ความอิจฉาริษยามีอานุภาพรุนแรงยิ่งกว่าความรู้สึกใดๆ
เมื่อมันครอบงำเราแล้ว มันจะเปลี่ยนเราให้กลายเป็นใครอีกคนที่เราไม่รู้จัก
มันเปลี่ยนคนเมตตาให้กลายเป็นคน โหดเหี้ยมก็ได้
เปลี่ยนคนร่าเริงให้กลายเป็นคนเ ย็นชาก็ได้
เช่นเดียวกับที่เปลี่ยนมิตรให้ก ลายเป็นคนแปลกหน้ามานักต่อนัก
ตื่นมาพร้อมฝันร้าย
ตื่นมาเปิดอินเตอร์เน็ตและพบข่าวร้าย - คงไม่ร้ายเสียทีเดียว ถ้าใจเราชิน
น่าจะชินได้แล้ว แต่เปล่าเลย ใจเรายังคงสั่นไหวทุกครั้งที่ได้ข่าว
วูบหนึ่งที่ความอิจฉาริษยาครอบงำ เราถามตัวเองว่า
หรือจะล้มเลิกความตั้งใจทุกอย่างแล้วกลับไปสู่วันคืนแบบเก่า
แต่สุดท้ายก็บอกตัวเองว่าอดทนเถิด
การอดได้ทนได้เป็นสิ่งประเสริฐสิ่งหนึ่งเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะพึงทำ
คิดได้อย่างนั้นจึงพยายามปล่อยเลยตามเลย ไม่สนใจ ไม่รู้สึกรู้สา
แต่เมื่อเปิดมาเจอข้อความของเพื่อนสาวแสดงความห่วงใยและส่งข่าวเรื่องทุนมาให้
น้ำตาแห่งความอ่อนแอก็หลั่งไหลราวกับไม่มีวันหมด
เราลืมอีกแล้ว ว่าใครกันแน่ที่เราต้องดูแลเอาใจใส่
ที่ทำงานวันนี้มีถ่ายคลิปต้อนรับปีใหม่
เสียเวลากับการถ่ายคลิป การเตรียมพร็อพไปเสียเยอะ
กว่าจะได้นั่งเขียนคอลัมน์ต่อก็ปาเข้าไปตอนบ่ายแก่ๆ
บรรยากาศหรือก็ไม่เอื้ออำนายให้ทำงานได้ตามใจปรารถนา
ห้าโมงกว่าจึงปลีกตัวออกออฟฟิศและเดินกลับบ้าน
วันนี้เป็นวันแรกที่เปลี่ยนเส้นทางเดินจากสะพานปิ่นเกล้าเป็นสะพานพระราม 8
ทางเส้นใหม่นี้เปลี่ยวกว่าพอสมควร และต้องข้ามแยกมากกว่าหลายแยก
แต่เมื่อขึ้นไปบนสะพานแล้ว บรรยากาศบนนั้นกลับดีกว่ามาก
สมใจ, เมื่อลงจากสะพานไปแล้วก็ยังได้ไปเดินๆวิ่งๆอยู่ในสวนหลวงพระราม 8 อีก
บรรยากาศดีมาก แถมยังไม่เหงา เพราะมีคนมาออกกำลังด้วยเต็มไปหมด
พรุ่งนี้จะไปอีก! ไปเดิน ไปวิ่ง
ไปเอาความขุ่นข้องหมองใจทั้งหลายทิ้งไปกับเม็ดเหงื่อ
No comments:
Post a Comment