Monday

day 140 | patawee



วันสิ้นปีแล้ว
เวลาเดินไวมาก
บ่นอย่างนี้ทุกปีเลย


'ขอให้หวายรสหวานหอมมันอมเปรี้ยวนุ่มเย็
เหมือนบลูเบอรี่เสิร์ฟพร้อมวนิลาไอศกรีมในปีใหม่นี้นะคะ'
เธอบอกเมื่อวันนี้ในปีก่อน

ปีหน้าฉันสัญญาว่าก็จะยังเป็นอย่างนั้น
ให้ชีวิตมีทุกรส
เพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่แข็งแกร่งนะ

ส่วน 2555, ขอบคุณมาก
ขณะที่ฉันเกลียดเธอมาก ฉันก็รักเธอมาก
ขณะที่เธอทำให้ฉันร้องไห้มากที่สุด เธอก็ทิ้งอะไรไว้ให้ฉันจดจำมากที่สุด
และแม้ฉันจะเต็มใจเชื่อว่าตั้งแต่เกิดมา 23 ปี, ปีนี้เป็นปีที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต
แต่ในความเลวร้าย ฉันก็ยังมองเห็นข้อดีที่จะทำให้ฉันจดจำปีนี้ไปได้ตลอดกาล

"เมื่อขึ้นสูงเราก็ไม่ถึงที่สุด
เมื่อตกต่ำเราก็ไม่ถึงก้นบึ้ง
ทุกสิ่งที่ได้รับมานั้น สาสมแล้วทั้งสิ้น"
ปริมณฑลแห่งรักบอกไว้ทำนองนี้
และสำหรับตอนนี้
ฉันเชื่อว่ามันคือคำพูดที่ดีที่สุดที่จะนิยามปี 2555 ของฉัน

:)

ปีหน้าฟ้าใหม่
ไม่ขอให้ไม่พบเจอเรื่องร้าย ไม่ขอให้ปราศจากทุกข์
ขอเพียงยังพอยิ้มได้ในวันที่เลวร้าย
และสุดท้ายยังพอใจชีวิตตนเอง

สวัสดีปีใหม่หมามุ่ย ขอบคุณที่เป็นเพื่อนรักกันมายาวนาน วันนี้ก็ยังไม่ทิ้งกันไปไหน 
สวัสดีปีใหม่พี่แจ พี่สาวที่เป็นต้นแบบ เป็นแรงบันดาลใจ เป็นอะไรอีกหลายๆอย่าง
สวัสดีปีใหม่พี่แอ๊ะ พี่สาวที่รัก พี่สาวที่แสนดีของน้องคนนี้ เมื่อไหร่ก็ยังมีความห่วงใยมอบให้กันเสมอ
ขอบคุณทุกคนที่ยังอยู่เคียงข้างกันเสมอนะ

31 ธันวาคม 2555, หวาย





day 140 | kunjair


สำหรับเรา,
ไม่ว่าจะปีเก่า ปีใหม่ วันนี้หรือวันไหนมันก็ไม่ได้ต่างอะไรกันเลย
เราไม่ได้เป็นคนที่นั่งรอวันเวลาแล้วค่อยทำในสิ่งที่คิด
หากคิดแล้วว่าดี หากคิดแล้วว่าใช่ เราก็เริ่มลงมือทำโดยทันที
เพราะเราไม่ใช่คนขยัน ไม่ใช่คนที่มีระเบียบวินัย ไม่ใช่คนที่แน่วแน่มั่นคง
และเราเชื่อว่าใจเราเปลี่ยนไปทุกวัน ความต้องการเราก็เปลี่ยนไปทุกวัน
และโอกาสก็หลุดลอยล่องไปจากเราได้ทุกวันเช่นกัน


Learn to enjoy the time in between
คือสิ่งที่ได้เรียนรู้และทำได้ในปีนี้ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง
เราสนุกกับความเหงา สนุกกับความไม่เข้าพวก สนุกกับความผิดหวัง
เราสามารถสนุกกับชีวิตได้ตลอดเวลาถึงแม้ความสุขไม่ได้อยู่ข้างใจ


ความรู้สึก"ไม่เข้าพวก"คือปัญหาที่กระทบใจมากที่สุดในปีนี้
เราแตกต่างจากทุกสังคมที่เข้าไปคลุกคลี ทั้งข้างนอกนั่นและข้างในนี้
เราไม่เข้าใจเขาและเขาก็ไม่เข้าใจเรา มันเลยยิ่งตอกย้ำความรู้สึกที่ว่า
เราเกิดมาเพื่อมีชีวิตอยู่อย่างโดดเดียวในโลกใบนี้
แต่พี่ตาวบอกว่าที่เรารู้สึกอย่างนี้เพราะเราอยู่ผิดสังคมก็แค่นั้นเอง
เป็นคำพูดเตือนสติก่อนถลำลึกสุดหัวใจได้ทันท่วงที


การเดินทางยังคงเป็นจุดศูนย์รวมจิตใจในการดำรงชีวิต
ยังคงเป็นแรงบันดาลใจในการสรรค์สร้างเติมแต้มสีสัน
เมื่อรู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยด้อยค่าเราก็ออกเดินทาง
เมื่อรู้สึกว่าตัวเองสูงล้ำเด่นสง่าเราก็ออกเดินทาง
เพื่อเพิ่มและลดอัตตาในตัวตนให้มีระดับที่พอประมาณ
...



ปีใหม่ทุกปีไม่เคยออกไปไหน อยู่บ้านนอนดูทีวี ฟังเพลงพรปีใหม่
ถ้าพี่ตาวอยู่ที่นี่ก็จะยกหูโทรศัพท์นับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ไปด้วยกัน
และทุกปีตั้งแต่รู้จักกันมาโก้จะโทรมาส่งความสุขหลังผ่านเที่ยงคืนไปไม่กี่นาที
เพื่อนสมัยมัธยมมักเลือกส่งข้อความมาซึ่งก็มีจำนวนลดน้อยลงทุกปี
แต่ก็เป็นเรื่องที่รับได้เพราะแม้เพียงน้อยปริมาณแต่มากด้วยคุณภาพก็เพียงพอ


Learn to enjoy the time in between.




kunjair

day 140 | rungkarn











เช้านี้ออกไปตลาดกับแม่ตั้งแต่ตีห้าครึ่ง
เห็นพระจันทร์ยังคงลอยอยู่กลางฟ้า แต่ไม่เต็มดวงดีนัก
มีเมฆครึ้มลอยปิดบ้างเป็นครั้งคราว 

ซื้อของประกอบในก๋วยจั๊บไก่ที่ขาดจากเมื่อวานเรียบร้อย
อันนี้พี่เอาไว้เลี้ยงลูกค้าน้ำยางช่วงเช้าวันนี้ ปิดท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กัน
จากนั้นเราก็ซื้อข้าวยำ เปรี้ยวหวาน สองอย่างนี้ของโปรดสาวโสด
อย่างสาววัยยังแรกรุ่นแบบเรา(ยังแรกรุ่นอยู่นะคะ แฮ่ๆ)
กับสาววัยแรกแย้ม..แต่แย้มนานแล้วแบบยาย
น้ำเต้าหู้ โรตี และข้าวเหนียวหมูย่างสำหรับหมาแอมและหมาคุณ

ขึ้นรถมาแม่เห็นของกินทั้งหมดแล้วบ่นตามประสา
กับเรื่องแบบนี้เราก็ฟังแต่เข้าหูขวาทะลุหูซ้าย
เพราะยังไงของกินที่ซื้อมาก็หมดได้อยู่ดี

เราเองตั้งใจไว้ว่าวันนี้กับพรุ่งนี้
กินมังแบบเขี่ยเนื้อก็แล้วกัน ฮ่าๆ
เช้านี้มีข้าวยำลงท้องไปแล้วทั้งที่ยังไม่ถึงเวลากินอย่างทุกเช้าเลยด้วยซ้ำ
หิวตั้งแต่ตื่นเลย และเมื่อคืนก็หลับไปตั้งแต่ยังไม่สามทุ่ม


วันนี้ยังไม่รู้เลยว่าจะทำอะไรบ้าง
แต่ที่แน่ๆ ได้อยู่กับตัวเองอย่างเต็มที่
และเตรียมของทำขนมไว้พรุ่งนี้
ช่วงเย็นพี่พาภรรเมียและลูกชายพ่อเจ้าพระคุณทูนหัวเข้าเมือง
พี่อยากไปดูเครื่องเสียงในงานเคาท์ดาวน์ และนอนในหาดใหญ่เลย
ส่วนแอม ก็กลับหาดใหญ่ อันนี้ตามระเบียบพักเพราะหัวใจอยู่ที่นั่น

ส่วนเราก็เป็นสาวโสดอยู่บ้าน
เพราะพ่อกับแม่มีกิจกรรมกันอยู่แล้ว

ตั้งใจว่าจะสวดมนต์ แต่ไม่ข้ามปีหรอก
ของแบบนี้ทำด้วยความตั้งใจ เอาความสบายใจเป็นที่ตั้ง..สำหรับเราดีพอแล้ว
และถ้าเสียงดังจากเครื่องเสียงคาราโอเกะไม่รบกวน
พอให้นอนหลับเป็นเวลาเดิมได้ ก็คงสวดมนต์แล้วนอนเลย

อีกอย่าง ถ้าไม่ตามกระแส
หัวใจเราคงเงียบสงบได้ในคืนนี้
แม้จำได้ว่า ปีก่อนวันนี้ ตอนดึกเที่ยงคืนยันตีหนึ่ง
เฝ้ารอคอยเพื่อคุยกับใครสักคนอย่างที่นัด
ผลที่ตามมาไม่เป็นอย่างใจ..ความน้อยใจเลยนอนแผ่ราบเต็มหัวใจ
ส่วนปีนี้ ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอย่างนั้น
ไม่มีการรอคอยใครแบบนั้นอย่างเดิม
หัวใจเบาขึ้นมาก..ถ้าไม่ตามกระแส ย้ำอย่างนี้
มันก็คงไม่หวิวตามมา

ขอให้คืนนี้ผ่านไปด้วยดี
เพื่อจะรับพรุ่งนี้วันใหม่ จะออกกำลังกายอย่างที่คุยกับน้องมุ่ยไว้
เฮ่ย อย่าลืมนะเว้ย ฮ่าๆๆๆ
และถ้าคืนนี้จะพิเศษสำหรับเราจริงๆ
ขอให้มันเป็นคืนที่เราได้นอนหลับพักผ่อนตามเวลา
ไร้สิ่งเร้ารบกวนหัวใจใดใด..ก็แล้วกัน

พรุ่งนี้เช้าโปรแกรมอีกหนึ่งอย่างคือทำขนมเพื่อไปเลี้ยงเด็กประถม
อันนี้เป็นโปรแกรมจากคุณครูฝั่งพัทลุง..ซึ่งเป็นป้าของเราเอง




วันธรรมดาอีกหนึ่งวัน แต่มันจะต้องดีขึ้นอีกวัน
๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๕, ๐๖.๕๙ น.





day 140 | tiwayo



เป็นโปสการ์ดที่ส่งไปให้แม่ปฐวีเมื่อหลายเดือนก่อน แล้วปรากฎว่าน้องโปสล่องหน
สงสัยว่าแม่ขนิษฐาแกจะเก็บไว้เอง อิอิ

แม่มุ่ยเลยขอเอาโปสการ์ดใบนี้มาประดับไว้หน้าบล็อคปิดท้ายปี 2555 นี้
เพื่อไม่ให้สิ่งที่เขียนในโปสการ์ดสูญเปล่า

คืนสิ้นปีแม่มุ่ยไม่ได้ไปฉลองที่ไหน ก็จะนอนดูหนัง High Art เป็นเรื่องสุดท้ายของปีอย่างมีความสุขอยู่คนเดียว

ด้วยรัก...อยากแรง




มาตาโญ
31 ธันวาคม 2555



Sunday

day 139 | patawee


คำสัญญา



๑.
เช้านี้เอฟอาการแย่กว่าเดิมมาก
คุณพ่อกับคุณแม่เอฟเลยตัดสินใจพามาหาหมอที่โรงพยาบาลรามา
ออกมาตั้งแต่แปดโมงเช้า แปดโมงกว่าๆก็ถึงแล้ว
ขอบคุณที่วันนี้เป็นวันหยุดและถนนโล่งมาก
ส่งตัวที่ตึกอุบัติเหตุ พยาบาลให้ญาติเข้าไปส่งได้แค่คนเดียว จึงได้แต่รออยู่ข้างนอก
สักพักคุณแม่เอฟออกมา จึงได้กล่าวลาและกลับมาปิ่นเกล้า

๒.
ฉันยังคงเชื่อว่า
การเกิดมาสมบูรณ์พร้อม ไม่พิการ ไม่มีโรคประจำตัว
เป็นความโชคดีอย่างที่สุดของชีวิต
และเราควรขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่ให้ความปกติธรรมดามาแก่เรา
น่าเสียดายที่สุดก็คือ เรามักลืมความจริงข้อนี้ไป
และตัดพ้อต่อว่าโชคชะตา แม้เมื่อพบปัญหาเพียงน้อยนิด

๓.
กลับมาทำงานบ้าน จัดการสะสางอะไรหลายอย่าง
โหลดรูปจากกล้องลงคอมพิวเตอร์ ลงเอ็กซ์เทอร์นอลฮาร์ดดิสก์
อดไม่ได้เปิดฮาร์ดดิสก์ดูรูปภาพเก่าๆ
ไล่ดูหลายรูปภาพที่ถ่ายเก็บไว้ในปีนี้แล้วก็เพลินดี
เปิดไปเจออัลบั้มหนึ่ง เห็นแล้วก็อดเลือกบางรูปมาทำเป็นรูปประจำตัวในเฟสบุ้คไม่ได้
ภาพบางภาพมันมีความทรงจำอยู่เบื้องหลังมากมาย
และที่ทำให้เรามองภาพนั้นว่าสวย ก็คงไม่ใช่เพราะเทคนิควิธีการอะไร
แต่เป็นเพราะความทรงจำที่ย้อนคืนมาจากภาพเหล่านั้น
คิดถึงเหลือเกิน...

๔.
ตอนบ่ายไปหาไผ่ที่หอยูเซ็นเตอร์
ตอนไปหายายครั้งก่อน ยายฝากส่วยมาให้
ไอ้เราก็มัวแต่ยุ่งเรื่องส่วนตัวจนลืมน้องชาย
วันนี้ประจวบเหมาะ ฤกษ์งามยามดี เลยเอาส่วยไปส่งให้
พร้อมกินข้าวเที่ยวเล่นด้วยกันตามประสาพี่น้อง

๕.
ขากลับ ฉันเลือกเดินจากสามย่านไปสยาม เพื่อให้ผ่านจุฬาฯ
ต้นจามจุรีในมหาลัยแตกกิ่งก้านผลิใบเติบใหญ่
ลำแสงสีทองที่ส่องลอดเงาไม้ลงมางดงามจับตา
นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้มาเห็น นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้มาเดินเล่นบนทางเส้นเก่า
ตรงนี้ที่เคยเดินเล่นกับคนนี้ ตรงนั้นที่เคยนั่งอยู่ด้วยกัน ตรงโน้นที่เคยมาบ่อยๆ
ยิ่งก้าว ความทรงจำแต่หนหลังก็พรั่งพรู
แม้เมื่อเดินจากจุฬาฯไปยังหอศิลป์ ไปศูนย์หนังสือจุฬาฯ
ไปยังพาร์คแอทสยาม ไปยังร้านหนังสือดอกหญ้า
ภาพเก่าๆอันแสนดีงามก็ยังหลอกหลอน

๖.
วันนี้ในปีที่แล้ว
จำได้ว่านั่งแชทอยู่กับพี่แบงก์ตั้งแต่สามสี่ทุ่มไปจนถึงตีสามของวันสิ้นปี
ก่อนแยกย้ายกันไปนอน พี่แบงก์บอกว่า
สัญญาก่อน
๑.เราจะไม่ลืมว่าคืนนี้คุยกันสนุกแค่ไหน
๒.หวายจะให้มิโมซ่านำเสนอนิราศดิบให้เราอ่านทางใดทางหนึ่ง
๓.ปีหน้า เราจะชี้ชัดความจริงใส่กันให้มากกว่าปีนี้ให้ได้
๔.หวายจะเป็นนักวาดภาพระบายคำ และเราต้องเป็นนักเขียนให้เจ๋งเหมือนที่แม่หวายทำนายไว้
๕. (เผื่อไว้ข้อนึง ให้หวายเล่นบ้าง)
แล้วที่สุดในปีนี้, ๒๕๕๕, "ปีหน้า" ของวันที่เราสัญญากันไว้
เราก็ทำสัญญาของเราให้สำเร็จผลจนครบทุกข้อจนได้
๑.ฉันไม่เคยลืมว่าเราคุยกันสนุกแค่ไหน
๒.มิโมซ่าเขียนโน้ตเรื่องนิราศดิบให้พี่แบงก์อ่านแล้ว
๓.พี่แบงก์ชี้ชัดความจริงหลายอย่างให้ฉันเห็น
และฉันก็ได้ชี้ชัดความจริงบางอย่างกลับไป
แม้จะยังไม่หมด แต่ก็มากพอที่จะทำให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่มันควรจะเป็น
๔.ปีนี้ฉันทำงานเป็นนักเขียนประจำกองบรรณาธิการ
น่าแปลกที่นอกจากจะได้เขียนงาน ยังได้วาดรูปลงนิตยสารทุกๆเดือน
ในขณะที่พี่แบงก์ก็ได้เป็นนักเขียนที่เจ๋ง มีผลงานรวมเล่มกับเพื่อนๆ
วิทยานิพนธ์ตีพิมพ์เป็นที่พออกพอใจ ใครๆต่างกล่าวถึง
เป็นแอดมินเพจร้านหนังสือที่ใครๆก็ติดอกติดใจภาษาสำนวน...
คงเพียงพอแล้วนะ พี่แบงก์ นับจากนี้ เราก็คงไม่มีอะไรติดค้างกันอีก
แล้วเมื่อปีหน้ามาถึง ก็คงถึงเวลาที่เราจะต้องจากกันแล้วตลอดกาล



day 139 | rungkarn




















เมื่อคืนอยู่คนเดียว ที่บ้านออกไปกินเลี้ยงปีใหม่
เราเองไม่สะดวกใจจริงๆ เลยไม่ไปด้วย
ไม่มีใครเซ้าซี้เพราะรู้นิสัยเราดี..ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี

รู้สึกเหนื่อยมาตลอดสัปดาห์ 
แต่ก็เต็มที่กับทุกวัน มาเมื่อวานที่ได้อยู่กับน้องคุณ
เหนื่อยปากเป็นธรรมดาเพราะต้องบ่น
แต่ก็รู้สึกได้ว่ามีมุมหงอยของตัวเอง
ไม่เชิงในหัวคิดมาก แต่ก็ตัดบทว่าไม่ต้องสงสัยในตัวเอง
เอาแค่รู้ว่า..คงเป็นช่วงที่เราอยากทบทวนอะไรหลายๆ อย่าง


ค่ำเลยได้ต่อเน็ต 
คุยกับปอนด์สัพเพเหระ
ปอนด์คุยเรื่องความเหงา ส่วนเราบอกว่าเราเหงาทุกวัน
แต่ก็อยู่ได้ จัดการกับตัวเองได้
คุยเรื่องกลับบ้านมั้ย ปีใหม่ไปไหนบ้าง
แล้วก็เรื่องอื่นๆ พอให้คลายคิดถึงเพื่อนเก่า(เพื่อนเลวของเรา) ฮ่าๆ

คุยกับน้องมุ่ย วนรอบโลกของตัวเอง
แล้วก็มาจบที่เรื่องวิ่ง กะว่าให้น้องมุ่ยเป็นเทรนเนอร์แนะนำ
ตั้งใจไว้วันที่หนึ่งนี่จะเริ่มออกกำลังกาย มุ่ยเป็นใจมาก ฮ่าๆ
ถ้าเราทำได้ครบยี่สิบเอ็ดวัน จากหลักการทำได้เท่านี้ทุกวัน
มันจะกลายเป็นนิสัยไป น้องมุ่ยย้ำ ห้าสัปดาห์นะ
ใจเริ่มฝ่อ แต่จะทำอะไรก็แล้วแต่..มันก็ต้องมีเริ่มด้วยกันทั้งนั้น
ถ้าไม่ได้เริ่ม ก็ถือว่าไม่ได้ทำอะไรเลย ฝ่อเข้าไปอีก ฮ่าๆ

อ้อมีแลกกัน ทีแรกเอาฮา บอกว่าถ้าเราวิ่ง
แลกกับมุ่ยมาปลูกผักกินเองกันมั้ย ตามประสาคนอยู่บ้านจริงๆ
มาคิดเอาตอนนี้ ฮาตัวเองว่ะ 

มีประโยคนึงที่บอกกับน้อง
แต่ก็อ่านทบทวนคล้ายบอกกับตัวเองไปพร้อมกัน

"มีคนมองว่าเรากล้าที่จะเลือกเส้นทางชีวิตแบบนี้ 
แต่เป็นเราที่รู้ดีเนาะ ว่าเราต้องเสียอะไรบ้าง แต่ก็ยังมีอะไรที่ได้มา
ลำบากใจเหมือนกัน แต่เรารู้ตัวเองก็พอแล้ว"

อื้ม..ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ 
ไม่ต้องไปคิดให้วุ่นวายวกวนเวียนหัว..แค่นี้พอ


ระหว่างคุยกับมุ่ย แจก็ทักมา
สัมผัสได้ว่าหนนี้แจห่วงใยและแสดงออกด้วย :p

ดึกหน่อย เห็นชื่อเทพสามฤดูทักมา
อยู่ในห้วงอารมณ์ปกติ เลยผ่านไปราบรื่น
ไม่ใช่ไม่ได้คิดอะไรกับคนๆ นี้แล้ว
แต่ถ้ามีสิ่งเดียวที่อยากจะขอกับฟ้าฝนแสงแดด หรืออะไรก็แล้วแต่
ก็ขอให้เรากลับมาคุยกันเป็นเพื่อนที่ดีดังเดิม

สุดท้ายอย่างที่เราบอกแล้วยิ้มส่ายหัวกับตัวเองเสมอ
ยังไงทุนก็คือทุนวันยันค่ำ..นี่แหละทุน ทุนจะเป็นแบบนี้เสมอ
เราหมั่นไส้ทุนบ่อย แต่นาทีที่เราตบตีตัวเองให้ตะกอนมันตกลงไป
เราก็นึกเอ็นดูผู้ชายคนนี้มากเหลือเกิน

หลังจากวันที่ปรึกษาแจไป ที่สงสัยกับตัวเอง
ทำไมเราถึงกลับไปคุยกับคนๆ นี้เหมือนเดิมไม่ได้
แจปลดล็อกให้เราได้มองเห็นหัวใจตัวเองชัดขึ้น..ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ
แต่หลังจากวันนั้นเราก็ไม่ได้ทำอะไรเลย
พันธนาการของเราไม่ได้อยู่ที่ต้องขอโทษเขาเลยจริงๆ
แต่ก็เหมือนอะไรสักอย่างเป็นใจ..เขาก็เข้ามาวนเวียนในเฟซบุ๊กอย่างเดิมๆ

ไม่รู้เส้นทางมิตรภาพเส้นนี้จะจบลงตรงไหน
แต่รู้สึกราวกับว่า เราและทุนต่างไม่อยากให้เส้นนี้สะบั้นขาดลงเลยจริงๆ
หวังว่าเราไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเอง
ในเมื่อเรารู้จักทุนดีกว่าใครในระดับหนึ่ง
แล้วทุนเองก็รู้จัก สังเกตเรามากกว่าใครๆ ที่เคยผ่านมา


ได้คุยกับพี่เน็ตด้วย เรื่องกล้องเรื่องถ่ายรูป
แล้วก็เรื่องหัวใจของพี่เน็ตด้วย ดูเหมือนว่าเริ่มเข้าที่เข้าทางแบบที่ควรจะเป็น
แต่พี่เน็ตไม่เคยขาดคนคุยด้วยเลยจริงๆ ยิ่งโสดสนิทแล้วแบบนี้
พี่เน็ตบอกว่า พอโสดมีคนเข้ามาเยอะ 
ซึ่งเราก็บอกไปว่า ของมันแน่ แล้วบอกตรงไปตามที่เห็นที่รู้สึก
เป็นน้องที่เสร่อไม่น้อย แต่รับรู้เสมอว่าพี่เน็ตเชื่อใจเรา รู้ดีว่าเรานิสัยยังไง
เราค่อนข้างตีโจทย์ได้แม่น ถ้าเราใส่ใจจริงๆ
แล้วก็ใช่ พี่เน็ตไม่เคยหยุดในห้วงความสัมพันธ์ประมาณรักและต้องการ
มีเข้ามาเสมอ แล้วใจก็หวั่นไหวอยู่เสมอจริงๆ

นึกไปถึงพี่เน็ตคนเดิมเมื่อสิบปีที่แล้ว
คิดถึงพี่เน็ตคนเดิมเมื่อสามสี่ปีที่แล้วแบบนั้น
คิดถึงพี่เน็ตในวันที่รับฟังเรา ให้กำลังใจปลอบประโลมน้องสาวคนนี้
แล้วเราก็หัวเราะเสียงประหลาดไปด้วยกัน
เข้าใจว่าพี่ชายคนนี้ มีอุบัติเหตุทางหัวใจที่รุนแรงมา
แต่ไม่อยากให้พี่เน็ตกลายเป็นคนเจ้าชู้มากเลือกแบบนี้เลย
เรามองแบบนี้..แต่อีกแง่นึงเขารู้ตัวว่าเขามนุษยสัมพันธ์ดี..ในระดับดีมาก
ต่างมุมกันจริงๆ


เมื่อคืนถือว่าเป็นการออนไลน์เฟซบุ๊กที่คุ้มค่า
ระหว่างที่คุยกับแต่ละคน ซึ่งถือว่าสนิทจริงๆ
ก็ได้ทบทวนตัวเองไปด้วย
โดยเฉพาะกับทุน ไม่มีอะไรให้หวังแล้ว
แต่จะว่าหัวใจไม่รู้สึกอะไรเลย..มันก็ไม่ใช่
เวลาจะนำทาง ทุกอย่างรอบตัว จะขัดเกลาให้ภายในหัวใจเข้าที่เข้าทาง 
ยิ้มรับแม้ความเศร้าของความจริงในสักวันนึงได้อย่างแท้จริงเอง
ก็เชื่อไปแบบนั้น

ตัดการเชื่อมต่อประมาณตีสามนิดๆ
เอาหัวลงหมอน นอนไม่หลับ นอนไม่หลับจริงๆ
เป็นเพราะเลยเวลานอนด้วย
แต่รู้ได้เลย ในสมองเชื่อมเข้าหัวใจมีแต่ทุน..ยอมรับโดยดี
ไม่ได้ดูนาฬิกา แต่รู้สึกได้ว่านอนอยู่แบบนั้นเป็นหลักชั่วโมง..ไม่หลับ
ได้ยินเสียงฟ้าครืนๆ สะเทือนมาก แล้วฝนก็ตกลงมา
เช้านี้เลยยังคงมืดครึ้ม


ขับมอไซค์กินลมเล่นกับน้องคุณแต่เช้า
แม้จะนอนไม่ค่อยหลับ แต่ก็ไม่เคยตื่นสายได้เกินแปดโมง
ชอบช่วงเวลาที่บอกให้เขาดูนกดูต้นไม้รายทาง
น้องคุณถาม เราก็ตอบฉับไว
เราอยากให้หลานซึมซับสิ่งเหล่านี้
ที่เรารู้สึกได้ว่าเป็นความสบาย เป็นพื้นฐานของการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิต(ทางการมาก ฮ่า)
เป็นอะไรก็ดีที่เรากลั่นกรองแล้วว่ามันจะดีสำหรับเขา
ดีต่อการรับรู้และเติบโตไปในวันข้างหน้า

เก้าโมงกว่าแล้ว ฟ้ายิ่งครึ้ม แล้วฝนก็โปรยลงมา
วันนี้ยังไม่รู้เลยจะทำอะไรบ้าง 
แต่ก็เตรียมอะไรให้หมาคุณได้กินแล้ว

บอกตัวเองอย่าเพิ่งถามหาสาระของการใช้ชีวิตก่อนถึงวันที่หนึ่งเลย
ปล่อยสบาย ทบทวนอะไรก็ดีตามแต่ใจ
พักผ่อน แล้วก็นอนหลับ บางทีการเริ่มใหม่ของวันที่หนึ่ง
มันอาจจะเปลี่ยนวันทุกวันหลังจากนั้นของเราไปได้ตลอด
แล้วก็หวังให้มันดีต่อชีวิตเราหลังจากนี้ด้วยสิ


เมื่อวานช่วงกลางวัน พี่เจี๊ยบ พี่สาวที่รักเป็นญาติกันมาที่บ้าน
มาช่วงที่เรากำลังลงมือระบายสีไม้ไอติมต่อกับน้องคุณพอดี
ไม่ได้คุยกันมาก ไม่รู้ด้วยว่าจะมา ไม่ได้ทำขนมกับน้ำไว้ให้เหมือนครั้งก่อน
แววตาพี่เจี๊ยบดูเหนื่อยและหม่น สักพักเลยได้รู้สาเหตุว่าเพราะอะไร
กับคนเป็นพ่อเป็นแม่ เป็นผู้ใหญ่ ไม่ว่าเราจะเติบโตสักแค่ไหน
เราก็ยังคงเป็นเด็กอยู่วันยันค่ำล่ะนะ..

ยังไม่อยากสวัสดีปีใหม่เหมือนใครเขาเลย
ทุกวันสำหรับเราเริ่มต้นใหม่ได้ทุกเช้าอยู่แล้ว
ขอบคุณทั้งสามคน กุญแจ, น้องหวาย, และเด็กหญิงหมามุ่ย
ที่อยู่เคียงกันมา ณ ที่ตรงนี้ ขอบคุณนะคะ




ทุกคนต่างมีเรื่องราวในหัวใจ
ต่างมีคนของหัวใจด้วยกันทั้งนั้น..นั่นสินะ
๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๕, ๐๙.๒๘ น.





day 139 | tiwayo


"ไม่สำคัญหรอกว่าคนอื่นจะมองเราอย่างไร
แต่สำคัญที่ว่าเรามองตัวเองอย่างไรต่างหาก

ไม่สำคัญหรอกว่าคนอื่นคิดอย่างไรกับเรา
แต่สำคัญที่ว่าเราคิดอย่างไรกับตัวเองมากกว่า

ไม่สำคัญหรอกว่าคนอื่นจะชอบเราหรือไม่
เพราะสำคัญที่ว่าเราชอบตัวเองบ้างหรือเปล่า

ไม่ต้องกังวลว่าคนอื่นจะรักเราหรือไม่
เมื่อรักตัวเองได้แล้ว...เราก็สามารถทำให้ตัวเองสวยงามได้ไม่อยากเลย"

จำไม่ได้ว่าไปจดมาจากไหน แต่ชอบมากๆ ...ชื่นชมคนเขียนค่ะ
เราอ่านแล้วเตือนใจ เตือนสติตัวเองได้เสมอ...ชอบมากจริงๆ





-----

เอาล่ะ
เดินหน้าเป็นตัวของตัวเองต่อไปนะมุ่ย
ไม่เห็นต้องคิดมาก ว่าใครจะรัก จะชอบ หรือไม่ชอบเราเพราะอะไร

-----




30 ธันวาคม 2555



day 139 | kunjair


ไม่ผิดใช่ไหมที่เราจะสบายใจเวลาคุยกับเอมากกว่าบี
ไม่ผิดใช่ไหมที่เราจะเอ็นดูบีมากกว่าซี
ไม่ผิดใช่ไหมที่เราจะไม่มีเคมีด้านใดตรงกันกับซี


ไม่ผิดใช่ไหม
ไม่ผิดใช่ไหม
ไม่ผิดใช่ไหม
...


เราไม่สามารถบังคับใจใครให้มารู้สึกดีกับเราได้
และเราก็ไม่สามารถบังคับใจเราได้เช่นกัน




kunjair


Saturday

day 138 | kunjair




some days i want love and some days i don't
sometimes i can feel it then suddenly it's gone
some days i can tell you the truth and some days i just don't


ชอบเพลงนี้มาก ชอบมาตั้งแต่ได้ยินครั้งแรกเมื่อหลายปีที่แล้ว
มันเป็นเพลงที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับจิตใจมนุษย์ได้ดีมากอีกเพลงหนึ่ง
ใจมนุษย์ที่ไม่มีอะไรตายตัว ไม่มีอะไรแน่นอน มีเพียงความชั่วครั้งชั่วคราว


some days i can think clear and some days i won't
sometimes i can feel it and suddenly it's gone
some days i'm strong and some days my skin's broken and thin
...




พรุ่งนี้เดินทางอีกแล้ว
เป็นการเดินทางระยะใกล้ปิดท้ายปีแห่งการเดินทางของเรา
ปีนี้เรามีความสุข สนุก และภูมิใจกับทุกย่างก้าวที่เกิดขึ้น
ได้พาสองเท้า สองตา และหนึ่งใจไปในที่ๆ ไม่คุ้นเคย
ได้พบเจอพูดคุยกับผู้คนระหว่างทางหลากหลายเชื้อชาติ


พี่ตี๋เบอร์สองคนขับรถมอเตอร์ไซค์หน้าสถานีรถไฟราชบุรี
คุณลุงเจ้าของร้านตัดผมบุรุษในเมืองราชบุรีผู้ซึ่งภูมิใจกับอาชีพที่ตนได้ทำมาทั้งชีวิต
คุณป้าเจ้าของร้านข้าวขาหมูร้านดังในเมืองราชบุรีผู้ซึ่งมีความสุขกับชีวิตที่พอเพียง


คุณครูสอนภาษาอังกฤษชาวจีนแผ่นดินใหญ่ที่ได้รู้จักตอนไปดำน้ำที่เกาะพีพี
คุณป้าเจ้าของที่พักและคุณลุงเจ้าของร้านขายขนมปังและของฝากในตัวเมืองภูเก็ต


สามสาวชาวฮ่องกงที่เหมือนกับว่าพวกเธอหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่น
และคุณลุงนักปั่นจักรยานชาวลำปางที่นอนอยู่เตียงข้างๆ บนรถไฟไปเชียงใหม่
สองเจ้าของรีสอร์ตรางวัลบูติคโฮเทลและอีกหนึ่งเจ้าของร้านกาแฟที่ปาย


เด็กชายตุ้งติ้งผู้รับหน้าที่ประจำกะยามดึกของบ้านพัก
และพี่สาวเจ้าของร้านซาลาเปาหน้าหอนาฬิกาตัวเมืองเชียงราย
คุณป้าเจ้าของที่พักและอาจารย์พิเศษโรงเรียนวัดแห่งหนึ่งในเชียงของ
หนุ่มนักเดินทางชาวรัสเซียที่พบเจอระหว่างขึ้นเรือข้ามฝั่งไปห้วยทราย


น้าถังพ่อบ้านของที่พักในเขาค้อซึ่งแกทำข้าวต้มอร่อยมากและพูดเก่งมากด้วย
ช่างซ่อมรถทุกคนของบุศย์เมืองคาร์เซอร์วิสที่เหมือนจะธรรมดาแต่เก่งเอาเรื่องเหมือนกัน


only a change of mood, sun goes down
someone says something too quick or too soon
a touch not made, one made too late

only a change of mood, dream comes out
someone does something too quick or too soon
a move not made, one made too late


และอีกหลายคนที่เดินผ่านไปมา บ้างส่งยิ้มให้กัน บ้างแค่สบตา
ในขณะที่มีบางครั้งคราที่เร่งรีบเกินกว่าจะสนใจกัน
แต่ไม่ว่าจะใคร ได้คุยกันมากน้อยเพียงไหน
เราขอบคุณทุกชีวิตที่ผ่านเข้ามาระหว่างการเดินทาง
แม้กระทั่งฝรั่งคนนั้นที่ช่วยตัวเองอยู่เตียงด้านบนหัวเรายามวิกาล
เพราะถ้าไม่เจอเหตุการณ์นี้เราคงจะยังเสียใจที่ตัดสินใจไม่นั่งรถไฟไปซาปาคนเดียว


ขอบคุณเพื่อนร่วมทางที่แม้จะทำอะไรไม่เข้าหูเข้าตา
แต่ถ้าไม่ได้ไปด้วยกันเราก็คงไม่สามารถทำอะไรตามใจตัวเองได้ขนาดนั้น
ขอบคุณอีกหนึ่งคนที่ยกเลิกการเดินทางร่วมกันกลางอากาศ
แต่นั่นก็ทำให้เราได้กลับมาเดินทางคนเดียวอีกครั้งหลังจากที่ห่างหายไปนาน
...




that it comes and it goes
and i have no control


ปีหน้าเป็นปีสุดท้ายแล้วในการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่
แม้ยังไม่มีเส้นทางที่หมายตาไว้แต่มีความตั้งใจว่า
จะออกเดินทางคนเดียวอีกสักครั้งก่อนเดินทางข้ามทวีปในปีถัดไป
ที่เล็งช่วงเวลาไว้ก็คงเป็นช่วงต้นปีนั่นแหละ


that it comes and it goes
and i can't seem to hold
and there is nothing i own
and it breaks me when it goes




kunjair

day 138 | rungkarn








ดูเหมือนว่าเราจะได้สบตากันทุกเดือนเลย
เด็กหญิงบัวดินของฉัน




day 138 | patawee



ความป่วยไข้บอกว่าความธรรมดาคือความโชคดี

บันทึกไว้ในวันที่ 29 ธันวาคม 2555
วันที่เพื่อนสาวไม่สบาย
และฉันทำอะไรไม่ได้นอกจากเพียงเฝ้าดู



day 138 | tiwayo



น้องมิกเห็นน้ามุ่ยเอารูปใส่เสื้อเอวลอยโชว์เซ็กซี่มาลงในหน้า day 136
วันนี้น้องมิกก็ขอโชว์ความเซ็กซี่บ้าง...โตขึ้นหนูจะเป็นนางแบบค่ะ อิอิ






หมวกป้าบั้มถักให้






ถ่ายคู่กับเพื่อนซี้





อ๊ะ...น้องอิงกินมือน้องมิก








Friday

day 137 | kunjair





บางครั้งในบางช่วงเวลา
เราก็จำเป็นต้องเลือกระหว่างการกด shutter เพื่อเก็บภาพนิ่ง
หรือการกด record เพื่อบันทึกภาพเคลื่อนไหว


ในขณะที่หลายครั้งในหลายช่วงเวลา
สัญชาตญาณก็บันดาลให้เราลดเครื่องมือนานาชนิดลงจากระดับสายตา
เพื่อมองสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นเหล่านั้นด้วยม่านตา
และเก็บความรู้สึก ณ ช่วงเวลานั้นไว้ในห้วงแห่งความทรงจำ




kunjair

day 137 | rungkarn












เหนื่อยอย่างบอกไม่ถูก
แต่แค่เหนื่อยกายนะ ใจสบายอยู่
รู้สึกล้าด้วย อยากพักผ่อน
ห้าวันสุดท้ายของเดือนธันวาในปีนี้
คงใช้ได้คุ้มค่าเลยจริงๆ

วันนี้ช่วงเช้าไปธุระแต่เช้า
กลับมาถึงบ้านประมาณบ่ายสาม ผ่านไปด้วยดี
อยู่กับน้องคุณ มีงีบช่วงประมาณสี่โมง พอจะเข้าหลับสักหน่อย
กำลังทางเท้าก็หล่นโครมลงบนตัว อาแอ๊ะตื่นเลยค่ะ -*-
ช่วงเย็น แดดตกหน่อย เลยปล่อยให้เขาเล่นดินเล่นทราย
เพราะได้ชุดของเล่นที่เล่นกับดินกับทรายได้
ซึ่งเป็นรางวัลจากงานกิจกรรมปีใหม่ที่โรงเรียนเมื่อวานนั่นล่ะ

นั่งอยู่ข้างๆ เล่นด้วยกับหลาน
แต่ในใจลึกๆ อาแอ๊ะก็ยังคงอยากให้น้องคุณมีเพื่อนวัยเดียวกัน
มาเล่นด้วยกันในวันหยุดแบบนี้อยู่ดี
อาแอ๊ะทดแทนความเป็นเพื่อนแบบนั้นให้ไม่ได้หรอก
มองเห็นเขามีความสุข ได้เล่นในแบบที่เขาอยากเล่น
แต่อีกมุมหนึ่ง ก็หวั่นใจไปด้วย..รู้สึกแปลกยังไงไม่รู้สิ

ค่ำนี้นอนดูละครที่ติดหนึบมาได้สองสัปดาห์เต็ม
น้องคุณเดินเข้ามาหาแบบอาบน้ำใส่ชุดนอนเรียบร้อยแล้ว
เลยเรียกให้มานอนหนุนแขน แล้วหอมแก้ม
บอกไปว่า คิดถึงจังเลย น้องคุณเลยเพิ่งได้ถามอาแอ๊ะว่าเมื่อเช้าไปไหนมา
คุยกันสักพักนอนดูทีวีต่อ

ยังไม่ใช่อารมณ์มีหลานแล้วเหนื่อยมา หายเหนื่อย ไม่ใช่แบบนั้น
แต่มันเป็นรูปแบบที่สบายใจ เวลาอยู่กับเขาเราเลิกคิดถึงเรื่องอื่น
หยุดทุกอย่างไว้ก่อน แล้วโฟกัส เล่นกับเขา พักกับเขาได้
ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดีมากจริงๆ

ใช้ชีวิตในแบบไม่ต้องต่ออินเตอร์เน็ต ชอบมาก
นี่แหละเป็นชีวิตที่โอเค พอดีสำหรับเรา
ฟังรับรู้เรื่องราวรอบข้างบ้าง ทบทวนนิดหน่อย
แล้วตบตีหัวใจให้อยู่กึ่งกลาง ไม่ต้องรู้สึกหวั่นไหว
ไม่ต้องเป็นเดือดเป็นร้อนไปกับใคร
ใครจะมองจะเห็นอะไรยังไง..อันนี้ไม่ทราบ
ที่สำคัญกว่า..เราโอเคที่ตัวเองเป็นแบบนี้
และจัดการกับอะไรข้างในได้ด้วยตัวเอง




พระจันทร์คืนนี้สวยเหลือเกิน..ใครบางคนคงสนใจจะมองเหมือนๆ กัน
๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๕, ๒๐.๔๒ น.





day 137 | patawee



วันศุกร์
วันสุดท้ายของการทำงานในปี 2555
นั่งเขียนคอลัมน์อยู่ที่ห้องจนสิบโมงค่อยออกไปทำงาน
ไปถึงก็แทบไม่ได้ทำงาน หยิบจับโน่นนั่นนี่ก่อนปิดงานส่งท้ายปี
สิบเอ็ดโมงกว่าพี่ชักชวนไปกินอาหารญี่ปุ่นร้านซากุระที่ข้าวสาร
กินกันจนอิ่มหนำ เจอเนื้อคู่ด้วย 5555



day 137 | tiwayo

ใกล้จะถึงวันสิ้นปีแล้ว สมุดบันทึกของฉันก็เกือบจะหมดเล่มแล้วพอดี มันช่างเหมาะเจาะราวกับกั๊กไว้ให้มันหมดเล่มพอดีวันสิ้นปี (แน่นอน 555)



สมุดบันทึกของปี 2555 มีไดอารี่สองเล่มหลักๆ มีเล่มย่อยไว้บันทึกตามรายทางอีกสามเล่มเล็ก เยอะและสับสน เขียนห่ะไรมากมาย อ่านแล้วอายตัวเอง 5555 แอบคิดมากว่าถ้าฉันตายไปแล้วลูกหลานได้มาอ่านสมุดบันทึกเหล่านี้ มันคงไม่ดีแน่ๆ เพราะเขียนความในใจไว้เยอะเชียว




ปี 2556 ที่จะถึงนี้เลยปรับเปลี่ยนการบันทึกสักเล็กน้อย 
จะเอาความในใจ ไดอารี่แบบเน้นๆ หนักๆ ไปเก็บไว้ในเมลล์ซะดีกว่า ส่วนการบันทึกในสมุดจะยังไม่ทิ้ง แต่จะเปลี่ยนการเขียนให้เป็นแบบไม่ลงลึกความเป็นตัวเอง 
ยิ่งอายุมากเราก็ยิ่งมีความลับมากขึ้น...มีความนัยไม่อยากให้ใครรู้ แว๊กกกกกก








ฉันได้เตรียมสมุดไว้สำหรับปี 2556 แล้ว ตั้งใจจะใช้แค่สามเล่ม (น่าจะพอ)
แบ่งการบันทึกเป็นหล้ายหลายส่วนด้วยกัน
 บันทึกตัดแปะ ภาพ ใบเสร็จ ตั๋วหนัง หลากหลายสิ่งอย่างที่ไปได้มาในแต่ละวัน




บันทึกไดอารี่ย่อยเขียนเป็นหัวข้อไว้หรืออาจจะลงรายละเอียดบ้างเล็กน้อย (เล่มนี้พ่อซื้อให้)
เขียนไดอารี่แบบจัดเต็มอีกครั้ง โดยบันทึกรายละเอียดลงคอมเก็บเข้าเมลล์เพื่อความเป็นส่วนตัว






เล่มเล็กสำหรับบันทึกไอเดียผุดระหว่างวันและบันทึกการอ่าน

- บางโมเมนบันทึกลงบล็อค 365 



เยอะไปไหม????
เยอะ...5555

แบ่งหลายเล่ม เก็บไว้หลายที่เพราะต้องการจัดระบบให้ชัดเจน ไม่ให้สับสนเวลาอยากจะย้อนกลับมาอ่านหรือหาข้อมูล 

แต่ละนาทีที่ผ่านไป มีเรื่องราวให้จดบันทึกเก็บไว้มากมายไปหมด 

 นึกถึงถ้อยเด็ดที่จดไว้ในโพสต์อิท (จดจากไหนจำมิด้าย) เค้าบอกว่า  

"วันใดที่ฉันนึกเบื่อการเขียนขึ้นมา นั่นอาจหมายความว่าฉันเบื่อชีวิตแล้ว"

แม่นแท้หล่ะ
มาตา
27 ธันวาคม 2555





day 136 | tiwayo




สองวันนี้ทำความสะอาดบ้านเตรียมส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่
ได้มีโอกาสเปิดกรุความทรงจำเก่าๆ จำพวกรูปภาพสมัยเด็กๆ สมุดบันทึก เฟรนชิปเรียงเล่มนับตั้งแต่ประถม-มัธยมต้น-มัธยมปลาย

ความทรงจำเก่าๆ ทำให้เรายิ้มได้เสมอ สองวันผ่านไป กลายเป็นว่าทำความสะอาดไปได้ไม่ถึงไหนเพราะมัวแต่นั่งซึมซาบอยู่กับความทรงจำเก่าๆ จนเงยหน้าไม่ขึ้นเลยทีเดียว


รูปตอนเด็กทำให้หัวเราะจนท้องแข็ง

 น้องมุ้ยกับพี่ยุ้ย




ใส่กางเกงลายจุด เสื้อเอวลอยนะค๊าาาาาาา...
เซ็กซี่มาตั้งแต่เด็ก 555

Thursday

day 136 | kunjair


I'm the only child, only me.




kunjair

day 136 | rungkarn





เมื่อวานได้ไปหาคุณเธอกับหลาน
แม้จะช้าไปหลายวัน จากที่รับปากไว้ว่าจะไปหาอีกทีปลายเดือนพฤศจิ
เหมือนเคย..คุณเธอแค่โทรมาในระยะเวลาที่เราเงียบหายไป
ทำไมอะไรยังไง สบายดีไหม..และหากเพื่อนคนอื่นไปบ่นด้วย
ว่าเราเงียบหาย เพื่อนที่รักคนเดิมคนนี้คล้ายจะแก้ต่างให้ด้วยทุกที
เอาเข้าจริงมีแต่เราสองคนเท่านั้นที่รู้รายละเอียดปลีกย่อย
ที่คนอื่นไม่รู้ เราเลยอยากใช้เวลาเรื่อยเปื่อยไปในแวะไปหาพบเจอกัน
อย่างครั้งก่อนที่ไปนอนค้างด้วยเลย

มาหนนี้ไม่ได้ไปนอนค้าง เพราะเหตุจำเป็นที่คุณเธอต้องเอาหลานมาอยู่บ้านน้า
อยู่กับยายหรือทวดของเจ้าตัวเล็ก ปัญหาสุขภาพคนมากวัย
ได้รับรู้เอาเมื่อวานนั่นล่ะ เพราะเวลาคุยโทรศัพท์
จะคุยแค่เล็กน้อย..ทำอะไรอยู่ สบายดีมั้ย ฝนตกมั้ย กินข้าวหรือยัง
ลูกล่ะเป็นไงบ้าง และเมื่อไหร่ถึงเจอกัน แค่นั้นเอง
พอพบหน้าสบตาเลยได้บ่นเปรยเล่าเรื่อยเอื่อยถึงรายละเอียดอื่นเอง

คุณเธออยู่กับยายมานานแล้ว
ตั้งแต่เรียนมัธยม และบ้านอยู่ใกล้โรงเรียน
แค่ขนาดเดินไปกลับเองทุกวัน
มาเจอเมื่อวานเลยได้ซึมซับความสบายไม่ซีเรียสในความเป็นเพื่อนคนนี้
แต่ใส่ใจคนในครอบครัวอย่างดี..น่ารักเหลือเกิน

วันนี้ทำขนมไปเลี้ยงเด็กๆ
เนื่องจากที่ว่าคุณครูบอกเสร็จกิจกรรมช่วงเช้าที่ผู้ปกครองอยู่ชมได้
จนช่วงเที่ยงถึงบ่ายเด็กๆ จะปาร์ตี้เล็กๆ กันภายในห้อง
เอาขนมนมเนยมาสังสรรค์กัน แม่ของเจ้าแสบเลยยกหน้าที่ขนมให้อาแอ๊ะตามระเบียบ
เลยได้ทำขนมไปมอมเมาเยาวชนชั้นเตรียมอนุบาลเป็นที่เรียบร้อย
ตื่นลุกขึ้นจากที่นอนตอนเวลาเกือบตีสามได้แบบไม่อิดออด
มีความสุข..อิ่มหัวใจเหลือเกิน




วันนี้ผ่านไปได้ด้วยดี
๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๕, ๒๑.๔๒ น.




day 136 | patawee



วิถีชีวิตริมสายน้ำ
เด็กๆชุมชนคลองมหาสวัสดิ์ นครปฐม


...

เมื่อเช้าฝันร้าย ตื่นมาทนไม่ไหวจนต้องไปบันทึกเอาไว้ที่ไดอารี่อิส
นี่คงเป็น The Return of the Repressed อย่างที่ Freud ว่าไว้จริงๆ
ถ้าอย่างนั้นเราควรจะทำอย่างไร
ระหว่างกักเก็บสิ่งที่ควรลืมไว้ 
หรือจดจำและปล่อยให้ทุกอย่างจางคลายไปตามกาล?

วันนี้ยังคงมาทำงาน
เคลียร์คอลัมน์ไปได้อีก 2 ชิ้น โล่งขึ้นมาก
เงินเดือนก็ออกแล้ว นิตยสารฉบับล่าสุดก็ออกแล้ว
เราควรชื่นใจกับสิ่งไหนมากกว่ากัน




Wednesday

day 135 | kunjair


I went to M&S this evening to buy some biscuits and chocolate for my colleagues. Giving gifts at the end of the year is like the traditional of our company. I kinda like this traditional. Perhaps, you have almost never talked to a colleague all over the year, maybe you don't know what to talk because of large age gap problem or other reasons. But in the end of every year, you go to that colleague's desk, give a gift, smile and say "happy new year". Oh! It's good moment, really.


day 135 | patawee


5ส + Big Cleaning Day ทั้งวัน 
ห้องสะอาดแล้วเราก็สบายใจ :)





*ขอบคุณรูปจากกล้องพี่ดาว

day 135 | tiwayo


คิดถึงน้องมิกบ้างไหมคะ์?

day 135 | rungkarn





พิบูลศักดิ์ทำให้เรารู้สึกว่าคนนั้นมีเลือดเนื้อ มีตัวตน
แม้จะเห็นเป็นภาพสับสนอยู่ไกลๆ แต่ก็มีให้เห็นอยู่จริง
ไม่ได้สูญหายไปไหน คนยังอยู่กับคน
และคนยังสามารถพูดคุยกันได้ ถึงความใฝ่ฝันของเขา
ถึงเพื่อนของเขาที่ยังอยู่และจากไป
ถึงคนที่มีศรัทธาจะเริ่มต้นบางสิ่งบางอย่าง
แม้จะรู้สึกโดดเดี่ยวอยู่บ้าง แต่พวกเขาก็ยังเชื่อว่า 'ความรักจะกลับมา'

สุชาติ สวัสดิ์ศรี

...


คำโปรยด้านหลังของหนังสือ
ดินแดนแห่งการให้อภัยชั่วนิรันดร์/พิบูลศักดิ์ ละครพล

อยากจะซึมซับถ้อยคำในประโยคเหล่านี้
ให้เข้าไปในหัวใจที่แห้งแล้งของฉัน
โดยเฉพาะประโยคหลังที่เน้นไว้เอง

บางที ฉันยังคงรู้สึกว่ากำลังเดินหลงทาง
และในบางทีแบบนี้ ฉันปฏิเสธไม่ได้ว่ารู้สึกโดดเดี่ยวเหลือเกิน




คืนนี้เลือกหยิบหนังสือเล่มดังกล่าวมาอยู่เป็นเพื่อนกัน
หนังสือที่วางอยู่บนชั้นมาเนิ่นนาน
เห็นที่คั่นอยู่ในบางหน้า เชื่อว่าเคยสบตากันมาแล้ว
เพียงแต่จำไม่ได้แม้แต่นิดเดียว

ละสายตา จากหนังสือ
สูดหายใจเข้าให้ลึกพอจะผ่อนออกในจังหวะหลังให้พอดี
บอกตัวเอง พูดแผ่วๆ กับตัวเอง ฉันเตือนตัวเอง..

ความทุกข์ คงตั้งใจแวะมาหาแค่ประเดี๋ยวเดียว
อย่าเก็บเกี่ยวเหนี่ยวรั้งมันไว้เลย..




คิดถึงเหลือเกิน คิดถึงเธอคนเดิมเหลือเกิน
ความอบอุ่นเหลือแค่แผ่วเบาเพียงให้รู้สึก
สักวันมันคงจะเจือจางจนลับหายไป..เจ็บปวดเหลือเกิน

ถ้าเธออยู่ต่อหน้าฉัน
ยิ้มจริงใจแบบนั้นมันคงปลอบประโลมฉันได้ดี
ถ้าเธอยังคงอยู่ข้างกัน
เธอคงไม่ปล่อยให้ฉันเงียบเศร้าแค่ลำพัง
มือสักข้างจะยื่นมาจับไว้แล้วเดินเคียงกันไป

ฉันจำได้ดี ในวันที่ทะลึ่งดึงพื้นรองเท้าหนังออก
เพื่อให้พื้นมันบางลงแล้วเดินสะดวกในแบบที่ฉันชอบ
ฝนตก ถนนลื่น ฉันต้องเดินเกาะแขนเธอไว้ตลอดเวลา
เธอเองก็คอยระวังให้ฉันไม่ห่าง เธอใส่ใจเหลือเกิน

ความใส่ใจของเธอ ไม่พูดพร่ำ
ความใส่ใจของเธอ แม้แววตาฉันเธอยังมองเห็น
ความใส่ใจของเธอ มันสะสมจนใจฉันอุ่นที่มีเธอใกล้ๆ

ฉันจำเวลาที่เธอร่าเริงพูดน้ำเสียงไม่มั่นใจเจือในบุคลิกได้
แต่มาวันนี้ฉันไม่มั่นใจเสียแล้ว ว่าเธอยังเป็นคนเดิมแบบนั้นอยู่
จะหวั่นเกรงไปทำไมกันนะ
ในเมื่อฉันเลือกเองว่าเราไม่จำเป็นต้องพบกันอีก
หนทางแบบนั้นมันคงมีเปอร์เซ็นต์เป็นศูนย์..ในเมื่อฉันเลือกแล้ว

ยังคงมีภาพทรงจำอีกหลายเหตุการณ์ที่ตามติดฉันเป็นเงา
เจ็บใจที่ยิ่งห่างออกมา ภาพเหล่านี้ยิ่งแจ่มชัดขึ้นทุกที
กฎของแรงดึงดูด กฎในแรงโน้มถ่วงของโลก
หรือเป็นข้อแม้ของการต้องคิดถึงหรือเปล่า..ก็ไม่น่ารู้เอาซะเลย




คืนนี้..ฉันคิดถึงเธอเหลือเกิน, ๐๐.๑๐ น.



Tuesday

day 134 | kunjair


เมื่อครู่ก่อนอาบน้ำทะเลาะกับแม่เรื่องความเท่าเทียมในสังคมครอบครัว
หรือความจริงแล้วความเท่าเทียมที่เราคิดที่เราเห็นอาจะเป็นเพียงมายา
เป็นภาพลวงหลอกสายตาและจิตใจอย่างสมบูรณ์
...



where did all the people go?
they got scared when the lights went low

i'll get you through it nice and slow
when the world's spinning out of control
 



เพิ่งได้นั่งดูตอนจบของซีรีย์เรื่อง one tree hill เมื่อสองสามวันก่อน
แล้วสะดุดหูกับเพลงๆ นี้ของ gavin degraw มาก
นอกจากบทและตัวละครที่ซีรีย์เรื่องนี้ทำออกมาได้ดีแล้ว
การเลือกเพลงที่ใช้ในแต่ละตอนก็กินขาดทุกซีรีย์ที่เคยดู
และอีกหนึ่งสิ่งที่มหัศจรรย์สำหรับเรามากคือ
กว่าร้อยตอนของซีรีย์เรื่องนี้ที่ออกฉายถูกตั้งตามชื่อเพลงทุกตอน


วันนี้ ณ เวลานี้
เราฟังเพลงนี้แล้วน้ำตามันเอ่ออยู่ตรงขอบตา
เราคิดถึงพี่ตาวมากจริงๆ เพราะพี่ตาวรู้จักเราดีมาก
เผลอๆ อาจจะดีกว่าที่ตัวเรารู้จักตัวเองอีกด้วยซ้ำ


เราเกิดตามหลังพี่ตาวแปดเดือน  เราทั้งคู่ผูกพันกันมาตั้งแต่เด็ก
อยู่ด้วยกัน เล่นด้วยกัน ทะเลาะมีปากเสียงกัน
แต่เราไม่เคยต้องมานั่งคิดเลยว่าทำไมเราถึงสนิทกันได้
เราลืมตามาเราก็เห็นเด็กผู้หญิงตัวกลมตาโตคนนี้ยืนอยู่ข้างๆ ตลอด
มีรูปหนึ่งเรากับพี่ตาวยืนอยู่บนก้อนหินใต้ต้นดาลบ้านลุงติ๊ด
เรายืนอยู่ด้านหน้า พี่ตาวยืนถือไม้บรรทัดสีชมพูคุมเชิงอยู่ด้านหลัง
พ่อเคยบอกว่าพี่ตาวเขารักน้อง เห็นไหมยืนปกป้องเราอยู่
เรารู้ว่าตอนนั้นพี่ตาวคงไม่ได้คิดอะไรหรอก พ่อก็แค่พูดตลกไปตามเรื่อง


hiding here, hiding there
find them underneath the stairs
people hiding everywhere 
trying to be still like a stone


เราเป็นคนเข้มแข็งและมีเส้นทางที่ชัดเจนในการใช้ชีวิต
แต่ในขณะเดียวกันเราก็เป็นคนที่ทนแรงกระทบไม่ได้นาน ท้อแท้ง่าย และไม่สู้งาน
ซึ่งเป็นจุดบอดที่ใครหลายๆ คนเห็นและเป็นห่วงเราอยู่เสมอ
และเมื่อวันเวลาผ่านไป ต่างคนก็ต่างมีหนทางที่ต้องเลือกเดิน
วันนี้พี่ตาวไม่ได้อยู่ใกล้ๆ ไม่ได้ถือไม้บรรทัดสีชมพูคอยปกป้องเราอยู่ด้านหลัง
และแม้พี่ตาวอาจจะไม่ใช่แรงผลักให้เราลุกขึ้นเมื่อล้ม
แต่เป็นคนที่ส่งแรงเชียร์มาให้เด็กดื้อด้านอย่างเราสุดใจ
เราสัมผัสได้ เรารับรู้ เราเข้าใจ


ไม่ได้ตั้งใจจะเขียนเรื่องนี้เลยนะ
น้ำตามันไหล อารมณ์พาไป และหยุดฟังเพลงไม่ได้เสียที


you'll get it if i need it
you'll search if i can't see it
i'm thirsty, you'll be rain
i get hurt, you'll take my pain

when i get worried you'll be my soldier




kunjair

day 134 | patawee


ที่หนูโกรธจนน้ำตาแทบไหลวันนี้ อันที่จริงก็ไม่ได้เป็นเพราะลุงหรอกนะ ลุงแมสเซ็นเจอร์ แต่หนูโกรธความไม่สมหวัง ความไม่สมประกอบ ความผิดพลาด ความคลาดเคลื่อน ความเข้าใจผิดต่างๆนานาในชีวิตคนเรามากกว่า ทำไมนะ ทำไมคนที่ไม่ชอบอะไรที่ผิดไปจากแผนอย่างหนู ถึงได้พบเจอเรื่องผิดพลาดไม่คาดฝันเรื่องแล้วเรื่องเล่าในเวลาติดๆกันอย่างนี้

เมื่อบ่ายที่ลุงปล่อยให้หนูรอตั้งสองชั่วโมงกว่าหนูโมโหมาก แต่มาลองคิดๆดูมันก็ไม่ใช่ความผิดของลุงคนเดียว ความผิดหนูด้วยที่บอกทางได้ไม่แม่นเลยต้องกลับมารอ ผิดที่ไม่นัดเวลากันให้ชัด ผิดที่วันนี้รถติดมากเป็นพิเศษ และอะไรอีกหลายอย่าง รวมๆแล้วไม่ใช่ความผิดลุงคนเดียวหรอกเห็นไหมที่ทำให้หนูเข้างานตอนบ่ายสายไปสองชั่วโมง แต่หนูโมโห หนูโกรธมาก มันเป็นความคับแค้นใจที่ไม่ได้มีต่อการรอคอยอันเนิ่นนานในบ่ายนี้แต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความไม่สมหวังอื่นๆอีกในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานี้ สิ่งที่หนูเก็บ กัก กดเอาไว้ มันได้ระเบิดออกมาเมื่อบ่ายนี้เอง

เหมือนทำนบทะลาย หนูห้ามตัวเองไม่ได้ น้ำตาที่ไหลออกมาไม่ใช่เพียงแค่ตัวแทนความอัดอั้นตันใจที่รอคอยลุงโดยไร้จุดหมาย แต่ยังรวมถึงความคั่งแค้นต่อเรื่องที่ยังฝังแน่นอยู่ในใจ เรื่องที่จนถึงวันนี้หนูก็ยังไม่เข้าใจที่มาที่ไป ไม่เข้าใจผลลัพธ์ หนูกดข่มความรู้สึกนี้ไว้ภายใต้ท่าทียิ้มแย้มแจ่มใสไม่ทุกข์ร้อนนี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

ให้อภัยหนูเถอะ ให้อภัยให้แก่เด็กคนหนึ่งซึ่งกักเก็บความเจ็บช้ำเอาไว้ การแสแสร้งว่าชีวิตกำลังเหยียบย่างอยู่บนกลีบดอกไม้งามได้จบสิ้นลงแล้วต่อหน้าลุงเมื่อบ่ายนี้เอง สุดท้าย หนูก็ยังเป็นเด็กคนหนึ่งที่ไม่รู้ว่าการเติบโตเป็นผู้ใหญ่แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร หนูยังคงเป็นเด็กที่เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง เจ็บปวดอยู่แต่กับเรื่องของตัวเองโดยไม่สนใจบริบทหรือเหตุปัจจัยรอบข้าง

หนูเบื่อตัวเองอีกแล้ว หนูเหลือทนกับความรู้สึกเดิมๆที่ติดกรังอยู่ในใจ เช้านี้หนูตื่นเช้าออกไปวิ่งที่ทางเดินข้างหลังตึก มีพี่ผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาทักหนู ชวนคุยโน่นนี่พร้อมจู่โจมหนูด้วยการถามถึงที่พัก ถามเบอร์โทรศัพท์ ถามเวลาที่ลงมาวิ่ง ยิ่งหนูเจออย่างนี้หนูยิ่งอยากหนีไปให้ไกล วูบหนึ่งระหว่างเดินอยู่ด้วยกันบนทางเดินหนูคิดถึงประโยคเดิมที่หนูเคยเขียนไว้ เมื่อเรามอบหัวใจของเราให้ใครสักคนหนึ่งไปแล้ว คนที่เหลือทั้งโลกก็ล้วนกลายเป็นคนไม่น่าสนใจ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ และโชคร้ายเหลือเกินที่มันยังคงเป็นอยู่ เมื่อไหร่ที่หนูเริ่มสนอกสนใจคนอื่นที่เข้ามาในชีวิต เมื่อนั้นคงหมายถึงวันที่หนูปลดเปลื้องโซ่ตรวนในหัวใจออกได้แล้วอย่างแท้จริง

วันนี้หนูกลับบ้านเป็นคนสุดท้าย ตอนสองทุ่ม ชดเชยเวลาเพราะเข้าสายตอนบ่ายไปสองชั่วโมง เพราะลุงนั่นแหละ! แต่หนูก็รู้สึกดีทีเดียว ยืนมองไฟที่ประดับทั่วราชดำเนินอยู่ตั้งนานสองนาน พลางคิดทบทวนถึงวันเวลาที่โบยบินผ่านหนูไปอย่างรวดเร็ว เมื่อสี่เดือนก่อนที่ราชดำเนินก็สวยอย่างนี้ ถนนหนทาง ร้านรวงยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ส่วนที่เปลี่ยนไปแล้วตลอดกาล มีเพียงหนูเท่านั้นที่รู้

หนูคงต้องไปนอนแล้ว ไปจัดการระบบความคิดและอารมณ์ให้เข้าที่เข้าทางกว่านี้ พรุ่งนี้ยังรอหนูอยู่ หนูรู้ดีว่าคนเราแม้จะเจ็บปวดแค่ไหน ตราบที่ยังมีลมหายใจ เท้าก็ยังต้องก้าวเดินต่อ

day 134 | tiwayo





"เลือกเอามาใส่ใจ ... เก็บไว้เท่าที่จำเป็น"


เพจที่ตั้งของความสุข‏