Sunday

day 223 | patawee


วันนี้ครึ่งเช้าก็คล้ายเมื่อวานเลย
หมกตัวอยู่ในห้อง ไม่ออกไปไหน แต่งรูปเล่น เล่นเน็ตไปเรื่อยเปื่อย

ตอนบ่ายอยู่ๆอยากดู Wish Us Luck เลยชวนก้อยไป
แต่กะไปกินติมให้หวานเย็นชื่นใจกันก่อน
เลยนัดกันที่เทอร์มินอลตอนสามโมงครึ่งถึงสี่โมง
กินข้าว กินติม เดินเล่นดูโน่นดูนี่

กินไปกินมาเดินเล่นเรื่อยเปื่อยเฉื่อยแฉะจนเลยเวลา
จะไปขึ้นรถก็ขึ้นรถผิดฝั่งซะงั้น
งอนตัวเอง เลยเปลี่ยนใจไปลงพร้อมพงษ์แทน ไม่ไปดูมันละ Wish Us Luck
เข้าสวนเบญ เดินเล่นซึมซับบรรยากาศสวนสวยกลางกรุง
ไปเห็นเขากำลังเต้นแอโรบิกกันอยู่ก็อยากเต้นๆบ้าง
ชุดที่ใส่มาก็ให้กับการออกกำลังกายมาก
เราสองคนก็เลยเข้าไปรวมแจมด้วยซะงั้น
เต้นอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงจนเขาเลิกแล้วเราก็เดินเล่นต่อ
สักพักทนเหม็นตัวเองไม่ไหวเลยเข้าเอ็มโพเรียม

ไป TCDC โชคดีมาก ตอนนี้มีนิทรรศการเรื่องรถไฟชินคันเซ็น
ตื่นตาตื่นใจ น่ารักน่าขึ้นมาก เห็นแล้วทึ่ง
หันกลับมามองรถไฟบ้านเรา อืม มันก็ยังมีเสน่ห์น่ะนะ
แต่เรื่องความสายเนี่ย ไม่ขอให้เป็นเสน่ห์ที่อนุรักษ์ไว้ตั้งแต่ร.5มาถึงตนนี้จะได้ปะ
แล้วก็ออกมาข้างนอก มีนิทรรศการภาพถ่าย Street Art จากศิลปินทั่วโลกด้วย
สวยเก๋มากๆ บางรูปมันเป็นธรรมชาติมากๆ สวยแบบไม่ต้องปรุงแต่งอะไรเลย
ดูได้เรื่อยๆ เพลินมากๆ มีความสุขจัง

จาก TCDC ก็ไปเดิน Shop ของที่นี่แหละ ของน่ารักทั้งนั้นเลย แต่ก็ราคาแพงเว่อร์
ลงบันไดเลื่อนไปเดินคิโนะ ยังคงอยากได้หนังสือนิทานของแอนเดอร์สัน
แต่วันนี้เห็นเล่มขนาดกะทัดรัด ไม่แพงหูฉี่ราคาพันกว่าเหมือนเล่มที่เล็งไว้ตอนแรก
ก็เลยชั่งใจว่าจะเอาไงดี จะซื้อเล่มไหนให้ หรือที่จริงก็ไม่จำเป็นทั้งคู่?

เดินเล่นจนห้างปิด ก็ลงไปเดินข้างล่าง
เข้าซอยสุขุมวิท 33 ร้านรวงปิดเกือบหมดแล้ว
แต่ดีที่ห้างฟูจิ (ซูเปอร์มาร์เก็ตของคนญี่ปุ่น) ยังไม่ปิด
เข้าไปช็อปปิ้งขนมนมเนยของญี่ปุ่น
เดินวนอยู่ในนั้นกันได้เป็นชั่วโมงโดยไม่เบื่อเลย :)

เดินจนซูเปอร์มาร์เก็ตก็จะปิดอีก ก็มันสี่ทุ่มแล้วนี่หว่า
ก็เลยต้องจำใจเดินออกมา
เดินเล่นคุยกันไปเรื่อยเปื่อย อยู่ดีๆก็พบว่าตัวเองอยู่ใกล้แยกอโศกเข้าไปทุกทีๆ
เลยตัดสินใจว่าเดินไปต่อบีทีเอสกะใต้ดินอะไรที่อโศกเลยแล้วกัน
ก็เลยพากันเดินเล่นยามค่ำคืน
ผ่านแสงสีในส่วนที่เจริญมากที่สุดส่วนหนึ่งของกรุงเทพฯ
ตอนกลางคืนอากาศดี ลมพัดเย็นสบาย
มองแสงสีแสงไฟเพลินๆ คุยกันไปเพลินๆ มีความสุขมาก
ขอบคุณจริงๆที่ยังอยู่ตรงนี้เพื่อเราเสมอ

ขอบคุณจริงๆ
ขอบคุณจริงๆ
ในวันที่เราไม่เหลือใคร เรารู้เสมอว่าเรายังมีเธอ


ปล. คำชวนไปเที่ยวนครวัดเดือนหน้าจากพี่กุ้งทำให้เราเสียใจ
ถึงเราจะอยากไป เราก็ไปไม่ได้
เรารู้ เช่นที่ทุกคนรู้ ว่าสำหรับสถานการณ์อย่างนี้
ถ้ามีใครสักคนจำเป็นจะต้องถอย คนๆนั้นก็จะเป็นเรา
มันเป็นอย่างนั้น และต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว
ส่วนเหตุการณ์แบบนี้เราก็ทำใจไว้แล้วว่าวันหนึ่งมันต้องเกิดขึ้น
ไม่เร็วหรือช้า เราก็จะต้องเสียใจกับเรื่องพรรค์นี้
เรารู้ ยังมีบททดสอบอีกมากมายรอเราอยู่ข้างหน้า
เราเพียงแต่ไม่รู้ว่าเราจะรับมือมันได้มากแค่ไหน




No comments:

Post a Comment