Tuesday
day 260 | kunjair
พี่ไผ่โทรมาแจ้งผล placement test ตอนบ่าย
ภาษาอังกฤษเราอยู่ advanced level
ซึ่งจำเป็นต้องเรียนเพิ่มเพียงแค่สิบอาทิตย์เท่านั้น
เราค่อนข้างตกใจและดีใจไปพร้อมๆ กันเมื่อได้รู้ผล
ตกใจเพราะไม่คิดว่าคะแนนจะออกมาดีขนาดนี้
เพราะเราทำไม่ทันในหัวข้อ ฟัง อ่าน และไวยกรณ์
ส่วนข้อเขียนก็เขียนไปแค่สองร้อยคำในเวลาครึ่งชั่วโมง
คือถ้าเทียบกับสถิติตอนเรียนมหาวิทยาลัย
เวลาครึ่งชั่วโมงเรามักจะเขียนได้ใกล้เคียงสี่ร้อยคำ
แต่ก็ดีใจที่ภาษาอังกฤษของเราอยู่ในระดับคงเส้นคงวา
ทีแรกวางแผนไว้ว่าจะเข้าเรียนปริญญาโทตอนเทอมสอง
เพราะคิดว่าตัวเองจะต้องเรียนภาษาเพิ่มอีกหลายเดือน
แต่พอผลสอบออกมาในทางที่ดีเราเลยเลื่อนมาเข้าเรียน
ตอนเทอมหนึ่งซึ่งคือเดือนมีนาคมแทน
ส่วนช่วงที่ไปก็ได้แน่นอนแล้วว่าจะไปต้นเดือนพฤศจิกายน
และจะทำงานถึงวันที่สามสิบกันยายนเป็นวันสุดท้าย
เราใช้เวลาหนึ่งเดือนเต็มในการเตรียมตัวจัดเก็บและซื้อของใช้ต่างๆ
ซึ่งเวลาเท่านี้ก็น่าจะเพียงพอและกำลังดีแล้ว
และที่สำคัญเราอยากจะรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองให้มากที่สุด
ไม่ได้ทำเพื่อใครแต่เพื่อตัวเราเอง
kunjair
day 260 | patawee
๑. พี่ดำ
เราไปคุยกับพี่ดำแล้ว
คุยอย่างตรงไปตรงมา
อย่างไม่มีอะไรปิดบัง
พี่ดำรั้ง
เสนอแนะให้อยู่ยาวไปจนปีหน้า
ขอเวลาให้พี่ดำหาคนใหม่มาแทนได้
ส่วนเราก็จัดเวลาให้ดี ให้เตรียมตัวเรื่องเรียนได้
แต่ก็ยังทำงานไปพร้อมกันได้
จากนั้นปลายปีจึงค่อยลัดฟ้าไปไกล
๒. พี่พงศ์
คุยกับพี่ดำเสร็จราวหกโมง
เดินกลับบ้านพร้อมพี่พงศ์
ชักชวนกันเดินจากราชดำเนินมาจนถึงพาต้า
ได้คุยกันหลายอย่าง
พร้อมคำแนะนำของพี่พงศ์ที่ว่า
ชีวิตเป็นของเรา เราไม่ได้เกิดมาเพื่อจะรับใช้ออฟฟิศเท่านั้น
เรายังมีเป้าหมายของเรา
ที่ถ้าหากต้องแยกจาก ก็จำเป็นต้องแยก
เราเห็นพ้องกับพี่พงศ์
สิ่งเดียวที่เราต้องมีตอนนี้ คือความกล้า
๓. กลัว
เราไม่กล้าหาญชาญชัยพอที่จะบอกพี่ดำว่า
หนูจะอยู่ที่นี่ต่ออีกเพียงแค่เดือนเดียวเท่านั้น
เราขี้ขลาดเกินกว่าจะบอกพี่วีว่า
หนูขอไม่รับงานค่ายสารคดีปีนี้
แต่ยิ่งกว่าความขลาดกลัวต่อการเผชิญหน้ากับผู้ใหญ่
เรากลัวการเผชิญหน้ากับตัวเองในเวลาอีกปีกว่าหลังจากนี้
กลัวความฟุ้งซ่านที่จะเข้ามาเกาะกุมใจในช่วงที่ว่าง
กลัวความเบื่อหน่ายที่จะพาลทำให้รู้สึกติดลบต่อชีวิต
กลัวชีวิตที่อยู่ในรูปในรอย ไร้ความอิสระเช่นทุกวันนี้
กลัวการจากพรากเพื่อนฝูงและคนรักผู้พำนักอยู่ในเมืองกรุง
กลัวไปหมดทุกอย่าง
๔. กล้า
บางประโยคใน "กุหลาบที่หายไป" บอกว่า
"มีแต่คนที่กล้าก้าวออกมาจากสิ่งที่ดีเท่านั้น ที่จะได้สิ่งที่ดีกว่า"
ส่วนเราบอกตัวเองว่า
เราจำเป็นจะต้องเสียบางอย่างเพื่อที่จะได้บางอย่างมา
ชีวิตอยู่ที่การเลือก
ใช่, ชีวิตอยู่ที่การเลือก
และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่เราต้องเลือก
เพียงแค่กล้าที่จะเลือกเท่านั้น
๕. เลือก
เราเคยตัดสินใจออกจากงานเก่า
บางช่วงขณะที่เคว้งคว้างไร้จุดหมาย
เรากล่าวโทษตัวเองที่ไม่อดทน
แต่สุดท้ายการออกมาก็ทำให้เราได้พบเจองานใหม่ที่ถูกใจยิ่งกว่า
เราตัดสินใจที่จะทำงานที่ทำให้เราต้องร้องไห้ทุกวันต่อไป
เราตั้งคำถามต่อตัวเองหลายครั้ง ถามหาเหตุผลที่ยังทนอยู่ แต่ไม่เคยตอบได้
ญาติพี่น้องไม่ยอมรับ หลายคนไม่เข้าใจ
แต่วันหนึ่งเรากลับได้นำประสบการณ์จากการทำงานที่นั่น
มาเป็นข้อมูลในการตอบคำถามของกรรมการ
จนเราสอบผ่านได้เป็นนักเรียนทุนอย่างวันนี้
๖. ดี-ไม่ดี
หลังจากต้องตัดสินใจเลือกทางเดินให้ตัวเองมาหลายครั้ง
เราคิดเหมาเอาเองว่า
การเลือกทุกอย่างไม่มีถูก ไม่มีผิด ไม่มีดี ไม่มีไม่ดี
การเลือกคือสิ่งที่สัมฤทธิ์ผลโดยตัวของมันเองอยู่แล้ว
ทุกครั้งที่เราเลือก จึงไม่ใช่การชี้ชะตาให้ชีวิตว่า
เรากำลังเดินไปสู่ทางที่ถูก หรือกำลังมุ่งหน้าไปสู่ทางที่ผิด
เราเพียงแต่เลือกทางนี้ - ทางที่เหมาะสมที่สุดเท่านั้น
๗. ความสุข
ครูเคยบอกว่า
"ความถูกต้องเหมาะสมนั้นอยู่ที่ไหน
ก็อยู่ที่ความสุขเป็นสำคัญ
เมื่ออยู่และทำงานอย่างมีความสุข
นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับเริ่มต้น"
วันนี้
คงถึงเวลาเลือกสิ่งที่เหมาะสมที่สุดให้ตัวเองแล้วกระมัง
หวาย
๓๐ เมษายน ๒๕๕๖
สิ้นเมษา ฝนไม่เห็นตกมาปรอยๆ
(แต่ตาเบบูญ่าในซอยปรินายกยังแบ่งบาน)
Monday
day 259 | rungkarn
ไม่รู้สึกอะไรแล้ว
เมื่อได้ยินคำถามหรือได้ยินปลายเสียงเย้ยหยันในคำหัวเราะ
กับเส้นทางที่ฉันเลือกเดิน บนเส้นทางที่ไม่ได้เกี่ยวกับใบปริญญา
มันน่าพอใจนักหรือ
กับคำว่าศักดิ์ศรีกับคำว่าเกียรติบนหน้าที่การงาน
ที่ต้องมียศมีอย่างแบบใครเขา
จากใจ..ไม่รู้สึกอะไรแล้ว
ในวันที่เจ็บป่วยทางกายหนักหนา
ในวันที่หัวใจน่าจะเปลี้ยล้าต่อสิ่งเร้าที่กระทบมากมาย
ฉันกลับยิ่งมั่นใจ ต่อทุกอย่างที่ฉันตั้งใจจะมุหน้าต่อไปอีก
รู้ไหมอะไรที่ทำให้ยิ่งไม่กลัว
เพราะนอกจากหัวใจไม่กลัวแล้ว
หน้าหลังที่พร้อมไปด้วยคนที่รักและหวังดีต่อฉัน
ยังเป็นพลังใจที่ดีมากที่ทำให้ฉันยิ่งไม่กลัวต่ออะไรๆ นั่นอีก
ในช่วงเวลาที่อะไรก็ไม่เป็นใจนัก
โชคดีเหลือเกินที่หัวใจยังคงหนักแน่น
และความรักยังคงห้อมล้อมฉันอยู่แบบนี้
ขอบคุณเหลือเกิน..จากเบื้องลึกของหัวใจ
๒๙ เมษายน ๒๕๕๖, ๑๙.๔๘ น.
day 259 | patawee
ยังไม่กล้าพอที่จะบอก
ยังมีความลังเลใจ
ยังไม่รู้จะเริ่มยังไง
สุดท้ายแล้วก็คือ
ยังไม่ได้บอก
กล้าๆหน่อย
หลังจากนี้
เธอยังต้องเผชิญหน้ากับอะไรๆอีกมากมาย
ที่ยากยิ่งกว่านี้อีกร้อยอีกพันเท่า
เริ่มเสียตั้งแต่วันนี้.
day 259 | kunjair
มีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะไม่ได้พบเห็นเราใน diaryis แล้ว
คงถึงเวลาที่ต้องอพยพพาตัวหนังสือมาอยู่อย่างสันโดษในบ้านหลังใหม่
บ้านที่เราสร้างขึ้นเองในหลืบหนึ่งกลางใจเมืองใหญ่ที่ไม่รู้จักใคร
อย่าเสียดายกับวันเวลาเลย เพราะไม่วันนี้ก็วันหน้า
ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาก็จะค่อยๆ ลับลาผ่านไป
เราจึงขอลิ้มลองเป็นฝ่ายบอกลาก่อนบ้างดูสักครั้ง
แม้จะไม่ถนัดกับการกระทำแบบนี้เท่าไหร่นักก็ตาม
ห้วงหนึ่งในความรู้สึกบอกเราว่าเรายืนย่ำอยู่กับที่มานานเต็มที
โดยมีสภาพสังคมและผู้คนเป็นตัวกระตุ้นให้ตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลง
หนทางที่เดินมามันไกลจากพื้นที่ตรงนั้นมากจนทุกอย่างดูเลือนลาง
ความศรัทธา อุดมการณ์ และสิ่งยึดเหนี่ยวมีอัตตาประกอบอยู่อย่างหนาแน่น
เราคงไม่สามารถกลับไปเป็นเด็กผู้หญิงตามฝันอย่างเก่าก่อนได้แล้ว
ไม่ได้แล้วจริงๆ
...
แม่บอกว่าเรามีความคิดเป็นของตัวเองสูง
เชื่อมั่นในความเป็นตัวของตัวเองจนทำให้เราเป็นคนแข็งกระด้าง
แม่ยังบอกอีกว่าเราเป็นคนที่มีความคิดและการแสดงออกในลักษณะรุนแรง
เป็นลักษณะของคนที่ผู้ใหญ่หรือใครๆ ไม่เอ็นดู
หากเราไม่ใช่ลูก แม่คงไม่สนใจหรือสนับสนุนเด็กแบบเรา
หลายวันมานี้เรามองย้อนดูตัวเราเองเรื่องนี้
และเราพบว่าเราคงไม่ใช่คนที่ใครๆ ให้ความเอ็นดูอย่างแม่ว่าจริงๆ
แต่จะรู้สึกแย่กับคนอย่างเรามั้ยหากเราบอกว่าเราไม่เคยใส่ใจเลยสักนิด
และไม่เคยคิดจะปรับปรุงตัวให้เป็นคนอ่อนโยนน่าเอ็นดูเหมือนคนอื่น
...
เราไม่ชอบการเป็นผู้ตาม
แต่ในขณะเดียวกันเราก็ไม่ใช่ผู้นำที่ดี
kunjair
Sunday
day 258 | kunjair
ในที่สุดก็เป็นเหมือนอย่างเคยที่ต้องเดินทางคนเดียว
มันเหมือนหนังม้วนเดิมที่เอามาฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ไม่ได้รู้สึกแย่ แปลกใจ หรืออยากจะเอ่ยโทษ
ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่เดินเข้ามาเพื่อบอกคำปฏิเสธ
แต่ถ้าบอกว่าเราเข้าใจทุกอย่างหรือไม่เสียใจอะไรเลย
ก็ดูจะเป็นคนที่โกหกหลอกลวงจนเกินไป
ปีที่แล้วเราพลาดซาปาไปอย่างน่าเจ็บใจ
ต้นปีแอร์เอเชียก็ทำใจเราหม่นกับการยกเลิกเส้นทางกรุงเทพ-โคลัมโบ
ส่วนตอนนี้เราตัดสินใจได้แล้วว่าเราจะไม่ทำผิดกับตัวเองซ้ำอีก
เราจะไปมะละกา จุดหมายที่เราตั้งใจเอาไว้มาหลายปี
แต่ในขณะเดียวกันเราก็เต็มใจที่จะวางโคตา คินาบาลู
เกาะลาบวน และบรูไนเอาไว้ก่อนเพราะค่าใช้จ่ายที่ต้องหารหนึ่ง
และยังไม่มั่นใจนักกับความปลอดภัยหากจะเดินทางคนเดียว
เมื่อถึงเวลาของมันเราคงจะมีโอกาสไปในสถานที่ๆ เราทำหล่นไว้
กับใครหรือกับตัวเองนั่นเป็นอนาคตที่ค่อยว่ากันอีกที
ที่มันรู้สึกจี๊ดเพราะครั้งหนึ่งเราเคยดีใจ
kunjair
day 258 | patawee
"เราต้องเสียบางสิ่งเพื่อบางสิ่งเสมอ"
สิ่งที่ปรับมาจากหลักการ 50-50 ของพี่ปัง
ยังคงยืนยันคำเดิมว่า
ไม่มีใครโชคดีหรือโชคร้าย
เพียงแต่ทุกอย่างมีจังหวะ ช่วงเวลา
มีการชดเชยในรูปแบบของมัน
เท่านั้นเอง
...
หวาย
๒๘ เมษายน ๒๕๕๖ อาทิตย์
วันนี้แม่จะมานอนด้วย
Saturday
day 257 | patawee
สับสนอีกแล้ว
ไปต่อหรือพอแค่นี้
เตรียมตัวให้พร้อมที่สุด
หรือขอเวลาอีกนิดสำหรับสิ่งที่ยังไม่อยากทิ้ง
ดูดวงกับคุณตาเอฟ
ทุกอย่างดีงาม
แต่ก็ต้องระวังในช่วงก่อนไป
ถ้าผ่านได้ก็ฉลุย
ถ้าผ่านไม่ได้ก็ค่อนข้างสาหัส
หลายเรื่องเราเชื่อ
แต่บางเรื่องเราก็ยังไม่ปักใจเชื่อดวง
เรานึกถึงการทำนายเมื่อปีที่แล้ว
หากวันนั้นเราเชื่อดวงเต็มร้อย
วันนี้เราคงไม่ได้มายืนตรงจุดนี้
ไม่ได้มีประสบการณ์บางอย่าง
ที่เอื้อให้วันนี้เราได้เป็นเราในแบบนี้
สุดท้ายแล้ว
การตัดสินใจทุกอย่าง
คงอยู่ที่ตัวเราเอง
ใช่ไหม
๒๗ เมษายน ๒๕๕๖ เสาร์
นอนบ้านเอฟ
Friday
day 256 | patawee
26 เมษายน 2556
ผู้คนมากหน้าหลายตาเดินผ่านเข้ามาเพื่อที่จะผ่านไป
แม้แต่คนที่เราเชื่อมั่นว่าจะอยู่นาน หรืออยู่ตลอดไป
ก็ยังเดินจากไปได้ง่ายดายด้วยเหตุปัจจัยมากมายมหาศาล
ฉันเข้าใจดี ชินแล้ว เพียงแต่ก็ยังรู้สึกไปบ้างตามสถานการณ์ที่เข้ามากระทบ
บันทึกไว้ในวันที่พี่หนูมาทำงานเป็นวันสุดท้าย
และน้องฟี่ น้องฝึกงาน ก็ฝึกงานเป็นวันสุดท้ายเช่นกัน
Thursday
day 255 | patawee
ในวงเหล้า
คนเราสนิทกันมากขึ้น
คืนนี้ได้กลับมาทบทวนหลายอย่าง
อาทิ
เรื่องหลัก 50-50 ของทุกสิ่งบนโลก
เรื่องการเอาใจเขามาใส่ใจเรา
เรื่องทางออกของความไม่สมหวัง
เรื่องการยอมรับความจริง
คืนนี้ได้เห็นภาพสะท้อนตัวเองในตัวของคนอื่น
บอกตัวเองว่าเราไม่อยากจะจมอยู่ในกองทุกข์อย่างนี้
เพราะฉะนั้นจงจำภาพนี้ไว้ และเตือนตัวเองว่าจงมีปัญญา
ปัญญาที่จะพาตัวเองออกมาจากความมืดมนใดๆก็ตามให้ได้
พระพุทธเจ้าสอนไว้เสมอว่า
ปัญญาเป็นแสงสว่างในโลก
๒๕ เมษายน ๒๕๕๖
หลังแรกบาร์ตั้งแต่หัวค่ำถึงตีหนึ่ง
day 255 | kunjair
กลับมาทำงาน
หน่ายใจมาก
ใจไม่อยู่แล้ว
ไม่ได้ไปงานศพก๋งทั้งๆ ที่ควรไปมาก
เพราะวันนี้ครอบครัวอิ่มอโนทัยเป็นเจ้าภาพ
พี่ๆ น้องๆ รุ่นหลานไปกันเกือบหมด
แต่ด้วยการงานบังคับ บางทีเราก็จำเป็นต้องเลือก
ค่อนข้างกดดันตัวเองเล็กน้อยในหลายๆ เรื่อง
ที่ต่างประเดประดังเข้ามาในช่วงนี้
แต่ถือเป็นเรื่องดี เราจะได้เกร่งให้ได้มากกว่านี้
ในวันข้างหน้าเมื่อย้อนกลับมามองวันนี้
เราคงอมยิ้มและภูมิใจในตัวเองไม่น้อยเลย
kunjair
Wednesday
day 254 | patawee
๒๔ เมษายน ๒๕๕๖

ราชดำเนินนอกวันนี้อากาศดีมากๆ
ช่วงนี้มาทำงานเช้าทุกวัน
ถ้าวันไหนโชคดีก็จะได้นั่งรถสาย ๕๐๙
เพราะจะได้ซึมซับบรรยากาศของทิวมะขามที่ราชดำเนินอย่างเต็มอิ่ม
เราคิดเสมอว่าเราโชคดีมากๆ
ที่ได้ทำงานในย่านที่เก๋ที่สุดย่านหนึ่งของกรุงเทพฯ
และได้เดินผ่านถนนเส้นที่สวยที่สุดของกรุงเทพฯทุกวัน
ใครจะว่ายังไงไม่รู้ จะยกย่องให้เส้นไหนสวยกว่ายังไงไม่รู้
แต่เรายกให้ราชดำเนินนอกช่วงกระทรวงเกษตรเป็นที่หนึ่งในใจไปแล้ว
วันนี้อากาศดี ท้องฟ้าแจ่มใส เป็นอีกหนึ่งวันดีๆ
สุขสันต์วันเกิดพี่ชายที่รักของเราด้วยนะ :)
ปล. วันนี้มีสาวมานอนค้างด้วย :P
day 254 | kunjair
ไปทำ placement test ที่ตึกพหลโยธิน เพลส
ข้อสอบไม่ได้ยากแต่ระบบห่วยมาก
ทำพาร์ทแรกไม่ทันสองข้อ
ทำพาร์ทสองได้ไม่เต็มศักยภาพ
เสียอารมณ์
ไปสยาม
ซื้อเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า
ตอนซื้อนี่หน้ามืดตามัวมาก
เห็นอะไรก็ปิ๊งไปหมด
ไม่ได้เสพย์ติดการช้อปปิ้ง
แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าการเดินเลือกซื้อนู่นนี่
สามารถผลิตสารความสนุกได้
ไปวัดโสมนัส
ศาลาเจ็ดงานศพก๋ง
ศาลาสิบงานศพย่าแดง
ส่วนศาลาห้างานศพคุณแม่พี่ซี
ไปไหว้และสวดศพก๋งก่อน
พอเสร็จงานก็เดินไปร่วมงานบรรจุย่าแดง
กว่าจะทำพิธีเสร็จก็สองทุ่ม
ส่งแม่กับป้าเข้าบ้าน
ไปกินข้าวที่ foodland ศรีนครินทร์กับพ่อและมาแจม
คิดถึงมะกะโรนีไก่กับชาเย็นมาก
kunjair
day 254 | rungkarn
และแล้วฝนก็เทลงมา
คืนนี้หวังว่าภายในใจจะสงบขึ้น
จะตั้งใจสวดมนต์ให้มากกว่าคืนก่อนๆ
ถ้าสมองปลอดโปร่งพอ จะสบตากับ "ต้นส้มแสนรัก" นะคะ
:)
๒๔ เมษายน ๒๕๕๖, ๑๘.๑๕ น.
Tuesday
day 253 | kunjair
ถาโถมกันเข้ามา
สะใจแล้วช่วยเขยิบออกให้คนอื่นๆ ด้วย
หรือไม่ก็ตั้งแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่ง
แล้วรุมเข้ามาเตะต่อยกระทืบซ้ำให้หนำใจ
ไม่พร้อมหรือเก่งมาจากไหนหรอกนะ
แค่บ้าดีเดือดพอประมาณ
kunjair
day 253 | patawee
วันนี้
๒๓ เมษายน ๒๕๕๖
ฉันกลายเป็นคนที่มีอักษรย่อต่อท้ายชื่อว่า "นทร.(สกอ.)"
ชีวิตฉันจะเปลี่ยนไปตลอดกาลหลังจากนี้
ด้วยความเต็มใจของฉันเอง
ใช่, ด้วยความเต็มใจของฉันเอง
ในโอกาสพิเศษอย่างนี้
ฉันกลับไปหามิโมซ่า บอกข่าวดีให้เธอได้รู้
มิโมซ่าไม่ได้ยินดีกับฉัน
หากแต่ตอกกลับฉันด้วยความจริงอันเจ็บปวด
ที่ว่า
ไม่ว่าฉันจะวิ่งหนีอย่างไร
ฉันก็ไม่อาจวิ่งหนีใจของตัวเองได้พ้น
ฉันหวังให้นี่เป็นก้าวแรกที่ฉันเริ่มออกเดิน
ไม่ใช่เดินเพื่อหนีตัวเอง
แต่เดินเพื่อรู้จักตัวเองให้มากขึ้น มากขึ้น
และสุดท้ายเพื่อเรียนรู้ที่จะอยู่กับความคิดจิตใจตัวเองให้ได้
ไม่ว่าความคำนึงเหล่านั้นจะเป็นสิ่งที่เราอยากถ่ายถอนออกจากตัวมากเพียงใด
วันนี้นอกจากจะเป็นวันดี วันที่ฉันได้เปลี่ยนสถานะอย่างสมบูรณ์แบบ
ยังเป็นโอกาสพิเศษที่ได้พบศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.เจตนา นาควัชระ
นักอักษรศาสตร์และนักอะไรอีกหลายๆอย่างที่ฉันเคารพนับถือ
พบกันวันนี้ ฉันรู้แล้วว่าคนมีปัญญานั้นเป็นแสงสว่างในโลกนี้อย่างไร
ไม่ใช่ชื่อเสียง ไม่ใช่ความภาคภูมิ ไม่ใช่ใบปริญญา
แต่ "a chance to grow up" คือสิ่งที่เราจะได้จากความเหนื่อยยากหลังจากนี้
อาจารย์บอกว่า การศึกษาคือการแสวงหา ส่วนหนึ่งมาจากการแนะนำของครู
อีกส่วนหนึ่งคือเราต้องค้นหาเอง
แล้วสุดท้ายสิ่งที่เราจะได้ค้นพบก็คือตัวเองนั่นแหละ
เมื่อได้ค้นพบตัวเองแล้วก็จะเริ่มค้นพบสิ่งที่อยู่ในโลกภายนอก
อาจารย์พูดอะไรอีกหลายอย่าง
ประโยคหนึ่งของอาจารย์ที่ฉันจำขึ้นใจคือ
"เรียนวรรณคดีเถอะ วรรณคดีเป็นวิชาเดียวที่คุณนอนเรียนได้!"
สัญญา, เบนเข็มครั้งนี้จะไม่ทิ้งวรรณคดี
จะไม่ทิ้งการอ่านการเขียน
นี่เป็นโลกมหัศจรรย์อีกใบที่ฉันรู้ว่าฉันไม่มีวันหนีพ้น
และก็แน่ล่ะ ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องหนี
ฉันเติบโตมากับวรรณกรรม ฉันร่ำเรียนวรรณคดี
ฉันอ่าน ฉันเขียน ฉันหลงรักตัวอักษรของผู้คน
ทั้งผู้ที่รู้จักกันเพียงผ่านหน้ากระดาษ ทั้งผู้ที่โลดแล่นอยู่ในชีวิตจริง
ทั้งหมดทั้งมวลคือสิ่งที่หลอมรวมกันเป็นฉันในวันนี้
เพียงแต่ตอนนี้ต้องเลือกเดินหน้าไปกับอีกเส้นทางที่โอกาสเอื้อกว่าเท่านั้น
วันนี้
๒๓ เมษายน ๒๕๕๖
ฉันตัดสินใจพาตัวเองเข้าสู่ศาสตร์ด้านคติชนวิทยา
ร่ำเรียนห้าปี กลับมาสอนสิบปี
อย่างน้อยๆชีวิตในอีกสิบห้าปีหลังจากนี้จะต้องอุทิศให้งานด้านนี้อย่างจริงจัง
นี่คือทางที่ฉันเลือกแล้ว ทำได้เพียงเดินหน้า หันหลังกลับไปไม่ได้แล้ว
แม้จะต้องเดินทางไกล แต่นี่ไม่ใช่การหนี
ฉันยังคงตัดสินใจทุกสิ่งจากหัวใจ
ฉันเลือกไปเพราะสนใจคติชนวิทยา สนุกกับการศึกษาความคิดและชีวิตของผู้คน
ส่วนการเดินทางไกลเพื่อเปิดหัวใจให้กว้างนั้น ฉันเรียกมันว่าผลพลอยได้
และที่สุดแล้ว
ฉันเลือกคติชนวิทยา ใช่ว่าฉันหมดรักวรรณคดี
ฉันเพียงแต่เลือกสิ่งที่เป็นจริงกว่าเท่านั้น
PS. Happy Birthday to my beloved P'Bank
I still wish you all the best in your life,
though I'm not a part of your life anymore.
day 253 | rungkarn
คล้ายชีวิตจะกลับมาสู่ีสภาวะปกติแล้ว
เมื่อคืนปิดคอมก่อนสามทุ่ม อาบน้ำ สวดมนต์ แล้วเอาหัวลงหมอน
ทีแรกนึกว่าจะหลับยากซะแล้ว
แต่ความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวลพ่ายต่อความง่วง กับความเหนื่อยล้า
นอนดึกมาหลายวัน
ตื่นตีสี่ทำขนม แต่ยังไม่ได้ดูต้นไม้เป็นปกติ
อากาศประจำวันร้อนมาก ร้อนจนไม่อยากจะคิดทำอะไรเลย
แต่ก็อยู่ไม่นิ่งได้เหมือนเดิม ฮ่าๆ
มีหลายเรื่องอยากจะบันทึก
ถ้าไม่ตกตะกอนจนกลายเป็นบันทึกชีวิตประจำวันไปเสีย
ก็คงจะมีบ่นเปรยออกมาแล้วลงในที่นี้บ้าง
บ่อยๆ มันก็เป็นแบบนี้ เหมือนที่ผ่านมา
บอกจะบันทึก แต่ก็กลายเป็นเมื่อวานไปแล้ว ไร้อารมณ์
ถ้าไม่ไร้อารมณ์ ก็กลายเป็นเรื่องไร้แก่นสารสำหรับชีวิตประจำวันไป
สบายดี :)
๒๓ เมษายน ๒๕๕๖, ๑๓.๑๖ น.
Monday
day 252 | patawee
22 APRIL 2013
ผลการค้นหา : EJ720571774TH
| วันที่ / เวลา | หน่วยงาน | คำอธิบาย | ผลการนำจ่าย |
| ศุกร์ 19 เมษายน 2556 12:51:20 น. | บางลำภูบน | รับเข้าระบบ | |
| ศุกร์ 19 เมษายน 2556 15:19:50 น. | บางลำภูบน | ใส่ของลงถุง | |
| ศุกร์ 19 เมษายน 2556 17:02:09 น. | บางลำภูบน | ปิดถุง | |
| เสาร์ 20 เมษายน 2556 21:35:00 น. | ศป.หาดใหญ่ | รับถุง | |
| เสาร์ 20 เมษายน 2556 22:49:04 น. | ศป.หาดใหญ่ | รับถุง | |
| เสาร์ 20 เมษายน 2556 23:24:05 น. | ศป.หาดใหญ่ | ใส่ของลงถุง | |
| เสาร์ 20 เมษายน 2556 23:24:11 น. | ศป.หาดใหญ่ | ปิดถุง | |
| จันทร์ 22 เมษายน 2556 08:22:06 น. | คลองแงะ | รับถุง | |
| จันทร์ 22 เมษายน 2556 09:58:06 น. | คลองแงะ | เตรียมการนำจ่าย | |
| จันทร์ 22 เมษายน 2556 09:00-11:59 น. | คลองแงะ | สถานะการนำจ่าย | ปณอ. (ไปรษณีย์อนุญาตเอกชน) |
Happy Birthday นะคะแม่สาวเขาวังชิง :)
Sunday
day 251 | patawee
วัดพระแก้ว
วัดโพธิ์
วัดสระเกศ
เหนื่อยล้า หมดแรง
แต่ก็สนุกดี
ได้นั่งเล่นที่ร้านวีวี่อยู่นานสองนาน!
๒๑ เมษายน ๒๕๕๖
day 251 | kunjair
ตื่นมาเพื่อรับรู้ว่าก๋งเสียแล้ว
ตั้งใจว่าจะเขียนให้หลบเลี่ยงคำๆ นี้
แต่คิดดูอีกทีมันควรจะบันทึกด้วยคำที่ตรงไปตรงมา
แม้ไม่ได้ผูกพันมากเท่าญาติฝั่งแม่
แต่ขออำลาด้วยรักและอาลัย
kunjair
Saturday
day 250 | patawee
ราชเทวี | ศิลา | รำลึก
ฉันรู้จักศิลาจารึกแห่งนี้ครั้งแรกจากชายหนุ่มคนหนึ่ง และเคยมาเยือนที่นี่ครั้งแรกพร้อมกับชายหนุ่มคนเดิมคนนั้น สองปีผ่านไป จู่ๆฉันก็ได้กลับมาที่นี่โดยบังเอิญอีกครั้ง
ฉันพบว่าศิลาจารึกอันประกอบไปด้วยศาสตร์หลากหลายแขนง ทั้งโหราศาสตร์ ดาราศาสตร์ ประวัติศาสตร์ คณิตศาสตร์ ยังคงอยู่เช่นเดิมไม่เปลี่ยน มิหนำซ้ำยังมีร่องรอยจารึกใหม่ๆเพิ่มขึ้นมาให้ประหลาดใจอีก
ลายมืออันวิจิตรเป็นระเบียบเรียบร้อย ตารางระบุการเคลื่อนตัวของดวงดาว ศักราชและวันเดือนจากอดีตถึงปัจจุบัน ตัวเลขมากมายที่ตีความหมายไม่ออก ตัวหนังสือภาษาอังกฤษที่แยกแยะไม่ได้ว่าแฝงสัจธรรมหรือเขียนเพียงขำๆ สิ่งเหล่านี้ยังคงสร้างความฉงนสนเท่ห์ให้แก่ผู้คนที่เดินผ่าน บ้างชี้ชวนกันแกะรหัสลับ บ้างถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก
ฉันหยิบกล้องขึ้นมากดชัตเตอร์อีกครั้ง ซ้ำรอยเดิมกับเมื่อสองปีก่อน พลางคิดว่าไม่ว่าผู้ใดเป็นผู้จารึก มีเจตนาเช่นใด เป็นนักปราชญ์หรือคนบ้า เป็นผู้รู้หรือนักมายากล เขาผู้นั้นก็ประสบความสำเร็จแล้วในการสร้างความฉงนสงสัยอีกทั้งบันเทิงใจให้ผู้คน รวมทั้งทำหน้าที่เป็นเครื่องเตือนความทรงจำของผู้เคยผ่านพบด้วย
๒๐ เมษายน ๒๕๕๖
สะพานหัวช้าง, ราชเทวี
day 250 | rungkarn
เราปฏิเสธความเห็นแก่ตัวเองไปไม่ได้หรอก
เมื่อเสียใจก็ควรยอมรับว่าเสียใจ
หรือไม่ต้องมานั่งคิดทวนว่า ควรทำดีกันไว้
เพื่ออะไรก็แล้วแต่ ทั้งที่ความจริงมองไม่เ็ห็นเลย
ไม่ต้องฝืนตัวเองทำเพื่อใครขนาดนั้นก็ไ้ด้..
แบ่งหัวใจครึ่งหนึ่งไว้เสียใจตั
มาวันนี้เลยไม่รู้ว่าจะเสียใจยั
และความจริงแล้ว เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องรู้สึกยังไง
ต้องเสียใจหรือเปล่า อันนี้ก็ไม่แน่ใจอยู่ดี
แต่คล้ายได้ีัรับการปลดปล่อยแล้ว
สับสน
พรุ่งนี้คือวันใหม่.
Friday
day 249 | patawee
วันนี้น่าจะเป็นวันดี
วันเกิดเอฟ วันเกิดเบญ วันเกิดพี่เจมส์
ทุกคนช่างพร้อมใจกันมาเกิดวันนี้
ฉันให้ปฏิทินตั้งโต๊ะลายเจ้าชายน้อยเป็นของขวัญวันเกิดเอฟ
ฉันอวยพรเบญด้วยคำอวยพรซ้ำๆเดิมๆมาร่วมสิบปี
บอกเบญว่าดีใจที่เรายังมีกันและกันอยู่ตรงนี้
ฉันอวยพรพี่เจมส์ให้ทำตามฝันสำเร็จ
แม้เราไม่สนิทกันมากนัก แต่ฉันมองเห็นพลังความมุ่งมั่นในวัยหนุ่มของคนๆนี้
เช้านี้ไปหาเอฟที่ที่ทำงานย่านซอยกิ่งเพชร
กินต้มเลือดหมูด้วยกัน อร่อยที่สุดในสามโลก
:)
ฉันตั้งใจที่จะยังทำงานต่อไป
ทำงานให้ดีที่สุด เท่าที่ยังทำไหว
ใช้ชีวิตให้คุ้มค่า ใช้หนึ่งปีที่เหลืออยู่ที่นี่อย่างมีความหมาย
ก่อนจะผันตัวเข้าสู่โลกอีกใบที่แตกต่างจากโลกใบนี้อย่างสุดขั้ว
ฉันขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างเสมอ ที่ทำให้ฉันมีวันนี้ ได้มายืนตรงจุดนี้
ครอบครัว ที่เลี้ยงดูฉันมาอย่างดี ให้อิสระทั้งด้านความคิดและการใช้ชีวิต
เพื่อน ผู้คอยให้กำลังใจในวันท้อแท้ ปลอบใจในวันที่ล้ม
ที่ทำงาน ที่ให้ฉันได้ฝึกฝนการทำงาน ได้มีประสบการณ์จากการลงพื้นที่
ถ้าไม่ได้ทำงานนี้ก่อน ฉันคงไม่มีมุมมองต่อชุมชนที่กว้างไกลขึ้นอย่างนี้
ฉันขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่าง แม้กระทั่งเขาผู้นั้น
ผู้เป็นแรงผลักดันให้ฉันอยากหลุดพ้นจากหล่มหลุมแห่งนี้
เพราะเขา ฉันจึงมุ่งมั่นจะจากไปให้ไกลที่สุด แล้วในที่สุดฉันก็ทำได้
ถึงแม้ที่สุดแล้วฉันจะหนีใจตัวเองไม่พ้น แต่การได้เล่าเรียนก็เป็นผลพลอยได้
เพราะฉะนั้นหากต้องมีใครที่ควรค่าแก่การขอบคุณ หนึ่งในนั้นจะต้องมีเขาอยู่ด้วย
ฉันมักคิดว่าตัวเองเป็นคนโชคร้าย
แต่หลังจากผ่านความผิดหวังและสมหวังมากขึ้น
ฉันพบว่าโลกนี้ไม่มีใครโชคดีหรือโชคร้าย
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้ถูกจัดสรรมาเป็นอย่างดีแล้ว
เราตกต่ำเพื่อจะพุ่งขึ้นสูง เราขึ้นสูงเพื่อจะดำดิ่งลงเบื้องล่าง
และมีแต่ผู้รู้คุณของชะตาทั้งสองด้านเท่านั้นที่จะมีชีวิตอย่างสมดุลได้ในโลกนี้
Thursday
day 248 | patawee
18 เมษายน 2556
*เช้าวันนี้ข้าฝัน เป็นฝันดีมากๆ แต่พอลืมตาตื่นมาข้าก็พบว่ามันไม่มีอยู่จริง
*เมื่อวานเลิกงานไปคิโนะอิเซตัน ซื้อ The Moments มาแล้วล่ะ นี่คงเป็นของขวัญที่ดีล่ะนะ
(เดิมตั้งใจซื้อ Andersen's fairy tales แต่สาขานี้ไม่มี ขี้เกียจถ่อไปสาขาที่เอ็มโพเรียมแล้ว
เล่มนี้ก็เหมาะสมมาก ในโอกาสและสถานการณ์แบบนี้)
*เมื่อคืนลองทำปกหนังสือแล้ว มันไม่เวิร์ค คืนนี้คงต้องลองใหม่ ด้วยกระดาษที่แข็งกว่าเดิม
*วันนี้พี่พงศ์เอาหนังสือมาให้ ขอบคุณมากๆนะคะ ซาบซึ้งใจจริงๆ
Wednesday
day 247 | kunjair
ไปทำงานแล้วโดนสูบแรงทำนู่นคิดนี่
ไม่ชอบเลยเวลาใช้ชีวิตตามเข็มนาฬิกาไปวันๆ
ชอบเวลาตัวเองมีความคิดสร้างสรรค์
และแรงบันดาลใจลอยฟุ้งทั่วรายกาย
...
คุณย่าแดงเสียแล้ว
เมื่อหัวค่ำนี่เอง
kunjair
day 247 | patawee
17 เมษา 2556 วันเปิดงาน
บร๊ะเจ้า
กลับถึงห้อง 7.00
อาบน้ำจัดกระเป๋าเสร็จ 7.30
ตั้งนาฬิกาปลุก 9.30
นาฬิกาไม่ปลุก ตื่นจริง 11.30
มาถึงที่ทำงาน 12.00
!!!!!!!!!!!
บร๊ะเจ้า
หวิดโดนไล่ออกจริงๆตู -.-
Tuesday
day 246 | rungkarn
เห็นรูปปลาถ่ายคู่กับอาจารย์ปู่ในเฟซบุ๊ก
กระตุ้นเตือนเรื่องภาพถ่ายชุดหนังตะลุงอีกที
เพราะเราไม่ได้จัดการมันอย่างจริงจังเลย
จัดการในแบบเป็นประโยชน์ให้กับรุ่นหลังได้ศึกษา
ที่สำคัญ ยังไม่ได้ไปเยี่ยมคุณตาที่แกะรูปหนังเลย
ให้ดิ้น เราเกเร เหลวไหลมาก
ประเด็นสำคัญอีกอย่าง "คิดถึงอาจารย์ปู่สุดหัวใจ"
...
ช่วงนี้ ได้คุยกับแจบ่อยมาก
ถึงจะไม่ทุกวันก็รู้สึกถึงความบ่อยหน
ไม่เหมือนเมื่อก่อน
รู้สึกดีเท่าเมื่อก่อน
ไม่คุยก็รู้สึกดี
คุยน้อยก็รู้สึกดี
คุยกันบ่อยก็รู้สึกดี
ต่างแค่ความอิ่มใจเท่านั้น
จำได้ลางเลือนว่าเราเคยอัพในไดอีส
เคยรู้สึกว่าเป็นเพื่อนที่นั่งกันอยู่คนละมุม
อารมณ์ตอนนั้นเป็นแบบอยากหาเธอให้เจอ และจนเจอ
แต่นั่งอยู่คนละมุม
อ่านไดอีสของแจแล้วปิ๊ง
อธิบายไม่ได้ ก็มันปิ๊ง!
อ่านความคิด ทัศนคติ ทุกอย่างที่เป็นแจ
แล้วคิดว่าเข้ากันกับมุมมองของตัวเอง
จนมาได้คุยกัน อาจไม่ได้ไปทางเดียวกัน
นิสัยไม่ได้เหมือนกัน แต่ก็ยอมรับกัน แชร์กันได้ลื่นไหล
จะมีอะไรดีไปกว่าการเคารพซึ่งกันและกันอีก
แล้วเราก็รู้สึกแบบนี้
มีช่องว่างในความคิดให้กัน
มันเลยไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้น
สำหรับแจในสายตาเรา
แจมุ่งมั่น มั่นใจ และเด็ดขาด
มีความเป็นตัวเองสูง รู้ว่าสนใจและชอบอะไร
พร้อมจะดำเนินไปทางนั้น
ส่วนเรา เรายังรู้สึกคล้ายตัวเองต้องค้นหาอยู่
และเรายินดีจะค้นหา แต่ก็มีเรื่องที่เราตั้งมั่นในทางที่เลือกด้วย
เรารู้แล้ว แรงบันดาลใจที่เป็นบุคคล มีแรงส่งถึงให้เราอย่างชัดเจน
ที่เราสัมผัสได้ไม่ใช่ใครอื่นไกล
เพื่อนคนนี้เอง :)
มาวันนี้ เราเชื่อชัดเจนแล้ว
ว่าทุกคนมีดีในตัว เพียงแต่จะแสดงออกมายังไงเท่าไหร่
แค่แสดงมันออกมา..
๑๖ เมษายน ๒๕๕๖, ๒๓.๒๒ น.
day 246 | patawee
16 เมษายน 2556 อังคาร
วันพญาวัน - วันปากปี
สำหรับทางเหนือ
ถ้านับตามตำราเดิม วันนี้คือวันปากปี (วันปีใหม่)
ถ้านับตามตำราเฉพาะกิจของปี วันนี้คือวันพญาวัน (วันดีที่สุดก่อนขึ้นวันปีใหม่)
ไม่ว่าจะตามตำราไหน
วันนี้ก็คือวันดี :)
ดีมาตั้งแต่เมื่อเย็นวานแล้ว
เพราะพายุเข้า ฝนตก ต้นไม้ร่าเริง ใจดีแทนต้นไม้ใบหญ้า
แล้วไฟก็ดับตั้งแต่ 5 โมงเย็นจนถึง 5 ทุ่มครึ่ง
เราเลยได้นั่งๆนอนๆคุยกันท่ามกลางแสงเทียนและสายฝนพรำๆ
เรื่องโน้นเรื่องนี้ สัพเพเหระ หลากหลายประเด็น
ดีมากๆ อบอุ่นมากๆ รักครอบครัวของเราเหลือเกิน
ถ้าไฟไม่ดับ คงไม่ได้มีโมเม้นต์อย่างนี้เป็นแน่ :)
เช้านี้ก็ดี
ตื่นมาดูต้นไม้ดอกไม้หลังฝน พวกเธอดูสดชื่นขึ้นถนัดตา
ดีใจด้วยนะ แม้บางดอกจะต้องร่วงหล่นไปก็ตาม
พ่อบอกว่าวันนี้วันดี อยากทำอะไรไปทั้งปีต้องทำวันนี้
วันนี้เลยได้ทั้งตื่นเช้า เดินเล่นชมสวน วาดรูปสีน้ำ เขียนหนังสือ เล่นเปียโน
อ้อ ได้กินของอร่อยหลายๆอย่างเลยด้วย
แหม่ ไม่ได้อ่านหนังสือไปอย่าง ไม่ังั้นคงจะฟินมากๆ
แต่เท่านี้ก็มากพอจะทำให้อารมณ์ดีไปทั้งวันแล้ว
เย็นนี้เดินทางกลับกรุงเทพฯ
เราเข้าใจดี ชีวิตต้องเป็นอย่างนี้ มีพบเพื่อจะมีลา

day 246 | kunjair
เก็บความฝันที่เคยมีของเธอให้มั่นคงให้อบอุ่นเสมอ
เมื่อชีวิตยังต้องเจอมากมายให้ไ
เก็บความหวังเอาไว้ให้เต็มหัวใจเพราะคงมีวันที่ยากเย็นอ่อนล้า
กว่าเวลาจะสะสมให้เธอได้เข้มแข็
และแล้วจะเข้าใจหากเธอได้มองย้อนไปใหม่
วันคืนที่เธอก้าวพ้นไปมีหลากหลายมากมายให้ยังจำ
และชีวิตมันจะมีความหมายก็ตรงนี้
ก็ตรงที่เธอทำดีจนสุดแรงของเธอ
จะดีร้ายมากเท่าไรยังมั่นคงเสมอ
แล้วจะยังไงฝันก็ยังเป็นของเธอ
ชีวิตมันจะมีความหมายก็เท่านี้
ก็เพียงแค่เธอทำดีจนสุดแรงของเธอ
จะดีร้านมากเท่าไหร่ยังมั่นคงเสมอ
แล้วจะยังไงขอให้ฝันเป็นของเธอ
เป็นวันแรกในรอบหลายเดือนที่อยากฟังเพลงไทย
เลยไปขุดเพลงเก่าๆ มาฟังแล้วก็เจอเพลงนี้
ฟังแล้วอยากแบ่งปันให้ทั้งสามคนฟัง
เราว่ามันเป็นเพลงที่ทั้งปลุกทั้งปลอบใจได้ดี
บางความฝันของคนบางคนก็จำเป็นต้องใช้เวลา :)
...
เมื่อวานคุยกับแอ๊ะเรื่องการเขียนหนังสือ
เราคงห่างหายจากมันมานานแล้วจริงๆ
หรือแท้ที่จริงเราไม่เคยก้าวไปแตะคำว่านักเขียนเลยเสียด้วยซ้ำ
หรือแม้แต่ไม่เคยเอาจริงเอาจังกับการเขียนเลยสักนิด
แต่ก็เอาเถอะไม่ว่าจะอะไรยังไงก็แล้วแต่
เราก็จะยังคงบันทึกเล่าเรื่องราวจากความคิด
ดวงตาและสองเท้าของเราไปเรื่อยๆ
บางคนเขียนหนังสือดีแต่เล่าเรื่องไม่มีเสน่ห์
ในขณะที่บางคนไม่แม้แต่ขวนขวายจะเป็นนักเขียน
แต่กลับเขียนเล่าเรื่องราวได้มีเสน่ห์ชะมัด
เสน่ห์ที่สัมผัสได้มันก็คงขึ้นอยู่กับรสนิยม
และความพึงพอใจของแต่ละคน
...
วันก่อนคุยกับหวายเรื่องเรียนต่อ
หวายเป็นเด็กที่มุ่งไปข้างหน้าซึ่งน่าจะเป็นส่วนที่คล้ายกันกับเรา
อาจไม่ใช่คนประเภทรีบเร่งร้อนรนแต่ก็ไม่ได้อยู่กับที่
ชอบหวายที่รับผิดชอบในสิ่งที่สมควรทำ
แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ทอดทิ้งสิ่งที่รัก
หวายยังคงเขียนหนังสืออยู่ ยังคงเดินทาง
และยังคงหาสิ่งเรียนรู้ใหม่ๆ เพิ่มเติมเสริมแต่งให้กับชีวิต
มันลำบาก มันควรจะต้องลำบาก
แต่เชื่อเถอะว่าเราจะผ่านพ้นความลำบากไปได้
อาจจะผิดหวัง อาจจะท้อแท้
แต่ไม่มีอะไรเอาชนะความพยายามของคนได้หรอก
ถ้าเราทำจริง มันจะกลายเป็นเรื่องจริง
...
ประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนให้เรารู้ว่า
คนเราต้องลองเดินออกนอกลู่นอกทางเสียบ้าง
บางเรื่องเราต้องเพิ่มความเสี่ยงในความมั่นคง
ในขณะที่บางเรื่องเราก็จำเป็นต้องเพิ่มความมั่นคงในความเสี่ยง
เราว่ามันเป็นทางออกที่ดีของการใช้ชีวิตในวัยหนุ่มสาวเลยล่ะ
พี่เล่เคยบอกเราว่า
คนอื่นเดิน ผมต้องวิ่ง
เขายืนเอื้อม ผมต้องกระโดด
มันจี๊ดเลย จี๊ดตรงที่เราไม่ได้เติบโตมาทางนี้
แต่บังเอิญว่า ณ ปัจจุบันนี้ใจมันมาทางนี้
ไม่มีพรสวรรค์เป็นทุนที่พกมาคือพรแสวง
เราก็ไม่รู้ว่าเรียน multimedia จบมาแล้วอยากจะมาเป็น"นัก"อะไร
ก็แค่อยากรู้จึงอยากเรียน อยากพาตัวเองเข้าไปใกล้ๆ สิ่งที่สนใจ
ส่วนเรื่องราวระหว่างบรรทัดจะเป็นยังไงเดี๋ยวก็คงได้รู้กัน
kunjair
Monday
day 245 | kunjair
วันนี้อากาศดีมาก ตื่นมาตอนอีกไม่กี่นาทีเก้าโมง
ฟ้าครึ้ม ฝนร่วงปรอย นกและกบร้องเพลงกันดังลั่น
เป็นเช้าวันจันทร์ที่ชวนเพ้อฝันเสียเหลือเกิน
ไม่ได้มีแผนทำอะไร
นั่งดูสองรายการของพี่เล่
ภาพรายการ 48 ชั่วโมงเทปนี้ดีกว่าหลายเทปที่ผ่านมา
ตอนที่เป็นเทปชาคริตนี่แทบดูไม่ได้เลย
สีมันดูสังเคราะห์จนแสบตา อาจจะเป็นโทนที่เราไม่ชอบด้วยล่ะมั้ง
ส่วนสุดเขตเทศกาลพาไปดูเทศกาลซื้อขายอูฐที่อินเดีย
แล้วก็งานโคมไฟนานาชาติที่หาดใหญ่ที่แอ๊ะเคยบอกว่าเจอพี่ๆ ที่นั่น
...
หลังจากห่างหายไปนานกับการแนะนำเพลง
วันนี้เราเลยพา the weepies มาให้ทุกคนได้ทำความรู้จัก
the weepies เป็นวงของสามีภรรยาจาก massachusetts
ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเมืองในอเมริกาที่เหมาะและคู่ควรกับน้องหวาย
แนวเพลงของวงส่วนใหญ่ก็จะออกมาในแนว indie-folk
จริงๆ เราก็เพิ่งรู้จักวงนี้ได้ไม่นาน ยังไม่ถึงปีด้วยซ้ำ
ได้ฟังจากบล็อกเกอร์ชาวอเมริกันคนหนึ่งเมื่อปลายปีที่แล้ว
แต่คิดว่าก่อนหน้านี้เพลงของพวกเขาต้องเคยผ่านหูเราหลายเพลงอยู่เหมือนกัน
เพราะหลากหลายเพลงในแต่ละอัลบั้มถูกนำไปประกอบซีรีย์อยู่หลายเรื่อง
ทั้ง one tree hill และ life unexpected ซึ่งเป็นซีรีย์ที่เราชอบมากเป็นพิเศษ
nobody knows me, nobody knows me,
nobody knows me at all.
kunjair
day 245 | patawee
15 เมษายน 2556
หลังจากดูมากๆเข้า
เอียนมากๆ ก็ตัดสินใจได้ว่า
เอาวะ
เราไปเพื่อเอาวิทยาการ ไม่ได้เอาหน้าเอาตา
เพราะงั้นไปในที่ที่เื้อื้อต่อการศึกษาที่สุดแ้ล้วกัน!
ฟิลาเดลเฟียก็น่าสนใจไม่น้อย
อีกหนึ่งปัจจัยคือชาวอามิช
นี่แหละ สถานที่ลง field work ในฝัน!
พ่อแม่โอเคมาก (แม่รักอามิช คิกคิก)
*วันนี้น้าบ้านข้างๆมารดน้ำดำหัว นานๆจะเจอกันทั้งครอบครัวทีเนอะ :)
*อากาศร้อนมาก แต่ใจเรายังดีอยู่ อย่างน้อยก็ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน
day 245 | rungkarn
เช้านี้ ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าจริงๆ
หลังจากครึ้มฝนมาตั้งแต่วันพฤหัส..ถ้าจำไม่ผิด
ไม่มีฝนอากาศก็ร้อนเปรี้ยงเหมือนเดิม
ฤดูร้อนมาหาเราอีกครั้งแล้วใช่มั้ย ฮ่าๆ
เมื่อคืน น้ำตาช่วยบรรเทาอาการหนักๆ ให้เบาลงได้
นานทีจะเป็นแบบนี้
แต่บ่อยๆ ที่เหนื่อยอยากระบายด้วยวิธีนี้มาก
น้ำตามันก็ไม่ไหล และไม่ใช่เก็บกลืนเข้าไปได้
แต่คงเป็นแค่อารมณ์เหนื่อย เมื่อยก็พัก
หลับตา ตื่นมาก็หาย
ส่วนเมื่อคืนที่น้ำตาทำงานได้อีกครั้ง
คงเพราะ อารมณ์ขึ้นลงแต่หัววัน
โกรธตัวเองเบาๆ
จริงอย่างที่มุ่ยบอกไว้
น้ำตาช่วยชะล้างให้สายตาเราสะอาดใสได้อีกทีเช่นกัน
เช้านี้ ตื่นมาก็ยังคงมีแรงเหมือนเดิม
ถึงแม้ชีวิตประจำวันยังคงจำเจ
แต่พรุ่งนี้ก็ออกเดินทางแล้ว
นานแล้วเหมือนกันนะ
ที่เราไม่ได้เห็นทะเลเต็มๆ ตา
จะไม่เอาความทุกข์ความเศร้าหมอง
ความเหนื่อยเหน็บทั้งหลายไปทิ้งทะเล
เพราะมันเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้วที่ต้องเจอ กระทบใจ และรู้สึก
แต่จะขอกอบกำลมบริสุทธิ์ที่เราเชื่อว่า หลอมรวมไปด้วยพลังแบบนั้น
เติมเข้ามาที่หัวใจ เพื่อจะได้มีแรงเดินไปต่อ..
สุดท้ายแม้เราจะรู้สึกโดดเดี่ยวอยู่บ้าง
แต่เราก็ไม่ได้อยู่เดียวดาย..จริงมั้ย
:)
๑๕ เมษายน ๒๕๕๖, ๐๘.๕๒ น.
...
บินต่อไปเถอะนะ..ที่รัก
categories:
photography,
rungkarn,
story
Sunday
day 244 | patawee
14 เมษายน 2556 อาทิตย์
ไปบ้านย่า
รดน้ำดำหัว
กลับมาอยู่บ้าน
ชมนกชมไม้
เป็นวันที่ดีมากมาก :)
ถ้าไม่นับรวมข่าวบางข่าว
ที่ก็ยังกระตุกหัวใจเราได้เหมือนเดิมน่ะนะ
(บอกตัวเองว่าใครจะทำอะไร ที่ไหน กับใคร ยังไง ก็ช่างเขา
ตัวเรา เรายังอยากให้คนอื่นเคารพการตัดสินใจของเราเลย
เราเองก็ต้องเคารพการตัดสินใจของคนอื่นด้วย)
day 244 | rungkarn
บางทีอาแอ๊ะก็ต้องการเวลาส่วนตัว
เพื่อคิดเพื่อทำงานของตัวเองนะคะลูก
ไม่ใช่มีเวลาให้น้องคุณมาเจ๊าะแจ๊ะด้วยตลอดเวลา
เวลาอาแอ๊ะยุ่งทำไมถึงเฉยกันจังเลย
หรือพ่อแม่เอ็งมันดีแต่คิดจะพาลูกไปเที่ยว ออกไปข้างนอกแล้วดีดดิ้น ลั้ลล้ากัน
อาแอ๊ะยุ่งหัวฟูเหนื่อย(เป็นนะเว้ย)อยู่ทุกวันแค่ไหนก็ไม่สน
คิดไม่เป็นกันหรือไง
เห็นใจกันบ้างเหอะ
เห็นใจกันบ้างเหอะ
เหนื่อย!!
Saturday
day 243 | kunjair
ไปแหลมสิงห์กับที่บ้านต้นเดือนพฤษภาคม
เป็นการเดินทางครั้งสุดท้ายกับครอบครัว
ก่อนย้ายไปใช้ชีวิตอยู่แดนจิงโจ้
ไม่รู้สึกใจหายเลย คงเพราะใจเราไม่ได้อยู่ตรงนี้
และรู้ว่าไม่อยู่เดี๋ยวเดียวก็จะกลับมา
kunjair
categories:
kunjair,
photography,
story
day 243 | rungkarn
เป็นวันธรรมดาอีกหนึ่งวัน
ตื่นเช้าอาบน้ำ ทำขนมให้แม่ใส่บาตรไปวัด
และอีกส่วนไหว้เจ้าที่เจ้าทางประจำทุกวันเสาร์
แบ่งส่วนหนึ่งไว้กินเล่นกัน และถ่ายรูปลงเฟซบุ๊กนิดหน่อย
เก็บล้างในครัว และเก็บล้างส่วนที่ทำขนมไป
ดูทีวีบ้าง วิ่งหนีน้องแสบที่เอาปืนฉีดน้ำไล่ยิง
เปิดเน็ต คุยกับเพื่อน
เพื่อนถามเีื่รื่องเบเกอรี่ ก็บอกความคืบหน้าคร่าวๆ
เราค่อยๆ วางเป้าหมายที่ใกล้มือและทำได้จริงๆ
เรื่องร้านยังคงจดไว้ในใจเหมือนปีก่อน
เราบอกเพื่อนสนิทว่าปีนี้จะมีร้านให้ได้
แต่เอาเข้าจริง มันคงไม่เป็นแบบนั้น
จึงได้แค่จดไว้ในใจ แต่เราก็พอใจหากจะดำเนินไปแบบนี้
แบบที่ไม่ได้มีหน้าร้าน :)
เราค่อยๆ วางเป้าหมายที่ใกล้มือและทำได้จริงๆ
เมื่อก่อนเราอาจกังวลระยะยาว
การทำใจให้สบายช่วยได้มาก
และยิ่งเจอหนังสือชุดฟาสต์ฟู้ดธุรกิจของน้าตุ้ม หนุ่มเมืองจันท์
ได้คุยแลกเปลี่ยนกับแจ
ใจเราเบาลงมาก
ก็คงกลับไปจุดเดิมที่ว่า เรารู้ตัวดีมากกว่าใครว่าทำอะไรอยู่
และมีสายตาที่มองเห็นเข้าใจมองมายังเรา
แม้จะไม่กี่คนก็พอแล้ว
การอ่านหนังสือของน้าตุ้ม
ปลอบประโลมใจเราได้ดีทีเดียว
ให้ความรู้สึก ค่อยๆ ช้าๆ สบายใจ มั่นใจ และมันจะมั่นคงในสักวัน
ตอนส่งข้อความไปถึงน้าตุ้ม
(ความจริงแอบเนียนเรียกตามมุ่ย)
เราบอกว่า เมื่อก่อนเราเครียดแล้วจมอยู่สักพัก
พอเห็นทางแก้ ก็จะมีแค่ทางเดียว
แต่พอได้อ่านหนังสือแล้ว เรารู้สึกเหมือนแสงสว่าง
ทางออกมีอยู่รอบตัวเรา อยู่ที่เราจะมองเห็นแล้วเลือกหรือเปล่า
การแก้ปัญหามันก็มีอยู่แค่สองทางจริงๆ นะ
ลงมือแก้ไขให้ตรงจุด หรือไม่ก็ปล่อยวางมันไปเลย
ปล่อยวางไม่ยากแล้ว
เพราะเราไม่ได้หยุดอยู่ตรงที่เดิม
ทุกวันมันต้องก้าวไปข้างหน้าเรื่อยๆ
จะหยุดหรือถอยหลังก็คงแล้วแต่สถานการณ์
ถ้าถอยหลังก็คงเพราะเห็นว่าดีแล้วลองดูซ้ำอีกสักตั้ง..ล่ะมั้งนะ
บางทีชีวิตก็อธิบายเป็นฉากๆ ไม่ได้พอกับเรื่องความรู้สึก
นั่งฟังเพลง live & learn ซ้ำๆ
เสียงคุณกมลาซึมเข้าถึงหัวใจลึกลงไปอีก
ความหมายเพลงยังคงอัดแน่นให้รู้สึกว่า
ทุกวันที่เราดำเนินก็คือชีวิตอีกชีวิตหนึ่ง
อาจจะจำเจ อาจจะไร้ความหมายในบางที
อาจจะมีห้วงเคว้งคว้างว่างเปล่า ไม่แน่ใจว่าทำอะไรเพื่อใครอยู่
แต่สุดท้ายแล้วเต็มสายตาของเรา
คนที่รักเรามีอยู่ในนั้น อยู่กันตรงนี้..ใกล้ๆ
อยู่กับสิ่งที่มี ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน
และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด
และนี่เป็นสิ่งที่เรากำลังเลือกดำเนินไป
สุขก็เตรียมไว้ ว่าความทุกข์คงตามมาอีกไม่ไกล
จะได้รับความจริง เมื่อต้องเจ็บปวดไหว..
และนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของหัวใจที่ยังต้องตั้งรับอยู่เสมอ
บางทีเราก็เหนื่อยกับความจำเจ
เป็นความจำเจที่ไม่อยู่นิ่ง
แต่ก็นั่นแหละ อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน.
๑๓ เมษายน ๒๕๕๖, ๑๗.๔๕ น.
day 243 | patawee
13 เมษายน 2556
สวัสดีวันปีใหม่ไทยค่ะ
วันนี้วันดีเลยเอาซะหน่อย
ซักผ้า กวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างห้องน้ำ
ส่วนเย็นนี้ เราก็... จะเดินทางกลับบ้านแว้วว ^^
Friday
day 242 | kunjair
someone once said that
your 20's are your selfish years.
it's a decade to immerse yourself in every single thing possible.
be selfish with your time, and all the aspects of you.
tinker with shit, travel, explore, love a lot, love a little,
and never touch the ground.
i completely agreed.
kunjair
day 242 | patawee
12 เมษายน 2556 ศุกร์
จบมา ทำงาน แล้วจึงรู้ซึ้งว่า
โลกนี้ไม่มีมิตรแท้ และศัตรูที่ถาวร
*ฝนตกตลอดเวลา
*กลางวันกินก๋วยเตี๋ยวหมูเด้งกับน้องๆฝึกงาน ฟี่กับแน็ต
ได้คุยเล่นกับเด็กก็สนุกดี
*วันพุธที่ผ่านมาตั้งใจแบกกล้องไปถ่ายงานนิทรรศการแดนสนธยาของคุณช่วง มูลพินิจ ที่หอศิลป์
ปรากฏว่าหอศิลป์ปิดวันพุธ (แล้ววันนั้นมีเสื้อแดงชุมนุม เลยเดินกลับบ้าน แล้วก็แวะร้านหนังสือเดินทาง ได้ The Awakening มา เป็นของขวัญให้ตัวเอง :) ) วันนี้เดินกลับบ้าน ไม่ได้เอากล้องมา แต่คิดว่าไหนๆก็ไหนๆแล้ว เลยแวะเข้าไปสักหน่อย โอ งานสวยมาก ประทับใจ ชอบภาพผู้หญิงของคุณช่วงเป็นพิเศษ นอกจากภาพจะสวยกินใจแล้ว ยังทำให้นึกถึงช่วงเวลาเก่าๆ สมัยตามอ่านวรรณกรรมยุคคุณแม่ยังสาว ที่คุณช่วงแทบจะผูกขาดภาพวาดบนปกด้วย :)
*ดูละครย้อนหลังในยูทูป ก็สนุกดีนะ ไม่ต้องง้อรอโฆษณาเลย :P
day 242 | rungkarn
อยากกินก๋วยเตี๋ยวราดหน้า(แบบทำเอง)หลายวันแล้ว
วันนี้เพิ่งได้โอกาสเหมาะออกตลาดแล้วซื้อของมาทำ
ตื่นเกือบแปดโมง อาบน้ำ แต่งตัว แล้วออกตลาด
ค่าที่ว่าป้าอยู่ด้วย แล้วป้าจะกลับวันนี้
เลยทำอะไรให้ป้ากินด้วยดีกว่า :)
อากาศดี มีแดดบ้าง แต่ลมก็พัดพาฝนมาเหมือนเมื่อวาน
เราชอบบรรยากาศตลาดสดมาก มากมากมาก
ชอบพอกับได้เดินตลาดเช้า ซื้อข้าวยำ ซื้อโรตี ปาท่องโก๋
และน้ำเต้าหู้ของชอบกลับมากินที่บ้าน
มันรู้สึกดี ที่เราได้สัมผัสกับบรรยากาศจริงแบบนี้
เราว่ามันแฝงไปด้วยน้ำใจอยู่ในนั้น
ถึงจะเป็นการค้าขายในแบบแม่ค้าลูกค้าก็ตาม
บางร้านที่เราซื้อประจำ
ไม่ได้เห็นหน้าเราสักสองสัปดาห์
ไปซื้่อของอีกที จะทักกันว่า ไม่ค่อยเห็นเลยช่วงนี้
เราก็ตอบแบบสั้นๆ แต่ก็ไม่ลืมยิ้มให้ทุกครั้ง
คำตอบเราไม่สำคัญเท่าเรายิ้มตอบไปหรอก
เราเชื่อแบบนั้น
เราขับมอไซค์ออกตลาดบ่อย
ผลพวงจากอากาศดีด้วยในวันนี้เราจึงตระหนักได้ว่า
การใช้ชีวิตให้ผ่านวันต่อวัน
คนบางคนอาจจะรู้สึกว่าเหนื่อยล้าและยากจังเลย
แต่สำหรับเราไม่มีอะไรยากแล้ว
เพราะเราไม่ได้ลากเอาความหวังอะไรหรือต่อใคร พกติดบ่าไว้ด้วย
ที่ผ่านมา เราเคยตั้งความหวังจากใครก็ตาม
เคยหวังจากคำพูดที่คนอื่นหยิบยื่นให้
ความผิดหวังตามมา เมื่อเราจดจำมันได้ดี
แล้วมันก็ไม่ได้เป็นอย่างใจที่เราหวัง
แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ที่มันจะเป็นบทเรียน
กระตุ้นเตือนให้เรา ใช้ชีวิตให้ดีดี บนสติ
บนกำลังสองมือสองเท้าหนึ่งสมองของตัวเอง
เรารู้ว่าเราต้องพึ่งพาคนรอบข้าง
อันดับแรกยังไงก็แล้วแต่ เราขอทำให้สุดความสามารถของตัวเองก่อน
เราเชื่อว่า หากมีน้ำใจให้ใคร คนอื่นจะมีน้ำใจตอบเรา
พอกันกับเราเชื่อหมดใจแล้วว่า
การตั้งอยู่บนสิ่งดีดี ไม่ว่าจะความคิด คำพูด หรือการกระทำ
พระคุ้มครอง ผีคุ้มภัยให้หรือเปล่าไม่รู้
แต่เรารู้ว่า สิ่งที่ดีดีที่เราตั้งใจจะคุ้มครอง
และนำพาแต่สิ่งดีดี คนดีดี มาห้อมล้อมเราเองในภายหลัง
ยังไงก็แล้วแต่ เรายังคงเป็นคนขี้หงุดหงิด
หุนหันพลันแล่น
เจอะอะไรไม่พอใจ กระทบในช่วงเวลาอันสั้น
เราก็ยังคงสบถคำถ่อยๆ ออกมาได้ง่ายอยู่ดี
เรายังคงไม่พอใจ ในครอบครัวคนอื่น
หงุดหงิดไปด้วยกับเรื่องราวที่เราเห็นว่า
ผู้ใหญ่งี่เง่า ผลการกระทำห่วยๆ ตกถึงเ็ด็กเสมอ
แต่ท้ายที่สุดของวันนั้นที่เรารู้สึกแย่
เราก็จำต้องปลดและปล่อยให้เป็นเรื่องของใครของมันอยู่ดี
เรายังเป็นคนธรรมดา
ปากเราไม่ถือศีลถ้าไม่จำเป็น
มือเราถือสากแน่ๆ หากเจอกับคนที่ไม่ได้เรื่องไม่ได้ความ
แล้วมาทำเจ๋งต่อหน้าให้เราต้องทำอะไรสักอย่าง!
เพราะถึงยังไง เรายังคงต้องเติบโต
สู่วันข้างหน้าที่เป็นอนาคตอยู่ดี
"เราพร้อมแล้ว"
๑๒ เมษายน ๒๕๕๖, ๑๒.๑๖ น.
Thursday
day 241 | rungkarn
เบี้ยวนัดเพื่อนเพราะฝนตก
เหตุผลดีมาก
แม่กลับมาจากทำบุญกับแอม
เซอร์ไพร์สเพราะผมทรงใหม่กันทั้งคู่
เราชอบมาก เราชอบอะไรที่ง่ายๆ ถึงจะดูฟูๆ
ก่อนหน้านี้เราตัดสั้นแล้วมันฟู
ก็ไม่มีใครชอบเลย
แต่ด้วยหลักของความง่าย สระง่าย แห้งง่าย
ด้วยนิสัยเชื่อว่าไม่มักง่ายนะคะ ฮ่าๆ
เพื่อนคงเคืองปนน้อยใจไปนิดนึง
ก่อนเที่ยง เพื่อนของน้าอ๊อดมาถึงบ้าน
เพิ่งรู้ว่าไปวัดกัน ตามยายไป
ไอ้เราอยู่ใกล้กว่ายังไม่ย่างกรายไปเลย เกเรจริงๆ
ได้พรีเซนต์เรื่องเบเกอรี่ไปด้วย
หยุมหยิมได้ลูกค้าในประมงน้ำจืิดไม่ไกลกันมากนี่ก็อีก แฮ่ๆ
ทำไมเดี๋ยวนี้ อะไรๆ ก็การค้า เป็นเงินหมดเลยในหัวเนี่ย
แต่เรารับรอง ว่าขนมของเราอัดแน่นไปด้วยวัตถุดิบดี
และอร่อย คอนเฟิร์มค่ะ
ถึงพรีเซนต์จะไม่เตรียมตัวอะไรเลย
พูดจาง่ายๆ งงๆ ไป
แต่ขนมที่ได้กินก็คงตอบโจทย์ไปแล้ว
นี่โฆษณาใหญ่เลย
อารมณ์ดีมาก
เดี๋ยวจะเก็บกวาดมุมทำขนมให้เรียบร้อย
รับสงกรานต์นี่แล้วกันนะฮะ
โย่ว!
๑๑ เมษายน ๒๕๕๖, ๑๖.๐๐ น.
day 241 | patawee
ประเด็นวันนี้
UK vs US
ปัญหาโลกแตกมากๆ
แต่พี่ม๊อคแนะนำสก็อตแลนด์อย่างแรง
Edinburgh, Aberdeen
เอ๊ะ ยังไงดี
11 เมษายน 2556 วันเกิดอิมมี่ :)
Wednesday
day 240 | patawee
10 เมษายน 2556 พุธ
ทำได้แล้ว
ทำได้แล้ว
สำเร็จแล้ว
ดีใจมากๆ
พี่ม็อคเป็นคนบอกข่าวล่ะ
ไม่น่าเชื่อเลย :P
day 240 | kunjair
อ่านบล็อกย้อนหลัง
สะดุดกับบันทึกวันที่สองร้อยสามสิบแปดของแอ๊ะ
"ศึกชิงชาย"จะไม่เกิดขึ้นกับเราทั้งคู่อย่างแน่นอน
เพราะเรามีความชอบและหลงใหลแตกต่างกันมาก
แต่เราก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่กับแบบฉบับผู้ชายในอุดมคติของแอ๊ะ
มันรู้สึกและเดาทางได้ว่าน่าจะเป็นไปในลักษณะประมาณนี้
ส่วนเรา, เราไม่ชอบเด็กแต่ก็ไม่ชอบคนมีอายุ
ชอบคนที่ตามกันทันทั้งความคิดและการกระทำ
ชอบผู้ชายยิ้มง่ายและอารมณ์ดี แต่ไม่ใช่ผู้ชายตลกฮาบ้าบอไปวันๆ
ชอบผู้ชายที่ดูเป็นผู้ชาย ห้าวๆ ตรงๆ กล้าพูด กล้าแสดงออก
มีความอบอุ่น มีความเป็นผู้นำ และมีกล้าม(ฮา)
เพราะเราเป็นสาวพูดน้อย เรียบร้อย นุ่มนิ่ม และน่าทะนุถนอม(?)
หากเป็นประมาณว่า
"พูดไม่ค่อยเก่งแต่รักหมดใจ ถ้ารู้ว่าชอบอะไรจะหาให้เธอ"
กรุณาไปต่อแถวช่องอื่นด่วนค่ะคุณ ;P
แต่ให้ตาย!! เรายังไม่เจอคนที่ใช่และเราก็ยังไม่เป็นคนที่ใช่สำหรับใครเช่นกัน
...
เราเคยคิดว่าเราไม่ได้เป็นคนมีความมั่นใจในตัวเองสักเท่าไหร่
แต่พอยิ่งโต เจอผู้คนมากหน้าหลายตา ได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง
เรากลับรู้สึกว่าเราเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูงมากคนหนึ่ง
เป็นคนที่กล้าแสดงออกทั้งด้านความคิดและการกระทำ
มีความเป็นตัวเองสูงมาก เปิดเผยไม่ปิดบัง และกล้าตัดสินใจ
และทั้งหมดทั้งมวลในความเป็นตัวเรา
เป็นได้ทั้งข้อดีและข้อเสียขึ้นอยู่กับสถานการณ์
เรารู้ว่าหลายคนยากที่จะรับได้กับความเป็นตัวตนของเรา
แต่เราก็รู้ว่าหากใครเปิดใจให้เราแล้ว
ก็จะทั้งรักและเอ็นดู แถมยังติดเรางอมแงม
เพราะในความจริงจังที่ทุกคนเห็น
มีเสียงหัวเราะและความขี้เล่นสอดแทรกอยู่เสมอ
หากไม่เชื่อต้องลอง และหากไม่คิดจะลองอยากจะบอกว่าคุณจะเสียใจ :D
...
ค่อนข้างว่าง และอารมณ์ดีทะลุจักรวาล
kunjair
day 240 | tiwayo
มิกกี้ได้หนึ่งขวบในวันที่ 9 เมษา
- ทรงผมคุณนายโฮ -
แป๊บๆ ได้ขวบปีแล้ว วันเวลาผ่านไปเร็ว มิกกี้โตขึ้นทุกวัน
แต่น้ามุ่ยนี่สิ รู้สึกเหมือนยังอายุเท่าเดิม แช่แข็งไว้ที่ 23 ปีตลอดไป อิอิ
ฉันได้บันทึกพัฒนาการแสนซนของเจ้ามิกไว้บ้าง เอาเท่าที่นึกออกก่อนนะ
ไม่ได้จดละเอียด
- คุณเธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นแนบหู แล้วก็พูด "ปะตี๊ ปะจั๊บ ๆๆๆๆ" ตามประสา
- เห็นใครกำลังคุยโทรศัพท์ น้องหนูจะมองนิ่ง สักพักจะคานไปหาแล้วปีนป่ายแย่งโทรศัพท์มาคุย
- หยิบรีโมทขึ้นมาแล้วชี้ไปทางทีวี ทำท่ากดๆๆๆ สงสัยอยากกดเปลี่ยนไปดูช่องการ์ตูน 55555
- ยืนขึ้น โยกซ้ายขวา ชูมือสองข้าง หมุนๆๆๆ
- พูดเก่งมาก พูดไมหยุด พูดประจั๊บ ประดั๊บๆๆๆๆๆ
- เห็นรองเท้าก็จะยื่นเท้าให้เราสวมรองเท้าให้
- น้ามุ่ยเอามือตีปากมิกกี้เบาๆ รัวๆ มิกกี้จะร้องออกมาให้ดัง "บราๆๆๆๆๆ"
พอน้ามุ่ยเลิกตีปาก เอามือบีบจมูก มิกกี้จะยิงฟันแล้วหายใจทางปากพลางหัวเราะ
- ชอบเล่นหนังสือมากกว่าตุ๊กตา หรือของเล่นอื่นๆ เวลาน้องหนูร้องไห้งอแง
แค่น้ามุ่ยหยิบหนังสือ A B C เล่มโปรดให้ น้องหนูจะหยุดร้อง แล้วก็นั่งเปิดหนังสือทีละหน้า
ทำหน้าจริงจังมาก เอาของเล่นอย่างอื่นมาล่อก็ไม่สน
- ยื่นปากกาให้หนึ่งแท่ง น้องหนูจะใช้ปากกาเป็นไม้กลอง ตีโต๊ะเป็นจังหวะ มันส์ในอารมณ์สุดๆ
รักลูกติดคนนี้จริงจริ๊ง 5555
พุธ 10 เมษายน ห้าหก
day 240 | rungkarn
วันนี้รู้สึกล้าเหลือเกิน
ตื่นสายแล้วก็ไม่ยอมลุกจากที่นอนง่ายๆ
จนน้องคุณมาเคาะประตูอยู่สักพัก เลยยอมลุกขึ้นเปิดให้
แล้วน้องคุณก็มานอนข้างๆ หนุนแขน นัวเนีย
สักสิบนาทีกว่าจะตื่นและลุกขึ้นได้
ลุกจากที่นอนก็อาบน้ำ ทำกับข้าว
เสร็จแล้วก็มาเปิดเน็ต คุยเรื่องเดินทางกับแจนิดหน่อย
ก็ขอตัวอบคุกกี้ก่อน
เที่ยงนี้ฝนตกด้วย สดชื่นไปนิดนึง แต่ตกไม่นาน
ฝนหยุด เลยได้ถือกล้องถ่ายรูปเหมือนเคย
กลิ่นดอกโมกหอมมาก ฟุ้งกระจายไปรอบๆ ตอนเดินถ่ายรูป
สดชื่นขึ้นมาอีกเท่าตัว จากที่สดชื่นจากฝนอยู่แล้ว
ฮื้มมม มันชื่นใจจริงๆ นะ
เพิ่งมานึกออกว่าปริ้นท์โปสการ์ดไว้เกือบเดือนหนึ่งแล้ว
แต่ยังไม่ได้เขียน ไม่ได้ส่งเลย
ตอนนี้แสตมป์ก็พร้อมแล้ว
เราคงรอให้มีอารมณ์อยากเขียนจริงๆ
แล้วจึงค่อยลงมือเขียน
แม้ภาพมันจะล้าหลังไปแล้ว
ส่วนใหญ่เป็นภาพของปีก่อนทั้งนั้นเลย
แต่เราก็นั่งเลือกเพื่อทุกคนที่เราจะส่งถึง
มีข้อความเล็กน้อยลงไปในภาพเช่นกัน
คิดถึงน้าอ๊อด คิดถึงมะปราง
ที่สร้างความสดใสให้เราได้เสมอ
ถึงเวลาอยู่ใกล้กันจะมีรำคาญกันบ้าง
แต่เราก็ยังหวังลึกๆ ว่าต้องมีช่วงวันเวลา
ที่เราทุกคนจะได้กลับมาอยู่ใกล้ๆ กัน
คิดถึงจริงๆ
สัปดาห์หน้าก็จะได้เจอกันแล้ว :)
๑๐ เมษายน ๒๕๕๖, ๑๔.๓๘ น.
categories:
photography,
rungkarn,
story
Tuesday
day 239 | patawee
9 April 2013 Tuesday
If yesterday blindfold your eyes
I'll bring you tomorrow
tomorrow!
I'll be lucky, It's going to be my turn.
I'm sure.
categories:
patawee,
photography
day 239 | rungkarn
สวัสดีอีกหนึ่งเช้าดีดี
ได้ตื่นขึ้นมาจากที่นอน หมอน ผ้าห่มเน่าของตัวเอง
ได้ตื่นมารับแสงเช้าจากที่บ้าน
และเดี๋ยวจะออกไปรดน้ำต้นไม้อย่างเคย
:)
๐๙ เมษายน ๒๕๕๖, ๐๖.๕๔ น.
day 239 | tiwayo
ปวดดดดดดดดดดดดด กระดูกต้นคอ
ตึง เกร็ง ปวด เกินบรรยาย
เวรกรรมสร้างมาเอง สมัยเป็นวัยสะรุ่นเก๋าเกิ๊น
เล่นกีฬาแล้วพลาด กระดูกต้นคอเคลื่อนนิดหน่อย...ชิวๆ 555555
ส่งผลให้เจ็บออดๆ แอดๆ มาจนถึงทุกวันนี้
อาการจะมาเยือนช่วงที่ร่างกายไม่ค่อยสมประกอบ
เช่นช่วงนั่งทำงานนานๆ
นอนดึกๆ
พักผ่อนไม่เพียงออก
ไม่ออกกำลัีงกาย
สรุปคือมันเจาะจงมาก่อกวนชีวิตมากเวลาร่างกายเสียศูนย์
ตลกแล้วเมิง
กุนอนไม่หลับ
นั่งแล้วปวด ตึงต้นคอ
ต้องนอน
นอนก็นอนไม่หลับ ต้องลุกมานั่ง
ฮ่วย
เอาไงชีวิต
รู้สึกแย่
ตีหนึ่ง.สี่สิบ
อังคาร 9 เมษายน ห้าหก
Monday
day 238 | tiwayo
คุยกับเจ๊หน่อยเรื่องไปเรียนภาษาที่ออสเตรเลีย
พูดตรงๆ เลยว่าไม่เคยมีความคิดจะไปเรียนไรเมืองนอก 555555
สำนึกรักบ้านเกิดไงไม่รู้ ไม่เคยคิดในหัวเลย เป็นเด็กติดบ้านมาก
ขนาดเืมื่อก่อนพ่อถีบเข้า AUA ยังไม่อยากตื่นไปเรียนเลย 55555
แต่เจ๊หน่อยแม่งมาจุดประเด็น
"ไปๆๆๆ ออสเตรเลียกัน"
จุดประสงค์คือ
อิเจ๊จะส่งเจ้าตั้วไปเรียน เลยชวนให้ฉันแพคคู่ไปกันพี่น้อง จะได้ดูแลกัน
ไม่รู้สิ
อาจไป มั้ง
แต่รอเจ้าตั้วจบ ม.6 ก่อน อีกปีนึง
ถึงเวลานั้นอาจจะดี๊ด๊าอยากไปก็ได้
เห็นน้องไป เราอาจอยากไปตามมัน แง่วๆๆๆๆ
ตัดสินใจบินกันด่วนๆ
ตอนนี้หาแรงบันดาลใจก่อน
เผื่อภาษาอังกฤษจะกระดิกบ้างไรบ้าง
อยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง
ไปสู้ชีวิตบ้าง 55555
อยากไปเที่ยวมากกว่าไรอื่น (เป็นเด็กไม่ตั้งใจเรียนเบย)
(แม่งดูเป็นคนมุ่งมั่นมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก อืดสนิท)
ป.ล. จู่ๆ ก็นึกถึงเบนสุดหล่อและเมือง Adelaide
แฮะๆ เริ่มอยากไปแล้วล่ะ
มองหาเมืองคนไทยไม่เยอะ
day 238 | rungkarn
เรามักจะรู้สึกสะดุดต่อผู้ชายประมาณวัยกลางคน
และวัยที่ห่างกันกับเราสักหนึ่งรอบปี
แต่ต้องเป็นคนที่มีแววตาเรียบนิ่ง
ที่ไม่ส่อไปในทางล้อเล่นหรือมีอะไรซ่อนงำ
และถ้าจะดูไม่นิ่งเฉย ก็ออกไปทางใจดีมองมาด้วยความเอ็นดู
วันเสาร์ที่ผ่านมา ได้ไปโรงงานปุ๋ยที่นครปฐม
ได้เจอกับคนๆ หนึ่งที่พี่พูดถึงบ่อยมาก พี่เรียกอาจารย์
และทั้งที่อาจารย์ก็เคยมาที่บ้านเราบ่อยหน
แต่ไม่เคยได้เจอกันแบบเต็มๆ จะมีก็แต่เห็นผ่านแว่บ
เราทำกับข้าวและเขาเป็นแขกมากินแค่นั้นเองที่ดูจะเกี่ยวข้องกันได้
คืนวันเสาร์และวันอาทิตย์
ได้ร่วมเดินทางไปกาญจนบุรี
บนทัวร์ที่คนไม่เยอะเท่าไหร่ นั่งสบาย
ไปจนถึงนอนก็สบายมาก
จนถึงลงแพ เย็นย่ำจวบจนค่ำคืน
อาจารย์คนดังกล่าว ดูเป็นคนสุขุมแต่ไม่วางฟอร์ม
มีบ่อยหนที่อาจารย์เลี่ยงมาอยู่ขอบแพ
มองธรรมชาติ ในมือมีทั้งมือถือและจอไอแพด
แต่ก็ไม่ได้สนใจกับสิ่งนั้นอยู่นานๆ
เราไม่ได้เดินตามหรือจ่อสายตาประชิดเขาหรอกนะ
เพียงแต่เวลาที่เราเดินไปเดินมา ไม่ได้อยู่นิ่งกับที่
ช่วงเวลาที่เราปลีกวิเวกจากความเสียงดัง
เราก็เห็นเขาปลีกอยู่ด้วยเช่นกัน
พี่บอกว่า อาจารย์เป็นคนละเอียดเหมือนผู้หญิง
เปรียบเทียบกับพี่อีกคนที่เป็นคู่หูกัน คนนั้นจะเป็นผู้ชายเสียมากกว่า
ไม่มีอะไรมากมาย
เป็นความรู้สึกดีที่เราพอจะแน่ใจ
ว่าเรามักจะสะดุดกับคนแบบไหนกัน ฮ่าๆ
ความจริง นึกถึงอะไรแบบนี้จิตใจไม่อยู่กับร่องกับรอยเลย
ไม่ชอบเท่าไหร่กับอาการแบบนี้
แต่แต่แต่..ไม่ได้คิดกับผู้อาวุโสไปทางนั้นนะ
แต่เราชอบมาก ชอบจริงๆ
แววตาสะอาดแบบใจดีๆ
ไม่ได้สบตากันนาน แค่ผ่านแว่บแล้วสามารถดึงเราได้
ทุกคนรวมทั้งเรา แยกกับอาจารย์ที่สนามบินสุราษฎร์เมื่อคืนสักสี่ทุ่มกว่าเห็นจะได้
ยกมือขึ้นสวัสดีสามรอบ เพราะสองรอบแรก
เราไม่มั่นใจว่าเขาจะเห็นเราหรือเปล่า
มาแน่ใจว่า เห็นตั้งแต่รอบสองตอนอาจารย์ยิ้มเหมือนขำเรา
ตอนเดินมาใกล้เราแล้วเราสวัสดีอีกที
เอาเข้าจริง ตอนนี้หัวใจเรารู้สึกแปลกเป็นบ้า!
โอ๊ยยยยย
๐๘ เมษายน ๒๕๕๖, ๑๙.๓๙ น.
Subscribe to:
Posts (Atom)




















