Saturday

day 243 | rungkarn




เป็นวันธรรมดาอีกหนึ่งวัน
ตื่นเช้าอาบน้ำ ทำขนมให้แม่ใส่บาตรไปวัด
และอีกส่วนไหว้เจ้าที่เจ้าทางประจำทุกวันเสาร์
แบ่งส่วนหนึ่งไว้กินเล่นกัน และถ่ายรูปลงเฟซบุ๊กนิดหน่อย

เก็บล้างในครัว และเก็บล้างส่วนที่ทำขนมไป
ดูทีวีบ้าง วิ่งหนีน้องแสบที่เอาปืนฉีดน้ำไล่ยิง
เปิดเน็ต คุยกับเพื่อน
เพื่อนถามเีื่รื่องเบเกอรี่ ก็บอกความคืบหน้าคร่าวๆ

เราค่อยๆ วางเป้าหมายที่ใกล้มือและทำได้จริงๆ
เรื่องร้านยังคงจดไว้ในใจเหมือนปีก่อน
เราบอกเพื่อนสนิทว่าปีนี้จะมีร้านให้ได้
แต่เอาเข้าจริง มันคงไม่เป็นแบบนั้น
จึงได้แค่จดไว้ในใจ แต่เราก็พอใจหากจะดำเนินไปแบบนี้
แบบที่ไม่ได้มีหน้าร้าน :)

เราค่อยๆ วางเป้าหมายที่ใกล้มือและทำได้จริงๆ
เมื่อก่อนเราอาจกังวลระยะยาว
การทำใจให้สบายช่วยได้มาก
และยิ่งเจอหนังสือชุดฟาสต์ฟู้ดธุรกิจของน้าตุ้ม หนุ่มเมืองจันท์
ได้คุยแลกเปลี่ยนกับแจ
ใจเราเบาลงมาก

ก็คงกลับไปจุดเดิมที่ว่า เรารู้ตัวดีมากกว่าใครว่าทำอะไรอยู่
และมีสายตาที่มองเห็นเข้าใจมองมายังเรา
แม้จะไม่กี่คนก็พอแล้ว

การอ่านหนังสือของน้าตุ้ม
ปลอบประโลมใจเราได้ดีทีเดียว
ให้ความรู้สึก ค่อยๆ ช้าๆ สบายใจ มั่นใจ และมันจะมั่นคงในสักวัน

ตอนส่งข้อความไปถึงน้าตุ้ม
(ความจริงแอบเนียนเรียกตามมุ่ย)
เราบอกว่า เมื่อก่อนเราเครียดแล้วจมอยู่สักพัก
พอเห็นทางแก้ ก็จะมีแค่ทางเดียว
แต่พอได้อ่านหนังสือแล้ว เรารู้สึกเหมือนแสงสว่าง
ทางออกมีอยู่รอบตัวเรา อยู่ที่เราจะมองเห็นแล้วเลือกหรือเปล่า

การแก้ปัญหามันก็มีอยู่แค่สองทางจริงๆ นะ
ลงมือแก้ไขให้ตรงจุด หรือไม่ก็ปล่อยวางมันไปเลย

ปล่อยวางไม่ยากแล้ว
เพราะเราไม่ได้หยุดอยู่ตรงที่เดิม
ทุกวันมันต้องก้าวไปข้างหน้าเรื่อยๆ
จะหยุดหรือถอยหลังก็คงแล้วแต่สถานการณ์
ถ้าถอยหลังก็คงเพราะเห็นว่าดีแล้วลองดูซ้ำอีกสักตั้ง..ล่ะมั้งนะ

บางทีชีวิตก็อธิบายเป็นฉากๆ ไม่ได้พอกับเรื่องความรู้สึก



นั่งฟังเพลง live & learn ซ้ำๆ
เสียงคุณกมลาซึมเข้าถึงหัวใจลึกลงไปอีก
ความหมายเพลงยังคงอัดแน่นให้รู้สึกว่า
ทุกวันที่เราดำเนินก็คือชีวิตอีกชีวิตหนึ่ง

อาจจะจำเจ อาจจะไร้ความหมายในบางที
อาจจะมีห้วงเคว้งคว้างว่างเปล่า ไม่แน่ใจว่าทำอะไรเพื่อใครอยู่
แต่สุดท้ายแล้วเต็มสายตาของเรา
คนที่รักเรามีอยู่ในนั้น อยู่กันตรงนี้..ใกล้ๆ



อยู่กับสิ่งที่มี ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน
และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด

และนี่เป็นสิ่งที่เรากำลังเลือกดำเนินไป




สุขก็เตรียมไว้ ว่าความทุกข์คงตามมาอีกไม่ไกล
จะได้รับความจริง เมื่อต้องเจ็บปวดไหว..

และนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของหัวใจที่ยังต้องตั้งรับอยู่เสมอ



บางทีเราก็เหนื่อยกับความจำเจ
เป็นความจำเจที่ไม่อยู่นิ่ง

แต่ก็นั่นแหละ อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน.




๑๓ เมษายน ๒๕๕๖, ๑๗.๔๕ น.



No comments:

Post a Comment