่อปีก่อน
ที่ดูหนังบางเรื่องแล้วบังเอิญรู้สึกแบบเดียวกันเหมือนอย่างนี้

คงเพราะเราได้ให้อภัยเขาแล้ว
แม้บางที ความรู้สึกอาจจะยังไม่เข้าที่เข้าทางเท่าไหร่นัก
แต่ลมแบบนี้ก็เป็นแค่ลมอ่อนๆ
คงไม่มีทางก่อตัวโหมเป็นพายุได้เหมือนเดิมแน่ๆ
สุดท้ายมันก็ขึ้นอยู่กับตัวเองทั้งนั้นเลย

:)



อาบน้ำสระผมตั้งแต่ยังไม่สองทุ่ม
จำได้ดีใครๆ ก็บอกอาบน้ำตอนกลางคืนหัวเป็นเชื้อรานะ
แต่ไม่รู้ทำไม อยากจะให้ข้ออ้างถึงว่า
ช่วงกลางวันวุ่นวายและรีบร้อนบ่อย ฮ่าๆ
นี่ไงเขาเรียกว่าข้ออ้าง เพราะไม่มีน้ำหนักเป็นไปในทางที่เห็นควรได้

อ่านศุสานได้ประมาณสามหัวเรื่อง ปิดลงเพราะง่วง
หลับไปได้งีบนึงรู้สึกตัวว่าอิ่ม แต่ยังรู้สึกล้าอยู่
จากอากาศร้อนเจอแอร์ในห้างและผจญเมืองวันนี้

แล้วพบว่า เวลาสามทุ่มกว่าแบบนี้
ถ้าได้มาม่าร้อนๆ ลงท้องจะมีความสุขมาก
และแล้วก็ต้องทำให้สมดังความอยาก

พรุ่งนี้ยังไม่คุยกับตัวเองเลยว่าจะทำอะไรบ้าง
ขอแค่คืนนี้ได้รู้สึกเบาสมอง และโล่งหัวใจก่อนจะหลับก็พอ

และแล้วก็เปิดเป็นต่อไปพร้อมๆ กับ สูดเส้นมาม่าเข้าปาก :D




๑๗ มีนาคม ๒๕๕๖, ๒๑.๓๘ น.



day 216 | patawee


อาทิตย์
เก็บข้อมูลต่อฝั่งนี้
วันนี้พี่แกงมาแทนพี่กอล์ฟ คนขับรถ
ก็ตระเวนที่เที่ยวที่เหลือกับถ่ายโรงแรม
ประทับใจบ้านคลองสนมาก
คุณลุงจุ่นคนทำกะปิใจดีสุดๆ
คุณป้าเมียลุงสอยมะม่วงมาให้กินกับกะปิด่วย สวดยอดมากๆ รักเลย
วันนี้นอนที่ลากูนรีสอร์ท
แล้วคืนนี้ก็ดูโชว์ควงกระบองไหที่สบายบาร์
เล่นเก่งสุดยอด
นั่งดูกะพี่แนนพี่พงศ์
พี่พงศ์ถ่ายภาพนิ่ง ส่วนเราก็ถ่ายคลิปไว้เบาๆ

day 216 | tiwayo




วันอาทิตย์สุขสันต์ อยู่กับเด็กๆ มิกกี้จอมซนและน้องอิงดุ๊กดิ๊ก
เด็กสองคนนี้อยู่ด้วยกันต้องคอยเฝ้าระวังอย่าให้คลาดสายตา

มิกกี้เผลอไม่ได้ชอบตีหน้าน้องอิง มือเล็กๆ ตีหนัก
ตบป๊าบๆ จนอิงหงายเงิบเลย

น้องอิงก็เผลอไม่ได้ ชอบดึงผมมิกกี้จนหัวโยก

สองคนนี้ชอบแย่งตุ๊กตากัน
มิกกี้ดูเฮ้วๆ ท่าทางเก่งกาจ แต่เมื่อต้องต่อสู้เพื่อแย่งตุ๊กตากับอิงแล้วล่ะก็ อิงคำรามขู่แว๊กเดียวมิกกี้หัวหดรีบคลานมาหาน้ามุ่ยทันที

555

สนุกกับการเฝ้าดูเด็กสองคนนี้และแอบถ่ายวีดีโอเอาไว้ดูคลาดเครียด

เด็ก...น่ารัก...ในแบบของเด็ก



อาทิตย์
สิบเจ็ด มีนาคม ห้าหก

Saturday

day 215 | rungkarn




อาบน้ำสระผมให้หายเหนื่อยและคลายใจจากอารมณ์ขุ่นมัว
รู้สึกอยากฟังเพลงมากกว่าจะอ่านหนังสือหรือสวดมนต์ก่อนนอน
เปิดโน้ตบุ๊ค ดูภาพที่ถ่ายของวันก่อน

ภาพถนนที่เวลากดชัตเตอร์คิดถึงกุญแจอยู่เสมอ
เปิดเพลงที่พอเป็นกำลังใจให้ตัวเองก่อนนอนคืนนี้
สุดท้ายแล้วเลือกวนอยู่ที่เพลงเล่าสู่กันฟัง น้ำตาไหลไปกับเพลง

ในช่วงเวลาที่เรารู้สึกโดดเดี่ยวมาก
มันช่างดีเหลือเกินที่เรามองเห็นเพื่อนสักคน
ซึ่งเรามีคำไม่กี่คำ ก็คล้ายมองทะลุเข้ามาถึงหัวใจ

ความเหงาเป็นทั้งเพื่อน
และบางทีก็ไม่ปราณีต่อความทดท้อหดหู่ในบางหน

พรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว
เช้าวันใหม่ให้เราได้เริ่มใหม่อีกครั้ง



๑๖ มีนาคม ๒๕๕๖, ๒๑.๔๐ น.



day 215 | patawee



เสาร์ที่ 16 มีนาคม 2556
เก็บหาดฝัางซ้าย
นอนห้าใสรีสอร์ท
ใกล้ท่าเรือค่ะ
เมนส์มา ทรมานฝุดๆ

day 215 | tiwayo




เมื่อวานน้ามุ่ยเล่นฮูลาฮูบไปแล้ว
วันนี้คิดค้นวิธีที่จะทำให้หลานสาวหัวเราะได้อีกอย่าง
นั่นก็คือกระโดดเชือก

พอดีว่าซื้อเชือกกระโดดแบบดิจิตอลที่นับครั้งกระโดดให้อัตโนมัติมานานแล้วไม่ค่อยได้เอามาเล่นเลย
วันนี้ไม่ได้ออกไปวิ่ง ก็เลยเอาเชือกมากระโดดเป็นการออกกำลังกายในบ้านไปพลางๆ

ก็ตั้งใจว่าจะออกกำลังกาย...แต่บังเอิญหลานมันฮา ก็เลยเป็นผลพลอยได้

น้ามุ่ยกระโดดเชือก มิกกี้ก็จะหัวเราะเอิ๊กอ๊ากตามไปด้วย

วันนี้กระโดดได้ห้าร้อยกว่าครั้ง

มิกกี้ก็หัวเราะตลอดเวลาที่เห็นน้ากระโดดเชือก คิดดูแล้วกันว่ามิกกี้จะหัวเราะหนักแค่ไหน



----
น้ามุ่ยกระโดดเชือกมันตลกตรงไหน...มิกกี้หัวเราะเยอะเว่อร์?


เสาร์
สิบหก มีนาคม ห้าหก

Friday

day 214 | rungkarn




"อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน
และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด.."



day 214 | patawee



15 มีนาคม 2556
ศุกร์

วันนี้รอรับพี่พงศ์กับอาร์มที่ตัวเมือง
รวมทีมเป็นแปดคน
จากนั้นก็แบ่งทีมเป็นสามทีม
เราพี่แนนพี่พงศ์รับผิดชอบเกาะช้าง
โดยรถจะอยู่กับเรา เพราะเกาะอื่นรถไปไม่ถึง
เลยรวมพี่กอล์ฟคนขับรถเป็นสี่
พี่ปังพี่ดาวไปเกาะกูดเกาะหมาก
ส่วนพี่นัดกับอาร์มลงเกาะบริวาร
ไปเกาะหวาย มันนอก มันใน พวกนี้

วันแรกบนเกาะช้าง
ข้ามเฟอร์รี่มาตรงอ่าวธรรมชาติ มาถึงอ่าวสับปะรด
แล้วไปภูทะเล ที่พักย่านหาดคลองพร้าว
ฝนมาต้อนรับเราแบบเต็มสตรีม
หนักมาก ทางก็โหดมากจนเกือบเอาตัวไม่รอด

ใครกันบอกเกาะช้างทางน้องๆภาคเหนือ
เราขอยกให้เป็นตัวแม่ไปเลย

day 214 | tiwayo





ในสายตาของมิกกี้ มองเห็นน้ามุ่ยเป็น 'พี่สันฯ' (สันทนาการ)
เป็นคนที่ทำให้มิกกี้มีเสียงหัวเราะ

บางทีก็เห็นน้ามุ่ยเป็นเพื่อนเล่นเชียวล่ะ

ไม่ว่าน้ามุ่ยจะทำอะไรมิกกี้ก็หัวเราะเสมอ

บางทีแค่นอนหลับตา พอลืมตาขึ้นมา มิกกี้ก็หัวเราะจนตัวโยน (ตลกตรงไหนฟ้ะ)

วันนี้พี่สันฯ (น้ามุ่ย) ค้นพบวิธีทำให้มิกกี้หัวเราะได้อีกแล้ว
นั่นคือเล่นฮูลาฮูบ

เมื่อน้ามุ่ยเริ่มโยกตัวเล่นฮูลาฮูบ ฮึ่บๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
มิกกี้จะหัวเราะเอิ๊กอ๊าก หัวเราะจนหน้าแดง จนแทบหายใจไม่ทัน

หัวเราะก๊ากๆๆๆๆๆ ไม่รู้ว่ามันตลกอะไรนักหนา
หัวเราะอยู่นั่นล่ะ จนกระทั่งน้ามุ่ยเลิกโยกนั่นล่ะมิกกี้ถึงหยุดหัวเราะ

พอน้ามุ่ยเริ่มโยกตัวเล่นฮูลาฮูบอีก มิกกี้ก็จะหัวเราะอีก

คุณยายจะชอบเห็นหลานหัวเราะ ก็จะบอกให้น้ามุ่ยเล่นฮูลาฮูบไปเรื่อยๆ ไม่หยุด
น้ามุ่ยก็เลยต้องเล่นอยู่นั่นล่ะ  หยุดบ้างให้มิกกี้ได้พักหายใจ แล้วก็เล่นอีก

น้ากับหลาน และคุณยายสนุกสนานกันเป็นชั่วโมง

ยายชอบใจ ,มิกกี้เบิกบาน ,น้ามุ่ยเกือบตาย


---
น้ามุ่ยเล่นฮูลาฮูบมันตลกตัวไหน...มิกกี้มันหัวเราะเกือบตาย?



ศุกร์
สิบห้า มีนาคม ห้าหก

Thursday

day 213 | rungkarn
































เขาวังชิง-เกาะยอ-ท่านางหอม
สงขลา



day 213 | tiwayo


"...บนท้องฟ้าไม่มีอะไรแน่นอน ถ้ามองจากตรงนี้  เดี๋ยวก็มืดแล้วก็สว่าง..."

อยู่ห้องสมุด อ่านหนังสือ ฟังเพลง ง่วงมากกกกกกกกก
ไม่ได้นอนตั้งแต่เมื่อคืน คึกอะไรไม่รู้ มีความคิดเยอะแยะไปหมดจนหลับไม่ลง
ก็เลยยอมแพ้ตัวเอง นั่งตาแป๋วจดสิ่งที่คิดได้ใส่สมุดไว้
จนกระทั่งเช้า ไปปลุกมิกกี้ที่เตียง อุ้มมาเล่นจนพอใจ จากนั้นฉันก็ไปอาบน้ำแล้วออกมานั่งง่วงที่ห้องสมุดอยู่ตอนนี้

อยากกลับบ้านไปนอนก็กลับไม่ได้ ต้องรอพ่อมารับตอนสี่โมงเย็น (เมื่อเช้าติดรถพ่อมา)

ง่วง
ไม่กล้าหลับ กลัวหลับแล้วจะกรนเสียงดังรบกวนคนในห้องสมุด 55555
(ไม่รู้ว่าเวลาหลับตัวเองนอนกรนป่าว ร้อนตัวไว้ก่อน)


12.57 น.
พฤหัสบดี
สิบสี่ มีนาคม ห้าหก

day 213 | patawee



Thursday
14 March 2013

วันนี้ตอนเช้าวนเก็บข้อมูลในเมือง
ที่กิน ที่พัก ของฝาก บริษัททัวร์
ตอนบ่ายไปบ้านน้ำเชี่ยว
เป็นหมู่บ้านที่ชาวพุทธและอิสลามอยู่ด้วยกันอย่างปรองดอง
ก็ไปล่องเรือ ทำงอบ แล้วก็เดินป่าศึกษาธรรมชาติ
นอนรวมกันที่โฮมสเตย์ บ้านพี่แอน
สนุกมาก
ที่สำคัญคืออาหารอร่อยมาก
อาหารทะเลสดๆ อวบๆ รสมือดีๆ
ให้ตายเหอะ อร่อยล้ำ

Wednesday

day 212 | rungkarn




ยิ่งมีแรงกดดัน
เราก็ยิ่งต้องประคับประคองตัวเองให้มากขึ้น


day 212 | kunjair


นั่งคิดทบทวนไล่เรียงความคิด
เพื่อเขียน statement of purpose มาเกือบอาทิตย์
แล้วในที่สุดก็พบว่าวิชาที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกว่าจะไปเรียน
ก็ไม่ใช่สิ่งที่เราปรารถนา ใคร่รู้ และสนใจจริงๆ
เพราะตลอดระยะเวลาหลายวันที่ร่าง sop
เรารู้สึกว่าเราเขียนในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเองเลยสักนิด
พยายามประดิษฐ์ประดอยถ้อยคำและความคิด
เพื่อให้เป็นที่สนใจและเข้ากับวิชาที่จะเรียนมากจนเกินไป


เราหันหลังให้การเรียนปริญญาโท
แต่ให้ความสำัคัญกับ graduate diploma แทน
ซึ่งการเรียน graduate diploma นี้เสมือนการเรียนปริญญาโทปีแรก
ที่จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีและขั้นตอนการปฏิบัติต่างๆ
มีการแบ่งกลุ่มทำ project และ presentation
และนั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับความต้องการของเรา


graduate diploma in media เป็นตัวเลือกสุดท้าย
อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดแต่เพราะวิชาที่เรียนเน้นไปที่
video production, sound production,
cross-media technologies และ audience behavior
ทำให้เรากล้าบอกว่ามันคือตัวเลือกที่ใช่ที่สุดสำหรับเรา


และการเขียน statement of purpose
ก็ไม่ติดขัดอีกต่อไป




kunjair

day 212 | tiwayo


ในเมื่อเราทำอะไรสักอย่างด้วยใจ พยายามทำให้ดีที่สุด แต่มิวายถูกคนจับจ้อง คอยหาจุดบกพร่องของเราเพื่อจะได้ตำหนิ
อดไม่ได้เลยที่จะเจ็บปวด...เจ็บใจจริงๆ นะ 

แต่ฉันค่อนข้างแน่ใจว่า
คนที่ตำหนิเรา เขาก็ทำไม่ได้ดีเทียบเท่าเราหรอก 
คนที่เก่งแต่ปาก เก่งแต่จับผิดคน มักจะทำอะไรไม่ได้เรื่อง 
แต่ชอบพูดให้คนอื่นด้อย เพื่อให้ตัวเองดูดี

เชื่อ
เชื่ออย่างนั้น
เห็นมานักต่อนักแล้ว

ไอ้พวกคนมีปมด้อย


...
ไหนลองทำเองดูซิ  ฉันก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าจะไปได้กี่น้ำ

ถ้าคุณทำพลาดฉันจะไม่ตำหนิ  
แต่อยากให้จำไว้...สอนตัวเองซะบ้าง ว่าอย่าแกว่งปากว่าใ้ห้ใครก่อนจะได้ลองลงมือทำเอง


13 มีนาคม 2556

day 212 | patawee



วันนี้ออกเมือง
ไปอ.คลองใหญ่แต่เช้ามืด
แล้วก็ตระเวนหาด
แอบชอบหาดไม้รูดนะ เข้าถึงยากดี
แต่ชอบชุมชนโรงโป๊ะมาก
การไปเจออะไรดีๆที่ไม่คาดฝันนี่มันดีมากจริงๆ

13 มีนาคม 2556 พุธ

Tuesday

day 211 | patawee


survey Trad town
เช้าฝนตก สายก็เริ่มโอเค ทำงานจนเย็นย่ำ ค่ำกลับมากินโต้รุ่ง อิ่มอร่อย :3

ปล.ชอบวัดบุปผารามฮิ ^.^

day 211 | tiwayo


หัวใจผมเต้นแรงและความกระวนกระวายเพิ่มขึ้นอีกระดับ ผมรู้สึกโดดเดี่ยวและปวดร้าวไปทั่ว เหมือนคนติดยาที่กำลังเสี้ยนยา เรารู้สึกเจ็บปวดถึงขนาดนี้ทั้งๆ ที่ไม่มีแผลบนร่างกายได้อย่างไร 
P.87 ,สาวน้อยจากกระดาษ , กีโยม มุสโซ



----
"เรารู้สึกเจ็บปวดถึงขนาดนี้ทั้งๆ ที่ไม่มีแผลบนร่างกายได้อย่างไร"
สำนวนแปลกระแทกใจมากค่ะ




12 มีนาคม 2556

day 211 | rungkarn







วันนี้ฉันมีเรื่องอยากจะบันทึกมากเหลือเกิน
น้ำตาเอ่ออยู่หลายหน แต่เอ่อเพราะความเต็มตื้นในหัวใจ

เพิ่งได้ไปร่วมพิธีของคุณยาย ซึ่งเป็นวันสุดท้ายแล้ว
ฉันไปร่วม จุดประสงค์หลักเพื่อไปหาพี่เจี๊ยบ พี่สาวที่น่ารัก
อบคุกกี้ไปให้และเอาแผ่นหนังความสุขของกะทิไปคืน

ไม่ได้คุยกันมาก ไปถึงก็แวะทักทายและพี่เจี๊ยบโอบกอดนิดหน่อย
ถามไถ่กันได้สองสามประโยค มีคุณลุงมาคุยเรื่องงานพิธีกับพี่เจี๊ยบ
สักพักฉันจึงหลีกมา

ได้เห็นน้ำตาของคุณลุงพ่อของพี่เจี๊ยบผู้เป็นที่รัก
ได้เห็นน้ำตาของคุณลุงอีกคนซึ่งขี้เมาและไม่เอาอ่าว
และสุดท้ายแล้ว เราไม่อาจตัดสินชีวิตคนหนึ่งคนได้อย่างฉาบฉวย
เมื่อสุขเต็มปลื้ม เขามีสิทธิหัวเราะยินดีเหมือนคนทั่วไป
เมื่อสูญเสียและหม่นหมองเสียเหลือเกิน เขาก็มีสิทธิร้องไห้ ไม่อายใครได้เช่นกัน

ถึงเวลาเดินไปที่เมรุส่งคุณยายผู้ล่วงลับ
น้ำตาคุณตาทำให้ฉันอดไม่ไหวที่จะน้ำตาเอ่อไปด้วยเช่นกัน
คุณตาน่ารักเหลือเกิน แม้จะร้องไห้ แต่ก็ยังยิ้มใจดีให้ลูกหลานได้เหมือนเคย
ก่อนกลับ เข้าไปกอดและหอมคุณตา
และแกล้งว่าจับที่หนวดขาวๆ พร้อมพูดว่าหนวดเหมือนซานต้าเลย
สวัสดีและบอกลากลับก่อน

ละล้าละลัง ว่าจะเข้าไปหาพี่เจี๊ยบดีหรือไม่
เห็นพี่เจี๊ยบเดินมาไกลๆ เลยวิ่งเข้าไป และบอกลากลับ
คุณลุงผู้เป็นที่รักของเรา เดินมาไกลๆ
และอ้าแขนรอรับ เราไม่รอที่จะวิ่งเข้าไปหาและสวดกอดท่าน
เขย่งเท้าและกอด จมูกอยู่ที่คอคุณลุงก็เลยหอมไปอย่างนั้น
คุณลุงบอกขอบคุณเรื่องขนม ฉันพูดติดตลก ถามว่าอร่อยมั้ย
ลุงบอกอร่อย และยังบอกอีกว่า ที่ลุงร้องไห้ไม่ใช่ว่าเพราะเสียใจ
แต่ดีใจมากที่ลูกหลานช่วยกันแบบนี้

เดินประคองกันสองสามก้าว
ฉันเลยสวัสดีและบอกลากลับ

ผู้ล่วงลับ ไปสบายแล้ว
ส่วนฉันในเวลานี้ ดีใจมากเหลือเกิน
คนที่ยังคงมีชีวิตอยู่ให้พบเจอยังคงเป็นที่รักสำหรับฉันเสมอ
โดยเฉพาะคุณลุงที่รัก

เจอกันหนไหนเป็นต้องกอดและโอบฉันเสมอ
และมักจะทักทายฉันว่า ลูกสาวของลุง 
เจอกันหนหน้า ฉันจะกอดให้เต็มอ้อมแขนกว่าเดิม

และพี่เจี๊ยบ พี่สาวที่ฉันรักและห่วงใยเสมอ
ค่าที่ว่าเราเป็นผู้หญิงที่ต้องดูแลตัวเองอยู่เหมือนกัน

เรื่องราวที่ดีเหลือเกินของวันนี้
ฉันมีความเหน็ดเหนื่อยอยู่ทุกวัน
แต่ทุกวันของฉัน มีคุณค่ามากมายเหลือเกิน
ความเหนื่อยล้าเลยกลายเป็นแค่กรวดเม็ดเล็กเม็ดน้อย
แค่ให้ฉันรู้สึก และเตือนให้ฉันพักผ่อนเสียที



๑๒ มีนาคม ๒๕๕๖, ๑๗.๓๙ น.




Monday

day 210 | patawee



11 March 2013
arrived Trad at 2 PM
everything is okay
those waterfalls didnt harm me as I thought :p

day 210 | tiwayo

กลับสู่มาตุภูมิ 'ห้องสมุด'
แฮะๆ ไม่ได้มาหลายวัน

อาทิตย์นี้ไม่คิดอยากทำอะไร
อยากจะอ่านหนังสืออย่างเดียว
อ่านให้ตาแฉะไปเลยเอ๊า

อาทิตย์หน้าจะเริ่มเขียนอีกครึ่งเล่มให้จบ
เอาแบบรวดเดียวจบเลย

ตอนนี้ต้องเติมพลังก่อน
อ่านเยอะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


11 มีนาคม 2556

Sunday

day 209 | kunjair




กรุณารับชมในระบบ HD เพื่อความคมชัดของภาพและเสียง
ขอบคุณค่ะ : )




kunjair

day 209 | patawee


พรุ่งนี้
พรุ่งนี้
พรุ่งนี้แล้ว
ไม่เคยไม่อยากออกเดินทางแบบนี้มาก่อน

เดือนนี้มีเรื่องอื่นให้จดจ่อมากมาย ไม่อยากไปเลย
มีเรื่องตื่นเต้นมากมายด้วย ทั้งที่ผ่านไปแล้ว และกำลังจะเกิดขึ้น

๑. คติชน ลึกๆเรายังคงหวังนะ แม้ว่ามันจะริบหรี่เต็มที
๒. ว่าจะซื้อจักรยานญี่ปุ่นมาปั่นเล่น เริ่มต้นอะไรใหม่ๆ
๓. อยากไปหลบโลกที่ภูเก็ตสักระยะ
วันนี้นั่งหาข้อมูลจริงจังมาก คิดว่าน่าจะเป็นไปได้
แล้วมันก็คงจะเป็นไปได้มากๆในเร็วๆนี้ แค่เพียงเราลงมือทำน่ะนะ
๔. ส่วนปีหน้าจะต้องไปติดเกาะจริงๆให้ได้ เกาะที่เป็นประเทศ ไม่ใช่จังหวัดน่ะนะ

10 มีนาคม 2556

ปล.ขอให้เราโชคี พรุ่งนี้ต้องไปเดินน้ำตกที่ อช.น้ำตกคลองแก้ว
ขอให้ปลอดภัย ขอให้ไม่ตกน้ำตาย ขอให้ทันได้กลับมาคุยกับผู้คนที่อยากคุยด้วย !!!

day 209 | tiwayo

ติดละครงอมแงมทั้งแม่ทั้งลูก
ล่าสุดติดเรื่องพรพรหมอลเวง (จบแล้วง่ะ)
แม่บอกว่าชอบบอย ปกรณ์ แสดงดี สมบทบาท
ฉันก็ชอบนะ  "น้าวี...น้าวี"

แต่ว่าชอบหมอก้องที่รับบทเป็นนาวินมากกว่า
ขอบอกว่าแพ้ทางผู้ชายแบบนาวินมาก
ถ้าเจอเข้ามาในชีวิตสักคนนะ เราคงใจอ่อนได้ง่ายๆ เลย
แพ้ทางผู้ชายแบบนี้จริงๆ


10 มีนาคม 2556

Saturday

day 208 | kunjair


ไปดู wish us luck ที่ house มา
นอกจากเราชอบดูหนังคนเดียวแล้ว
การดูหนังกับโก้ก็เป็นความชอบอีกอย่างหนึ่ง
หลังจากการดูหนังพวกเราจะสนิทกันมากเป็นพิเศษ
เจ็ดวันผ่านไปพวกเราก็จะเงียบหายเข้าสู่โลกของแต่ละคน


เพราะเรามีความต่างไปในทิศทางที่ใกล้เคียง






kunjair

day 208 | patawee



9 มีนาคม 2556

เป็นเสาร์ที่สนุกดีนะ
ไปบางรัก ส่งน้องก้อยเธอดัดผม
พร้อมเดินช็อปปิ้ง (ช็อปปิ้งอีกแล้ว วังวนเดิมๆ ไม่เคยพ้นเล้ย)
ได้เสื้อผ้าของกินกันมากรุบกริบ แล้วเย็นๆค่ำๆก็แยกย้าย

กลับมายังมาเดินเล่นแถวนี้ต่ออีก
ฮิ อะไรจะจำใจจากพรากเมืองขนาดนั้น
ไม่เคยเป็นงี๊เลยนี่ตอนออกพื้นที่
เอ๊ะ หรือถึงช่วงวิกฤตแล้วนะ 555

day 208 | tiwayo

ออกไปกินข้าวนอกบ้าน แก๊งเดิม ประกอบด้วย
มิกกี้ ตา ยาย  น้ามุ่ย

คนนอกมองมาคงเข้าใจว่าฉันเป็นแม่นังหนูมิกกี้แน่ๆ
แต่ไม่เป็นไร ไม่ใช่ก็เหมือนใช่ละนะ

เป็นแม่แล้วเรา



9 มีนาคม 2556

Friday

day 207 | patawee



นอกจากเตรียมข้อมูลลงพื้นที่แล้ว
ก็ยังต้องวาดแผนที่คอลัมน์นำเที่ยวเกาะสมุย
ใช้เวลานานมากๆ วาดรูปเนี่ย
เหมือนง่าย แต่จริงๆไม่ง่ายและแอบกดดันเล็กๆ
แต่ก็จะตั้งใจทำต่อไป ไม่ย่อท้อค่ะ

วันนี้เย็นไปเอสพลานาด ไปโรบินสันรัชดากะก้อย
จะไปช็อปปิ้งๆๆทิ้งทวน สุดท้ายก็ไปนั่งเม้าท์กันในเอ็มเคแทน
ดีจัง บัตรนิสิตยังใช้ลดได้แฮะ ต้องรีบกอบดกย
เราจะมีสถานะเป็นเด็กจบใหม่อีกไม่นานแล้วจริงๆว่ะ

นั่งใต้ดินมาสุขุมวิท ว่าจะขึ้นบีทีเอสอโศก
สุดท้ายดินเล่นไปเรื่อยๆ ไปป้ายรถเมล์ เจอ 511 เลยขึ้นเลย
แล้วก็ได้กลับบ้านในราคา 15 หรือ 17 บาทเท่านั้นจำไม่ได้
ดีใจจังเลย เพราะเที่ยวเล่นมาเยอะแล้ววันนี้ 5555

ตอนแรกจะนัดอ้อ แต่อ้อมีปิดเล่ม เลยมาเจอก้อยแทน
ส่งท้ายชีวิตในเมืองหน่อย เดี่ยวจะต้องไปติดเกาะแล้ว

:)

day 207 | rungkarn



ตื่นเช้าแล้วก็อยู่กับต้นไม้วันละชม.มาได้เกือบสัปดาห์แล้ว
สบายใจมาก จะทำให้มันเป็นกิจวัตรเพราะรู้ว่าดีกับอารมณ์ของตัวเอง

วันที่ผ่านมา ได้ไปทำธุระกับพี่
ได้คุยกับพี่แบบเต็มสตรีมอีกครั้ง
นานทีจะได้คุยกันแบบนี้

เราได้พูดในสิ่งที่คิดและตั้งใจทำ
แม้จะไม่หมด แม้จะไม่ได้รวมยอดความฝันและตั้งใจต่อเนื่องไป
แต่ก็สบายใจที่ได้พูดได้บอกคนอื่นที่เป็นคนในครอบครัวบ้าง

พี่บอกและเล่าเรื่องที่เคยผ่านมา
ประสบการณ์ ความผิดพลาดที่เป็นบทเรียนที่ดีสำหรับวันนี้
พี่บอกและเล่าในเรื่องที่เรามองเห็นเพียงผิวเผิน
ให้เราได้เข้าใจและเรียนรู้ไปกับมัน
พี่สอนในบางเรื่อง ที่เราต้องเจอในแต่ละก้าวที่เดินต่อ
เป็นเรื่องที่ดีที่เราได้ฟัง
แม้บางอย่างจะยังไม่เข้าใจ
แต่ถ้าวันหนึ่งเราได้เจอเอง เราก็คงผ่านมันได้ง่าย

เราอาจไม่เก่งเหมือนหรือเก่งได้เท่าพี่
แต่เราเชื่อว่าเรามีดีในแบบของตัวเอง
เราไม่ได้ตั้งตนว่าจะต้องเก่งเหมือนพี่เพื่อพิสูจน์ตัวเองให้ใครๆ ได้เห็น
แต่เราตั้งใจจะสง่างามในแบบของตัวเอง



๐๘ มีนาคม ๒๕๕๖, ๑๑.๐๐ น.


day 207 | tiwayo


ในวันนี้มีเพียงถ้อยคำส่งท้าย 
ลาก่อนรักที่เคยงดงาม 
ไม่โกรธเคืองเธอเลยมีแค่คำยินดี 
และคำอวยพรจากฉันให้เธอ 


.....
เพลง : คำยินดี


8 มีนาคม  2556

Thursday

day 206 | patawee



โทรศัพท์ติดต่อสถานที่เที่ยวและข้อมูลลงพื้นที่อย่างบ้าคลั่งมาก
แล้วต้อนเย็นก็สุมหัวกับพี่แนนพี่นัทจัดตารางเดินทางใหม่
เพราะจู่ๆน้องอิฐลูกชายพี่เอ้ยก็ป่วย เป็นมือเท้าปาก
พี่เอ้ยซึ่งเป็นคนวางแผนเดินทางและทำแผนที่ก็เลยต้องลางานนาน
ก็เลยต้องช่วยกันดูช่วยกันทำเองหมดเลย โดยมีพี่แนนเป็นบอส ฮาๆ
ไฟลนก้นๆๆ แต่ก็สนุกดี

กลับมาพร้อมงานแผนที่สมุย ว่าจะเอาภาพกลับมาวาด
แต่วุดท้ายก็วาดรูปวันเกิดให้อ้อแทน วาดจนเสร็จตีหนึ่งตีสองแน่ะ
ซะงั้น

7 มีนาคม 2556 พฤหัส