Friday

day 18 | kunjair





ศุกร์สุดท้ายสิงหา
บ่งบอกว่ากรกฏาไม่ได้เดินเร็วแต่เพียงผู้เดียว
และคาดว่านอกจากจะมีสิงหาเป็นคู่แข่งคนสำคัญแล้ว
กันยา ตุลา พฤศจิกา และธันวา
ยังเป็นคู่แข่งที่กรกฎาจะประมาทไม่ได้เลยเชียว


สารทจีนปีนี้เราตื่นแต่เช้า
เพราะต้องไปซื้อของเอาไว้ไหว้เจ้าตอนเช้าที่ทำงาน
บ้านกับที่ทำงานห่างกันแค่สองสถานีรถไฟฟ้า
จึงไม่แปลกหากมักจะถูกวานให้ทำนู้นนี่นั่นอยู่บ่อยๆ
แม้ไม่ได้เป็นคนใจดี แต่เราก็ยินดีเสมอหากไม่หนักหนาเกินตัว
...



วันนี้อารมณ์ไม่ดีเลย ทำงานแบบไม่มีความสุข
รู้สึกอากาศที่สูดเข้าปอดไม่ค่อยบริสุทธิ์เท่าไหร่
มลพิษความไม่พอเพียงลอยฟุ้งอยู่เต็มไปหมด
ใช่, มันไม่ใช่ธุระอะไรของเราเลยสักนิด
แต่ตัวเราอยู่ตรงนั้น หูยังได้ยิน สมองยังคิดตาม


วัตถุนิยมนี่มันมาแรงแซงทางโค้งเหลือเกิน
ทุกที่ทาง ทุกแห่งหน ทุกสังคมชนชั้น
ล้วนแข่งขันแก่งแย่งชิงดีกับการนิยมวัตถุ


เราไม่ปฏิเสธว่าเราเองก็ชื่นชอบวัตถุ
แต่แค่ไหนเรียกพอดีตัว แค่ไหนเรียกมากเกินความจำเป็น
คิดเองได้ ไม่ยากเลย
...



ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นเอกลักษณ์สำหรับเราไปเสียแล้ว
ที่จะมีเสียงเพลงมาฝากอยู่บ่อยๆ
ส่วนวันนี้เราก็มีเพลงมาฝากอีกเช่นเคย
และคิดว่าคงยังไม่เคยได้ฟังกันมาก่อนเหมือนเดิม
เราเชื่อว่าทุกเพลงที่เราแนะนำมีความหมายดีๆ สอดแทรกอยู่
ขอแค่อย่าเพิ่งเบื่อที่จะลองเปิดฟังเสียก่อน


"zac brown band" เป็นวงดนตรี country
จากเมืองแอตแลนต้า รัฐจอร์เจีย
ส่วนเพลงนี้ชื่อว่า "knee deep" ซึ่งมี "jimmy buffett"
นักร้อง-นักเขียนรุ่นเก๋ามาร่วมร้องด้วย


เราเห็นว่าช่วงหลายวันมานี้ทุกคนดูหมองเศร้า
ความสนุกสนานร่าเริง ความคิดสร้างสรรค์
รวมถึงแรงบันดาลใจหล่นหายไปมากโข
เราเองก็ไม่ต่างจากทุกคนมากนัก
แต่พอเมื่อคืนได้ฟังเพลงนี้กล่อมนอน
ก็ทำให้เรากระตุกคิดอะไรได้หลายเหมือนกัน


นอกจากความหมายของบทเพลงแล้ว
มิวสิควีดีโอก็ยังมีอะไรบางอย่างที่พยายามสื่อสารผ่านความตลกโปกฮา
อยู่ที่ว่าใครเห็นอะไร ใครดีความไปในทิศทางไหน
ใครนำสิ่งที่ได้มาประยุกต์ใช้กับเรื่องราวตลกร้ายในชีวิตจริงได้มากน้อยเพียงใด
...



"come on in the water it's nice.
find yourself a little slice. grab a backpack.
otherwise, you will never know until you try.
when you lose yourself you find a key to paradise."




kunjair

day 18 | tiwayo













day 18 | patawee




ชีวิตแท้

ชีวิตแท้ งามงด และสดชื่น
ไม่มีฝืน ไม่มีหวั่น ไม่สั่นเสียว
ไม่มีสิ่ง หลงรัก สักสิ่งเดียว
ไม่มีจิต เกาะเกี่ยว; ทั้งบาปบุญ

ทรัพย์ในเรือน เป็นเหมือน ของเกลื่อนกลาด
ที่เป็นบาป เก็บกวาด ทิ้งใต้ถุน
ที่เป็นบุญ มีไว้ เพียงเจือจุน
ให้เป็นคุณ สดวกดาย คล้ายรถเรือ...

ไม่ยึดมั่น สิ่งใด เอาใจแบก
กลัวตายแตก ใจประหวั่น จนฝั่นเฝือ
เบาทั้งกาย เบาทั้งใจ ไม่มีเบือ
ชีวิตเหลือ แต่ความเย็น เป็นนิพพานฯ

พุทธทาส อินทปัญโญ




ชอบตัวเองวันนี้
แอคทีฟ
ทำอะไรได้รวดเร็วกระชับฉับไว

ตื่นเช้า

อาบน้ำแต่งตัวรวดเร็ว
ใส่ชุดทะมัดทะแมง
มาถึงออฟฟิศคนแรก
สั่งซื้อเสื้อดอนกิโฆเต้
จองตั๋วรถออนไลน์
จองตั๋วรถทางโทรศัพท์
โอนเงินค่าเสื้อที่สั่งซื้อ
โอนเงินจากบัญชีหนึ่งเข้าบัญชีหนึ่ง
จ่ายเงินที่เคาท์เตอร์เซอร์วิส
เขียนใบลา
เบิกค่าพาหนะ
วาดรูปโลโก้นายรอบรู้
ดูหอพักย่านจรัญสนิทวงศ์
ดูแผนที่การเดินทาง
กินส้มตำอย่างเอร็ดอร่อย
เซ็นใบเบิกหนังสือให้กอง
กินผลไม้ไหว้เจ้าอย่างสนุกสนานกับพี่ๆ
กำลังเขียนข่าวงานเปิดตัว Porto Chino
เมื่อเขียนเสร็จจะลบเพื่อนที่ไม่ใช่เพื่อนออกจากเฟสบุ้คต่อ

ส่วนเย็นนี้

จะเดินทางกลับบ้าน :)




31 สิงหาคม 2555 
วันศุกร์สิ้นเดือน
วันสุดท้ายของเดือนแล้ว 
ก็อยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง
 เพื่อต้อนรับเดือนใหม่บ้าง
หวัง และหวัง ว่าเดือนหน้าจะดีขึ้น
ส่วนเรื่องบางเรื่องที่รู้แล้วทำให้ทุกข์ร้อน
 ก็อย่าไปรับรู้หรือใส่ใจมันอีกเลย
เอาหูไปนาเอาตาไปไร่เสียบ้าง
 สำหรับเรื่องที่ทำให้ทุกข์พรรค์นั้น



day 18 | rungkarn









โอ้ชีวิต..ทำงานเพื่อแลกเงิน!

แต่มันทำให้ฉันรักกล้องถ่ายรูปที่มีอยู่มากขึ้น
ทำให้ฉันอยากมองเห็น สังเกตสิ่งรอบตัวมากขึ้น
มันเป็นเรื่องราวที่พักใจของฉันได้ดีจริงๆ










Thursday

day 17 | kunjair

day 17 | patawee


ครู

บทสนทนาบทนี้
ทำให้ฉันร้องไห้

มกุฏ อรฤดี
August 16 at 7:53pm via mobile
‎"เมื่อเราเกิดมา มีชีวิตอยู่ร่วมกับผู้คน
อาจมีคนชอบบ้าง ไม่ชอบบ้าง
มีคนรักบ้าง เกลียดบ้าง
ช่างเถิด แต่ตัวเรานั้น อย่าเกลียดตนเอง"

Why Patawee นี่ยากที่สุดเลยค่ะครู
มกุฏ อรฤดี อย่าเกลียดบ่อยนัก เกลียดๆ รักๆ สลับกัน พอไหว
Why Patawee หนูก็หวังว่าจะกลับมารักได้ในเร็ววันค่ะ
รักน้อยๆก็ได้ แต่อยากจะรักนานๆ

มกุฏ อรฤดี อย่าเกลียด---ถ้าจะเกลียดตัวเอง เกลียดครูแทนก่อนก็แล้วกัน
Why Patawee อย่าพูดอย่างนั้นเลยค่ะ ครูจะทำให้หนูเกลียดตัวเองมากขึ้น เอาเป็นว่าหนูจะพยายามรักตัวเอง แม้คนอื่นจะเกลียดหรือไม่รักหนูก็ตาม
มกุฏ อรฤดี ฅนฉลาด ต้องรักตัวเองเสมอ และฅนมีครู ควรคิดว่าตนฉลาด
สักนิดก็ยังดี

Why Patawee ‎:) ขอบคุณค่ะครู หนูจะจดจำคำพูดของครูไว้
มกุฏ อรฤดี ดี :)

https://www.facebook.com/makutonrudee/posts/448642131846699


ฉันรักครูมาก
และฉันก็ต้องรักตัวเอง
ให้มากๆ
เสียที

๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๕
วันพฤหัสบดี
วันที่จิตตก ฟุ้งซ่าน เสียใจ น้อยใจ ผิดหวัง

day 17 | rungkarn








๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๕
วันนี้ฉันรู้สึุกอยากเดินทางไกล








day 17 | tiwayo


“หนังสือดีๆ ไม่เคยช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตเรา 
ข้อคิดดีๆ เป็นเพียงความรู้ที่จบอยู่แค่สมอง แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเราได้ 
เพราะมันเข้าไม่ถึงใจ ...จนกว่าเราจะยอมหยุดและเริ่มต้นเข้าใจจิตใจตัวเอง”








นอนไม่หลับ
ฟังและคิดตามเพลินๆ จนกว่าจะหลับแล้วกัน..หวังว่าจะหลับลงอะนะ



'โญ


Wednesday

day 16 | patawee


๑.
๒๐.๕๐ น. ฝนกำลังตกหนัก


๒.
กลับมาจาก One Day Trip แล้ว
หมายเชิญวันนี้เป็นของ D Land
เชิญสื่อไปเยี่ยมชม Community Mall แห่งใหม่ในมหาชัย
"Porto Chino"
จากนั้นไปมหาชัย ข้ามฝั่งไปท่าฉลอม
เที่ยววัด ชมธรรมชาติสองฝั่งแม่น้ำ สัมผัสวิถีชีวิต
ถึงจะได้สัมผัสอย่างเผินๆ แต่ก็รู้สึกว่า
ท่าฉลอมเป็นชุมชนที่น่ารักมากกกกก
มากๆๆๆ มากจริงๆ ทั้งผู้คน ทั้งชุมชน ทั้งสิ่งปลูกสร้าง
วันหลังจะต้องกลับมาที่นี่อีกให้ได้
ในฐานะของนักเดินทาง
ไม่ใช่ในฐานะนักท่องเที่ยวอย่างนี้

ทริปนี้ถือว่าเรียบๆง่ายๆ ไม่เหนื่อย ไม่ลุย
และเพราะมากับหมายที่ไม่ใช่งานท่องเที่ยว
สาวๆนักข่าวสื่ออื่นเลยเป็นสาวสายงานข่าว สวยเป๊ะกันทั้งนั้น
ขณะที่เราเป็นเด็กโทรม รับตัวเองไม่ได้เลยทีเดียว ฮาๆ

ทริปนี้ได้รู้จักหนิง จากมติชนโต๊ะประชาชื่น
ก็ได้เห็นว่าโลกนี้มันก็แอบกลม
เมื่อหนิงคือคนที่ไปนั่งฟังเสวนาเรื่องปากคลองตลาดอยู่ข้างหน้าเรา
และทำงานร่วมกับเพื่อนสนิทของเพื่อนสนิทเราอีกทีหนึ่ง
โลกมันกลมมากๆจริงๆ


๓.
โทรหาแม่
ได้คุยกับแม่ ได้คุยกับยาย
รู้สึกดีมาก อยากจะกลับบ้านให้ได้เลย
คิดอยู่ว่าจะไปอาทิตย์หน้าหรืออาทิตย์ถัดไป
ยังคงรู้สึกอยากไปไหนสักที่
ที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ที่นี่
ที่ไหนก็ได้เลยจริงๆ


๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๕
วันพุธที่่พรุ่งนี้ต้องกลับไปทำงานออฟฟิศเหมือนเดิม

day 16 | rungkarn






























ในชีวิต..คงมีแค่ไม่กี่เรื่อง
ที่สามารถรู้ล่วงหน้าว่า..เราได้ตัดสินใจถูกแล้ว











day 16 | tiwayo











day 16 | kunjair


สืบเนื่องจากที่เขียนบล็อกเมื่อวาน
อารมณ์มันค้างจนต้องไปค้นหนังสือในตู้มาอ่าน


ไม่แน่ใจว่าเป็นเหตุบังเอิญ
หรือเป็นเรื่องราวที่ถูกเขียนไว้


ดูท่าลมจากปารีสจะพัดหวนมาเสียไกล
จนทำให้เรามาเจอร่องรอยของสองเงาที่ประทับไว้
ณ ดินแดนหวามไหวบนคาบสมุทรเกาหลี

Tuesday

day 15 | kunjair



 อาทิตย์อัสดง, แหลมพรหมเทพ


same shit, different day.
วันนี้มันให้ความรู้สึกแบบนี้จริงๆ


แต่แล้วก็มีคำพูดจากหนังเรื่องหนึ่ง
ผุดขึ้นมาเตือนสติก่อนนอนคืนนี้
...



เมื่อ 10 ปีก่อนเป็นช่วงที่เราเริ่มสนใจเกี่ยวกับเรื่องราวของการเดินทาง
เราเริ่มอ่านหนังสือสารคดีเดินทาง เริ่มดูรายการสารคดีท่องเที่ยว
และเริ่มดูหนังที่มีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับการเดินทาง


"before sunrise" เป็นหนึ่งในหนังที่เราเช่ามาดูในช่วงนั้น
เราสนใจเรื่องราวของพระนางระหว่าง jesse และ celine
ที่ได้พบกันบนรถไฟจาก budapest ไป vienna


หลังจากได้ดู "before sunrise" ไม่นาน "before sunset" ก็ออกฉาย
แทบไม่ต้องคิดเลยว่ามันจะออกมาดีมากน้อยเพียงใด
เราก้าวฉับๆ เข้าโรงหนังไปดูตั้งแต่วันแรกๆ ที่เข้าฉาย


เราว่าทั้งสิ่งที่เกิดขึ้นใน "before sunrise" และ "before sunset"
มันเป็นเรื่องราวที่สัมผัสจับต้องได้ และสามารถเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน


บทเริ่มต้นใน "before sunrise"
บทสุดท้ายใน "before sunset"
เรื่องราวระหว่าง jesse และ celine ยังคงตรึงตราอยู่ในหัวใจ


หากเป็นละครไทยที่ให้ความรู้สึกไม่ต่างกันมากนัก
เราก็มักจะนึกถึงเรื่อง "ยามเมื่อลมพัดหวน"
กลิ่นอายความรักและฉากหลังซึ่งเป็นทิวทัศน์ใน paris
พัดลอยตามลมหวนให้คิดถึง "คุณชง" และ "การบูร" มาแต่ไกล
...



ก่อนนอนคืนนี้ jesse เตือนสติเราว่า
"life is hard. it's supposed to be. 
if we didn't suffer, we wouldn't learn a thing."




kunjair

day 15 | tiwayo

       "อย่ามาเป็นนักเขียน มันเป็นวิถีชีวิตที่น่ากลัว เราไม่ได้อะไรจากการเป็นนักเขียนหรอกนอกจากความจน ไม่มีชื่อเสียง โดดเดี่ยว แต่ถ้าหากคุณชอบชีวิตรสชาติแบบนี้ ซึ่งหมายความว่าคุณกระสันจะทำนักก็ทำเลย แต่อย่าคาดหวังอะไรจากใครเป็นอันขาด โลกไม่ได้เป็นหนี้คุณ และไม่มีใครขอให้คุณทำด้วย" พอล ออสเตอร์





day 15 | patawee




แม่น้ำมูล, วารินชำราบ
 สิงหาคม ๒๕๕๕


๑.
เมื่อวานนั่งๆนอนๆคุยกัน
ก็เพิ่งได้รู้สึกจริงๆนั่นล่ะว่า
เรามันเป็นพวกหลงรักแม่น้ำมากกว่าทะเล
หลงรักต้นไม้ใบหญ้ามากกว่าหาดทราย

ถ้าได้ไปเที่ยวไหนที่มีแม่น้ำสีขาวๆขุ่นๆ
จะหลงรักและประทับใจมาก

แม่น้ำโขง แม่น้ำแคว แม่น้ำมูล แม่น้ำบางปะกง
ที่ผ่านมาคือความทรงจำที่ดีทั้งสิ้น




จาก https://www.facebook.com/sarakadeeactivity

๒.
สารคดีเล่มล่าสุดวางแผงแล้ว
เล่มนี้มีรูปแผนที่ฟรีแฮนด์และภาพประกอบที่เราวาดเหมือนเคย
แต่ที่เพิ่มเข้ามาคือคอลัมน์เล็กๆที่ได้เขียน
อยู่หน้าหลังๆ ใครว่างๆเดินผ่านร้านหนังสือ
ก็อย่าลืมเปิดหาคอลัมน์เที่ยวหัวใจสีเขียว
ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรนะ

ส่วนสกู๊ปหลักเรื่องเขื่อนก็น่าสนใจ
Hot Issue คงหนีไม่พ้นเขื่อนแม่วงก์
นี่เรากำลังทำให้จุดสีเขียวจุดใหญ่อีกจุดหนึ่ง
กำลังจะกลืนกลายไปเป็นป่าคอนกรีตอีกแล้ว
ต้องช่วยกันเท่าที่จะช่วยได้แหละนะ




ดอกไม้ในซอย

๓.
ไม่ควรเลยจริงๆ
ไม่ควรรู้จักใครมากเกินไป
จนมองเห็นลายเซ็นเขาในงานไร้ชื่อเหล่านั้นเลย

ไม่ควรเลยจริงๆ
ไม่ควรยืดเวลาให้ยาวนานออกไป
เพื่อที่จะตายช้าๆอย่างทรมานๆเลย

ไม่ควรเลยจริงๆ
ไม่ควรประชดชีวิตด้วยการเสาะแสวงหาใครมาชดเชย
เพื่อความสนุกและสาแก่ใจเลย (โดยเฉพาะคนพรรค์นั้น) 

ไม่ควรเลยจริงๆ


day 15 | rungkarn


















































๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๕
๐๗.๑๓ น. - ๐๙.๕๕ น.


..........




รู้สึกราวกับว่าเข้าหน้าฝนจริงจังแล้ว
อากาศเย็นชื้น แต่หายใจสะดวก
ไม่มีแสงแดดยามเช้าให้สัมผัส แต่อากาศหนาวเย็นเข้ามาแทนที่

ได้ใส่เสื้อแขนยาวตัวโปรด ที่ตกทอดจากรุ่นน้าสู่รุ่นหลาน
เนื้อนิ่มอุ่นสบาย..หาที่ไหนเทียบไม่ได้อีกแล้ว

ฉันรักหน้าฝน..ฉันรักเสื้อแขนยาวตัวเขียวขี้ม้าตัวเดิม














day 14 | patawee

27 สิงหาคม 2555



มารียูเนียนเล็กๆ
ที่คอนโดใหม่ใสกิ๊งของน้องใหม่

การได้พบกันสามคนแบบนี้
เป็นช่วงเวลาที่ดีมาก
ตั้งแต่เรียนจบมา ก็หาเวลาอย่างนี้ได้ยากเต็มที

ได้กินข้าวด้วยกัน
ได้คุยกัน
ได้เล่นกัน
ได้นอนข้างกัน
ได้วาดฝันถึงการเดินทางร่วมกัน

แม่ลาน้อย แม่วงก์ แม่แจ่มอีกรอบ แม่อะไรก็ว่าไป
มีความสุขมาก

ขอบคุณน้องใหม่และมะม่วงมากๆเลย :)












Monday

day 14 | kunjair


walking
is
living






ได้ลงไว้ใน facebook เหมือนกัน ในนั้นน่าจะชัดกว่า
พอดีว่าใน youtube อัพโหลตจากมือถือที่ใช้แค่ 3g




kunjair

day 14 | tiwayo

- ต่อจากเมื่อวานจ้า -













day 14 | rungkarn








แม่ชอบเฟื่องฟ้ามาก :)




..........




วันนี้ตื่นเช้า ออกจากห้องแล้วไปเดินดูต้นไม้
เพราะเพิ่งลงดินไปเมื่อวานสองต้น แล้วตอนดึกฝนกระหน่ำลงมา
กลัวต้นที่เพิ่งลงดินจะเซเป๋ยืนไม่ตรงเพราะแรงฝน
ดูแล้วก็เห็นว่ายังสบายดี ศรีทนด๊ายยยยยยยยย
เอาเป็นว่าต้นไม้พวกนี้จะถึกอดทนเหมือนเจ้าของมันเป็นแน่ ;p

เพราะก่อนหน้านี้มีต้นที่จะรอดแหล่ไม่รอดแหล่
แต่ก็รอดมาจนปัจจุบัน ดูเหมือนเราจะยังเต็มใจจะดูแลรักษากันต่อไปใช่ไหม
คิดเอง..เออเอง :)




แม่เริ่มไม่สบายตั้งแต่เมื่อวาน แต่คิดไว้แล้วล่ะว่า
เช้ามาต้องงอมแงมแน่ๆ เดินดูต้นไม้เสร็จก็เข้าครัวต้มข้าวต้มให้
บอกเสียงแจ้วว่า ต้มข้าวต้มให้แล้วนะแม่
แล้วไปเอายาจากบ้านพี่มาทิ้งไว้ให้ อาบน้ำ ไปซื้อกับข้าว
กินข้าว เข้าห้องฟังเพลง ทำงานของตัวเองต่อ

มันอาจดูเหมือนไม่ใช่การใส่ใจมากมาย
แต่ฉันทำแบบนี้จนรู้สึกว่า แม่รับรู้ได้อัตโนมัติ
วันที่แม่ไม่สบาย หรือแม้แต่พ่อไม่สบาย
ได้ยินมีแต่เสียงไอสะเทือนบ้าน ฉันจะเป็นคนทำกับข้าวเอง
จะมีพวกต้มผัก กินร้อนๆ แบบนั้นให้อุ่นคอ
ส่วนน้ำพริกเนี่ย บ้านฉันขาดไม่ได้เลย

ยิ่งถ้าวันไหนน้ำพริกขาดไปสักสองสามวัน
แม่จะพูดบ่นแล้ว อยากกินอยากกินอยากกิน ฮ่าๆ

ปกติฉันก็ทำกับข้าวแทบจะทุกวัน ในสัปดาห์นึงจะมีอยู่สักวันสองวัน
ที่ฉันยุ่งเหยิง แล้วจะถามแม่ว่า แม่จะทำอะไรบ้าง
ถ้าแม่ทำ ฉันก็จะบอกว่า งั้นแม่ทำนะ ฉันไม่ทำอะไรแล้ว

ฉันตลกเมื่อวันก่อน ฉันเห็นแล้วล่ะว่าแม่กินข้าวเย็นแล้ว
ฉันอยากกินลูกชิ้นทอดร้านประจำ นั่งทำงานหน้าคอม
แกล้งออกไปขี่มอไซค์เล่นรับลม แล้วแวะไปซื้อลูกชิ้น
เพราะปกติฉันจะกินข้าวเย็นราวห้าโมง หรือไม่ก็ห้าโมงครึ่งจนเป็นนิสัย
ฉันนั่งคุยทางอินเตอร์เน็ตกับเพื่อนสนิท เพื่อนจะรู้เวลาไปแล้ว
ว่าเวลานี้ฉันต้องกินข้าวนะ ไม่งั้นปวดหัวเลย

อ้อ ฉันออกไปซื้อลูกชิ้น กลับมาทันได้เจอกับแม่ก่อนแม่จะออกไปข้างนอก
ฉันทำหน้ายียวนปกติ แล้วบอกว่า นี่..ลูกชิ้นลูกชิ้นลูกชิ้น
แม่ทำตาปิ๊งปิ๊ง ปากเบะนิดหน่อย แล้วบอกว่า อยากกินนนนนนนนน
ฉันบอกว่า กินข้าวเย็นแล้วห้ามกินอะไรแล้ว อ้วน!
แล้วแม่ก็เดินจากไป ไม่มีง้อเลย ฮ่าๆๆๆ
ฉันหัวเราะเดินเข้าครัวได้แบบอารมณ์ดี

แม่เริ่มควบคุมอาหารตอนเย็นและค่ำได้แล้ว
ฉันดีใจ..และยินดีมาก
เพราะไม่อยากให้หุ่นคุณเธอดีไปมากกว่านี้
กลัวว่าอายุเยอะมากกว่านี้โรคที่เกาะแกะร่างกายให้เสื่อมเร็วจะเข้าหา

แต่ฉันก็ยังชอบแกล้งแม่ ว่าตูดเหมือนช้าง..อ้วนบ้างอะไรบ้าง ฮ่าๆ
จนน้องของฉันบอกว่า กลับบ้านมาชอบเวลาที่สองคนนี้คุยกัน
กัดกันไปกัดกันมา แต่ฉันชอบกัดแม่แกล้งแม่
เวลาคุยไม่เหมือนแม่ลูกคุยกัน ส่วนฉันก็รู้สึกเหมือนเราเป็นเพื่อนกันมากกว่า

เมื่อก่อนฉันจะขี้หงุดหงิดมาก เวลาแม่พูดเตือนอะไร
จนระยะหนึ่งที่ฉันรู้สึกว่า เออเราก็ไม่รู้ว่าจะมีเวลาเหลือให้กันแค่ไหน
ก็เลย..พอแม่บ่นหรือว่าอะไรมา ก็จะเฉยๆ ไปซะเหอะ แต่ส่วนมาก
ทำหน้ายียวนกวนเป็นลิง แล้วพูด..เหรอออออออออออออ ยาวๆ สวนกลับไป

โอ๊ยยยย นิสัยไม่ดีเลยล่ะ!




วันที่แม่ล้มรถ ก่อนฉันจะประสบอุบัติเหตุเมื่อมกราที่ผ่านมา
แม่ต้องระวังตอนเดินตอนลุกตอนทำอะไร เพราะเจ็บหน้าอกมาก
ฉันทำกับข้าวแล้วยกให้แม่กินทุกมื้อ ปากไม่ค่อยพูดอะไรหรอก
แต่ฉันทำ นั่งทำงาน หรือเล่นอะไรอยู่ ก็จะดูเวลา
สิบเอ็ดโมงก็เข้าครัวทำกับข้าว อ่ะเที่ยงแล้ว เอาข้าวเอายาให้แม่กิน
ฉันไม่รู้สึกว่ามันเป็นภาระ แต่เมื่อไหร่ที่เรารู้ว่า..มันเป็นสิ่งที่เราทำ
เต็มใจทำ..หรือว่ามีความรู้สึกห่วงใยใส่ใจอยู่ในนั้น เราจะทำมันได้อัตโนมัติ
แต่ตอนนั้น พอแม่เริ่มทำอะไรเยอะ เดินเยอะ ฉันจะแขวะทันที
เมื่อไหร่จะหาย ไม่หายแล้วล่ะแม่..พูดไม่ดีหรอก จะออกแนวกัดแม่มากๆ -*-

จนถึงวันที่ฉันประสบอุบัติเหตุ เสี้ยวนาทีที่ฉันกำหนดลมหายใจ
เอาวะ..ตายเป็นตาย แต่ตั้งสติได้กลางถนน ฉันก็ลุกขึ้นวิ่งไปอยู่ตรงฟุตบาทอย่างปลอดภัย
สิ่งแรกที่ฉันทำ คือตั้งสติ แล้วโทรหาน้องที่อยู่ใกล้ๆ
โชคดีที่มีคนดีๆ หยุดรถแล้วช่วยเหลือฉัน พาไปนั่งในร้านตรงกันข้าม
ตั้งสติได้ ฉันโทรหาแม่ ว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วก็บอกว่า ไม่ได้เป็นอะไรมากนะ
ไม่ได้เจ็บไม่ได้อะไรเลย มีแค่แผล แต่น้ำเสียงฉันร้องไห้ เพราะไม่คิดว่าจะรอดจริงๆ
ฉันเอาแต่พูดว่า ฉันไม่ได้เป็นอะไรนะ เดี๋ยวจะไปโรงพยาบาลใกล้ๆ 
จะมีพี่มารับ ฉันจะล่วงหน้าไปก่อน

เจ้าของร้านเสื้อผ้าที่ฉันไปนั่งพัก บอกว่า ฉันโชคดีที่มีแต่คนดีๆ คอยช่วยเหลือ
พอเขาเห็นแผลของฉัน เขาหมั่นถามว่าเจ็บไหม ฉันบอกว่าแค่แสบๆ
แปลกนะฉันไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่นิดเดียว ทั้งที่แผลเยอะมาก ทั้งเข่าสองข้าง
ตรงใกล้ๆ ศอกซ้ายขวา ที่เท้าอันนี้โชคดีที่ฉันใส่ผ้าใบคู่เก่ง แล้วก็สะโพกหนึ่งข้าง
สักพัก เขาก็เอาสำลีมาซับน้ำเหลืองที่ออกมาปนๆ กับเลือด
ฉันซับได้นิดนึง เขาก็บอกว่า เดี๋ยวพี่ซับให้น้องนั่งเฉยๆ นะ
แล้วเขาก็นั่งลงที่เท้าของฉันนั่งซับให้ มันเป็นภาพติดตาที่ฉันรู้สึกประหลาดใจ
ปนกับขอบคุณเขามากเหลือเกิน เป็นช่วงนาทีที่ฉันไม่คิดว่าจะเจอคนที่ใจดีกับเรามากขนาดนี้
แม้ไม่ได้รู้จักกันเลยก็ตาม ฉันพูดขอบคุณจนเขาบอกว่า ไม่เป็นไร ช่วยเหลือกัน
แล้วเขาก็เล่าว่า มีกรณีแบบฉันเยอะ แล้วไม่รอด ฉันโชคดีมาก ซ้ำยังมีคนหยุดรถช่วยอีก
จนพี่ที่รู้จักกันมาถึงแล้วรับฉันพาไปโรงพยาบาล ฉันก็ยังร้องไห้ พี่พี่ถามเจ็บมากไหม
ฉันบอกว่าที่ร้องไม่ใช่เพราะเจ็บ แต่ไม่นึกว่าจะรอด ช่วงนั้นน้องของฉันก็โทรมา
บอกว่าไม่เป็นไร เรียนเสร็จจะมาหาเลย แล้วฉันก็ร้องไห้อีก ฮ่าๆ

ตอนทำแผลมันแสบมากจริงๆ
แต่ปากฉันคอยถาม ว่านั่นอะไรไว้ทำอะไร ร้องโอ๊ยยยยออกมาว่าแสบ
พยาบาลก็หัวเราะ คงหัวเราะที่แผลขนาดนี้ แต่ปากมันยังเจื้อยแจ้วอารมณ์ดี
ทำแผลใกล้เสร็จแม่ก็มาถึง แต่แม่ไม่ทันเห็นแผลหรอก เพราะโดนห่อไปแล้ว
ออกมาจะรับยา ก็เห็นหน้าพ่อ เห็นน้องตัวเอง เห็นพี่พี่กับน้องที่รักที่ฉันโทรหาเป็นคนแรก
สักพักพี่ชายโทรหาใครสักคนนี่แหละ บอกว่าจะมาหา
แต่ฉันบอกว่า ไม่ต้องมาแล้วไม่ได้เป็นอะไร ไว้เจอกันที่บ้าน
ฉันรู้ว่าพี่ชายฉันต้องรีบเร่งมากๆ เป็นคนขับรถเร็วมากด้วยอีก
เลยตัดบทไปแบบนั้น แต่ฉันก็ไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ นะ

เป็นครั้งแรกตอนโตเลยที่ต้องนั่งรถเข็น แฮ่ๆ




กลับบ้านไป ยายมองมาน้ำตาคลอ
แล้วพูดแซวว่า ตัวก็เล็กอยู่แล้ว ยังต้องมาห่อขนาดนี้อีก
โรงพยาบาลเอกชนทำแผลดีมาก แล้วก็ยังห่อมิดชิดด้วย
พี่ชายพี่สะไภ้หลานตัวแสบกลับมา ก็เข้ามาดูในบ้าน
ฉันนอนเป็นคนป่วยเลยล่ะ พี่สะไภ้น้ำตาคลอ ฉันก็เริ่มเสียงสั่น
บอกว่าไม่เป็นไร ไม่เจ็บเลย ส่วนเจ้าตัวแสบเข้ามาใกล้แล้วเป่าเพี้ยงๆ ให้
ตอนค่ำเลยได้รู้ว่าพี่โพสในเฟซบุ๊กซะงั้น..
เพราะสภาพอามันคงเล่นกับหลานไม่ได้หลายวันเลย
พี่สาวที่เป็นญาติกันเลยได้โทรมาถามไถ่ เพื่อนสนิทก็เลยได้รู้กันเพราะเฟซบุ๊ก
แต่มีไม่กี่คนจริงๆ ที่ฉันจะบอกไป

ถึงตอนที่แม่เช็ดตัวให้ น้ำตาฉันทะลักจริงๆ แม่เช็ดให้หลายรอบ
ก็เล่นวัดถนนมานี่ ไอ้รอยเขม่าดำๆ นี่เยอะแยะเลย

ตอนที่แม่เช็ดตัวให้ ฉันร้องไห้น่ะไม่ใช่เจ็บหรอก
แต่เป็นเพราะคิดอยู่ว่า ถ้าฉันเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ 
ฉันไม่มีทางรู้เลยว่าคนที่อยู่ตรงหน้านี้จะเป็นยังไง
แล้วฉันก็คงไม่ได้มายืนซึมซับความรู้สึกดีดีแบบนี้ได้หรอก

หลังจากวันนั้น ฉันก็เลยตั้งใจว่า จะหมั่นสวดมนต์
เพราะใจจริงแล้ว ฉันก็คิดว่าพระท่านช่วยฉันไว้เยอะเหมือนกัน
ช่วยไม่ให้หัวฟาดพื้นด้วย ช่วยไม่ให้ฉันเป็นอะไรไปมากกว่านี้
ช่วยให้ฉันตั้งสติได้..เพราะเวลาฉันสวดมนต์ ฉันจะขอท่านเสมอ
ว่าขอให้มีสติในการทำอะไรและมีสติที่จะแก้ปัญหา

ฉันไม่ได้อาบน้ำหลายวันมากในช่วงนั้น
จนถึงเวลาที่หัวคันยึกยือ บ่นเสียงป่วยๆ กับแม่ว่าอยากสระผม
แล้วแม่ก็เตรียมที่ให้สระผม ฉันนอนให้แม่สระผม
ได้ยินเสียงพี่แว่วๆ ตะโกนแซวมาจากอีกบ้าน
เวลาเขาไม่สบายเขาก็ดูแลกันดีเนอะคู่นี้ ฮ่าๆๆๆๆๆ
แม่พูดกลับว่า ก็ลูกเรานะ ฉันฮามาก ฉันก็พูดกลับว่า ถึงจะกัดกันแต่ก็รักกันนะเว้ย ฮ่าๆๆ

ฉันรู้สึกว่าฉันหายเร็ว เพราะมีกำลังใจที่ดีมากด้วย
ฉันไม่ได้นอนตลอดเวลา เดินเล่นน้อยๆ อ่านหนังสือ เล่นเน็ตคุยกับเพื่อนสนิท
ทุกอย่างจึงยังคงรู้สึกปกติ

ถ้าฉันเลี่ยงได้ฉันจะไม่ทะเลาะกับแม่อีก
มีวันที่ฉันสติแตกมาก แล้วทะเลาะกับแม่ก็ผ่านมาแล้ว
ฉันหวังว่าครั้งต่อไป ถ้าฉันทะเลาะกับแม่อีก
ก็ขอให้เป็นรสชาติที่กลมกล่อมก็พอ...




๐๙.๑๙ น.

อ้อ..ฝนตกประมาณแปดโมงกว่า ตอนนี้แดดเริ่มออกแล้วล่ะ
สวัสดีจ้ะ สวัสดีเช้าวันจันทร์ใสๆ ที่ฉันยังมีสติครบอยู่กับตัว :)