Sunday

day 48 | patawee


30 กันยายน 2555 อาทิตย์
อยู่ห้องใหม่แล้ว

ข้อเสียของห้องนี้
+ เก่ากว่าห้องเดิม แอบติดความใหม่และเฟอร์นิเจอร์บิ้วท์อินของห้องเดิม
+ เตียงเล็กกว่าห้องเดิม เหยียดทีจะตกเตียงแล้ว
+ มืดและอับกว่าห้องเดิม ไม่มีแสงสว่างเจิดจ้าอีกแล้ว
+ ราวตู้เสื้อผ้าไม่ค่อยสมประกอบ

ข้อดีของห้องนี้
+ มีโต๊ะทำงานที่พอดีกับการนั่งทำงาน ไม่สูงไม่ต่ำเกินไป
+ มีมุมที่เหมาะกับการนั่งทำงาน
+ มีชั้นวางหนังสือที่หัวเตียง เลิฟเลิฟ
+ ระเบียงเปิดออกไปเจอทุ่งหญ้า ตื่นเช้ามาเห็นสีเขียวและได้ยินเสียงนกร้อง
+ ห้องน้ำกว้าง

ก็ว่ากันไป...

อยู่ๆเมื่อวานและวันนี้ก็นึกถึงเพลงนี้ขึ้นมา
เพลงที่เคยมีคนส่งมาให้ฟัง
The Memory is Cruel - The Russian Red
กลับมาฟัง ก็ฟังได้ซ้ำๆ ไม่เบื่อเลย



the memory is cruel
it reminds there's no one new
time is nothing but a lie
if she's not coming home tonight.
And your sleep will never be as good as it used to be
when the one you love is gone,
when the one you love is gone.



หมายเหตุประจำวัน :
เช้านี้ไปช็อปปิ้งโคมไฟ ปลั๊กพ่วง และยูเอสบีพอร์ตมา
เตรียมพร้อมทำงานเต็มที่
ต้อนรับเดือนใหม่ ตุลาคม เดือนที่เรารัก
ทำงานให้เต็มที่ เต็มศักยภาพนะจ๊ะ

ลาก่อนกันยายน
ฉันกำลังจะจากเธอไปแล้ว
ไม่สิ เธอกำลังจะจากฉันไปแล้ว
และฉันก็กำลังจะตื่นขึ้น เมื่อเธอจากไป
So no one have to wake me up 
when September ends anymore.


day 48 | tiwayo

The Classic
------------
ตอนแรกพระเอกนั่งอยู่ในร้านกาแฟ มองเหม่อออกไปนอกร้านเห็นนางเอกวิ่งเข้าไปหลบฝนใต้ต้นไม้ 
พระเอกก็เลยทิ้งร่มไว้ในร้านกาแฟ แล้วทำเป็นบังเอิญวิ่งไปหลบฝนใต้ต้นไม้ต้นเดียวกับนางเอก
เขาถามเธอว่าจะไปไหน 
เธอบอกจะไปห้องสมุด
พระเอกก็เลยถอดเสื้อแขนยาวมากางเป็นร่ม บอก "จะไปส่ง"
สองหนุ่มสาววิ่งฝ่าสายฝนไปด้วยกัน
--------
โอ้ย ไอ้มุ่ยเขินแทบตายกับฉากนี้


ชอบหนังเรื่อง The Classic จริงจัง 
ดูหนังเรื่องนี้ตั้งแต่สมัยมัธยมมาจนแก่ปูนนี้ก็ยังชอบดู
ยังเคลิ้มได้อีกอ่ะ 55555

day 48 | kunjair


It will not be okay.
It is okay.



day 48 | rungkarn










วันนี้ (เสาร์ ที่ ๒๙ กันยา) ได้ทำอะไรเยอะแยะมาก
แต่เยอะแยะในรูปแบบเดิมๆ เป็นวันเสาร์ที่ครึกครื้นอยู่ไม่นิ่งเหมือนเดิม
งีบหลับไปช่วงบ่าย รู้สึกได้เลยสุขภาพเริ่มแย่อีกแล้ว
หูอื้อ ตาลาย เวียนหัวบ่อยขึ้น เพราะผลจากนอนดึก
แต่ก็ยังคงตื่นเช้าอยู่เหมือนเดิม และถึงแม้จะนอนดึก
แล้วทบเวลานอนไปเป็นตื่นสายแทนก็ไม่เป็นผล
ขอแค่อย่านอนดึกก็พอ อาการแบบนี้จะไม่เกิด

วันนี้ ตอนที่อยู่กับหลาน นั่งดูเขาบ่อยกว่าเดิม
รู้สึกถึงความกังวลใจที่มีของตัวเอง อยากให้เขาออกไปเล่นกับเด็กคนอื่น
แต่การตัดสินใจไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเราเลย
ตามองดูเขา แต่ในหัวใจมันรู้สึกเศร้ายังไงไม่รู้สิ

เขาไม่ได้เป็นเด็กไม่ร่าเริงนะ ร่าเริงมาก สดใส ตลกมากที่สุด
เล่นคนเดียวได้พูดคนเดียวได้ จินตนาการดีเยี่ยม
ความคิดสร้างสรรค์ สมองไว มีไหวพริบเยี่ยมในเด็กวัยนี้
เวลาเรียกเรา เราก็ขานรับและสนใจเขาทันที
แต่ถ้าช่วงไหนที่ยุ่งมาก ก็จะพยายามขานรับไม่มีขาด

อืม..(ถอนหายใจยาวๆ)

ส่วนตอนนี้รู้สึกว่าอยากหลับ ให้ผ่านคืนนี้ไป
ไม่ต้องใส่ใจอะไรทั้งนั้น ให้มันเช้าซะที จะได้เริ่มใหม่


...


แต่อีกใจนึง ไม่อยากให้ผ่านกันยานี้ไปเลย..
บันทึก : ๓๐ กันยายน ๒๕๕๕, ๐๐.๐๓ น.






Saturday

day 47 | kunjair


ขอบคุณน้องทอที่ทำให้วันนี้มีเสียงหัวเราะ


day 47 | patawee



29 กันยายน 2555 เสาร์

กำลังย้ายห้อง
ค่อยๆย้าย
ตอนนี้ขนของเบาๆก่อน รอตอนบ่ายให้เพื่อนมาช่วยขน
เจ้าของหอ แม่บ้าน คนดูแลหอพากันถามกันใหญ่เลยว่า
โอเคมั้ย ห้องใหม่ ดีอยู่ใช่มั้ย
ทำไมเหรอ เราดูเศร้ามากกับการเปลี่ยนแปลงเหรอ

นี่คงเป็นบล็อกเอ็นทรี่สุดท้ายที่จะได้เขียนที่ห้อง
พรุ่งนี้คงได้เขียนที่ห้องใหม่
หวังว่าอะไรจะดีนะ :)





day 47 | rungkarn








ความสุขยังคงอยู่ ความทุกข์บิดปลิวได้ง่ายดาย
ส่วนความรัก กลับลืมรสชาติหวานขมของมันไปเสียแล้ว

นี่ฉันยังคงมีตัวตนอยู่บนโลกนี้ใช่ไหม.

๐๖.๕๗ น.





day 47 | tiwayo


ยังติดอยู่ในความทรงจำที่ไม่ลืมเลือน 
เปลี่ยนจากวันเป็นเดือนก็เหมือนว่าน้ำตา...ไหลมาไม่เคยแห้งไป





















Friday

day 46 | kunjair


I'm a normal person who is good at nothing.


Is it possible to be a successful person
if I'm good at nothing?
Is it possible to be a happy person
if I'm good at nothing?
Is it possible to be a person who other people be proud of
if I'm good at nothing?


If I'm good at nothing until the end of the day,
is it okay? Will I be okay?




kunjair

day 46 | tiwayo



day 46 | patawee


ดวงจาก Astrology.com
ที่ส่งมาให้ทางฮอตเมล์ เป็น Daily Horoscope แม่นมาก
วันนี้เรากลับไปลบอีเมล์เก่าๆกว่า 2,000 ฉบับ
เราก็ได้เจอดวงประจำวันที่ 11 กันยายน 2555
ซึ่งบอกไว้ว่า

"The Nine of Pentacles card suggests that the hard part is over. You've paid your dues and you have nothing to prove. Let the results speak for themselves and don't dirty your hands with idle, trendy or high maintenance indulgences like lovers who don't give back. Take appropriate precautions and nurture the finer things that are in tune with your needs and that faithfully satisfy multiple senses. Craft a flowing comfort zone, retreat, home or romantic paradise from these established simple pleasures or self-renewing efforts. Maintain self-confidence, self-control, independence and the art of being alone. Consistent feeding of your spirit creates a rich and replenished soul."

แม่นมากจริงๆ โดยเฉพาะตรงที่บอกว่า the hard part is over กับที่บอกให้เรา Let the results speak for themselves ... ไม่น่าเชื่อเลย




วันนี้เรากลับไปดูไดอารี่อิสอีกครั้ง
มันยังคงเป็นที่ที่เรารักนะ
ถึงแม้ว่าสองปีที่ผ่านมานี้เราจะไม่ได้ดูแลมันอย่างดีเลย
ตั้งแต่เรียนจบมา เราเข้าไปเขียนแทบจะนับครั้งได้
มีเรื่องราวจากที่ทำงานเก่าอยู่สองสามหน้า
เรื่องราวตั้งแต่เริ่มงานใหม่นี้ก็ไม่มากไม่น้อยไปกว่านั้น
ทั้งๆที่ชีวิตจริงมีอะไรเกิดขึ้นแล้วระหว่างนั้นตั้งมากมาย

เข้าไปอ่านไดอารี่ของใครหลายคนด้วย
ได้เห็นบางคนกลับเข้ามาอัพเดทหลังจากที่หายไปนานหลายปี
ก็รู้สึกดีชะมัด เหมือนกลับไปเจอเพื่อนเก่า
วันนี้อ่านไดอารี่น้องทราย ifyouseek
ยังคงชอบความคิดความฝันและตัวตนของน้องมาก
ไดอารี่ของน้องทรายทำให้เราอยากกลับมาเขียนบันทึกแบบจริงๆจังๆ
เพื่อว่าวันหนึ่งแม้ตัวเราจะตายจะหายไปจากโลกนี้แล้ว
บันทึกนี้ก็ยังอยู่ แค่ใครสักคนในวันข้างหน้าผ่านมาเจอ
ก็เท่ากับเป็นการพิสูจน์แล้วว่าครั้งหนึ่งเศษธุลีอย่างเราก็เคยมีตัวตนอยู่บนโลก




เมื่อวานฝนตกหนักมาก
ปกติเราเป็นคนกลัวฝน
แต่สุดท้ายหลังจากรอฝนหยุดตกแต่กลับตกหนักขึ้นเรื่อยๆมาเป็นเวลา1ชั่วโมง
เราก็ตัดสินใจคว้าร่มคันใหม่ที่เพิ่งซื้อมาแล้วเดินฝ่าฝนออกไป
บอกตัวเองว่าอยู่ใต้ฟ้าอย่ากลัวฝน
แล้วก็จริง อย่างมากเราก็แค่เปียก
แล้วพอเราเดินฝ่าฝนไปจนถึงบางลำพู
ฝนก็ดูจะตกน้อยลงกว่าเคย
น้อยลง น้อยลง ซาลง ซาลง จนในที่สุดก็หยุดตกไปเอง
เราก็เดินกลับบ้านอย่างสบายใจ






ก่อนกลับห้องเราแวะเข้าพาต้า เข้าร้านหนังสือบุ้คไทม์
ชั้นวรรณกรรมจัดหนังสือใหม่เอาใจเทศกาลซีไรต์
แต่ที่ตลกมากคือจัดรับเทศกาลซีไรต์แต่ไม่มีหนังสือซีไรต์
แล้วก็เลยได้อ่านเรื่องสั้นรางวัลนายอินทร์อะวอร์ดของพี่กอล์ฟ
นวนิยายที่หายไปในเทศกาลรางวัลซีไรต์อะไรสักอย่างจำชื่อไม่ได้
เขียนได้ดีทีเดียว เป็นพี่กอล์ฟมาก เห็นแล้วก็ชื่นชมยินดีไปด้วย
อ่านงานอื่นๆของคนอื่นอีกนิดหน่อย เกิดฮึดอยากเอาจริงขึ้นมาอีกระลอก
ยังไทยฯยังมีเวลาเหลือ ถ้าไม่ติดอะไรมากมายก็ว่าจะส่งให้ได้จริงๆสักทีในปีนี้

เดินไปชั้นหนังสือท่องเที่ยว นี่ก็ทำให้เราเกิดกิเลสอีกแล้ว
อ่านเรื่องเมืองนั้นเมืองนี้ น่าเที่ยวมากมาย
แต่มาคิดๆดู เมืองที่เราอยากจะไปให้ได้สักครั้งในชีวิตนี้
เกียวโต ซานฟรานซิสโก โปรวองซ์ เซ้าท์ดาโกต้า นอร์ทแคโรไลน่า ซานโตรินี่
มันดูจะแมสไปหน่อยล่ะนะ แต่ว่ามันก็เป็นเมืองที่เราใฝ่ฝันถึงมานานมากแล้ว
เราชอบเกียวโตจากหนังสือจดหมายจากเกียวโต
แล้วก็ชอบหลายๆอย่างของความเป็นญี่ปุ่นเป็นทุนเดิม วันหนึ่งเราจะต้องไปให้ได้
ซานฟรานซิสโก เมืองที่คุณ 'รงค์ วงษ์สวรรค์เคยไปใช้ชีวิตอยู่
แล้วเขียนบันทึกการเดินทางทั้งข้างนอกข้างในเรื่องนิราศดิบออกมา
อยากจะไปเห็นไปสัมผัสสิ่งเหล่านั้นด้วยตาตัวเองสักครั้ง
โปรวองซ์ นี่เมืองในฝัน สวยใจละลาย ชอบตั้งแต่สมัยเริ่มเรียนฝรั่งเศส
เซ้าท์ดาโกต้ากับนอร์ทแคโรไลน่าในอเมริกานี่เป็นความปรารถนาแต่เยาว์วัย
ตอนอ่านบ้านเล็กในป่าใหญ่ แล้วฉากในเรื่องเป็นบ้านนอกของอเมริกา
อยากไปกลิ้งเล่นในทุ่งหญ้าแพร์รี่ ดูแม่น้ำมิสซิสซิปปีไหลเอื่อย ฝัน ฝัน
ส่วนซานโตรินี่ก็เป็นที่ที่เรากับใครคนหนึ่งฝันไว้ว่าจะเดินทางไปด้วยกัน
โอ๊ย ความฝันมากเหลือเกิน หวังว่าวันหนึ่งจะหลายเป็นจริง

กลับถึงห้องก็สลบ เพราะเหนื่อยเดินทางกลับ
แต่ก็ยังรู้สึกได้ว่าฝนตกหนักตลอดทั้งคืน
ฟ้าร้องฟ้าผ่า มันทำให้เรานอนหลับได้ไม่เต็มอิ่มเลย




เช้านี้ตอนกำลังจะออกจากห้อง
ก็ได้รับโน้ตจากเจ้าของหอว่าให้ย้ายไปห้องใหม่ได้เลยนะครับ
เลยไปคุยกับแม่บ้าน ตกลงกันว่าจะเริ่มย้ายของออกเพื่อเข้าห้องใหม่พรุ่งนี้
จากกำหนดเดิมที่คิดว่าจะเป็นวันอาทิตย์
ใจหายเมื่อความเปลี่ยนแปลงเดินทางมาไวกว่ากำหนด แม้จะแค่วันเดียว
แต่เราใจหายมามากพอแล้ว คร่ำครวญมามากพอแล้ว ควรพอแค่นี้
ยิ้มรับการเปลี่ยนแปลงดีกว่า
คิดถึงตอนการได้จัดห้องใหม่ ได้ซื้อของมาแต่งห้อง ได้แวะวอลล์สติกเกอร์สิ
มันอาจจะเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นอีกเรื่องหนึ่งเพื่อต้อนรับเดือนใหม่นะ




เรากำลังจะก้าวไปข้างหน้า
และมันจะเป็นก้าวที่มั่นคงขึ้นๆ
เดือนใหม่กำลังจะมา ตุลาคมเป็นเดือนที่เรารัก มันจึงต้องเป็นเดือนที่ดี
ส่วนกันยายน เราจะจดจำมันไว้ในนามของเดือนแห่งฝันร้าย
เรากำลังย้ายห้องเพื่อต้อนรับสิ่งใหม่
เรากำลังจะไปเปลี่ยนทรงผม ตอนนี้หาทรงที่ชอบอยู่
เรากำลังจะเรียนต่อ ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วยน่าจะไหว
อยากเรียนการแปลและการล่าม เริ่มสมัครได้เดือนใหม่นี้
แต่ก่อนอื่นต้องไปสอบซียูเทปก่อนเพราะคะแนนเก่าหมดอายุแล้ว
อะไรๆกำัลังเคลื่อนไปข้างหน้า
ท้ายที่สุดแล้ว ขอให้สิ่งที่เคลื่อนไป
ไม่ใช่อะไรอื่น นอกจากหัวใจของเราเอง

หวาย,
28 กันยายน 2555 11.17 นาฬิกา 
ที่ออฟฟิศปรินายก ฝนกำลังตกพรำๆ







day 46 | rungkarn






สวัสดีวันศุกร์
ฝนยังคงตกต่อเนื่อง
คล้ายจะบอกให้รู้ว่าเป็นเวลา่ของเขาอย่างแท้จริง
บรรยากาศเป็นใจให้รู้สึกเย็นใจและใช้ชีวิตให้ช้าลง
ปกติก็ไม่ได้เร็วเร่ง แต่ใจมักด่วนคิดด่วนอยากทำอยู่เสมอ

ถึงแม้อากาศจะทำให้เย็นใจ
ผ่อนเรื่องหนักให้เบาบางลงบ้าง
แต่บางเรื่องก็ยังคงทำให้ถอนหายใจได้เหมือนเคย

๐๘.๔๘ น.




เข้าสู่ภาวะตึงหน่อยๆ นั่งคิดแผนงานของตัวเอง
คงทำอะไรเรื่อยๆ แล้วมีตัวแสบมาป่วนเรื่อยๆ
สนุกดี ยิ้มได้บ่อย หัวเราะไปพร้อมๆ กัน :)

อากาศดีแบบนี้ ไม่เท่าไหร่กับการใช้สมอง สู้ๆ






Thursday

day 45 | kunjair


Maybe, it's not the right time.
Oh! Sri Lanka



day 45 | tiwayo


เขียนบันทึกแล้วก็ลบ..เขียนแล้วก็ลบ...เขียนแล้วก็ลบอยู่ร่ำไป
เป็นมาสอง-สามวันแล้ว รู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง รู้สึกไม่ปลอดภัย รู้สึกหลายอย่าง เอาเป็นว่าถ้ารู้สึกมั่นคงทางอารมณ์ขึ้นมาสักหน่อยคงจะเริ่มเขียนบันทึกได้ดังเดิมโดยไม่ต้องลบมันออก

day 45 | rungkarn






เห็นทีต้องคิดใหม่ทำใหม่
ทำแผนธุรกิจการค้าอันต๊อกต๋อยของตัวเองเสียใหม่ ฮ่าๆ
ยิ่งอยู่ยิ่งทำยิ่งเห็นปัญหา

เออนี่ไง มันต้องปรับตัวกันไป ตามสิ่งแวดล้อม
ตามอะไำรๆ เพราะมันบีบคั้นเหลือเกิน ฮ่าๆ
ไม่มีอะไรผิดสักอย่าง แต่ต้องปรับใหม่ก็เท่านั้นเอง
สุดท้ายชีวิตไม่มีหรอก ไอ้ทางตันน่ะ ก็ปรับกันไปเรื่อยๆ

โอ้วโน ชีวิตช่างมีสีสัน (หัวเราะหน่อย..ยาวๆ)


...




พรุ่งนี้ไอ้ตัวแสบก็จะเริ่มฤดูปิดเทอมเล็กแล้ว
ยิ่งมีสีสันเข้าไปอี๊ก โอ้วโน ชีวิตไม่มีทางตัน ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ไม่เครียดนะ ขำๆ --"





day 45 | patawee


27 September 2012
The day I deactivated my Facebook accounts.
Both the main account and the memorable one.



They will miss me?
You will miss me?
No, I don't think so.
Without me, you're still alright.
There's no need to call for me anymore.

I, too,won't call for you again.
I still love you, though.

...

Never mind, 
I'll find someone like you
I wish nothing but the best for you, too
Don't forget me, I begged, 
I remember you said
Sometimes it lasts in love, 
but sometimes it hurts instead

- Someone Like You, Adele



Me,
Your Strawberry Field Forever

Wednesday

day 44 | kunjair


"หยุด หลังจากนี้ก็น่าจะหยุดเดินทางแล้ว หมายถึงพักแป๊บนึง
เพราะว่ามันต้องมีความอยากไม่งั้นมันจะเริ่มเป็นงาน
คือตอนแรกมันเป็น passion เราชอบเรารักที่จะทำ
แต่ถ้าเฮ้ย! กูต้องออกไปเดินทางอีกแล้ว
ไม้งั้นจะไม่มีตังค์จ่ายค่าน้ำค่าไฟ มันเริ่มไม่ใช่ไง
คือต้องหยุดแป๊บนึงแล้วก็รอให้ความอยากทำงาน
กับความอยากเที่ยวมันเจอกัน แล้วเดี๋ยวมันก็มาอีก
นิ่งไม่ได้นานหรอก เต็มที่ก็เจ็ดแปดเดือนปีหนึ่งอะไรอย่างนี้
มันก็แล้วแต่โอกาส แล้วแต่จังหวะ ถ้าให้ทำยาวๆ คงไม่ไหว
ถ้าทำแบบนักขัตฤกษ์ ปีหนึ่งสิบห้าตอนก็คงจะดี
จากเนวิเกเตอร์เราก็เป็นเรวิเกเตอร์ดีไหม
อย่างหล่อเลยอ่ะ จะหล่อไปไหน"

- เร แม็คโดนัลด์
...



เมื่อครั้งยังเรียนอยู่ชั้นประถมเราได้เรียนห้องเดียวกับแม็กซ์เวลล์อยู่หนึ่งปี
แม็กซ์เวลล์เป็นน้องชายแท้ๆ ของพี่เร ห่างกับพี่เร 10 ปีพอดี
จำได้ว่าตอนนั้นเราชอบแม็กซ์เวลล์มาก มีเบอร์โทรศัพท์บ้านด้วย
ส่วนพี่เร, เราไม่ได้รู้สึกปลาบปลื้มผู้ชายคนนี้เลยสักนิด
คงเป็นเพราะด้วยวัย ณ ขณะนั้นที่ใครอยู่ใกล้ตัว
เด็กผู้หญิงวัยประถมก็มักพาเข้ามาอยู่ใกล้ใจ
พี่เรจึงไม่ได้อยู่ในสารบบหัวใจของเราเลย


แต่เมื่อเวลาผันผ่าน ความทรงจำหลายๆ อย่างก็ค่อยๆ จาง
ตัวเลข 9 ตัวที่ถูกจรดด้วยหมึกปากกาบนกระดาษเล็กๆ แผ่นนั้น
ก็เลือนหายไปตามกาลเวลา


หลายปีที่ผ่านมาจวบจนถึงวันเวลาในปัจจุบัน
เรารักผู้ชายคนนี้มาก รักมากกว่าอนันดา รักมากกว่าพี่หลุยส์
พี่เรเป็นผู้ชายที่ไม่ได้มีอะไรดีหรือโดดเด่นกว่าใคร
เป็นคนพื้นๆ เป็นลูกครึ่งที่พูดภาษาอังกฤษได้ไทยมาก
ไม่ได้เป็นคนหน้าตาดี ไม่ได้เป็นคนมีบุคลิกดี
ไม่ได้มีความคิดความอ่านหลักแหลม ไม่ได้มีรัศมีความอบอุ่น
ไม่ได้พยายามแสดงตนเพื่อให้ใครคนอื่นเอาเป็นตัวอย่าง
คงเป็นเพราะคนที่ใช่จึงไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลอันใดมาประกอบ


เราไม่ได้สนใจการเดินทางเพราะพี่เรหรอกนะ
ไม่ได้มีพี่เรเป็นแบบอย่างในการเดินทางด้วย
แต่บันทึกการเดินทางของพี่เรเป็นแรงบันดาลใจชั้นเยี่ยม
ที่คอยกระทุ้งและกระตุ้นเตือนในวันที่เราหมดไฟ
ให้ลุกขึ้นมาเก็บกระเป๋า ใส่รองเท้า แล้วออกเดินทาง
...



ครั้งหนึ่งในค่ำคืนที่ถูกปกคลุมไปด้วยแสงสีเสียงบนถนนข้าวสาร
เราและพี่เรเคยเดินสวนกันในระยะชิดใกล้
แต่ในค่ำคืนนั้นเรากลับไม่รู้เลยว่าพี่เรยืนอยู่ข้างๆ


บางทีการดำรงอยู่ในระยะใกล้สายตาก็ใช่ว่าจะเห็นหรือเข้าใจทุกอย่าง
การมีตัวตนในระดับสายตาที่ไม่ใกล้เกินและไม่ไกลไปจึงเพียงพอแล้วจริงๆ



kunjair

day 44 | tiwayo










day 44 | rungkarn






เข้าสัปดาห์นี้ มีอารมณ์ความรู้สึกซ้อนทับกันเยอะแยะ
แต่ผ่านมาเพียงแค่สามวัน รู้สึกเหมือนใช้เวลาไปหนึ่งสัปดาห์เต็ม
คิดอะไรไม่ออก โดดไปใช้เวลาอยู่กับต้นไม้ซะเลย..ง่ายดี
ไม่ได้อยู่นิ่งๆ ไม่ได้จมอยู่กับอะไร แค่เกเรเล็กน้อย :P

เอ้อ วันนี้ตอนกลับจากค้างกับเพื่อนที่รักเมื่อคืน
เดินกันอยู่ เห็นเจ้าดอกนี้ คุ้นตามาก
พูดกับเพื่อนว่า เอออยากได้ เลยเก็บฝักมันมา เพื่อนก็เช่นกัน
พอมาไล่ดูรูปในเน็ตอีกที นั่นไงคุ้นตาจริงๆ ไม่ได้รู้สึกไปเอง
เคยผ่านตาแล้ว..ชื่อกาหลง (ถ้าไม่ผิดอีกนะ) :D

พรุ่งนี้ได้เวลาเกเรอีกแล้ว
ฝนตก ดินก็ชุ่ม เหมาะชะมัดเลย ไม่มีอะไรเหมาะเหม็งไปกว่านี้อีกแล้ว ;)







...




จากการพูดคุยกับเพื่อนที่รักเมื่อคืน
มันทำให้ฉันรู้สึกได้เต็มหัวใจ คนที่รักก็ยังคงรักกันอยู่อย่างนั้น
ไม่ได้พูดไม่ได้คุยไม่ได้เจอกันนานนับหลายเดือน
แต่เวลาที่ได้อยู่ใกล้กัน ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าเคยห่างกันแล้วกลับมาอีกที
ยังคงสนิทไปถึงใจได้เหมือนเดิม

เพื่อนที่รักพูดว่า นี่ไง เขาบอกกัน คนแก่มักจะคุยกันแต่เรื่องเก่าๆ
ซึ่งเมื่อคืนเราสองคนก็กลายเป็นคนแก่ไปเรียบร้อย

คนที่รัก แม้ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ก็ยังคงรักกันได้เช่นเดิม
ฉันดีใจมาก ที่ได้มาพบและรู้จักกับเพื่อนคนนี้
เราเดินทางเป็นวงกลมแห่งการรู้จักกันมา ๑๒ ปีแล้ว
เนิ่นนานเหลือเกิน ฉันยังยกให้เธอเป็นที่หนึ่งเหมือนเดิม

ถึงแม้เรื่องที่เราสนใจและชอบจะไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
นิสัยใจคอจะต่างกันแค่ไหน เราก็สนิทกันได้
ด้วยความเข้าใจและรับฟังกัน

วันนี้เป็นวันที่ชื่นใจมาก ถึงอาการทางกายจะปวดหัวรุมๆ ก็เถอะนะ
ถือว่าเป็นวันที่บรรยากาศทั้งภายนอกและภายในดีมากเหลือเกิน

ระยะนี้ดูแล้วว่าฝนเป็นใจให้เกเร
พรุ่งนี้จะใส่หมวกอยู่กับต้นไม้อีกที
คงมีเสียงบ่นมาให้ได้ยินอีก ฝนตกแล้วก็ตากฝนอยู่นั่น

หวังไว้ว่า จากพรุ่งนี้ไปจนหมดสัปดาห์..จนหมดกันยา
บรรยากาศทั้งภายนอกและภายในจะเหมือนเช่นวันนี้นะ
หวังหวังหวัง :)


...




ตุลา มีงานรออยู่แล้ว 

แค่ภาพเล็กๆ ก็ทำให้ยิ้มสดใสได้เป็นกอง
โลกยังน่าอยู่เยอะเลย







day 44 | patawee


๒๖ กันยายน ๒๕๕๕ พุธ
กลับมาจากสมุทรสาคร สมุทรสงครามแล้วค่ะ :)
จบทริปนี้ด้วยการกลับไปเก็บภาพป่าชายเลนอีกครั้ง
เช้านี้โชคดี ได้เห็นฝูงโลมาออกมาเล่นน้ำที่ปากอ่าว
แม้จะเห็นเป็นจุดเล็กๆสีดำๆ แต่เท่านั้นก็ทำให้ปลื้มใจแล้ว
ชอบบรรยากาศวันนี้มาก มาก มาก
ฟ้าใสๆ แดดดี ลมพัดเอื่อยๆ นกทะเลบินร่อนเป็นฝูง
อยากหยุดเวลาไว้ที่นั่นตลอดไป
ส่วนตอนบ่ายมุ่งหน้าไปสมุทรสงคราม
ไปถ่ายทำคลิปที่ตลาดร่มหุบ
เหนื่อยหน่อย แต่สนุกสนานกันดี :)

โดยรวมแล้วชอบทริปนี้
เป็นทริปที่ได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากๆ
ที่ชอบมากๆมีสองช่วง
ช่วงแรกคือตอนแบกกล้องส่องนกของพี่ตี๋ มัคคุเทศก์จำเป็น
ออกไปส่องนกถงในนาเกลือ
ท้องฟ้าวันนั้นสดใส เมฆเริงระบำกันสนุกสนาน
ยืนดูนกหลากหลายชนิดจนพระอาทิตย์ตกดิน
ภาพที่พระอาทิตย์ค่อยๆลับขอบฟ้าลงไปในนาเกลือนั้นน่าประทับใจมาก
ธรรมชาติช่างยิ่งใหญ่และน่ามหัศจรรย์เหลือเกิน

อีกช่วงคือตอนนั้นเรือออกไปตามหาปลาโลมาในอ่าวไทย
หาไม่เจอหรอก ชาวบ้านบอกว่าช่วงนี้น้ำไม่ดี
เค้าจะไม่ค่อยออกมาเล่นน้ำ
แต่การได้นั่งล่องเืรือกลางทะเล ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว
ลมเย็นมาก น้ำกับฟ้าอยู่ใกล้กันจนแยกเส้นแบ่งแทบไม่ออก
นกนางนวลบินโฉบไปโฉบมา
ที่เห็นเยอะกว่าคือกาน้ำตัวสีดำ
ที่ชอบเกาะหลักผึ่งปีกให้แห้ง ก่อนจะโฉบไปเหนือผิวน้ำอีก
ได้ไปดูชาวบ้านงมหอยแมลงภู่ด้วย
ชอบมากๆ ได้ปล่อยใจให้ไหลล่องไปกับสายน้ำอีกครั้งแล้ว :)

ขอบคุณการเดินทาง
ที่ทำให้เราพอจะลืมหมกมุ่นกับเรื่องตัวเองไปได้บ้าง
แม้จะรู้ว่าสุดท้าย เราก็จะกลับมาหลงทางในวังวนเดิมๆเหมือนเดิม
อยู่ดี

หมายเหตุประจำวัน :
ซีไรต์ปีนี้เป็นของ "คนแคระ" ของวิภาส ศรีทอง
เห็นคนวิจารณ์กันเยอะ ว่าเป็นม้ามืดบ้าง เป็นตาอยู่บ้าง
เดี๋ยวเราจะต้องลงมืออ่านบางแล้ว

หมายเหตุประจำอะไรดี? :
พี่แนนเอา "กล่องไปรษณีย์สีแดง" ไปทริปด้วย
เลยได้หยิบมาอ่านจนจบ
ชอบ ชอบไม่แพ้หนังเรื่องเพื่อนสนิทเลย
อ่านแล้วอยากขึ้นเหนืออีกแล้ว
ไปให้เหนือกว่าบ้าน ไปขึ้นเชียงดาว ไปออบขาน
ไปไหนก็ได้ ไปให้ไกลๆ
แม้จะรู้อีกแล้วนั่นแหละ ว่าสุดท้ายก็หนีตัวเองไม่พ้น

Tuesday

day 43 | patawee


25 กันยายน 2555
ตอนเช้ายังคงอยู่โคกขาม
ล่องเรือตามหาปลาโลมา
ดูชาวบ้านออกเรือหาหอยแมลงภู่
ไหว้พระกลางน้ำ (วิหารปิด -"-)
บ่ายเข้าท่าฉลอม (ในที่สุดก็ได้กลับมาอีกครั้ง)
ต่อด้วยมหาชัย
ต่อด้วยตลาดทะเลไทย
นอนบ้านพักสบายสบายในตัวเมือง
เหนื่อย แต่สนุกดี

day 43 | kunjair




หากต้องการเพียงการพักผ่อน
คุณไม่จำเป็นต้องออกเดินทาง
.....



เราเชื่อในการเดินทาง
เชื่อว่าคนหนุ่มสาวควรออกเดินทาง
เพื่อพบเจอและเรียนรู้วัฒนธรรมต่างถิ่น
เราอาจพบเจอคุณค่าข้างนอกกาย
เราอาจพบเจอคุณค่าข้างในตนเอง


พอนึกถึงการเดินทาง
สิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นจากมโนภาพมักจะเป็นการมุ่งไปข้างหน้า
แต่อย่าลืมว่าการเดินทางย้อนกลับไปยังที่ๆ เราเคยจากมา
ก็ทำให้เราเรียนรู้และเข้าใจอะไรบางอย่างได้ดีเช่นกัน


การเดินทางไปรอบโลกไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ
เราแค่อยากเดินทางให้คุ้มค่าในวัยหนุ่มสาว
ให้รู้รสชาติความลำบากในพื้นที่ต่างถิ่น
ให้รู้ว่าโสตสัมผัสของเราใช้การได้ดีเพียงใด


เราเดินทางเพื่อซึมซับบางอย่าง
เราเดินทางเพื่อปล่อยผ่านบางสิ่ง
เราเกิดมาเพื่อออกเดินทาง
...



"i beg young people to travel. if you don't have a passport, get one. take a summer, get a backpack and go to delhi, go to saigon, go to bangkok, go to kenya. have your mind blown, eat interesting food, dig some interesting people, have an adventure, be careful. come back and you're going to see your country differently, you're going to see your president differently, no matter who it is. music, culture, food, water. your showers will become shorter. you're going to get a sense of what globalization looks like. it's not what tom friedman writes about, i'm sorry. you're going to see that global climate change is very real. and that for some people, their day consists of walking 12 miles for four buckets of water. and so there are lessons that you can't get out of a book that are waiting for you at the other end of that flight. a lot of people americans and europeans come back and go, "ohhhhh". and the lightbulb goes on."


หากใครเคยออกเดินทางไกลจากที่ๆ คุ้นชิน
คุณจะรู้ว่าคำกล่าวของ henry rollins เป็นความจริงทุกประการ




kunjair

day 43 | tiwayo

วันนี้เหนื่อย เพลียทั้งกายและใจ...เขียนไม่ออก
ไปนอนก่อนล่ะ...พรุ่งนี้เจอกันใหม่





ป.ล. คืนนี้พระจันทร์รูปครึ่งวงกลม ดูไม่เฉียบคม สวดสดอย่างทุกวัน
แต่แสงรอบวงสามเฉดสีสวยมาก...ลองออกไปแหงนหน้าดูสิจ้ะ  พระจันทร์ที่นู่นเป็นอย่างไร






day 43 | rungkarn






the more i live 
the more i learn

the more i learn
the more i realize
the less i know..

each step i take
each step i turn
each mile i travel only means..

'the more i have to go'


-บทกวีในเสียงเพลง, สิเหร่-




ซึมซับประโยคดังกล่าวมาตั้งแต่อายุสิบสี่สิบห้า
จนตอนนี้ผ่านเวลามาสิบปีเข้าให้แล้ว
ยังรู้สึกว่าตัวเองไปได้ไม่ไกลกว่าที่ควรจะเป็น

ทำไม, เกิดอะไรขึ้น


...




๒๕ กันยายน ๒๕๕๕, ๐๕.๕๐ น.






Monday

day 42 | kunjair


คนที่เราถูกชะตาก็ใช่ว่าเมื่อสนทนาแล้วจะลื่นไหล
มีแต่ความขัดแย้ง มีแต่ความไม่เข้าใจ


ใช่, เราควรได้รู้จักกัน
แต่ไม่ควรข้ามเส้นบางๆ เส้นนั้นมาเลย


อยู่ที่โล่งแจ้งแล้วไม่มีใครเข้าใจ
พาตัวตนกลับไปในโลกสีหม่นอีกครั้ง
ที่ซึ่งมีใจตนเข้าใจตนเอง




kunjair

day 42 | rungkarn







-๒๔ กันยายน ๒๕๕๕, ๑๖.๒๓ น.-




ได้อยู่ร่วมกับคนอื่น เป็นการเรียนรู้ที่ดีนะ
อย่างน้อยขณะที่มองเห็นข้อเสียของคนอื่น เราจะได้กระตุ้นเตือนตัวเองด้วยเช่นกัน
อย่าทำนิสัยแบบนี้ อย่าเอานิสัยแบบนั้นมาไว้กับตัวเอง
อย่าให้มันเข้าทาง..ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองนั่นล่ะ

...




เวลาที่รู้สึกบีบคั้น
มีวิธีเดียวที่แก้ไขได้ดีที่สุด ปรับตัว ปรับใจ
ยังไงก็ต้องทำ!

...




นั่งละเลียดกับมายโฮมทุกหน้า
อีกไม่ช้า ฉันคงงดสบตากับฉบับใหม่ๆ ของพวกเธอก็เป็นได้
โฆษณาเริ่มมาแยะอีกแล้ว เสียดาย..

แต่ยังไงซะ เล่มเก่าพวกนั้น ฉันเฝ้าทนุถนอม
เนื้อในของพวกเธอยังหอมหวานอยู่ดี

เอาล่ะนะ :)






day 42 | patawee


24 กันยายน 2555
@ โคกขาม
ปลูกป่าชายเลน
ดูนกชายเลน
ถ่ายร้านอาหาร
นอนบ้านริมคันนา
ผ่านไปได้ด้วยดี

day 42 | tiwayo



Sunday

day 41 | patawee


23 กันยายน 2555 อาทิตย์

นอนเล่น
เก็บกวาดห้อง
ใจหาย
ฉันกำลังจะต้องจากห้องนี้ไปภายในไม่กี่วันนี้แล้ว

ถ่ายรูปเก็บไว้
เราผ่านอะไรมาด้วยกันก็มากมาย
กิน นอน พักอาศัย
รองรับเพื่อนๆของฉัน
เป็นที่หลบเร้นโลกภายนอก
เฝ้าดูยามฉันมีความสุข
เฝ้ามองยามฉันร้องไห้
เอาเข้าจริง
ทำไมฉันจึงต้องยอมแลกเรื่องเล็กน้อย
ให้แก่เรื่องดีๆที่เหลืออยู่ด้วย

หมายเหตุประจำวัน :
ฉันฝัน ฝันอยางที่เคยฝันอีกแล้ว
มีทางไหนที่จะออกไปจากฝันนี้ไหมนะ

day 41 | kunjair




ศิลปะไม่ใช่แค่ภาพวาด
ศิลปะถูกซ่อนอยู่ในทุกสิ่งอย่าง
รวมถึงการดำรงชีวิตของผู้คน


นั่งทำงานไป จิบกาแฟไป
ศิลปะยังฟุ้งอยู่ในหัว


คิดงานไม่ออก
นั่งมองสารพัดแก้วบนโต๊ะทำงาน


storyboard ถูกร่างเสร็จไปไม่กี่ช่อง
ที่เป็นชิ้นเป็นอันคือหนึ่งในรูปแบบของศิลปะ
จากการสบตากับสารพัดแก้วบนโต๊ะทำงาน




kunjair

day 41 | rungkarn







ชอบเวลาอาสองคนอยู่ด้วยกัน แล้วมีหมาป่วนคั่นกลาง
หมาได้เปลี่ยนตรูดที่เดินตาม จากตรูดอาแอ๊ะเป็นตรูดอาแอม ฮ่าๆ
เด็กอะไรทั้งทะเล้น ทั้งทะลึ่ง ทั้งขี้เล่น ทั้งขี้อ้อน ทั้งงอนได้น่าหยิก
สีหน้าท่าทาง อารมณ์..ทุกอย่างลีลาเหลือร้ายจริงๆ เด็กคนนี้

วันนี้อากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝน ได้ทำกับข้าว ได้งีบหลับ
ได้ดูทีวี ได้เล่นกัน ได้ไปตลาด ได้โดนน้องจับเกี่ยวคอเกาะแขน
เราเป็นเพื่อนกัน ไม่ใช่พี่น้องกันเลย..

ความจริงแล้วรู้สึกเหมือนอะไรบางอย่าง
ที่ขาดหายไปนาน กลับมาได้อย่างเดิม :)

ได้สบตากับหนังสือ my home สุดที่รัก
รักจริงรักจังเจอะเจอกันทุกเดือน..ไม่เบื่อเลย
เดี๋ยวจะใช้เวลาอยู่กับต้นไม้อีกที

อ้อ ได้ไปแงะต้นอัญชันจากบ้านยายที่สนิทด้วย
แงะมาสี่ต้น เผื่อเพื่อนด้วย ปลูกไว้..เพื่อเรื่องกินอย่างเดียว ฮ่าๆ

เหลืออีกหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น สำหรับกันยายนนี้ :)








day 41 | tiwayo

คุณเจ๊พี่มิ้น (พี่ชาย อิอิ) ส่งคลิปนี้มาให้ในเฟช พร้อมสั่งสอน
"มีโอกาสได้อยู่กับพ่อกับแม่ ก็เป็นตัวแทนพี่ ๆ ดูแลพ่อแม่ให้ดีดีนะหนู 
อยากจะบอกว่าห่างจากอ้อมอกพ่อแม่มา มันเหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน 
ด้อยู่กับพ่อกับแม่สบายที่สุดแล้วนะจ๊ะ"

นานๆ คุณพี่จะส่งอะไรแบบนี้มาให้ดูสักที  
'ชีวิตนี้เพื่อลูก' เป็นละครเล่าเรื่องเชยๆ ตัวละครก็เชยๆ แต่ก็ดูเพื่อสะกิดใจได้เหมือนกันนะ






"ขอหนุนแทนหมอนหน่อยนะ"




 "เราต่างพึ่งพิงซึ่งกันและกัน"




 "ตกลงกันไม่ได้ว่าใครจะพิงใคร..ต้องสู้กันหน่อย"





 "และแล้วก็ตกลงกันได้ในที่สุด..พิงกันเป็นสามทอดเลย ดูดิ"





"ช่วยด้วยค่ะ...มาตาแกล้งหนู ผู้หญิงหยาบ แกล้งตุ๊กตา"

ฮึ่ยย่ะ








Saturday

day 40 | patawee


ใช้เงินเหมือนเบี้ย
ไปไปรษณีย์บางลำพู
ไปร้านร่มฟ้าไทย ซื้อร่มมาสองคัน
ไปศูนย์วัฒนธรรมอินเดีย ดูงานแสดงศิลป์อินเดีย-ไทย
ไปเซ็นทรัลเวิลด์ ช็อปปิ้งสมุด เครื่องเขียน หนังสือภาษาอังกฤษ จนเลย
(ตอนนี้บีูทูเอสทั้งร้าน หนังสือภาษาอังกฤษลดแปดสิบเปอร์เซ็นต์ โอย ละลาย)
ไปสยาม ดูปาดังเบซาร์ ชอบมากพอสมควรเลย
กลับไปเซ็นทรัลเวิลด์อีกรอบ
แล้วก็เพิ่งกลับมา

กลับมานั่งคุยกับเธอ,
เรื่องครอบครัว เรื่องปัญหาชีวิต เรื่องตัวตน
เรื่องสังคม เรื่องการงาน เรื่องของเรา
มีเรื่องให้ต้องคิดมากมาย มากมายเหลือเกิน

,เสาร์ 22 กันยายน 2555 
วันเกิดหลิน เพื่อนรักของฉัน

day 40 | kunjair




"คนที่ฟ้าส่งมาให้ฉัน
คนคนนั้นจะเป็นคนแบบไหน
คนที่เดินตากฝนกันจนวันสุดท้าย
ร้องไห้มีความสุขใต้เงาพระจันทร์
คนน่ารัก คนที่อ่อนไหว
คอยบอกรักจุ๊บจุ๊บก่อนนอน
คนที่คอยดึงหูตอนที่เราแอบมอง
ให้ง้อชอบงอนตุ๊บป่องจะเป็นเช่นไร
หากคนคนนั้นนั้นมีจริง"

...



 via
รักบนบานหน้าต่าง


 via
รักกุ๊กกิ๊กในสวนสนุก


via 
รักซุกซนใต้โต๊ะอาหาร


รักระหว่างอ่านหนังสือ


รักเดินทางบนรางรถไฟ


รักไหวๆ บนชิงช้า


รักในมุมเมือง


รักริมสระว่ายน้ำ

 
รักปั่นไปบนอานจักรยาน


รักขณะกดชัตเตอร์


รักล่องไปบนเรือ


รักท้าทายบนระเบียง


รักระหว่างขับขี่


รักในโรงภาพยนตร์


รักหวานในสวนหลังบ้าน


รักในวันฝนพรำ


รักอบอุ่นยามนิทรา


รักหลังเกมกีฬา


รักใต้แสงตะวัน


รักสุดท้ายบนเปลญวน
...



love is in the air,
love is on the ground,
love is all around,
love is beautiful.




kunjair

day 40 | rungkarn







บรรยากาศที่บ้านระยะนี้น่าเบื่อมาก
ทั้งเรื่องเสียงดังและเรื่องที่พูดคุยกัน..การเมืองท้องถิ่น
อยากจะอ้วกแตกในทุกวัน 
แต่ก็นั่นแหละ ถ้าถึงเวลาที่ความดีความถูกต้อง
ความสมเหตุสมผล ความรับผิดชอบในหน้าที่
ได้ขึ้นบัลลังก์เสียที ทีนี้แหละ..จะหัวเราะให้เสียงดังเลย

เราก็หวังไว้อย่างนั้นนะ มันควรจะถึงเวลาเสียที!


...