Friday

day 165 | rungkarn








เมื่อวานช่วงเย็น น้าโทรมา
ถามเรื่องบางเรื่องแล้วรู้สึกเรื่องมันน่าเบื่อเกินกว่าจะพูดถึง
แล้วมันก็ทำให้เราเหนื่อยใจตามมา
วางสายจากน้าแล้วออกไปเดินเล่นนอกบ้าน
มีโทรศัพท์มือถืออยู่ในมือ

เป็นครั้งแรกในรอบปีเลยก็ว่าได้
ที่เรามองโทรศัพท์มือถือของตัวเอง
แล้วไล่มองลิสต์รายชื่อเบอร์โทรที่มีอยู่ในเครื่อง
อยากโทรหาเพื่อนที่คุยด้วยแล้วทำให้เรารู้สึกสบายใจขึ้น


โทรหาคุณเธอ บอกว่าคิดถึง
คุณเธอบอกจะกลับมาหาดใหญ่วันอาทิตย์นี้
ดีเลย วันที่เราได้เจอกัน เราคงมีข่าวดีหากเป็นอย่างใจ
ได้บอกให้เพื่อนที่รักรับรู้ ก็หวังว่ามันจะเป็นเช่นนั้น

คิดถึงเหลือเกิน..

วางจากคุณเธอ โทรหาแม่ยุ้ย
สิ่งที่แม่ยุ้ยพูดให้เราได้ฟัง ทำให้ใจหม่นๆ เหมือนมีแสงสว่าง
นั่นสิ เราก็นึกว่าเรารู้ดีหมดทุกอย่างในทางที่เราดำเนินอยู่
แต่ไม่ใช่เลย

แม่ยุ้ย มองเข้ามาอย่างกับมานั่งอยู่ในใจเรา
สิ่งที่แม่ยุ้ยบอก ให้เรารักตัวเองให้มาก ดูแลตัวเองให้ได้ก่อน
ทำชีวิตเราให้ดี ให้มั่นคง ก่อนที่จะไปดูแลคนอื่น
เป็นเสาหลักให้คนอื่นได้

แม่ยุ้ยบอกว่า ตัวเธอเอง เรื่องเก่าๆ
ทิ้งไปหมดเลย อยู่ตรงนี้ อยู่เพื่อคนข้างหลังจริงๆ


นั่นสิ เราปล่อยให้เรื่องเก่าๆ บางเรื่องเป็นตะกอนแน่นหนา
บ่อยครั้งที่ลอยขุ่นทำให้ท้อแท้ สับสนง่ายๆ
ทั้งที่ทุกสิ่งเหล่านั้น ปล่อยวางได้
จนถึงมีวิธีที่เราละทิ้งมันไปได้เลย

บอกแม่ยุ้ยว่า นี่ต้องมานั่งคุยกันนะ
เค้าจะยอมให้นั่งเทศน์เลย ก็หัวเราะกันไป

ผู้หญิงคนนี้ มีแต่กำลังใจให้เสมอ
บอกให้เรารักตัวเองให้มากๆ เสมอ
ผู้หญิงคนนี้เป็นหนึ่งในเพื่อนที่คบหารู้หน้ารู้ตารู้ใจ
แล้วทำให้เรารู้สึกว่า มีความหวังดีมีน้ำใสใจจริงเต็มเปี่ยมอยู่ในนั้น

ขอบคุณเหลือเกิน..


ชีวิตเราก็ยังคงใช้ต่อไป 
แปลกดีที่เรื่องของตัวเองกลายเป็นเรื่องรองไปซะได้
ทุกอย่างคงเป็นสัญญาณที่ดีอยู่แล้ว 
นอกเหนือจากรายละเอียดอะไรก็แล้วแต่ 
ปัญหาคือสิ่งที่เราต้องเผชิญและแก้ไขอยู่ดี




ตะกอนในใจไม่ควรปล่อยให้เป็นตะกอนอีกแล้ว
ควรจะเทล้างใจและเติมน้ำใสๆ ลงไปแทนที่ได้เสียที

๒๕ มกราคม ๒๕๕๖, ๐๘.๑๙ น.



No comments:

Post a Comment