Thursday
day 171 | kunjair
นอนตีสาม ตื่นหกโมงสี่สิบห้า
เพราะร่างกายไม่ใช่เครื่องจักร
เราเลยไม่สามารถทำงานได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
แม้จะเป็นคนชอบทำนู่นคิดนี่มากแค่ไหนก็ตาม
kunjair
day 171 | tiwayo
โน๊ต อุดม เริ่มออกอาละวาดแล้วครับ
อาจารย์เสกแท็กไว้ในเพจศิษเก่า...ไม่รู้พี่โน๊ตมาเดี่ยวที่คณะตอนไหนนะ
เราก็ไม่ได้ไปดู
ฮามากตอนพี่โน๊ตกัดอาจารย์ในคณะ
กัดแม้กระทั่งอาจารย์วนิต แหม!!! พี่โน๊ตกล้ามากนะกัดอาจารย์วนิต....555555
หนูเรียนกับแกสองตัว แทบไม่กล้าเงยหน้าสบตาแกเลย...โคตรโหด
พี่โน๊ตเอาอาจารย์มากัดได้ฮามากกกกกก
หัวเราะแบบมีอารมณ์ร่วมมากอ่ะ
5555555
day 171 | patawee
สิ้นเดือนมกราคมแล้ว
พรุ่งนี้จะเข้าเดือนใหม่แล้ว
เดือนของเรา
เดือนที่เรารัก
สวัสดีล่วงหน้านะจ๊ะ
กุมภาพันธ์
พรุ่งนี้ไม่สะดวกอัพ
วันนี้ขอต้อนรับการมาของกุมภา
ด้วยดอกไม้ที่น่ารักเหล่านี้
:)
31 มกราคม 2556 พฤหัสบดี
สุดท้ายก็ไม่ได้ส่งบทแปล ท่าดีทีเหลว
เพราะเป็นแบบนี้ใช่ไหม ถึงทำอะไรไม่เคยสำเร็จเลย ปฐวี
categories:
patawee,
photography,
story
Wednesday
day 170 | kunjair
จากวันนั้นจนวันนี้กี่ปีแล้วนะ
ทั้ง issac, taylor, zac และเราต่างมีทางเดินเป็นของตัวเอง
แต่สิ่งหนึ่งที่ยังเหมือนเดิมคือความคิดถึงที่เรายังมีให้กันเหมือนเดิม
ยิ่งดูยิ่งคิดถึงช่วงปลายยุค 90
จำได้ว่าประเทศไทยรับกระแสชาวตะวันตกเข้ามามาก
คล้ายๆ กับช่วงยุคนี้ที่มีแต่อาตี๋ อาหมวยจากเกาหลี
บางทีมานั่งย้อนทบทวนอะไรหลายๆ อย่างดู
เราไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเราถึงเป็นเราในวันนี้
เพราะหากมองดีๆ เราถูกความเป็นตะวันตกกลบไว้ตั้งแต่จำความได้แล้ว
ถ้าวันนั้นเมื่อสิบกว่าปีก่อน
เราตัดสินใจตามป้าทิพย์ไปอยู่ออสเตรีเลีย
ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเราจะเป็นเราอย่างที่เราเป็นในวันนี้รึเปล่า
เราอาจจะศรัทธาในสิ่งที่เราเป็นมากขึ้นกว่านี้
เราอาจจะศรัทธาในสิ่งที่เราเป็นน้อยลงกว่านี้
หรือบางทีเราก็อาจจะศรัทธาในสิ่งที่เราเป็นเท่านี้นี่แหละkunjair
day 170 | tiwayo
น้ามุ้ยพาน้องมิกไปนั่งเล่นที่หนองประจักษ์ตอนเย็นค่ะ
ให้มิกกี้กินช็อกโกแลตหนึ่งชิ้นด้วย
หนูมีฟันบนสองซี่ ฟันล่างสองซี่...กัดยิกๆๆ เหมือนหนูจนหมดชิ้นเลยค่ะ
คิกคิก
categories:
photography,
tiwayo
day 170 | patawee
อ้าว กำหนดส่งวันนี้นี่ ตายแน่ๆ
ทำยังไงดีปฐวี ตายแน่ๆ ไม่ทันแน่ๆ
แต่เราก็ยังเอ้อระเหยไปช็อปปิ้งที่ตลาดรวมยางที่แบงก์ชาติ
ได้ลายเดคูพาจสวยๆมาด้วย
ฮ่วย! เบื่อตัวเองจริงๆ
Tuesday
day 169 | kunjair
คนใหม่มา
คนเก่าไป
วัฐจักรวนเวียน
ลาก่อนพี่เกียว
สวัสดีพี่เก๋
ทุกอย่างดำเนินต่อไป
kunjair
day 169 | tiwayo
เป็นช่วงที่รู้สึกอิ่มตัวกับอินเตอร์เน็ตมากๆ
แทบไม่อยากแตะเน็ต
เสียเงินค่าเน็ตรายเดือนเกือบพัน...เล่นไม่คุ้มเลยง่ะ
แทบไม่อยากแตะเน็ต
เสียเงินค่าเน็ตรายเดือนเกือบพัน...เล่นไม่คุ้มเลยง่ะ
day 169 | rungkarn
เห็นด้วยกับนิ้วกลมที่พูดไว้ในรายการพื้นที่ชีวิต
ธรรมชาติของคนเราคือต้องการเลือก
แม้จะมีสิ่งที่ดีที่สุดอยู่ ก็ยังคงต้องการเลือก
เห็นด้วยกับช่างภาพอิสระผู้หญิงในรายการ
เสรีภาพถ้าเราสูญเสียไป เท่ากับเราสูญเสียตัวเองไปด้วยเช่นกัน
เห็นด้วยกับผู้หญิงเยอรมันคนนั้น
เราต้องการอิสระต้องการเสรี เพื่อจะได้ใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองเชื่อ
จะเป็นไปในทางไหนก็แล้วแต่ และจะได้รู้ว่าชอบหรือไม่ชอบ ใช่หรือไม่ใช่
เราเองก็เช่นกัน นั่นสิ,
มือขาแขน เป็นสิ่งพื้นฐานที่สำคัญ
แต่สำคัญยิ่งกว่านั้น เราต้องการสร้างสรรค์
ต้องการแรงใจ ใช้เป็นพลังขับเคลื่อน
เพื่อให้เกิดการพูดและลงมือทำได้ถ่ายทอดออกไป
เพราะแบบนี้เราถึงรู้สึกแตกต่างจากสังคมที่เป็นอยู่นี้โดยสิ้นเชิง
ไม่ใช่เราดื้อรั้นไม่อยากโดนลากจูง เพราะใครมาชี้นิ้วบอก
แต่เราต้องการทำตัวเองให้เหมาะสมและคุ้มค่าอย่างที่ได้เลือก
การทำในสิ่งที่เชื่อว่ารักไปแล้ว
แม้จะล้มสักกี่ครั้ง เราก็รู้สึกว่ายังคงอยากที่จะทำ
ไม่ได้รู้สึกว่าถึงทางตัน เพราะมันมีทางไปต่อ
นี่ก็เหลือเฟือแล้วที่จะทำให้เราเชื่อในตัวเองได้ต่อไป
เรายินดีที่จะลองผิดลองถูกต่อไป
๒๙ มกราคม ๒๕๕๖, ๑๒.๕๙ น.
categories:
photography,
rungkarn,
story
Monday
day 168 | tiwayo
หลายอย่างไม่เป็นดังใจ...ทำเอาใจห่อเหี่ยว
แต่ใจของฉันเหี่ยวไม่นานหรอก มันจะฟูฟ่องดังเดิมในไม่ช้า...ฉันเก่งในการฟื้นฟูจิตใจตัวเองอยู่แล้ว
แต่ใจของฉันเหี่ยวไม่นานหรอก มันจะฟูฟ่องดังเดิมในไม่ช้า...ฉันเก่งในการฟื้นฟูจิตใจตัวเองอยู่แล้ว
day 168 | kunjair
พี่คิว วงฟลัวร์บอกว่ามันคือฤดูที่ฉันเหงา
พี่ต้าร์ พาราดอกซ์บอกว่ามันคือฤดูร้อน
ลุลาบอกว่ามันคือฤดูความรักผลิ
พี่ป๊อป ปองกูลบอกว่ามันคือฤดูอกหัก
พี่นพ พรชำนิบอกว่ามันคือฤดูที่แตกต่าง
ส่วนโรส สิรินทิพย์ย้ำเน้นๆ อีกครั้งว่าฤดูหนาวไม่เคยยาวนาน
สรุปแล้วนี่มันฤดูอะไรกันแน่เนี่ย?
kunjair
day 168 | patawee
ฉันปรารถนาจะเห็นรอยยิ้มของเธอ แม้จะเป็นรอยยิ้มที่เจือจาง
ฉันปรารถนาจะเห็นแววในตาเธอ แม้จะเป็นแววที่แห้งแล้ง
ฉันปรารถนาจะเห็นความสุขเมื่อได้มองเห็นเธอ
แม้ฉันจะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความสุขนั้น
28 Janvier 2013
Le jour je vois ton visage.
categories:
patawee,
photography,
story
day 168 | rungkarn
รู้แล้วเห็นแล้ว
เรื่องไหนที่เอาอารมณ์เข้ามาเกี่ยวล้วนใหญ่โตขึ้นได้ทั้งนั้น
จากไม่มีอะไรเลย ก็มีได้
ยังเหมือนเดิม รู้ว่ามีเช้าวันใหม่ให้เราเสมอ
เพียงแต่ค่ำคืนที่รู้สึกหนักหนา
อาจหลงลืมวิธีทำใจให้สบาย แล้วนอนหลับให้ได้ก็พอ
:)
Sunday
day 167 | tiwayo
โบราณว่าไว้
ห่างสุนัขให้ห่างศอก
หาวอกให้ห่างวา
ห่างพาลาให้ห่างหมื่นโยชน์แสนโยชน์
...
ค่ะ
หนูเชื่อโบราณ
ใครจะว่าหัวโบราณก็ช่าง
จะปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
ห่างสุนัขให้ห่างศอก
หาวอกให้ห่างวา
ห่างพาลาให้ห่างหมื่นโยชน์แสนโยชน์
...
ค่ะ
หนูเชื่อโบราณ
ใครจะว่าหัวโบราณก็ช่าง
จะปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
day 167 | rungkarn
กระบวนการความคิดในตัวเองเราเพิ่งรู้ดีว่า
มีช่วงเวลาร้อนรุ่มร้อนรน แล้วใจเย็น
หลังจากใจเย็น ยังมีช่วงเวลาที่ดีกว่านั้น
คือตัดสินใจคิดหน้าคิดหลังดีดี
เมื่อวานเจอกับแอม พูดกับแอม
คำพูดเหมือนประดังเข้ามาให้เราเห็นอะไรได้ชัดเจนขึ้น
เราจะไม่ปฏิเสธว่าตัวเองดื้อรั้นเอามากถ้าจะมีคนตะโกนใส่หน้า
ตอนนี้ เรามีทางที่เลือกแล้ว
ถึงแม้จะไม่ใช่ทางที่อยู่ในช่วงร้อนรนและใจเย็นแล้วก็ตาม
แต่มันเป็นทางที่เราเห็นแล้วว่าเหมาะกับตัวเอง
ไม่ต้องมีใครมาลำบากและเจ็บตัวกับเราได้
ลำบากใจกับตัวเองมากที่สุด
แต่ดีกว่าจะให้ใครต่อใครมาลำบากกับเราด้วย
ผิดหวังเสียใจ แต่ก็ยัง..สบายๆ
เราจะถือว่าทุกอย่างเป็นบทเรียนให้กับเราได้ดี
จริงสินะ..ถ้ามัวแต่เปรียบเทียบตัวเองกับใครก็มีแต่จะทุกข์เพิ่มขึ้น
๒๗ มกราคม ๒๕๕๖, ๐๗.๔๑ น.
Saturday
day 166 | patawee
รพ.รามา ออลเดย์
การได้เป็นผู้ให้มันมีความสุขอย่างนี้เอง
คุณตาเตียงข้างๆเอฟน่ารักมาก
พูดแทบไม่ได้แต่พูดไม่หยุดเลย
พูดเก่งมากๆและน่ารักน่าชังมาก
บอกให้เราใส่แมสก์ พอเราใส่ก็ถูกใจชูนิ้วโป้งให้ด้วย
ขอบคุณพริ้วที่อยู่ด้วยกันทั้งวัน
กินมาราธอนไปยืนเฝ้าไข้ไปด้วยกันเกือบแปดชั่วโมงนะ :)
day 166 | tiwayo
ต้นมะขามหวานหน้าบ้านตายทั้งยืน ลูกสุกดกเต็มต้นอยู่เลย ไม่รู้ทำไมมันตายซะเฉยๆ
พ่อเลยต้องตัดทิ้ง ฉันเลยสั่งตัดต้นคูณที่อยู่ใกล้ๆ กับต้นมะขามออกซะเลย
โทษฐานที่มันชอบมีหนอนช่วงฤดูฝน แฮะๆ (น้องเนยคงเคืองเราแน่ๆ)
พอตัดต้นมะขามกับต้นคูณที่อึมครึมอยู่หน้าบ้านออกไป ทำให้บ้านสว่างขึ้นเยอะ
เป็นโอกาสที่คุณพี่ต้นปาล์มขวดที่พ่อปลูกตั้งแต่สมัยฉันยังเด็กๆ ได้อวดโฉมสักที
(คาดว่าอายุคงเกือบยี่สิบปี เพราะพ่อปลูกไว้ตั้งแต่ตอนยังไม่ทุบบ้านเก่าออก)
ปาล์มขวดต้นนี้ต้นสูงใหญ่มากกกกกกกกกกก
สูงเกือบตึกสามชั้น มันดูสวย เลิศมาก
ถูกมะขามกับต้นคูณบดบังอยู่หลายปี คราวนี้ล่ะ ได้โชว์หุ่นสวยเต็มที่
แต่กริ่งเกรงเรื่องรากของมันอยู่เหมือนกัน กลัวว่ามันจะทำศาลาหน้าบ้านพังสักวันหนึ่งข้างหน้าแน่ๆ
ตอนเย็นๆ เราแวะไปสวน
พ่อกับแม่เดินตรวจงาน จ้างช่างมาล้อมรั้วให้
วางแผนเอากระต๊อบน้อยๆ ไปตั้งไว้นั่งเล่นและวางจุดที่จะขุดหลุมปลูกต้นไม้ต่างๆ
แล้วก็เดินเข้าไปเยี่ยมชมสวนน้องนุ่นที่อยู่ใกล้ๆ กัน
มีคุณตา คุณยายเจ้าของที่ดูแล ต้นไม้ร่มรื่นน่าอยู่มาก
มะม่วง ขนุน กระท้อน ฝรั่ง มะเฟือง ต้นไผ่ กล้วย มะละกอ ฯลฯ เต็มเนื้อที่ 13 ไร่
คุณยายบอกว่าซื้อที่ตรงนี้เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ต้นไม้ที่เห็นอยู่ตอนนี้ก็มีอายุ 15 ปี
ที่จริงที่ของเรา แม่ซื้อตั้งแต่ปี 2535
แต่ก็ซื้อไว้เฉยๆ ไม่ได้มาปลูกอะไร
น่าเสียดายย้อนหลังเนอะ ถ้าปลูกตั้งแต่ตอนปี 35 ป่านนี้ต้นไม้คงโตมากๆ เลย
ที่ผ่านมาเจ้าของที่คนเดิมถือวิสาสะเข้ามาปลูกของในที่ของเราโดยที่เราไม่ได้อนุญาต
ให้เหตุผลว่าเราไม่ไปปลูกอะไรเอง เขาก็เลยเข้าไปปลูกซะเลย
เขาก็ปลูกพืชผัก ปลูกข้าวโพด บางทีปลูกมัน ทำให้ดินเสีย
ปีนี้แม่ประกาศเลยว่า "ไม่ให้ปลูกอะไรแล้วนะ แม่จะเกษียรปีนี้ จะเริ่มมาดูแลที่ดินของตัวเองแล้ว"
แม่ไม่พูดเฉย จ้างคนมาไถ่ดินเตรียมปลูก จ้างช่างมาล้อมรั้วปิดมิดชิดเลย
เจ้าของที่เก่าก็เถอะ...ล้อมรั้วกันไม่ให้มาแหยมเด้อค่าเด้อ
ฉันอยากจะย้ายไปอยู่ที่บ้านสวนเร็วๆ จัง
แม่อุตส่าเคลียร์พื้นที่ไว้ให้อย่างดี ท้าให้เราไปสร้างบ้านเร็วๆ (แม่ง่ะ)
แต่เรายังไม่มีตังค์สร้างบ้านน้อยในป่าใหญ่อย่างที่ฝันไว้เลย
มีแต่ที่ดิน...บ่มีเงินสร้างบ้าน
ฮึบๆๆๆ เราต้องหาเงินมาสร้างบ้านหลังน้อยของเราให้ได้ด้วยตัวเองนะมุ่ย
-------
หัวค่ำฝนตกด้วยแหละ
ฮูวเลลลลลลลลลลล
day 166 | kunjair
วันนี้ไปบำบัดโรคคันนิ้วชี้ที่สวนรถไฟมา ยังไม่ค่อยหายสนิทเท่าไหร่
อาจจะเพราะเลือกใช้น้อง nex ในการบำบัด ซึ่งกดได้ไม่มันสะใจเท่าพี่หนอน
และมักเผลอเอากล้องแนบหน้าหา viewfinder อยู่ร่ำไป
แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาก็ใช้ได้ แม้จะงงๆ เพราะยังใช้ไม่คล่องมือเท่าไหร่
แม้ยังไม่รู้ว่าอาการคันนิ้วชี้จะหายขาดเมื่อไหร่
แต่สิ่งที่หายแล้วแน่ๆ คือเงินในกระเป๋าสตางค์
มันหายไปกับการจับจ่าย ณ สวนจตุจักร!!!
kunjair
categories:
kunjair,
photography,
story
day 166 | rungkarn
"แค่ใช้ชีวิตคงยังไม่เพียงพอ หากปราศจากแสงแดด,
อิสรภาพ, และดอกไม้เล็กๆ สักดอก - Hans Christian Andersen"
ประโยคที่เด็กหญิงหมามุ่ยฝากไว้ในเฟซบุ๊ก
อ่านแล้วยิ้มน้ำตาซึม แต่ให้อธิบายก็คงบอกไม่ถูก
คงเพราะอารมณ์หลากหลายในช่วงสัปดาห์นี้
:)
categories:
photography,
rungkarn,
story
Friday
day 165 | tiwayo
ตอนห้าโมงเย็นรับมิกกี้กลับมาบ้านแล้วพาเข้าห้องนอน
ปล่อยคุณหลานคลานเล่น ส่วนน้ามุ่ยนอนเล่น นอนไปนอนมา หลับบบบบบบบบ
คุณหลานก็เล่นยังไงไม่รู้ โงนเงนหลับหัวติดกันกับน้ามุ่ยเลย
นอนได้นอนดี
สองทุ่มฝ่าๆ ค่อยง้องแง้งตื่นทั้งน้าทั้งหลาน
นอนเต็มอิ่มแล้ว
คืนนี้คงปาร์ตี้กันสองน้าหลาน...นอนไม่หลับล่ะ
อิอิ
day 165 | patawee
: )
: )
: )
วันนี้จะไปเที่ยวโรงพยาบาลรามา : )
เป็นวันคืนสู่เหย้าชาว ต.อ. ด้วย
แต่เราจะไปรียูเนียนเล็ก ๆ กับสาวๆ ที่โรงพยาบาลแทน
ก็ดีเนอะ คิดถึงทุกคนมากๆจริงๆ
day 165 | rungkarn
เมื่อวานช่วงเย็น น้าโทรมา
ถามเรื่องบางเรื่องแล้วรู้สึกเรื่องมันน่าเบื่อเกินกว่าจะพูดถึง
แล้วมันก็ทำให้เราเหนื่อยใจตามมา
วางสายจากน้าแล้วออกไปเดินเล่นนอกบ้าน
มีโทรศัพท์มือถืออยู่ในมือ
เป็นครั้งแรกในรอบปีเลยก็ว่าได้
ที่เรามองโทรศัพท์มือถือของตัวเอง
แล้วไล่มองลิสต์รายชื่อเบอร์โทรที่มีอยู่ในเครื่อง
อยากโทรหาเพื่อนที่คุยด้วยแล้วทำให้เรารู้สึกสบายใจขึ้น
โทรหาคุณเธอ บอกว่าคิดถึง
คุณเธอบอกจะกลับมาหาดใหญ่วันอาทิตย์นี้
ดีเลย วันที่เราได้เจอกัน เราคงมีข่าวดีหากเป็นอย่างใจ
ได้บอกให้เพื่อนที่รักรับรู้ ก็หวังว่ามันจะเป็นเช่นนั้น
คิดถึงเหลือเกิน..
วางจากคุณเธอ โทรหาแม่ยุ้ย
สิ่งที่แม่ยุ้ยพูดให้เราได้ฟัง ทำให้ใจหม่นๆ เหมือนมีแสงสว่าง
นั่นสิ เราก็นึกว่าเรารู้ดีหมดทุกอย่างในทางที่เราดำเนินอยู่
แต่ไม่ใช่เลย
แม่ยุ้ย มองเข้ามาอย่างกับมานั่งอยู่ในใจเรา
สิ่งที่แม่ยุ้ยบอก ให้เรารักตัวเองให้มาก ดูแลตัวเองให้ได้ก่อน
ทำชีวิตเราให้ดี ให้มั่นคง ก่อนที่จะไปดูแลคนอื่น
เป็นเสาหลักให้คนอื่นได้
แม่ยุ้ยบอกว่า ตัวเธอเอง เรื่องเก่าๆ
ทิ้งไปหมดเลย อยู่ตรงนี้ อยู่เพื่อคนข้างหลังจริงๆ
นั่นสิ เราปล่อยให้เรื่องเก่าๆ บางเรื่องเป็นตะกอนแน่นหนา
บ่อยครั้งที่ลอยขุ่นทำให้ท้อแท้ สับสนง่ายๆ
ทั้งที่ทุกสิ่งเหล่านั้น ปล่อยวางได้
จนถึงมีวิธีที่เราละทิ้งมันไปได้เลย
บอกแม่ยุ้ยว่า นี่ต้องมานั่งคุยกันนะ
เค้าจะยอมให้นั่งเทศน์เลย ก็หัวเราะกันไป
ผู้หญิงคนนี้ มีแต่กำลังใจให้เสมอ
บอกให้เรารักตัวเองให้มากๆ เสมอ
ผู้หญิงคนนี้เป็นหนึ่งในเพื่อนที่คบหารู้หน้ารู้ตารู้ใจ
แล้วทำให้เรารู้สึกว่า มีความหวังดีมีน้ำใสใจจริงเต็มเปี่ยมอยู่ในนั้น
ขอบคุณเหลือเกิน..
ชีวิตเราก็ยังคงใช้ต่อไป
แปลกดีที่เรื่องของตัวเองกลายเป็นเรื่องรองไปซะได้
ทุกอย่างคงเป็นสัญญาณที่ดีอยู่แล้ว
นอกเหนือจากรายละเอียดอะไรก็แล้วแต่
ปัญหาคือสิ่งที่เราต้องเผชิญและแก้ไขอยู่ดี
ตะกอนในใจไม่ควรปล่อยให้เป็นตะกอนอีกแล้ว
ควรจะเทล้างใจและเติมน้ำใสๆ ลงไปแทนที่ได้เสียที
๒๕ มกราคม ๒๕๕๖, ๐๘.๑๙ น.
Thursday
day 164 | tiwayo
"ปาร์ตี้นักเขียนวงใหญ่ที่สุดในประเทศไทย" ที่มติชน
ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราคงอยากไปมากๆ คงหาธุระเข้ากรุงเทพให้ได้เพื่อจะเป็นเหตุผลให้แวะไปงานนี้
มันเป็นโอกาสดีมากที่จะได้ไปดูว่านักเขียนรุ่นใหญ่ รุ่นกลาง มาจนถึงรุ่นเล็กเวลาเขารวมตัวกันเขาเป็นอย่างไร เขาพูดคุยเรื่องอะไร วางตัวอย่างไร ฯลฯ
รู้สึกเป็นเกียรติอย่างซู้งสูงที่ทางมติชนนับพวกเราเหล่านักเขียนน้อยเป็นสมาชิกของงานและเชิญชวนให้ไปร่วมงานนี้
แต่เราว่า นักเขียนตัวน้อยๆ อย่างเราคอยติดตามข่าวสารของนักเขียนทั้งหลายของประเทศไทยที่บ้านน่าจะดีกว่า
แบบว่า...มีปัญหาในการเข้าสังคมอ่ะ 555555
สังคมอักเสปมักมาก 5555555
หนูมุ่ย
day 164 | patawee
ห่วง กังวล นอนไม่หลับ
ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง
จะดีขึ้นหรือยัง
จะเข้มแข็งขึ้นบ้างไหม
บางวูบนึกโกรธตัวเอง
ทำไมเราช่วยอะไรเธอไม่ได้เลย
มากที่สุดก็แค่ส่งกำลังใจเท่านั้น
สงสารมาก เป็นห่วงมาก
ทำไมกัน เวรกรรมอะไรกันหนอ
ที่ทำให้เธอต้องมาเป็นแบบนี้
ต้องเจ็บป่วยซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างนี้
ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ
เราความรู้สึกช้าไปมาก
คนอื่นๆ ขาดเขาเรายังอยู่ได้
บางคนขาดไปก็เจ็บหัวใจ แต่ไม่ตายเสียหน่อย
แต่เธอ เราขาดไม่ได้
เราจินตนาการชีวิตตัวเองที่ไม่มีเธอไม่ออก
แม้แต่เมื่อเราไม่ได้ยินเสียงเธอเกิน24ชั่วโมง
เราก็รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องผิดธรรมดาแล้ว
แล้วจะนับประสาอะไรกับการต้องจากเธอตลอดไป
หายไวๆนะ หายไวๆเถอะนะ
เสียงของแม่เธอวันนี้ยังก้องอยู่ในหัวเรา
เรารับรู้ความทุกข์ ความเจ็บปวดรวดร้าว
แล้วก็เป็นทุกข์ไปด้วย
เธอเองจะทุกข์มากกว่านี้สักกี่เท่ากันหนอ
หายไวๆนะ
หายดี หายสนิทเสียที
โรคคงยังอยู่ แต่ว่าขออย่าให้ทำอันตรายเธอได้บ่อยนัก
ขอให้เธอได้เดินเหินเที่ยวเล่นได้สะดวกดายเหมือนเดิม
แล้วเราจะพาเธอไปกินขนมอร่อย
ไปเดินช็อปปิ้งเครื่องเขียนอย่างที่เราสัญญาไว้
กินอะไรได้ปกติเมื่อไหร่จะพาไปโออิชิแกรนด์
ที่เราสัญญาจะเลี้ยงตั้งแต่เมื่อหกปีก่อนโน้น
แต่จนตอนนี้ก็ยังไม่ได้เลี้ยง
นะ รีบๆหาย อยากควงแขนไปเดินเล่นเหมือนเคยแล้ว
เราจะสวดมนต์ให้เธอนะ
จะกอดน้องมาริโม่นอนทุกคืน
จะเป็นเด็กดี ทำกายและใจให้เข้มแข็ง
เมื่อเธอขอกำลังใจ เราจะได้มีให้อย่างเต็มที่
เธอต้องมีกำลังใจที่จะใช้ชีวิตต่อไปนะ
เรารู้ว่ามันยากในสถานการณ์แบบนี้
แต่เธอต้องทำได้แน่ เพื่อพ่อแม่
และเพื่อคนที่ขาดเธอไม่ได้อย่างเราด้วย
หายไวๆนะ
เราอยู่ตรงนี้เคียงข้างเธอเสมอ
รัก,
น้องหวาย/นังหวายของเธอไง
24 มกราคม 2556
01.27 น.
day 163 | tiwayo
คัดจมูก น้ำมูกไหล พี่ยุ้ยสั่งห้ามไม่ให้เข้าใกล้มิกกี้ 55555
ซึ่งดีมาก ความสงบสุขกลับสู่ชีวิตแม่หญิงมุ่ย ณ บัดนี้ 55555
มิกกี้ก็อย่ามาใกล้น้ามุ่ยแล้วกัน เดี๋ยวจามใส่เยย อิอิ
วันนี้ยังปวดท้องอยู่...ปวดท้องจนไม่อยากทำอะไร มันรู้สึกแย่
แถมเป็นไข้หวัดอีก โอย เปื่อยมาก
ไหนๆ ก็ไม่ค่อยสบายตัวแล้วก็ทำตัวเปื่อยแบบสุดฤทธิ์ไปเลยแล้วกัน
วันๆ ก็นอนๆ อ่านแต่หนังสือ ไม่ออกนอกบ้าน
ไม่ออกกำลังกาย
จะพยายามหายในเร็ววัน
เริ่มรู้สึกว่าสังคมรังเกียจแล้ว...ไม่มีใครอยากเข้าใกล้เค้าเลยง่ะ
มุ่ย
Wednesday
day 163 | kunjair
ขอแค่ใช้ชีวิตให้สนุกทุกวัน
ใช้ชีวิตให้คุ้มให้มันไม่นึกเสียใจ
วันนี้เราได้หัวเราะเต็มที่หรือไม่
และมีความสุขแค่ไหน
เพราะชีวิตของฉันยังสนุกทุกวัน
มีเรื่องที่ไม่คาดฝันให้เจออีกมากมาย
ได้ยิ้มและได้หัวเราะเต็มที่ทุกวัน
ยังจะต้องการอะไรถ้าเราสุขใจ
...
มันคงจะดีหากคิดอยากจะไปไหน
แล้วเก็บกระเป๋าและออกเดินทางได้เลย
อีก 20 วัน ใจมันเต้นตุบๆ อยากเดินทางเต็มแก่แล้ว
รอบนี้เราไปแบบตายเอาดาบหน้าในช่วง high season ด้วย
แถมคาบเกี่ยววันแห่งความรักอีก ลองดูสักตั้งให้รู้กันไป
kunjair
day 163 | patawee
I WISH I COULD GO TO NORFOLK,
SO I COULD FIND THINGS I ONCE LEFT BEHIND.
![]() |
| FACEBOOK | Nawapol Thamrongrattanarit |
"WHATEVER HAPPENS, IN THE END,
I DON'T WANT TO LOSE YOU AS MY FRIEND."
HOTEL CHEVALIER
NATALIE PORTMAN
JASON SCHWARTZMAN
day 163 | rungkarn
บางทีเห็นคนที่พยายามปลุกไฟฝัน
แล้วประกาศบอกทุกคนว่าให้ทำให้ทำให้ทำได้แล้วเนี่ย
มันขัดหูขัดตาเหมือนกันนะ
คงเป็นเพราะเราเห็นด้วยกับแจว่า
ฝันน่ะมีอยู่ บางทีก็ต้องวางไว้ข้างตัว
แล้วมองสิ่งที่จำเป็น เอาชีวิตจริงก่อน อะไรประมาณนี้
เราว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะมีเวลาที่เหมาะสมของมันเอง
มาตอนนี้ เราอาจแนะนำเพื่อนที่อยากออกจากงานประจำได้
แต่เราไม่เห็นด้วยเสียทั้งหมดหากเห็นว่า การทำอะไรส่วนตัว
จะสามารถนำเม็ดเงินไปโปะหนี้สินรายเดือนได้
ทุกอย่างไม่ได้ง่ายเท่าตาเห็นขนาดนั้น และหัวใจที่สู้ไม่ถอยก็สำคัญจริงๆ
เรารู้ว่าเราเห็นแก่ตัวในวันที่เพื่อนมาบอกให้เราทำอะไรร่วมกันกับเพื่อน
อันนี้แล้วแต่ใครจะคิดไป เราไม่ห้าม แต่มันเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม
นี่คือวิธีของเรา ไม่มีหรอกที่เราจะไม่เคยเจอปัญหาประมาณนี้แล้วกลัวไปก่อน
เพราะเจอมาแล้ว และไม่ได้กลัวไปก่อน ก็เลยชิ่งไม่ทำปัญหาให้เกิดอีกดีกว่า
เราเริ่มทำด้วยความอยาก ความตั้งใจดีที่เรามีอยู่
แต่ถ้าให้ใครสักคนมาเริ่มกับเรา ด้วยความคิดที่ว่ามันง่าย
เราไม่เสี่ยงด้วยดีกว่า
คงเหมือนเลือกใครสักคนมาร่วมทางชีวิต
ถ้าเราจะเลือก เราจะเลือกเพราะมั่นใจว่าจะดีร้ายยังไง
เขาสามารถอยู่เคียงเราได้ด้วยความเต็มใจ
ตรงกันข้าม เราก็สามารถยอมรับทุกอย่างที่เขาเป็นเขาได้
แม้ในวันที่ลำบากหัวใจมากที่สุด
เราจะไม่เลือก เพราะเห็นว่าเขาดูดีในสายตา
เป็นที่ยอมรับของคนอื่น หรือเพราะได้กลิ่นแค่ลมโชยว่าเขาอบอุ่นดี
เราต้องการคนที่จับต้องได้ ทั้งกายและใจ ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์เสมอแค่มองเห็น
เราจะเลือกเพราะการกระทำที่เสมอต้นเสมอปลาย ไม่เลื่อยลอยบนความไม่มั่นใจ
ทั้งไม่มั่นใจในตัวเขาและส่งกระแสความไม่มั่นใจในตัวเราเข้าไปด้วย
อย่างหลังเนี่ยร้ายกาจน่าดู
เราศรัทธาคนที่มีฝัน
แต่เราก็เชื่ออย่างที่พี่มีนบอก
เอามารวมยอดเป็นความคิดตกตะกอนของตัวเอง
ความจริงแล้วเราทุกคนคงไม่มีอิสระหรอก
จะมีได้ก็ต่อเมื่อ เราไม่มีใครให้คิดถึงนึกถึงหรือทำเพื่อเขาเหล่านั้น
ตอนนี้เรายังมี จะเหมารวมเรียกว่ามันเป็นภาระก็ได้
แต่เป็นภาระที่เต็มใจ ในเมื่อเราเลือกแล้ว
ร่างกายเราอาจจะยังขยับไปไหนไกลไม่ได้
แต่อิสระทางความคิดมี..มีอย่างที่แจเคยย้ำเตือนเราไว้
อันนี้เราสัมผัสได้ว่าแจหวังดีและทำให้เราคลายความอึดอัดลงได้
สุดท้ายแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างแบบนี้ไม่มีผิดไม่มีถูกหรอก
อยู่ที่ความเหมาะสม ประยุกต์ใช้ให้เข้ากับชีวิตตัวเองกันไปนั่นล่ะนะ :)
ทั้งหมดนี้ อาจจะสื่อได้ว่า
เราชอบใช้ชีวิตคนเดียว เราสบายตัวสบายใจถ้าทำอะไรคนเดียวได้
อีกทางหนึ่ง เราก็ไม่อยากให้ใครมาลำบากกับเรา
และไม่อยากให้ใครที่ไม่พร้อมใจจริงๆ มาทำให้เราลำบากไปด้วย
เพราะแค่ลำพังตัวเอง บ่อยๆ ก็ใจฝ่อง่ายอยู่เหมือนกัน
นับประสาอะไรจะให้มีคนอื่นมาร่วมด้วย
แจคงบอกว่า อันนี้เป็นวิธีการรักตัวเองค่ะ 555555555
ดูเหมือนว่าเราจะเป็นคนที่รู้จักตัวเองดี
กลับกันสักวันหนึ่ง อาจจะมีวันที่เราแพ้พ่าย อย่างน่าอาย
หรือไม่ก็เป็นแค่คนโง่คนหนึ่งที่คิดว่าตัวเองฉลาดดีแล้ว..ก็เป็นได้
วันนี้คงเป็นวันที่ต้องเอาชนะตัวเองน่าดู
ทั้งต้องไกล่เกลี่ยปรับความเข้าใจกันในบ้าน โฮ..
๒๓ มกราคม ๒๕๕๖, ๑๒.๒๓ น.
day 162 | tiwayo
ปวดท้อง
นอนซมทั้งวัน
เพิ่งลุกจากเตียงได้ตอนสี่โมงเย็น
หัวค่ำ
จามฮักเช้ยๆ
ภูมิแพ้มา
ดึกๆ
คัดจมูก
น้ำมูกไหล
เอิ่ม
---
อะไรกันนักกันหนาว้ะคะคุณมุ่ย
ร่างกายขาดสมดุลอย่างแรง
Tuesday
day 162 | kunjair
เรื่องของกลิ่นของคนอื่น
กับบางคนแม้ไม่ได้สัมผัสจับต้อง
เราก็ได้กลิ่นความเป็นนานาชาติกลบกลิ่นความเป็นไทยจากตัวตนของเขา
ในขณะที่ใครอีกคน เขาก็ช่างมีความเป็นไทยมากมายเหลือเกิน
เรื่องของกลิ่นของเราเอง
เรารู้ตัวเลยว่าใครหลายคนคงได้กลิ่นแบบแรกจากตัวตนของเรา
ก็คงจะใช่ที่เรามีกระบวนการความคิดและรสนิยมที่ผิดแปลกไปจากถิ่นอาศัย
แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเรารักความเป็นไทยน้อยกว่าคนอื่นเสียหน่อย
...
บางคนเขียนหนังสือเก่งแต่ตัวหนังสือของเขาไม่มีเสน่ห์
บางคนตัวหนังสือช่างมีเสน่ห์แพรวพราวแต่ไม่ใช่คนเขียนหนังสือเก่ง
บางคนเขียนหนังสือเก่งและตัวหนังสือก็ยังมีเสน่ห์ชวนติดตาม
เราล่ะ? เรายังวนไปวนมาอยู่ตรงนี้ ไม่เก่ง ไม่มีเสน่ห์ ไม่มีความพัฒนา
บางทีก็อยากจะเลิกเขียน เลิกจดบันทึก เลิกใช้ปากกา เลิกใช้ดินสอ
หรือบางทีเราอาจจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับสิ่งที่เราทำได้ดีกว่า
นั่นแหละ, อะไรล่ะที่ดีกว่า อะไรกันนะที่เราทำได้ดีที่สุด
...
seungmin ส่งข่าวผ่าน facebook ว่าจะเดินทางมาเมืองไทยเดือนหน้า
เรารู้จัก seungmin ช่วงที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีสาม
seungmin เป็นเพื่อนทางอินเตอร์เน็ตอีกคนที่มีโอกาสได้พบเจอกันในชีวิตจริง
เนื่องจากเมื่อหลายปีก่อน seungmin มาเที่ยวเมืองไทยกับเพื่อนอีกคน
แล้วบังเอิญว่าที่พักของเขาอยู่ไม่ไกล เราเลยชวนเขามาดูงานออกบูธที่กล้วยน้ำไทด้วยกัน
ถึงแม้ความจริงเรากับเขาก็ไม่ได้สนิทอะไรกันมากมาย
แต่พอรู้ว่าเขาจะมาก็ดีใจ อารมณ์เหมือนจะได้เจอเพื่อนเก่าที่ห่างตากันไปสักพัก
มิตรภาพไม่เคยหยุดเจริญงอกงามหากมีปุ๋ยชื่อความจริงใจ
นี่คือสิ่งที่เราเชื่อมั่นมากที่สุดอีกสิ่งหนึ่งในห้วงจักรวาล
kunjair
day 162 | rungkarn
น้องคุณนอนเกือบทั้งวัน
มาร่าเริงเอาตอนค่ำนี้แล้ว
คุยกับพี่แหม่มคุยกับยาย อ๋อคงเป็นเพราะเมื่อนอนไอเกือบทั้งคืน
กลางวันก็เลยเพลีย
เมื่อวานก็คิดว่าน้องแสบจะเข้าร่างเดิมแล้ว
แต่ที่ไหนได้ ยังแสบได้ไม่เต็มที่
วันนี้ถึงแม้น้องคุณจะไม่ได้ไปโรงเรียน
เราก็ไม่ได้คลุกคลีกับหลานเลย
มีแว๊บเข้าไปดูอีกบ้านเป็นครั้งๆ พี่แหม่มก็ไม่ได้ไปทำงาน
ได้พักผ่อนไปพร้อมกับลูกชายเลยด้วย
วันนี้ช่วงเช้า ทำขนมเสร็จแล้วทำกับข้าว
แม่ก็เริ่มไม่สบายตั้งแต่เมื่อคืน ไอไม่หยุด
เมื่อเช้าโดนแม่เคืองเรื่องที่เราเถียงล้อเล่นกับแม่
แม่ทักเรื่องอาการภูมิแพ้และกินยาแก้แพ้ระยะยาวของเรา
อยากให้ไปต้มยาสมุนไพร แบบหมอบ้านอีกครั้ง
แต่เรายังไม่สะดวกไป เราก็เลยแกล้งกวนไปว่า เดี๋ยวไปเอง
แม่พูดมาคำนึง เราพูดกลับไปคำนึง
กว่าจะเงียบกันได้ แม่ก็ตัดบทว่า ไม่อยากจะคุยกับใครเลย อยากอยู่คนเดียว
เราก็พูดไปคำเดียว โอเค แล้วเราก็หลีกจากแม่มา
เคืองหรือน้อยใจไม่ทราบ
พอเที่ยงแล้วก็คุยกันดีเหมือนเดิม
เย็นนี้ แม่ก็เลยออกปากว่าอยากกินผักหวานต้มไข่ก่อนกินยา
เราก็เดินถือมือถือ คุยกับคุณเธอไปด้วยเก็บผักหวานข้างบ้านไปด้วย
เหตุเพราะได้คุยกันทางเฟซบุ๊กว่าตัวน้อยเป็นหวัดนิดหน่อยแล้ว
ก็เลยโทรถามข่าวคราวเพิ่มเติม
แล้วก็ถึงเวลา ผลัดกันดูแลกันเหมือนเคยของแม่กับเรา
เราเองก็ยังคงไอค่อกแค่กอยู่ แต่ถือว่าสุขภาพดีกว่ามาก
มีพี่ฟ้าทะลายโจรเป็นที่พึ่งสำคัญอีกแล้ว
เราซดน้ำฟ้าทะลายโจรผสมน้ำผึ้งแทนน้ำเปล่าได้
ขมนะ..แต่ก็เพราะรู้ว่าขมแบบไหน เลยไม่เอียน
ถ้าใครมาทำหน้าอี๋ใส่ เราก็กะว่าจะประกาศให้รู้
ว่าขมแบบนี้ดีกว่าขมความรักแยะเลยแหละ ฮ่าๆ
จำได้ว่าปีก่อน มกรามาแม่ก็ล้มรถ
เราก็มีอุบัติเหตุได้ผลัดกันดูแล
ดีนะที่ปีนี้เป็นแค่หวัดกัน
เพราะอยู่ใกล้ตา เราเลยสบายๆ
ก็ดูแลกันไปเนอะ
...
ช่วงสัปดาห์ก่อนตั้งแต่กลับจากสุราษฎร์
เอาหวัดติดกลับมาด้วย บวกกับช่วงที่น้องคุณอาการไม่ดี
จนถึงเข้าโรงพยาบาล เป็นวันที่เรารู้สึกเหนื่อยจริงๆ
แต่เหนื่อยแบบราบเรียบ บอกตัวเองได้ว่าไม่เป็นไร สบายมาก
แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่า ชีวิตของเราอยู่ตรงไหนกันแน่
การรับรู้อะไรเยอะกว่าชีวิตปกติธรรมดา
สิ่งเร้าเข้ามากระทบใจให้ไหวเอนก็มีมากเสียเหลือเกิน
มีอะไรอยากจะบันทึกเยอะแยะในช่วงเวลานั้น
แต่ก็รอให้อารมณ์ตกตะกอน เราถึงจะเห็นอะไรได้ชัดเจนขึ้น
นี่คงเรียกได้ว่า เรามีสติใช่หรือเปล่า
เราเพิ่งรู้เมื่อไม่กี่วันมานี่เองว่าแม่อยากให้เราคิดเรื่องเรียนต่อ
เราก็คิดนะ แต่ไม่กระเตื้องเท่าเรื่องทำมาหากิน ฮ่าๆ
เราอาจจะดูเฉยเมย(มาก) เพราะเราไม่พูดปรึกษาใคร
ภาระในใจเรื่องอนาคต พ่อแม่ คนที่เรารัก เรานึกถึงยังไงไม่เคยพูดพร่ำ
อีกทั้งยังเป็นคนประเภทเหนื่อยแล้วบ่นไม่เป็นด้วย
แต่วันนี้เราคุยกับแม่แล้ว เรื่องการตัดสินใจของเรา
ก็ขอให้มีความเชื่อมั่นตามมาก็แล้วกัน
ทั้งหมดไม่ว่าเราจะคิดยังไงหรือรู้สึกยังไง
ไม่ขอให้ใครมาล้วงคอหรือควักใจให้ได้รู้
แต่ขอแค่มีคนไม่กี่คนเชื่อมั่นในตัวเราก็พอ..แค่นี้จริงๆ
เราเพิ่งตบตีตัวเองเมื่อคืน
ที่ผ่านมาเราไม่ได้เรื่องเลยในสายตาแม่
ตั้งแต่เรียนจบมา เอามีแค่เปลือกเบาบาง
ที่หาสาระแทบไม่ได้เลย บวกกับไม่แสดงออกด้วยมั้ง
จากนี้ต้องกากบาทสีแดงตรงหน้าผากตัวเองไว้เลย
ว่าทำอะไรต้องทำด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจได้แล้ว
อย่าเหลาะแหละปล่อยให้ใจฝ่อง่ายเหมือนที่ผ่านมา..ย้ำย้ำย้ำ!
วันนี้อารมณ์เตลิดมาก แต่เตลิดไปในทางที่ดี
รู้สึกตัวอีกครั้งว่า เวลาดีใจก็ร่าเริงซะเหลือเกิน
ไร้ความพอดีจริงๆ
ยังไม่รู้ว่าจะสมหวังเป็นอย่างใจหรือจะผิดหวังเหมือนปีที่แล้วอีก
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการมีความหวังมันทำให้รู้สึกสดชื่นดีจริงๆ
และถึงแม้จะเผื่อใจไว้แล้ว หากผิดหวังอีก เราก็รู้ดีว่า
ความรู้สึกไม่พอใจ ไม่สบายใจจะถาโถมเราเหมือนเช่นเคย
ไม่มีหรอกที่เผื่อใจไว้แล้วจะไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย
ก็ถือว่าเป็นภูมิต้านทานก็แล้วกัน
ไม่ว่าจะเป็นกายหรือใจ เราก็ควรมีภูมิต้านทานด้วยกันทั้งนั้นนี่นา
...
เรื่องทริปมะละกา
ถึงแม้ทั้งหวายและมุ่ยไม่ได้ร่วมเดินทางด้วย
ก็ไม่เป็นไร แต่เสียดายมาก
อย่างที่แจบอกกับเราเมื่อคืนวันเสาร์
เพราะไม่รู้ว่าจะได้เจอกันเมื่อไหร่อีก..แต่ก็ไม่เป็นไรจริงๆ
บางทีที่เราคุยกับแจ เรารู้สึกว่าเรื่องบางเรื่อง
แจละเอียดอ่อนกว่าเรามากเลย :)
เรายังจำได้ดี ครั้งที่แจชวนผ่านทางเฟซบุ๊ก
ให้ร่วมทริปมะละกากัน
เราบอกว่าเราไม่เป็นเรื่องภาษา
แจบอกว่าแจไม่ได้ต้องการคนที่เก่งภาษา
แต่อยากได้เพื่อนร่วมเดินทาง ถ้าจำไม่ผิดประมาณนี้
เพียงแค่นั้น เราก็เต็มใจและยินดีจะเดินทางด้วยแล้ว
วันนั้นรู้สึกยังไง วันนี้ก็ยังเต็มใจอยู่เช่นเดิม :)
หลังจากนี้เราจะไม่ขอให้อะไรเป็นใจ
เราจะไม่หวังให้หนทางราบเรียบหรือแต่ละวันราบรื่นเหมือนเคย
แต่เราขอให้ตัวเองรับมือกับทุกอย่างทุกเรื่องราวทุกตัวคนให้ได้ก็พอ
เวลายังคงเดินเร็วเหมือนเดิม อีกไม่กี่วันมกราห้าหกก็จะจากเราไปแล้ว
๒๒ มกราคม ๒๕๕๖, ๒๐.๒๑ น.
categories:
photography,
rungkarn,
story
Subscribe to:
Posts (Atom)



























