Friday

day 318 | patawee


28 jun 2013 friday

it's hard to say goodbye
but this is life
and life goes on.

#the last day at work. time flies.
#my farewell party @ sea time bar

Thursday

day 317 | patawee



27 มิถุนายน 2556 พฤหัสฯ

เริ่มทยอยเก็บของ
เมื่อวานเก็บไปหน่อย
วันนี้ก็เอาไปเยอะขึ้น
เอาจริงๆก็เกือบจะหมดแล้ว
ใจหายมาก แต่จะทำยังไงได้นะ...

ดีที่ติดรถพี่แนนกลับ
ติดรถพี่แนนมาสี่วันแล้ว
เลยไม่ต้องลำบากขนของหนักๆเยอะๆกลับเองเลย
ขอบคุณนะคะ : )

พรุ่งนี้ทำงานวันสุดท้ายแล้วนะ
ใจหายอีกแล้ว

ส่วนภารกิจของคืนนี้...



ตอนแรกอยากทำคอลัมน์ระยองกับอยุธยาให้เสร็จ
แต่ว่าก็อยากทำสิ่งนี้ให้พี่ๆก่อนจาก
ก็เลยลงทุนเลื่อนเวลางานออกไป ทำอันนี้ให้ทุกคนคืนนี้
วาดรูป แล้วก็ทำการ์ดเล็กๆ เขียนอะไรนิดๆหน่อยๆแปะไว้
พรุ่งนี้จะเอาให้ <3
จะได้จากกันอย่างดีงามนะ :)

Wednesday

day 316 | patawee



26 JUN 2013 WED

โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
ฉลองค่ะฉลองงงงงงงงงงงงงง
โฮ ตราดเสร็จแล้ว น้ำตาจะไหล
เราผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะจริงๆ
T_________________T



Tuesday

day 315 | patawee



บทการเดินทางเสร็จแล้ว
หันมาเริ่มบทที่เที่ยวเกาะช้างแล้ว
บร๊ะเจ้า มันเยอะมากเหมือนกันนะนี่
แต่ก็เขียนคล่องและง่ายกว่าการเดินทางเยอะเลย
บ่องตง

วันนี้กลับกับพี่แนน
หลังจากที่นั่งเม้าท์กับพี่เอพี่นัทเรื่องลี้ลับที่ออฟฟิศอยู่พักใหญ่
สุดท้ายเหลือเรากับพี่แนน เลวไม่ไหวแล้ว กลับบ้านกันดีกว่า ^^"

25 JUN 2013 TUE

Monday

day 314 | patawee




ยังคงปั่นงานต่อไป
ไม่หวั่นแม้วันพี่ๆคุยมาก
5555

ว่าแต่
เราก็คุยเล่นด้วย

แล้วจะเสร็จมั้ยยย
ฮี่ๆ

24 JUN 2013 MON

Sunday

day 313 | patawee



23 JUN 13 SUN

บริษัทเฟอร์รี่เกาะช้าง บริษัทเกาะช้างเฟอร์รี่ บ้านด่านใหม่ บ้านด่านเก่า ด่านเก่าคาบาน่า ท่าเรือแหลมศอก ท่าเรือแหลมงอบ ท่าเรือกรมหลวงฯ ท่าเรืออนุสรณ์สถานยุทธนาวีเกาะช้าง ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ งงงงงวยยยยย ใครบอกว่าบทการเดินทางเขียนง่ายห๊ะ มันยากกว่าบทที่เที่ยวเยอะเลยบ่องตงง

วันนี้ปล้ำกับบทการเดินทาง
มันแย่มากค่ะจอร์ช
จะเสร็จมั้ยยยยยยยยยยยย

เย่ เอางานกลับมาทำอย่างขยันขันแข็งมาก ชนะเลิศเลยปฐวี !!!

Saturday

day 312 | patawee







22 JUNE 2013 SAT

ที่ผ่านมางานไม่เดินเลย 
แต่ตอนนี้งานจะวิ่งแล้วค่าาา 
(สู้ สู้ สู้ หนูต้องทำได้ !)



ปั่นตราดค่ะ กะเอาให้เสร็จวีคเอนนี้ !!!!!

Friday

day 311 | patawee



21 JUNE 2013 FRI

ศูนย์สอบโทเฟลส่งเมล์มาชื่อเมล์ว่า
Taking the TOEFL Test? It's time to practice.
ณ จุดนี้สะเทือนใจมาก
เพิ่งกลับมาจากต่างจังหวัดเมื่อเย็น
มีเวลาปั่นงานอีก 1 สัปดาห์ก่อนลาออก
มีต้นฉบับตราดร่วม 50 หน้า
มีคอลัมน์ระยอง มีคอลัมน์อยุธยา
มีภาพประกอบคอลัมน์อีกกว่า 4 คอลัมน์
มีสกู๊ปลงเว็บที่ยังติดค้างไว้
พอถึงเดดไลน์ส่งงานปุ๊บก็สอบพอดี
แล้วจะมีเวลาแพรคทีสได้ยังไง
ฮือ นอยด์ นอยด์ นอยด์


ปล.วันนี้ทำเวลา งานเสร็จไว เลยได้กลับบ้าน (จากกำหนดเดิมคือวันพรุ่งนี้)
ทัวรวันนี้ก็นี่เลย ง่ายๆ > พระราชวังบางปะอินละวัดนิเวศธรรมประวัติ
แล้วเราก็มุ่งหน้ากลับกทม.กัน มิวเซเว่นพาซิ่ง หลับแป๊บๆก็มาถึงออฟฟิศ
ติดรถพี่ดาวมาลงพาต้า กินโรตีสายไหมหมดไปคนเดียวเป็นถุง!




Thursday

day 310 | patawee



วันที่ 2 ในอยุธยา
วันนี้ปั่นจักรยานรอบเกาะเมือง
แล้วต่อด้วยนั่งตุ๊กๆ
ไปหลายวัดหลายวังเหมือนเดิม

วัดมหาธาตุ
วัดราชบูรณะ
วัดใหญ่ชัยมงคล
พิพิธภัณฑ์
วังจันทรเกษม
วัดพระศรีสรรเพชญ์
พระราชวังโบราณ
แต่ที่เลิฟมาคือที่นี่
"พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่น"
โอย เลิฟ
อยากยกตู้ตุ๊กตาจิมมี่เหลียวกลับบ้าน !

เหนื่อยมากๆวันนี้
ขี่จักรยานอลังการพอสมควร
ทั้งเกร็งทั้งกลัว
แต่สุดท้ายก็ผ่านไปได้ด้วยดี : )






Wednesday

day 309 | patawee



เมื่อวานอยู่พัทลุง
วันนี้มาโผล่ที่อยุธยา :)

พี่ปัง พี่ดาว พี่แนน พี่กอล์ฟ เรา

วันนี้ไปวัดพนัญเชิง
ไปวัดสุวรรณดาราราม
ไปพิพิธภัณฑ์
ไปวัดไชยวัฒนาราม

ก่อนไปวัดไชยฝนตกหนัก
เราเลยแวะเข้าไปงีบที่บ้านพัก
เรื่องรักของพี่ม็อคกลายเป็นเรื่องดังในพันทิพ
เราตามเข้าไอ่านพร้อมกับอุทาน OMG!




Tuesday

day 308 | patawee



18 มิถุนายน 2556 อังคาร
Time flies!

กลับมากรุงเทพฯแล้ว
ถึงตอนหัวค่ำแล้วล่ะ
เพราะกว่าจะออกจากที่โน่นก็เก้าโมง
ตอนเช้าแวะกินข้าวแล้วแวะไปถวายของพระพี่พงศ์ที่วัด
กว่าจะได้ออกก็เลยช้าว่าวันเดินทางมาอยู่มากโข

น้องอิฐซนตลอดการเดินทาง
คงเพราะคุ้นเคยกันดีแล้วเลยผลงฤทธิ์ได้เต็มที่
แต่ก็สนุกดี ฟังเด็กร้อง แกล้งเด็ก เล่นกับเด็ก แทบไม่ได้นอนกันเลย

กลับมา เราเขียนบันทึกข้อความไว้ว่า





ข่าวร้ายและการเดินทางครั้งสุดท้ายในเดือนมิถุนา |

ลาออกสิ้นเดือนนี้ ไม่คิดว่าจะได้ออกเดินทางไปไหนอีก
แต่จู่ ๆ สองวันนี้ก็ได้เดินทางไกลไปถึงพัทลุง
แถมยังได้ไปกันพร้อมหน้าพร้อมตาทั้งกองบรรณาธิการ
เพราะคุณพ่อของพี่ที่เรารักคนหนึ่งจากไปอย่างกะทันหัน
ถึงแม้จะเป็นการเดินทางที่อบอวลไปด้วยความโศกเศร้า
แต่ก็เป็นการเดินทางที่คุ้มค่า
กลับมาครั้งนี้เราได้คิดได้เห็นอะไรหลายอย่าง
นอกจากได้เห็นหัวใจที่รักและหวังดีของทุกคนที่มีให้กันในยามยาก
ยังได้เห็นว่าชีวิตคนเรานั้นสั้นเหลือเกิน
และโลกนี้ก็มีความไม่แน่นอนอยู่มากมายเหลือเกิน
จนเราไม่อยากปล่อยเวลานาที
ให้ผ่านไปกับเรื่องไร้สาระ สิ่งที่ไม่ชอบใจ คนที่เราไม่รัก
อีกแม้แต่สักวินาทีเดียวเลย


Monday

day 307 | patawee


17 JUNE 2013
A MOMENT IN JUNE IN พัทลุง


Live at Patthalung

ออกเดินทางตั้งแต่ตีห้า พี่พี่มารับตั้งแต่ตีห้า
แปดชีวิต
พี่ต้น พี่ปัง พี่ดาว พี่เอ้ย
พี่แนน พี่นัท พี่เอสไลด์ เรา
อ้อ น้องอิฐด้วย
แวะพักมาเรื่อยๆจนมาถึงพัทลุงตอนหกโมง

เข้าโรงแรม
ไปวัดควนกรวด
เจอพี่พงศ์ที่เปนพระพงศ์ไปแล้ว
ฟังสวด
กินข้าวที่วัด
เดินชมวัด ยลกุฎิ
พูดคุยกับพระ
กลับ
เดินงานกาชาด
ดูมัจจุราชสีน้ำผึ้ง
ปาร์ตี้ที่ห้องพี่ต้นพี่ปัง
ดูรายการสัมภาษณ์ใบเตยอาร์สยาม
เม้าท์เรื่องเพลิงรักสามเส้าในสารคดี
อ่านบันทึกยาว 21 หน้าของพี่ม็อค
นอนกับพี่แนนพี่เอ พรุ่งนี้เดินทางกลับมาราธอน!

Sunday

day 306 | patawee



16 มิย 56 อาทิตย์

เจอก้อย
ย้อนรอยโรบินสันบางรัก
อยากได้พอร์ตแลนด์ทั้งแบรนด์เบย
ฮาฮาฮา

จริงๆไม่ได้ไปเที่ยวนะ
วันนี้อยู่บ้านทั้งเช้า
ตอนบ่ายไปเซ็นปิ่นดูหนังสือสอบโทเฟล
ก้อยโทรมาพอดีว่าขอมานอนด้วยอาทิตย์หน้า
เผอิญว่าเราไม่อยู่ไปอยุธยา
เลยเอากุญแจสำรองไปให้มันเอาไว้เผื่อมันจะมานอน

ก็เลยนัดกันที่เก่าเวลาเดิมของสองเรา
เดินเล่นช็อปปิ้ง กินบะหมี่เป็ดย่างเจ้าอร่อย
ย้อนอดีตนิดหน่อยให้พอชุ่มชื่นหัวใจ

:)

มิถุนา ฝนตกทั้งวันเลย
มันทำให้เราคิดถึงช่วงนี้เมื่อปีที่แล้ว
ช่วงนี้เมื่อสองปีที่แล้ว
ช่วงนี้เมื่อสามปีที่แล้ว
มากๆ





Saturday

day 305 | patawee




15 JUNE 2013

ฉันเกลียดฝน
แต่ฝนจะตกทุกวันก็ได้
ถ้าร่มคันที่เธอใช้
จะยังเป็นคันที่เราเคยไปซื้อด้วยกัน

...

วันนี้ฝนตกอีกแล้ว
ช่วงนี้ฝนตกทุกวันเลย
แล้วจะห้ามใจไม่ให้คิดถึงได้ยังไงนะ

วันนี้ไปเดทกับอ้อกับใหม่
ที่ Farm To Table
มิวเซียมสยาม
ท่าเตียน
ร้านสมาคมภริยาทหารเรือ
ท่าช้าง
ท่าพระจันทร์
งานออกร้านที่ท่าพระอาทิตย์

เป็นอีกวันดีดี
ขอบคุณ










Friday

day 304 | patawee



ข่าวร้ายในวันนี้ก็คือ คุณพ่อพี่พงศ์เสีย
กระทันหัน เมื่อเช้านี้ ที่สวนยางที่บ้าน

ข่าวอีกข่าวก็คือ
พวกเราจะเดินทางกันไปหาพี่พงศ์
ไปงานศพ ไปช่วยเรื่องต่างๆที่พัทลุงอาทิตย์หน้า
วันจันทร์กับวันอังคาร
ไปด้วยกันทั้งกองนายรอบรู้

ข่าวอีกข่าวก็คือ กลับจากพัทลุง
พุธ พฤหัส ศุกร์
เราต้องไปอยุธยา ทำคอลัมน์แทนพี่พงศ์

อาทิตย์หน้าเราจะชีพจรลงเท้ามากๆโดยไม่ได้ตั้งใจ
แต่เราก็เต็มใจ

เรารู้ข่าวนี้ตอนเช้าจากพี่ดาวตอนเดินเข้ามาในห้องนายรอบรู้
ช็อค และรู้สึกตามไปด้วยมากๆ ไม่รู้ทำไม
อาจจะเพระาเรารู้สึกว่าเรามีอะไรคล้ายกันหลายอย่าง
ไม่ใช่อุปนิสัย ไม่ใช่รสนิยม แต่เป็นวิถีการใช้ชีวิต
ความเปลี่ยนแปลงนี้ของพี่พงศ์เลยทำให้เราอดคิดถึงตัวเองไม่ได้
อดคิดไม่ได้ว่าถ้าเป็นพ่อเราจะเป็นยังไง
เราต่างก็เป็นเด็กที่จากบ้านมาไกล พ่อแม่อยู่กันสองคน
แค่คิดถึงตรงนี้ น้ำตาก็อยากจะไหลแล้ว

เช้านี้ทุกคนในห้องเลยเงียบเหงา
ตอนกลางวันเราทนไม่ไหว รู้สึกต้องออกไปไหนสักที่
เลยนัดกินข้าวกับอ้อที่จามจุรีสแควร์
กินสปาเก็ตตี้ แล้วก็เดินหาซื้อขนมปังออร์แกนิกกัน
ก็ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นมาได้มากทีเดียว ขอบคุณมากๆนะ

เย็นนี้กลับบ้านเร็ว
เอฟมานอนด้วย
ก็ช่วยให้เราดีขึ้นอีกต่อนึง
ขอบคุณทุกคนนะ

14 มิถุนายน 2556
ชีวิตมันเปราะบางเหลือเกิน...
เปราะบางจริงๆ

day 304 | rungkarn



ทำธุระเสร็จก่อนเที่ยง
กลับเข้าบ้านมาเก็บของ แล้วแว๊บออกไปซื้อกับข้าว
ไปดูขนมที่ร้านค้า เคลียร์เรื่องเงิน
แวะคุยกับเพื่อน ซึ่งเป็นลูกค้าประจำขนมเลยก็ว่าได้
และเขามีแพลนจะไปเปิดร้านใหม่ในตลาด
เป็นร้านเสริมสวยน่าจะครบวงจร และจะต่อยอดไปทำเวดดิ้งในวันข้างหน้าด้วย

ตั้งใจเลยว่าวันนี้จะต้องแวะคุยด้วยให้ได้ เรื่องอะไรก็แล้วแต่
เห็นหน้าเขาก็เริ่มคำถามที่ว่า จะออกไปตลาดจริงๆ เหรอ
ตอบมาถามไปพอกล้อมแกล้ม

เพื่อนบอกว่าไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับเวดดิ้งเลย
เราตอบพอที่จะตอบได้ ไม่ใช่จากประสบการณ์หรอก
แต่จากการรู้จักใครต่อใครที่ทำทางด้านนี้ รวมถึง "ทุน" ด้วย
งานนี้เราต้องกลับไปจับมือกับทุนอีกครั้ง
และนี่แหละ ที่ทำให้เราบอกกับตัวเองแต่เนิ่นๆ ว่า
ยังไงก็หนีกันไม่พ้น ตัดกันไม่ขาด
เพราะนอกจากในกลุ่มเพื่อนที่มีกันไม่กี่คน อย่างที่เรารู้สึกแน่นแฟ้น
ก็อาจมีเรื่องงานผลุบโผล่ ที่ยังไงทุนก็ต้องเก่งกว่าเราไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง

คุยกันสักพัก เราขอตัวกลับมาทำกับข้าว
เพื่อนถามยิ้มๆ ว่าถ้าถ่ายภาพเรียกตากล้องคนนี้ได้ตลอดเวลาใช่มั้ย
เราตอบกลับไปแบบจริงใจว่า รอให้เปิดร้านจริงๆ ก่อนค่อยว่ากันอีกที
เราเองก็ทำขนม ทำงานของตัวเองไปพลางๆ นะ แล้วก็ยิ้มหน้าบานกลับไปให้

จากหัวใจที่ซื่สัตย์ต่อตนเองเลยนะ
เราเคยคิดจะร่วมงานกับเพื่อนคนนี้
ในทางนี้แหละ เขาแต่งหน้าทำผมกับน้องเขา
ซึ่งทำได้ดีมาก ส่วนเราก็ถ่ายภาพ กลุ่มลูกค้าก็คือคนที่จะแต่งงาน
แต่มันก็เป็นแค่ความคิดเบาบาง
เพราะเรารู้สึกว่า ไม่อยากเป็นเพื่อนกันเพราะเรื่องงาน
เรารู้สึกว่าไม่จริงใจ แล้วกลัวเขาจะมองเราไปอีกมุม
อยากสร้างมิตรภาพที่เห็นว่าเขามีดี และนิสัยดีจริงๆ

ความคิดนี้เรียบนิ่งไป เพราะเราก็เดินตามเส้นทาง
การเป็นแม่ค้าขนม-เบเกอรี่ไป
ไม่กี่วันนี่เอง เพื่อนปรึกษาเรื่องจะออกไปเปิดร้านใหม่ในย่านตลาด
และอยากทำร้านเวดดิ้งด้วย ทีแรกคิดไว้ว่าจะทำตอนน้องเขาเรียนจบ
มาคิดดูอีกทีทำตอนนี้มันได้เริ่มต้น และเป็นไปเรื่อยๆ
เปิดให้คนรู้จัก เปิดให้ร้านมีชื่อก่อนน่าจะดีกว่า
ซึ่งเราเห็นด้วยมาก พี่ชายเราก็บอกว่าดี
พี่สนับสนุนเพราะจะได้ลูกค้ากลุ่มที่หลากหลายกว่าอยู่ในหมู่บ้าน

ถ้าพูดเรื่องเหตุผลให้ออกไปมีเยอะแยะเลย
แต่เอาแค่นี้พอ

นั่นล่ะ เราก็เลยแวะคุยกับเพื่อนแบบให้เห็นหน้าค่าตา
ไม่ใช่คุยแชทเฟซบุ๊ก เราอยากฟังน้ำเสียง ดูสีหน้า แววตาด้วย
ผ่านช่วงที่เขาถามเราตอบ แชร์กัน
เราเองก็บอกแนวคิดวิธีคิด จัดการความคิดตัวเองอย่างที่เราเองทำอยู่
กลับบ้านมาด้วยความรู้สึกมีพลังมาก
นั่งวางแผนงาน เรียกว่าเป็นการตลาดย่อยๆ ของตัวเองเลยก็ว่าได้
กับการเลือกเป็นแม่ค้าเบเกอรี่แบบนี้ต่อไป

ฮึดมาก ยิ้มให้กับตัวเอง
วันนี้เราเก่งเราเจ๋งสำหรับตัวเราเองก็มากพอแล้ว

พาดพิงไปถึงเพื่อนคนเดิม
เราชอบคนทำงานนะ ชอบมาก
ชอบคนที่ทำงานไม่หยุดอยู่กับที่
พัฒนาและทำให้มันเป็นไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ
และยิ่งเป็นคนทำงานแบบที่คุยด้วยแล้ว
เห็นถึงความคิดดีดี หัวใจดีดีของเขา
ที่เขาเลือกจะซื่อสัตย์กับสิ่งที่เขาทำด้วยตัวเอง
เรายิ่งชอบมาก

เรื่องงานอื่นๆ จะเกี่ยวข้องกันหรือเปล่าก็ค่อยว่ากันอีกที
เพราะยังไงเราก็มีเส้นทางเดินของเราเองอยู่ดี

กลายเป็นว่าวันนี้
เราถ่ายทอดพลังให้เพื่อน
และเพื่อนก็ถ่ายทอดพลังมายังเราด้วย
เขาอาจไม่รู้ตัว แต่อีกไม่นานเขาคงได้รู้

วันนี้รู้สึกชื่นใจนะ
ถึงปัญหาจะอยู่ตรงหน้า
แต่เราเห็นว่ามันมีทางออกให้เราอยู่เสมอ

มาถึงวันนี้ ณ ตอนนี้
เรารักตัวเราเองมากมากมาก..มากเหลือเกิน



ศุกร์ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๖, ๒๑.๑๓ น.


Thursday

day 303 | patawee


13 มิถุนายน 2556 พฤหัสฯ

อ่านนาร์ซิสซัสฯจบแล้ววันนี้เย็นเลยเอาไปฝากพี่เต้ย
คุยไปคุยมาปรากฏว่าพี่ใหญ่ก็จะไปงานศพเย็นนี้
เลยรบกวนพี่เต้ยโดยใช่เหตุไปซะอย่างนั้น

ส่วนเย็นนี้ไปงานคุณแม่พี่สกล พี่บก.ฝ่ายภาพ
ก่อนไปก็ติดรถไปกับพี่ดาว มีพี่ดาว พี่เวช พี่เอ้ยคันนึง
อีกคันนึงพี่ต้น พี่พงศ์ พี่แนน พี่นัทไปรถพี่ต้น
คันเราไปรับซันซันกับน้องอิฐที่ดรงเรียนก่อน
แล้วก็เอาลิงน้อยทั้งสองตัวไปด้วย
แปลกดีที่วันนี้ตอนเล่นเฟสบุ๊คก็เจอข้อความคุณโตมรข้อความนี้พอดี
ช่างเข้ากับสถานการณ์มากๆ


ผมชอบไปงานศพมากกว่างานแต่งงาน

ผมคิดว่างานแต่งงานไม่ค่อย ‘จริง’ กับชีวิตของเราเท่าไหร่ มันเกิดขึ้นเพื่อนาทีนั้นชั่วโมงนั้นเท่านั้น เจ้าสาวที่ไม่เคยสวยก็สวยฉับพลัน เจ้าบ่าวที่ไม่เคยหล่อก็หล่อทันที คนสองคนเกิดรักกันปานจะกลืนกินขึ้นมา ณ นาทีนั้น โดยหลงเลยละลืมกลบฝังเรื่องขัดแย้งทั้งหมดไปในงานแต่งงานชั่วคื

ในงานหนึ่ง ผมเคยเห็นญาติของฝ่ายเจ้าสาวนั่งร้องไห้เงียบๆอยู่ที่มุมห้องจัดเลี้ยง เพราะแม่ของเจ้าสาวไม่ได้รับเชิญขึ้นเวที โทษฐานที่แม่เจ้าสาวดูกะเร้อกะรังเป็นคนบ้านนอก ขณะที่ฝ่ายเจ้าบ่าวเป็นลูกเศรษฐีเชื้อสายจีนที่มีหน้ามีตาอยู่ในกรุงเทพฯ แต่ไม่มีใครสนใจน้ำตาหยดนั้น เพราะทุกคนล้วนมาร่วมแสดงความยินดี และถูกกำกับให้ต้องยิ้มแย้มให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวบนเวทีเท่านั้น เรื่องอื่นไม่เกี่ยว

แต่งานศพไม่ได้เป็นอย่างนั้น งานศพคืองานที่อารมณ์ความรู้สึกพยายามจะแสดงตัวออกมา แต่ตัวเจ้าภาพต้องสะกดกลั้นเอาไว้ มันจึงเป็นงานที่ ‘จริงใจ’ กว่ากันมาก

งานศพที่อยู่ในความทรงจำของผม เป็นงานศพของบิดาผู้ใหญ่ที่เคารพท่านหนึ่ง งานนั้นจัดขึ้นที่วัดแบบพุทธ แต่เมื่อพระสวด (เป็นภาษาไทย ซึ่งไพเราะและกินความเตือนให้เราคิดถึงความตายของตัวเอง) เสร็จสิ้น ผู้ใหญ่ท่านนั้นจัด ‘ปาร์ตี้’ เล็กๆ ร่วมรำลึกถึงบิดาซึ่งชอบเสียงไวโอลิน งานนั้นจึงมีไวโอลินเล่นเพลง Meditation ของ Thais และ Serenade ของชูเบิร์ต พร้อมกับการรำลึกถึงคืนวันในบ้านเก่าริมแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อเนิ่นนานมาแล้ว ครั้งที่ผู้ใหญ่ท่านนั้นยังเป็นเด็ก และมีบิดาเป็นผู้นำเสียงเพลงเหล่านี้เข้ามาในบ้าน

เมื่อไม่นานมานี้ ผมเพิ่งไปงานศพคุณพ่อของรุ่นพี่ที่นับถืออีกท่านหนึ่ง เป็นงานศพตามพิธีแบบคาธอลิกที่เรียบง่าย จัดขึ้นในตอนสายของวันอันวุ่นวายวันหนึ่ง ใจกลางเมืองหลวง พิธีมิสซานั้นไม่ต่างจากพิธีมิสซาอื่น ทว่าสิ่งที่ต่าง ก็คือการพิถีพิถันคัดเลือกเพลงสวด เริ่มตั้งแต่ Pie Jesu ไปจนถึง Nearer, My God, to Thee ซึ่งล้วนมีความหมายลึกซึ้ง

เมื่อยืนอยู่ที่นั่น ผมได้แต่ถามตัวเองว่า เพราะอะไรผมจึงชอบงานศพมากกว่างานแต่งงาน

ผมชอบความตายมากกว่าความสดชื่นรื่นรมย์กระนั้นหรือ?

ผมยังตอบตัวเองไม่ได้ รู้แต่เพียงว่า งานแต่งงานมักทำให้ผมพิศวงสงสัย-ว่าผู้คนมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไ

ขณะที่งานศพมักตักเตือนให้ผมถามตัวเองอยู่เสมอ-ว่าตัวเองต้องการจะตายอย่างไร

แม้จะไม่มีวันรู้คำตอบนั้นได้ก็ตาม



เลิกงานแล้วก็รู้สึกว่าตัดสินใจไม่ผิดที่มา
เพราะนอกจากจะได้มาแสดงความเสียใจกับพี่ผู้ใหญ่
ยังได้สมาคมกับพี่ๆทั้งพี่ที่กองและพี่ๆสารคดี
ก่อนจะต้องจากบ้านหลังนี้ไปในเดือนหน้าแล้ว

วันนี้ระหว่างรอพระสวดอะไรก็ได้คุยเล่นกับพี่แนน พี่พงศ์ พี่นัท ฯลฯ
ได้เล่นกับเด็กๆหลานๆ ได้เจอคนโน้นคนนี้ในสารคดีที่ปกติอาจจะเจอตัวกันยาก
เพราะทำงานกันคนละตึก ก็ถือว่าเป็นมุุมดีๆอีกมุมหนึ่ง

:)

เลิกงานสองทุ่มกว่าติดรถพี่ดาวมาลงริมถนนใหญ่
เจอพี่ปังกับพี่เอพอดี พี่สองคนจะกลับบ้านที่คลองสาน
เห็นเราจะไปบีทีเอสเลยอาสานั่งรถไปเป็นเพื่อน
เราก็ไปลงบีทีเอสกรุงธน นั่งไปสยาม แล้วต่อแท็กซี่ไปสามย่าน
ไปหาพี่ม็อค ใช่, ไปหาพี่ม็อค

นัดกันไว้ตั้งนานแล้ว กว่าจะได้มาเจอกันจริงก็วันนี้
เมื่อวานทีแรกบอกขอเลื่อนไป แต่พี่ม็อคบอกว่าถ้าจะมาจริงๆก็รอได้
เราเลยเลือกวันนี้ให้มันสำเร็จซักที ไม่ต้องผัดผ่อนกันไปอีก
ก็ด้เจอกันหลังจากไม่ได้เจอกันมาหลายปีมาก
แล้วถ้าพูดถึงการคุยกันนานๆ ตัวเป็นๆ นี่ก็น่าจะเป็นครั้งแรกในรอบเจ็ดแปดปี

นานขนาดนั้นเชียวเหรอ ใช่ นานมาก
แต่เจอกันครั้งนี้ก็ยังรู้สึกคุ้นเคยใกล้ชิด
แย่หน่อยที่เจอกันตอนสี่ทุ่มแล้ว พี่ม็อคเมาแล้ว
แล้วเจอกันที่ร้านน่านั่ง ร้านเหล้าแถวสามย่าน
แหล่งโลกีย์ชัดๆ  อะไรๆก็เลยงงๆเบลอๆพอสมควร

ได้คุยกันหลายเรื่อง แบบเค้าเมาๆนั่นแหละ
โดยเฉพาะเรื่องปัญหารักหนักอกที่เป็นปัญหาโลกแตก
เราก็ฟัง ได้แต่ฟัง ทำอะไรไม่ได้
เค้าบอกว่าน้องคนนั้นเหมือนเรา อายุก็เท่าๆกับเราในตอนนั้น
เอ้อ สุดท้ายก็วกกลับมาที่เราจนได้ ซะอย่างงั้น 55
ก็ได้แต่ฟัง แล้วก็ปลอบไป ปลอบไปปลอบมาก็กินวลาไปจนเที่ยงคืน

พี่ม็อคจะไปส่ง เราบอกว่าไม่ต้อง ก็สมควรอยู่ จะไปส่งเราในสภาพนั้นได้ยังไง
เราเรียกแท็กซี่กลับหอ อ้อโทรมาพอดีเลยมีเพื่อนคุยระหว่างทาง
กลับมาถึงหอวันนี้เราพบว่า
เรามีชีวิตที่ดีมากๆ
และเรื่องรักก็เป็นเรื่องยากเสมอ
ที่เราพ้นมันมาได้แล้ว เราดีใจ
ถ้าเป็นไปได้ เราก็ไม่อยากมีหัวใจไว้เพื่อรักใครและผิดหวังอีกเลย


day 303 | rungkarn






ครั้งนี้ล้มตึงของจริงแล้ว
เมื่อคืนก็ระบายออกทางน้ำตาแล้ว
วันนี้พักหนึ่งวัน
พรุ่งนี้หลังจากเสร็จธุระแล้วจะเริ่มต้นและวางแผนใหม่

"นับหนึ่งใหม่"

อดไม่ได้ต้องรู้สึกว่า ใจดีไปก็โดนเอาเปรียบ
ยังไงซะ เราก็ไม่คิดเปลี่ยนแปลงตัวเอง
แค่ทำให้อะไรๆ มันคงเส้นคงวา
พอเหมาะพอดี เราสบายใจ เขาก็ไม่ขุ่นเคือง

"ใจเขาใจเรา"

บางที..สำหรับเรา ความดันทุรังกับความพยายาม
มันกลายเป็นเส้นเกลียวเดียวกันไปซะแล้ว



พฤหัสบดี ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๖, ๑๓.๓๐ น.


Wednesday

day 302 | patawee





“We fear death, we shudder at life's instability, we grieve to see the flowers wilt again and again, and the leaves fall, and in our hearts we know that we, too, are transitory and will soon disappear. When artists create pictures and thinkers search for laws and formulate thoughts, it is in order to salvage something from the great dance of death, to make something last longer than we do.” - Hermann Hesse

 — reading Narcissus and Goldmund.


อ่านนาร์ซิสซัสกับโกสด์มุนดืจบจนได้
หลังจากใช้เวลามาร่วมครึ่งปี ฮ่าๆ
พรุ่งนี้ จะฝากพี่เต้ยไปคืนพี่ใหญ่ ฝากไปให้พี่หนู

พรุ่งนี้มีนัดซ้อน
ตอนแรกกะเลือกแค่นัดเดียว
แต่ถึงขนาดนี้แล้วคงต้องไปทั้งสองงาน

ฝนตกตลอดเวลา

12 มิถุนายน 2556



ปล. วันนี้ฝนตกหนัก ที่ออฟฟิศที่ห้องเราเลยน้ำรั่ว แต่รั่วลงมาเป็นฉี่หนู
ห้องถึงคราววิกฤต พี่จำนงค์ต้องมาดู มันแย่ตรงที่น้ำที่รั่วมันอยู่บนัวหนูนี่สิ !
มีรูปจากพี่พงศ์ถ่ายไว้เป็นหลักฐานด้วย ฮ่า!

day 302 | kunjair





kunjair 

day 302 | rungkarn





-พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก-


แต่เราชอบนะ ชอบชีวิตของตัวเองในแบบนี้
ถึงแม้บางห้วงจะรู้สึกเคว้งคว้างบ้าง
ก็อย่างในประโยคท่านว่าไว้
"สมบูรณ์ด้วยเหตุผล สมบูรณ์ตามเหตุปัจจัยของมันเสมอ"


แล้วเราก็รู้สึกได้ว่า
รสชาติของชีวิตมันจะกลมกล่อมขึ้นเรื่อยๆ
ถ้าเรายอมรับความหวานขมแบบนี้ได้ต่อไป



Tuesday

day 301 | patawee



แอบคิดว่า Ireland นี่ก็น่าไปอยู่เหมือนกันเนอะ 5555




ภาพจาก University College Cork

day 301 | rungkarn



บางคำพูดดูดีมาก และ "เคย" ทำให้รู้สึกดีมาก
และบางคำพูดที่ดูดีมากแบบนั้น
วันนี้กลับทำให้รู้สึกแค่ "จี๊ด" เล็กๆ

ไม่ได้รู้สึกดีตามไปด้วยเลยแม้แต่นิดเดียว
---จะพูดทำไม ในเมื่อบางอย่างก็ทำอย่างที่เคยพูดไว้ไม่ได้---

เราเลยยืนหยัดอยู่บนลำแข้งตัวเอง
ถึงจะรู้สึกเคว้งคว้างมาก
แต่ก็ดีกว่าจะต้องรู้สึกเจ็บแสบกับแผลเดิมๆ


Monday

day 300 | patawee



day 300 แล้ว :)

ตรวจปรูฟหัวหิน
เขียนต้นฉบับบทซื้อของฝาก

งานค่อยๆเดิน
แม้จะช้าบ้าง แต่ว่าเสร็จแน่นอน

ดูละครย้อนหลัง
แอบหลงรักคุณชายเล็กแล้ว
สร้อยฟ้าด้วย 55


day 300 | kunjair




she will be fine. 




kunjair


day 300 | rungkarn



หลายสิ่งหลายอย่าง
เบาบางเกินกว่าจะเข้าใจหรือจับต้องได้
แต่การมีอยู่ รู้สึกสัมผัส
นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้สิ่งๆ นั้น
ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง เป็นความจริงที่ทำให้คนเรา
พึงใจบนความพอ ในความรักที่หล่อหลอมเข้าด้วยกัน


จันทร์ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๖, ๐๗.๕๔ น.




...

บ่ายสามโมง สิบเจ็ดนาที

อ่านดวงรายสัปดาห์จากไพ่ยิปซี ของสัปดาห์นี้แล้วชื่นมื่น
อดไม่ได้ต้องเอามาแปะไว้

ราศีเมษ Aries (13 เม.ย. - 13 พ.ค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Six of Pentacles
การหมุนเงินได้ดังประสงค์ การใช้เครดิต เป็นเจ้าหนี้หรือลูกหนี้
มีผู้เข้ามาช่วยเหลือหรือช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเต็มใจ การทำธุรกรรมต่าง ๆ ราบรื่น

ความรัก ความสัมพันธ์ Queen of Wands 
การพึ่งตัวเอง และจัดการกับความสัมพันธ์เหมือนธุรกิจการงานชนิดหนึ่ง 
ใช้ทั้งสมอง ใช้ทั้งหัวใจ แต่ที่แน่ ๆ คือ คุณจะไม่อ่อนแออีกแล้ว

สถานการณ์การเงิน The Hermit
สถานการณ์ทั่วไปถือว่ารายได้ค่อนข้างซบเซา เหงาเงียบ
มีค่าใช้จ่ายเงินกับการศึกษาหรือการเดินทาง
แต่จะนำคุณไปสู่ชีวิตที่ได้คำตอบบางอย่าง

ธุรกิจ การงาน The World 
ธุรกิจในครอบครัวมีความมั่นคงมาก ทุกอย่างเป็นไปราบรื่นดี 
ดังเคยบอกไว้ว่า ไพ่ใบนี้แสดงถึงชีวิตที่มีวงจรซึ่งดูเหมือนไม่มีอะไรก้าวหน้าหวือหวา 
แต่นั่นอาจเป็นความสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะพึงได้

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Queen of Pentacles
การเงินที่สำคัญ แหล่งทุนที่มีอำนาจในการตัดสินใจ
หรือบุคคลที่ถือเงินของคุณอยู่ มักหมายถึงเจ้านายหรือผู้มีตำแหน่งสูงกว่า
ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นต่อกัน จะเป็นคราวลำบากของคุณ


คำแนะนำพิเศษ Knight of Cups
อย่าด่วนกระโจนเข้าใส่อะไร ๆ ที่แค่เริ่มต้นเท่านั้น ยังไม่รู้หัวรู้ก้อย
รอบคอบให้มากกับข่าวดีต่าง ๆ ที่มีเข้ามา
แยกแยะด้วยสติและใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจให้มาก



Sunday

day 299 | patawee



9 JUN 2013 ::

ยังคงเน้นกิน เที่ยว ช็อป
อ้อ วันนี้มีเพิ่มดูละครย้อนหลังเข้ามาด้วย
เมื่อคืนดูถึงตีสี่ วันนี้ดูจนลืมตากผ้าแล้วก็เลยเถิดดูมาจนบ่ายเย็น

ที่จริงวันนี้ ตอนนี้ มีอะไรให้ทำเยอะแยะไปหมดเลย
แต่ก็ยังผัดผ่อน เอ้อระเหย ไปโน่นนี่ ใช้จ่ายเยอะแยะ
เออ ไม่เข้าใจตัวเองเลย

นี่มหาลัยที่อยากเรียนก็ admission suspended ทั้งระดับโทและเอก
แล้วดันเป็น 1 ใน 2 ที่ที่มีให้เรียนคติชนควบโทเอกได้
เจริญจริงๆ มหาลัยอื่นก็ยังไม่ได้หาข้อมูลอะไรเลย เดดไลน์เมื่อไหร่จะได้เตรียมตัวถูก

เรื่อง TOEFL GRE ที่กำลังจะต้องสอบก็ไม่สนใจไยดี
แล้วจะต้องสอบใหม่อีกกี่ครั้งกี่หน

เรื่องงานที่ทำงานก็ยังเคลียร์ไม่เสร็จและไม่มีทีท่าว่าจะเสร็จ
คือเหลือเวลาอีกเดือนเดียว กับต้นฉบับอีกปึกใหญ่ที่ยังเป็นกระดาษเปล่าอยู่เลย

เรื่องหอ เรื่องกลับบ้าน เรื่องไปพิษณุโลกเซ็นสัญญา
เรื่องตรวจร่างกาย เรื่องอนุมัติหลักสูตร
ที่สำคัญ เรื่องค่าใช้จ่ายที่บานปลายออกไปเรื่อยๆ

อะไรอีกล่ะ

แล้วทำอะไรอยู่ เจริญจริงๆ !! ><

Saturday

day 298 | patawee



ไปช็อปปิ้งเครื่องเขียนที่นานมี
เจอะหนังสือภาพเขียนพู่กันจีนเล่มจิ๋วราคาหนึ่งร้อยบาทถ้วน
เลิฟมากเพราะมีแต่ภาพล้วน ๆ แถมพิมพ์สี่สีทั้งเล่ม
(แล้วแต่ละหน้าฉีกออกมาเป็นโปสการ์ดได้ด้วยนะ) 






Friday

day 297 | patawee



วันแต่ละวันช่างผ่านไปคล้ายๆกัน
เลื่อนลอย ไร้ความหมาย
เป็นมาสักพักแล้ว
เป็นอะไรเนี่ย

ที่สำคัญ ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายอย่างไร้เหตุผล
นี่ซื้อโน่นนี่ช็อปปิ้งบ้าบอไปเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่แล้วเดือนนี้

ไม่ไหวจะเคลียร์

day 297 | rungkarn



มีคำพูดนึงวนเวียนอยู่บ้าง
ได้ยินมาเมื่อสัปดาห์ก่อน
แต่ไม่ได้ติดใจในทางที่ทำให้รู้่สึกแย่
แค่เหมือน..เราต้องทบทวนเพื่อให้ได้รู้จักตัวเองมากขึ้น
แม้คนอื่นจะไม่ได้รู้จักเราเลยก็ตาม

เราก็ย้ำกับตัวเองว่า
ถ้าวันนี้ไม่ใช่เราในวัยยี่สิบหก
ไม่ใช่วัยที่เพิ่งผ่านช่วงที่เขาเรียกว่าวัยรุ่นตอนปลาย
ไม่ใช่วัยที่ยังคงมีฝันมีไฟแบบนี้
เราคิดว่าตัวเองก็ยังคงเลือกทำในบางอย่าง
และอยากทำให้มันพัฒนาอยู่เรื่อยๆ

มันก็เหมือนเราต้องตบขาตัวเองให้เดิน
ออกไปรับรู้่เรื่องใหม่สิ่งใหม่บ้าง
แล้วเอามาปะติดปะต่อ ต่อยอดให้ได้
กับงานที่มีอยู่ในมือ

แต่การมองเห็นของคนอื่น
เป็นไปในแบบ เราหยุดอยู่ตรงนี้
แล้วมันก็เป็นคำพูดจากคนที่เรารู้ดีว่า
ไม่ได้มีหัวใจหวังร้ายอะไรเลย

เราไม่ได้โทษตัวเองเช่นกัน
ที่ทำให้คนอื่นมองเห็นเราแบบนั้น
แต่เราก็คงไม่ตะเกียกตะกายไปอธิบายให้คนอื่นเข้าใจว่า
เรากำลังทำอะไรอยู่ คิดอะไร และจะพัฒนาไปอย่างไหนต่อ

ชีวิตมันก็มีเหลี่ยมมีมุมด้วยกันทั้งนั้น
ไม่มีใครเห็นเรายี่สิบสี่ชั่วโมง
นั่นจึงเป็นอีกเรื่องที่เราต้องหนักแน่น มั่นคง และตกลงกับตัวเองให้ดี

คนอื่นมองไม่เห็นหัวใจเรา ไม่เป็นไร
มองไม่เห็นเวลาเราเหนื่อยแสนสาหัส
มองไม่เห็นน้ำตาเวลาเราเศร้าและท้อ
มองไม่เห็นความรู้สึกในยามโดดเดี่ยวต้องการหาหลักพิง(บ้าง)

ข้างบนนั้นไม่สำคัญ

สำคัญแค่สุดท้าย มองเห็นเนื้องาน ผลงาน
และสิ่งที่เราอยากให้่เห็นด้วยตาเท่านั้นก็พอ



ศุกร์ ๐๗ มิถุนายน ๒๕๕๖, ๑๖.๒๐ น.



"..แม้สุดท้ายจะเหลือเพียงฝัน
หรือจะเป็นอย่างไรก็ตาม.."



day 297 | kunjair


แม่ผ่าตัดบ่ายนี้
มีคนถามว่าทำไมไม่หยุดไปดูแม่
เราคิดว่ามันไม่จำเป็น
ไปทำงานแก้โรคฟุ้งซ่านน่าจะดีที่สุด




kunjair

Thursday

day 296 | patawee



ทุกคนมีปัญหากันมากมาย
เรื่องการเซ็นสัญญากับต้นสังกัด
เพราะเวลาเรียนป.เอกที่ให้ ๓ ปีนั้นน้อยเกินไป
ส่วนเรายังไงก็ได้
เอาตัวรอดไปตามสถานการณ์

ถ้ามีคนทำได้อย่างน้อยสักหนึ่งคน
เราว่า
เราเองก็ทำได้เช่นกัน


Wednesday

day 295 | rungkarn



ตื่นเช้ามาปวดหัวนิดหน่อย
แต่โล่งอกที่หายพะอืดพะอม ไม่ปวดท้อง
ช่วงสุดท้ายของเรื่องเล่าเช้านี้ พี่น้องสินเจริญมาเล่นมาร้องเพลงให้ฟัง
พร้อมพูดถึงคอนเสิร์ตเล็กๆ ที่จะถึง

เรารักครอบครัวสินเจริญ
คงเหมือนกับอีกหลายคนรักครอบครับนี้
ทีแรกติดตามแค่สามพี่น้องกับดูรายการของเขา
มันสะสมเป็นการเล่าการพูดถึงของคนอื่นมายังบ้านนี้
จนได้ตามดูคอนเสิร์ต(แบบแผ่น)นั่นล่ะ ถึงรวมได้เป็นครอบครัว
ตอนสินเจริญเชิญแขกดูแล้วก็รู้สึกดี
ผู้ชมที่ไปเข้าคอนเสิร์ตนั้น มีรุ่นใหญ่เยอะมาก

นี่คงเป็นอีกเหตุผลว่าทำไมเราถึงรัก
เพราะแม้แต่รุ่นพ่อรุ่นแม่หรือรุ่นยายหลายคน
ยังรักครอบครัวนี้เลย


ทำกับข้าวมื้อเที่ยงไว้เสร็จ
มาเปิดคอมลงรูปและดูที่บล็อกเพลิน คุยกับแจได้นิดหน่อย
มองเห็นเพื่อนบางคนในเฟซบุ๊ก
เพื่อนตอนมอต้น ที่เคยทำให้หัวใจเราไหวๆ
เคยมีช่วงเวลาดีๆ ด้วยกัน แล้วมันก็ผ่านไป

โลกออนไลน์มันแคบแบบนี้สินะ
ถึงทำให้คนหลายคนมามองมาเห็นมาคุยกันอีกทีได้
แม้จะผ่านไปนานหลายปีแล้วก็ตาม

แต่โลกออนไลน์แบบนี้มันก็ซับซ้อน
เกินกว่าจะเชื่อในสิ่งที่เห็นและรับรู้ได้เพียงเท่านี้จริงๆ



พุธ ๐๕ มิถุนายน ๒๕๕๖, ๑๔.๓๗ น.



day 295 | patawee




กิโลเมตรที่ ๔๒ ถนนสายจอมทอง-ดอยอินทนนท์

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!



AMAZING

ฉันรักโลกนี้ > <


# รู้ข่าวช้า แต่ว่าก็รู้แล้วนะ แล้วก็ดีใจมากเลย โฮฮฮ
# ๕ มิถุนา ๕๖ ฝนตกตอนเย็นๆ

Tuesday

day 294 | rungkarn




๐๔ มิถุนายน ๒๕๕๖, ๒๑.๔๖ น.



เราไม่เข้าใจความเจ็บป่วยซ้ำซ้อนแบบนี้เลย
ไม่มีอะไรดี ถ้าจะทำอะไรทีก็ต้องติดขัดไปหมด
เอาเหอะนะ ถ้าจะเป็นอะไรขึ้นมาอีก ขอให้เป็นซะให้ครบในปีนี้เ
เต็มใจอ้าแขนรับรออยู่แล้ว

และจะได้ทำอะไรให้มันมั่นคงซะที
เบื่อเต็มทนแล้ว


day 294 | patawee



โลกนี้มันกลมจริงๆ จู่ๆคนนี้ก็รู้จักกับคนโน้น จู่ๆคนโน้นก็เป็นเพื่อนสนิทกับคนนี้ จู่ๆคนตรงหน้าก็เป็นคนที่เราเคยรู้จัก ฯลฯ six degrees of separation นี่มันมีจริงใช่มั้ย


ปฐมนิเทศเสร็จแล้ว
ดีใจจุง

Monday

day 293 | kunjair


ฉันเป็นคนเมืองเต็มขั้น

ทำงานในตึกสูงระฟ้า
ผูกติดรถไฟฟ้าและรถแท็กซี่
กินข้าวกล่องราคาสี่สิบบาท
นิยมเข้าร้านกาแฟหรู
ทำผมครั้งละหลายพัน
เป็นนกฮูกนั่งหน้าคอมจนสว่าง
วันหยุดตื่นเวลาเที่ยง
ผ่อนค่าโทรศัพท์เดือนละสองพันหก
ซื้อรองเท้าเดือนละคู่
พิสมัยบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างหัวละหลายร้อย
มีชีวิตอยู่กับ 3g และ wifi


ฉันเกิดมาเป็นคนเมืองอย่างเต็มขั้น
การเป็นคนเมืองอย่างฉันมันผิดตรงไหน
ทำไมจึงเน้นย้ำกันจังว่าอย่างเธอดีอย่างฉันไม่ใช่
โปรดจงทำความเข้าใจและเคารพในสิทธิที่พึงมี


แม้สังคมที่อยู่จะไม่น่ารำพึงรำพันเท่าไหร่นัก
แต่ฉันก็ภูมิใจในกรอบความคิดอิสระ
ที่การเป็นคนเมืองเต็มขั้นหยิบยื่นให้ฉันมา


เพราะฉันเป็นคนเมืองเต็มขั้น




kunjair






day 293 | patawee



orientation วันที่สอง
เหนื่อยแทบตาย
ไม่ได้เหนื่อยตอนนั่งฟัง
แต่เหนื่อยตอนร้องเล่นเต้นและแสดงละครนี่แหละฮ่ะ
ป้าแก่แล้ว อย่าอะไรกับป้าเยอะเลยย 5555


day 293 | rungkarn



เล่นเน็ตอีกที เปิดเฟซบุ๊ก
รับรู้ข่าวดีของเพื่อนคนหนึ่งใกล้ๆ เรื่องงาน
ยินดีและดีใจด้วย

รันดูเีื่รื่้องเก่าๆ ได้สักพัก ก็คุยกับรุ่นน้อง
ที่เคยสนิทกันตอนเรียนปีสุดท้าย
คนนี้ก็มีข่าวดีที่ว่ามีบ้านเป็นของตัวเองแล้ว
อดไม่ได้ที่จะบอกให้ปลูกต้นไม้นั่นนะนี่นะ
ยินดีและดีใจด้วย

และอื่นๆ

นอกจากการเห็นและการรู้สึกรับรู้
เราก็ปวดตามาก ฮ่าๆ



ดูเหมือนว่าทุกคนต่างมีย่างก้าวในชีวิตด้วยกันทั้งนั้น
แต่ละก้าวแม้่เราจะมองไม่เห็นว่าจะสั้นหรือยาว
ก็เชื่อว่าเป็นการก้าวไปข้างหน้าอยู่ดี

เล่นเน็ตจริงจังในรอบหนึ่งเดือนเห็นจะได้
ความรู้สึกตื่นเต้นและพลังหลอมรวมให้หัวใจเต้นเร็วอีกครั้ง
ตรงกันข้าม เรากลับชอบความรู้สึกสงบ
ของการตื่นเช้า ทำขนม ทำกับข้าว อ่านหนังสือ เขียนหนังสือ
พูดคุยกับพี่คนหนึ่งเรื่องค้าขายวันละนิดวันละหน่อย
ไปซื้อลูกชิ้น กินน้ำแคนตาลูปปั่น อยู่ในครัว
นั่งดูต้นไม้ดอกไม้ ถอนหญ้าวันละหน่อย
ในใจคิดถึงงานเกษตรภาคใต้ที่จะมีตอนเดือนสิงหานี้
เราจะหาต้นอะไรมาเพิ่มอีกนะ :)

โลกมันก็มีให้เราเลือกอยู่แบบนี้นี่เอง



จันทร์ ๐๓ มิถุนายน ๒๕๕๖, ๑๖.๔๒ น.



Sunday

day 292 | patawee


at royal hill golf resort and spa
for pre departure orientation
many scholars here.

Saturday

day 291 | patawee



ขอให้พรุ่งนี้
มะรืนนี้
และพรุ่งนี้ของมะรืนนี้เป็นวันที่ดี

และจำไว้ว่า
ความกลัว
ไม่ใช่อะไรอื่น
นอกจากสิ่งที่เราจินตนาการขึ้นมาเอง

เปลี่ยนตัวเองซะ
พรุ่งนี้ยังไม่สาย

day 291 | kunjair


กดเอาเครื่องหมายถูกหน้าคำว่า show in news feed ออกแล้ว
เพราะถ้าได้เห็นอะไรที่มันขัดตาขัดใจจากเธออีกฉันคงจะรู้สึกแย่มากกว่านี้
แล้วยิ่งได้เห็นเพื่อนคนหนึ่งที่เราชื่นชมไปกดเห็นด้วยกับความคิดอย่างเธอ
ฉันอาจจะมีความรู้สึกหมางเมินกับเพื่อนคนหนึ่งคนนั้นไปมากกว่านี้ด้วย


มันเจ็บอยู่ลึกๆ แต่ก็ต้องแสร้งว่าฉันโอเคดีกับการถูกปฏิเสธกับสิ่งต่างๆ
ใครมันจะบ้าโอเคไปทุกสถานการณ์เล่า!!!




kunjair

Friday

day 290 | patawee



ตรวจร่างกายขนานใหญ่
ที่ศิริราช

เห็นเลยว่าคนของรัฐ
กับประชาชนที่ไม่มีสิทธิอะไร
ถูกปฏิบัติต่างกันอย่างมาก

แล้วศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์
ของความเป็นประชาชนคนไทยล่ะ
ไม่เท่ากันอย่างนั้นหรือ

day 290 | kunjair


ความเกรงใจเป็นสมบัติของผู้ดี
ลองดูสิทุกคนก็มีหัวใจ
เกิดเป็นคนถ้าหากไม่เกรงใจใคร
คนนั้นไซร้ไร้คุณธรรมประจำตน




kunjair

Thursday

day 289 | patawee






จู่ๆก็คิดถึงเพลงนี้

วันนี้ตอนบ่ายประชุม
ยื่นใบลาออกแล้ว

รักพี่ดำจริงๆ


Wednesday

day 288 | patawee



๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๖

ข้าพเจ้าคงเป็นคนหัวอ่อนกระมัง
ข้าพเจ้าจึงยอมปล่อยผ่านทุกสิ่งทุกอย่างไป
ทั้งๆที่รู้ว่าไม่ใช่ ไม่เหมาะ ไม่ควร

เถอะ
ข้าพเจ้าจะปรับปรุงตัว

ปล. เพื่อนบอกว่า
โดยเนื้อแท้แล้วข้าพเจ้าเป็นคนอ่อนโยน
แต่สภาพแวดล้อมรอบตัวเปลี่ยนข้าพเจ้าให้กลายเป็นคนแข็งกระด้าง
ข้าพเจ้าควรทิ้งสิ่งนี้ - บุคลิกภาพเช่นนี้ไว้ที่นี่ก่อนจากไปด้วย


*กินเอ็มเคโกลด์ สตาร์บัค กับพี่ๆ จนบ่ายแก่ 
*สมัครสอบโทเฟลแล้ว 13 jul 13 ลองสนามไปก่อน
*ออกไปเจอก้อยที่ดิจิตอลเกทเวย์ เอาของคืนให้ จ่ายตังคืน และเดินเล่น

day 288 | kunjair


บางคนเป็นแรงผลักแบบมีความคิดสร้างสรรค์
ในขณะที่บางคนเป็นแรงผลักที่ถูกเคลือบแฝง
ไปด้วยความชิงชัง




kunjair

Tuesday

day 287 | patawee



หลังจากแม่กลับไปหนึ่งวัน
จดหมายจากต้นสังกัดก็ส่งมา
แจ้งว่าให้ไปทำสัญญาได้ !!!?E#$%$$!?!

แม่โอนเงินที่ยายให้เข้าบัญชีมาให้
ยายยังคงเป็นยายที่โลกทั้งใบมีแต่ลูกๆหลานๆ

ตอนเย็นไปซื้อของใช้ในบ้าน
พี่ๆที่กองฝากซื้อของหลายอย่างมาก
ปวดหัว คนเยอะมาก
คนมาจับจ่ายใช้สอย(ของที่ไม่ค่อยจำเป็น)กันมากเหลือเกิน


Monday

day 286 | patawee



:: 27 MAY 2013 ::

วันเกิดพ่อ
วันที่แม่เดินทางกลับบ้าน
วันที่เราไปเอาหนังสือตรวจสุขภาพที่ กพ.แต่เช้า
วันที่เรานั่งแท็กซี่สามครั้ง
จากบ้านเอฟไปกพ. จากกพ.ไปบ้านน้า จากวัดเสมียนมาหอ
วันที่เราได้รับรู้ปัญหาวุ่นวายในครอบครัวของญาติพี่น้อง
วันที่เราตระหนักว่าเราโชคดีเหลือเกินที่เกิดมาในครอบครัว
ที่รายล้อมไปด้วยความรักของพ่อและแม่
และเราก็ไม่ต้องการอะไรอีก


day 287 | rungkarn



๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๖, ๒๒.๒๗ น.



บางทีเราก็แค่มีหน้าที่ทำอะไรๆ ให้มันดีขึ้น
ใครไม่คิดไม่ทำ ก็ช่างหัวเขา
อย่าไปมองอย่าไปคิดอย่าไปจำ อย่าเอามาใส่ใจ.



Sunday

day 285 | patawee



Live From Saima :D





26 MAY 2013

Saturday

day 284 | patawee



ไปหาแม่ที่บ้านยาย
กลับมานอนที่หอ
ระหว่างรอเปลี่ยนรถก็ช็อปปิ้งไปพลางๆ
แต่พลางๆที่ว่านี่ก็หมดไปหลายอยู่
เหมือนเด็กเก็บกดเลย ไม่ได้ช็อปมานาน

ช่วงนี้
มีความสุขดีตามอัตภาพ
อะไรๆกำลังดำเนินไปข้างหน้า
เราไม่เสียใจต่ออะไรๆเท่าไหร่แล้ว
นี่คงเป็นสัญญาณที่ดีของการเริ่มต้น

Friday

day 283 | patawee


24 พฤษภาคม 2556


• ปิดทริประยอง จันท์ ตราด แล้ว : )
• กลับมาใช้ชีวิตปกติสุขเหมือนเดิม
กิน นอน เที่ยว เล่น เป็นชาวบางกอกเกี้ยนอีกหนึ่งเดือน
• แล้วจะกลับไปอยู่โฮมสวีทโฮมเป็นสาวโรงงานบ้านไร่แล้ว






บอกใครต่อใครว่า
อยากเจอก่อนกลับไปอยู่บ้านก็นัดมาได้เลย

แต่คนที่เราอยากเจอมากที่สุด ก่อนจะต้องจาก
จะมีโอกาสได้เจอหรือเปล่า
เป็นคำถามที่เราไม่กล้าค้นหาคำตอบเลย

day 283 | kunjair


เราต่างมีเวลาเท่ากัน
ที่ต่างคือการจัดสรรแบ่งปัน
และปัจจัยที่สำคัญอยู่ที่ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ตนมี




kunjair

Thursday

day 282 | patawee



วันนี้
ที่ปากแม่น้ำเวฬุ (ออกเสียงว่า เวน) จ.จันทบุรี

เป็นชุมชนที่น่าศึกษาไม่น้อย
โดยเฉพาะหมู่บ้านไร้แผ่นดิน
ที่คนมาเที่ยว ไม่ควรมองพวกเขาเป็นแค่หมู่บ้านที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น
คือต้องสัญจรทางน้ำเพียงทางเดียว ไม่มีถนนให้สัญจร
แต่ควรมองที่ความเป็นหมู่บ้านที่ไร้แผ่นดินอย่างแท้จริง
ถูกไล่ที่ จำกัดที่อยู่อาศัย ไม่มีโฉนดที่ดินใดๆให้ต่อรองกับรัฐได้
ทั้งๆที่ที่อยู่นี้ก็อยู่อาศัยกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ

พาให้นึกถึงคำถามของชาวปกากะญอกลุ่มหนึ่งในพื้นที่ป่าสงวน
ที่ถามรัฐ ในวันที่รัฐบอกว่าพืนที่ที่พวกเขาอยู๋อาศัยเป็นพื้นที่ป่าสงวน
พวกเขาสมควรย้ายถิ่นฐานออกไป
ว่า แล้วพวกเขาไม่ใช่ส่วนหนึ่งที่ควรได้รับการปกป้องในฐานะสิ่งมีชีวิตในป่าสงวนหรือ
ในเมื่อที่นี่ก็คือบ้านของเขา คือชีวิตทั้งชีวิต
ไม่ต่างจากที่ป่าหรืสัตว์นานาใช้พื้นที่ป่าเป็นบ้าน และรัฐก็คุ้มครองพวกมัน
เป็นคำถามที่น่าคิดจริงๆ

...

งานวันนี้ผ่านไปได้ด้วยดี
นอกจากไปหมู่บ้านไร้แผ่นดิน เราก็ไปดูฟาร์มหอยนางรม ไปดูทะเลแหวกเมืองจันท์
แล้วก็ไปดูวิถีชีวิตของผู้คนในบริเวณปากแม่น้ำ เป็นภาพวิถีที่งดงามไม่น้อย

ผ่านไปด้วยดีจริงๆ
ถึงตอนเช้าฝนจะตกหนักและเราคิดว่าคงล่มแทนจะรอดกันแล้ว

23 พฤษภาคม 2556

Wednesday

day 281 | patawee



22 พฤษภาคม 2556

วันนี้ครึ่งเช้ายังเที่ยวเล่นอยู่โซนประแสร์ อ.แกลง จ.ระยอง
ตอนเช้ากินกันอย่างอิ่มหมีพีมัน อร่อยไม่รู้ลืม :P



ตอนบ่ายเดินทางเข้าตราด
แล้ววกกลับเข้าไปจันท์ ไปติดต่อเรื่องการท่องเที่ยวปากแม่น้ำเวฬุ
วันนี้ยังลงเรือไม่ได้ จึงทำได้แค่เดินเทรป่าชายเลนรอ
ชอบป่าชายเลนมาก เรากับพี่แนนเล่นกันสนุกเลย
โดยเฉพาะการเก็บฝักโกงกางและช่วยปลูกมันโดยการทิ่มลงดิน


day 282 | rungkarn



๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๖, ๑๔.๐๑ น.



นั่งอยู่ในมหาลัย เป็นวันที่แอมเริ่มก้าวแรกของการเป็นนักศึกษา
ไม่รู้สึกใจหาย คงเป็นความคุ้นชินไปเสียแล้ว
ที่ตอนมอปลาย และช่วงเวลาที่เรากลับมาอยู่บ้านเกือบจะครบสองปีแบบนี้
แอมก็เป็นเด็กหออยู่แล้วเช่นกัน

เพียงแต่เราเพิ่งมายอมรับเอาเวลานี้
ว่าเราเป็นสาวอารมณ์อ่อนไหวตัวจริง อย่างที่แจเคยบอกให้เรารู้ตัว
สิ่งรายล้อมเล็กน้อยทำให้คนช่างรู้สึกเป็นไปกับสิ่งนั้นได้

บางเรื่องราวที่เข้ามาและผ่านเลยไป
อดไม่ได้ที่จะทำให้คนช่างประทับใจอย่างเราไม่อยากลืม
บางครั้งรู้สึกรำคาญอยู่เหมือนกันที่เป็นคนแบบนี้
อยู่กันไปนานๆ อีกใจก็ระลึกได้ว่า จะช่างอะไรก็แล้วแต่
ขอให้เรามีปุ่มปิดความรู้สึกทั้งหลายของตัวเองให้ได้ก็พอ

มาวันนี้ปุ่มนี้ทำงานได้ดีขึ้น
รู้สึกแค่ชั่วขณะ ก็ปล่อยให้พัดไปกับลม
ปล่อยทิ้งให้มันร่วงหล่นไปเกาะบนยอดหญ้า
ก็ยังเป็นสาวช่างอ่อนไหวคนเดิม แต่หัวใจเบาลงเยอะเลย


Tuesday

day 280 | patawee



ยี่สิบเอ็ด
พฤษภาคม
สองห้าห้าหก

วันเกิดแม่
เราอยู่ที่ประแสร์
เดินทุ่งโปรงทอง
สวยมากๆ
รอบตัวเป็นสีทอง เหลืองอร่ามจริงๆ

Monday

day 279 | patawee



20 พค 56
อยู่ระยอง
เดินถนนยมจินดา
น่ารักดีนะ
พรุ่งนี้ไปเก็บภาพแสงเช้า
และตักบาตร :)

Sunday

day 278 | kunjair


ไปโรงพยาบาล
หมอบอกว่าแม่เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่
เตรียมใจมาดีแล้วเลยไม่ได้ตกใจหรือสติหลุด
หมอให้แม่แอดมิทนอนโรงพยาบาลดูอาการหนึ่งคืน


หลังจากส่องกล้อง เอ็กซ์เรย์ ตรวจเลือดและวัดคลื่นหัวใจ
หมอบอกว่าอาการน่าจะอยู่ในขั้นที่สอง
ซึ่งยังสามารถรักษาให้หายได้โดยการผ่าตัดและให้ยา
แต่ค่าใช้จ่ายก็สูงพอตัวอยู่เหมือนกัน


เริ่มคิดเรื่องเรียนต่อว่าจะไปดีหรือไม่ดี
ค่าใช้จ่ายมันเยอะและด้วยอะไรหลายๆ อย่าง
แต่สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราก็คงเลือกที่จะไปอยู่ดี 
เพราะเราได้ตัดสินใจไว้ก่อนแล้ว
และมันก็สมควรจะเป็นไปในทิศทางนี้


แม่คงรู้ว่าเราเริ่มสองจิตสองใจ
เลยหันมาย้ำอีกรอบว่าไปเรียนเถอะ
เพราะเคยบอกเราแล้วว่าถ้าอยากเรียนก็จะให้ไป


คุยกับแม่ยังไม่เหนื่อยเท่าคุยกับป้าเลย
ดีใจที่แม่เข้าใจ




kunjair



day 278 | patawee



กรุงเทพฯที่ฉันจะหวนหาอาลัย
ไม่ใช่กรุงเทพฯเมืองแฟชั่น
กรุงเทพฯมหานครแห่งการอ่าน
กรุงเทพฯที่เต็มไปด้วยตึกสูงและห้างสรรพสินค้า
แต่คือกรุงเทพฯที่ชื่อบ้านนามเมืองยังมีคำว่า
ตรอก ประตู คู คลอง แพร่ง ฯลฯ
มีคนน่ารักๆให้คุยด้วย
มีบ้านสวยๆให้เดินชม
มีต้นไม้ให้ร่มตลอดทาง

















๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๖ อาทิตย์

ชอบวันนี้มาก เพราะ
๑. ฝนตกพรำๆแต่เช้า อากาศเย็นสบาย
๒.ได้ไปเดินเล่น ถ่ายรูป ยังที่ที่เคยมีความทรงจำดีๆซุกซ่อนอยู่
พระนครยังเป็นเขตเมืองเก่าที่เรารัก
๓.อ่านดอกไม้นอกสวนจนจบ อิ่มเอมใจมาก รักหนังสือเล่มนี้มากๆ
เป็นหนังสือที่อ่อนละมุนนิ่มละไม มีกลิ่นหอมออกมาจากทุกบรรทัดที่ได้อ่าน
๔.เขียนบทความได้หนึ่งเรื่อง เดี๋ยวจะอัพเดทไว้ที่บล็อกเพลินเพลิน
(ดีใจที่สุด นี่เราไม่ได้เขียนงานส่วนตัวมานานเท่าไหร่แล้ว)
๕.จัดตารางชีวิตให้ตัวเองได้ดีพอสมควร
ทั้งเรื่องเตรียมตัวเรียน เรื่องค่าใช้จ่าย เรื่องการจัดการหลายๆเรื่อง
รวมทั้งเรื่องทีี่จะไปทริปห้าวันในวันพรุ่งนี้แล้วด้วย :)



Saturday

day 278 | rungkarn



๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๖, ๒๓.๐๙ น.



มีเรื่องเก่าๆ ไหลผ่านสมองบ้างเป็นบางห้วง
แต่ไม่ได้รู้สึกต่อมันมากนัก
เหมือนเราเดินอยู่ แล้วมีลมพัดผ่าน
รับรู้แค่ผิวสัมผัส ไม่ได้กระทบถึงใจ

เรื่องร้อนรนก็กลายเป็นนิ่งเรียบ
มีหลายคนนัก บอกว่าเวลาไม่เคยช่วยอะไรหรอก
มันก็เป็นอย่างนั้นเอง

เวลาอยู่ของมันอย่างนั้นก็จริง
เวลาไม่เคยมารับรู้ร้อนหนาวถึงเรื่องชีวิตหรือหัวใจคนเราหรอก
เป็นเราเองที่เลือกช่วยเหลือตัวเอง
ไม่ทำร้าย ไม่ซ้ำเติม ไม่เฉียดใกล้สิ่งเดิม ทางเดิม คนแบบเดิมๆ ก็พอ


อาการทางกายดีขึ้นแล้ว
วันก่อนปวดหลังก็มาคลายลง
วันนี้วิ่งไล่น้องคุณนิดหน่อย ซนด้วยกัน
กลับกลายเป็นว่าก่อนนอนแบบนี้ปวดท้องขึ้นมาตื้อๆ


ถึงจะมีเรื่องที่น่าจะเกี่ยวข้องกับหัวใจ ผ่านวนเข้ามาให้คิดบ้าง
แต่ก็แค่ชั่วครู่ พื้นที่สมองส่วนใหญ่อยู่ที่เรื่องทำมาหากิน
จะพัฒนาเรื่องในมือของตัวเองต่อยังไงดี
ฮึ่ม อยากมีที่ปรึกษาขึ้นมาบ้างซะแล้ว เฮ่อ

ไม่ต้องตัวโตนักหรอก ขอแค่มีหัวใจ มีน้ำใจ
เต็มใจแบ่งปันให้กันก็พอ


day 277 | patawee




18 05 2013

วันนี้เอฟอยู่ด้วย
นอนเล่นกันทั้งวัน
ไม่ทิ้งคอนเซ็ปต์เดิมเลย :P

ชีวิตก็ยังลุ่มๆดอนๆเหมือนเดิม
ไม่รู้ต้องเริ่มอะไรยังไงก่อน

มาจัดระเบียบชีวิตกันหน่อยเถอะนะ...

Friday

day 276 | patawee


HEAP : Rajathevi
with Ngag Priw Im and F

แล้วก็ไปไอติมหม้อไฟที่ยศเสต่อ
แต่อิมไม่ได้ไป เพราะต้องรีบกลับไปอ่านหนังสือสอบ

คิดถึงเพื่อนๆทุกคน
แต่ไม่รู้เพื่อนๆคิดถถึงเราบ้างหรือเปล่า
เพราะเห็นเวลาเจอกัน
ก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตากดมือถือ

บางทีก็แอบน้อยใจ

17 MAY 2013

day 276 | kunjair


เมื่อเย็นเข้าเมือง ไปซื้อ lonely planet ที่คิโนะคุนิยะ ctw
โก้เดินมาหาหลังเลิกงานเลยได้กินข้าวด้วยกันที่ omu
ตอนนี้โก้ต้องดามเหล็กไว้ที่ข้อเท้าเพื่อประครองกระดูก
หมอบอกว่าหากผ่าตัดมีสิทธิ์หายแค่ 30 เปอร์เซนต์ โก้เลยตัดสินใจที่จะไม่ผ่า
โก้เป็นผู้ชายตัวใหญ่ซึ่งกระดูกข้อเท้าที่เคยหักเป็นเรื่องเดียวที่เราเป็นห่วง




โก้บอกว่าปากกาด้ามนี้มีดีไซน์ที่เหมาะกับเรา
เลยซื้อมาให้เป็นของขวัญวันเกิด ซึ่งมันก็ถูกใจเรามาก
ข้างๆ ปากามีสกรีนคำว่า reality อยู่ทางด้านปลายปากกา
และมีคำว่า dream อยู่ทางด้านหัวปากกา โดยมีผู้ออกแบบนามว่านิ้วกลม
เป็นผลิตภัณฑ์จากบริษัท dhas ของพี่โต้ สุหฤท เจ้านายเก่าของเราเอง


แม้เราและโก้จะไม่ได้ชื่นชอบนิ้วกลมมากเหมือนแต่ก่อนแล้วก็จริง
แต่คำพูดของโก้วันนี้เตือนให้เรานึกถึงเรื่องราวที่หลงลืมไปบางอย่างว่า
หนึ่งในตัวเชื่อมระหว่างมิตรภาพของเราและโก้ก็คือผู้ชายที่มีนามปากกาว่านิ้วกลม
และของขวัญชิ้นแรกที่ได้จากโก้ก็คือหนังสือนั่งรถไฟไปตู้เย็นของนิ้วกลมอีกนั่นแหละ
โก้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า "แต่ไม่เป็นของสุดท้ายที่จะให้กันแน่นอน"

เรากับโก้แชร์อะไรหลายๆ อย่างร่วมกัน
เกิดเดือนพฤษภาเหมือนกัน เกิดวันศุกร์เหมือนกัน กรุ๊ปเลือดโอเหมือนกัน
และมีความคิดและความนิยมชมชอบในสิ่งที่ใกล้เคียงกันมาก


ความหนักใจได้มาแทนที่ความดีใจ
เพราะปีนี้โจทย์ของขวัญวันเกิดของโก้ที่จะเดินทางมาถึงปลายเดือนนี้
มันยากมหาโหดเสียเหลือเกิน ปีนี้โก้มีสายตาแหลมคมบาดลึกมาก!!!
 
 
 
 
kunjair

day 277 | rungkarn



๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๖, ๑๐.๒๑ น.



ชีวิตมันก็แบบนี้แหละนะ
เหนื่อยกายเป็นรายวัน เหนื่อยใจบ้างประปราย
รสชาติมันก็กลมกล่อมดีอยู่แล้ว


Thursday

day 275 | patawee


16 MAY 2013 THURSDAY

ทำงานสิทำงาน
ทำช้าแบบนี้
แล้วงานจะเสร็จสมบูรณ์ดีก่อนจากหรือเปล่า

อย่าให้บรรยากาศ
พาให้เราสบายจนเคยตัวเลยนะ

Wednesday

day 274 | patawee


15 พฤษภาคม 2556

วันเกิดมิสกุญแจสินะ :)
วันเกิดพี่กอล์ฟด้วย :P

วันนี้ศึกษาหาข้อมูลไปก็เครียดไป
เรื่องสอบ
ยังการติว
เรื่องการเรียนเลขแบบเร่งรัด
เยอะไปหมด
พารานอยด์
เมื่อวานยังหลั่นล้าเรื่องไปเที่ยวกระบี่
วันนี้พับเก็บเหมือนเดิม
ล้มเลิก
ขืนมัวแต่เที่ยวเห็นทีจะไม่รอด
คงต้องจัดการเรื่องเรียนเรื่องสอบเฉพาะหน้าให้ดีที่สุดก่อน

กระบี่จ๋า
ไว้เดี๋ยวอีกห้าหกปีหน้า
เราค่อยเจอกันก็ได้เนอะ
หรือว่าตอนเราปิดเทอมกลับมา
เราก็ยังมีโอกาสเจอกันนี่
ตอนนี้ขอเจ้ไปเตรีมตัวสอบก่อนนะ
เจ้จำใจจากจริงๆ

day 274 | kunjair


Happy birthday!!
I feel so good to be 26.
It's gonna be my adventurous year.








kunjair

day 275 | rungkarn



๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖, ๒๑.๔๙ น.



อ่านต้นส้มแสนรักจากน้องหวายจบแล้ว
น้ำตาพรากเลยทีเดียว
แปลกอยู่เหมือนกันที่มีคำถามผุดขึ้นมาดื้อๆ
"ตอนนี้มีความสุขอยู่หรือเปล่า"

เป็นคำถามที่ตอบยากและลำบาก
แปลกด้วยอีกมราความเหนื่อย เสียใจ ผิดหวัง
เรียกน้ำตาไม่ได้เลย

แต่เรื่องราวจากหนังสือ
ความบริสุทธิ์ ความอ่อนโยน ความเมตตา
ความเกรี้ยวกราด ความรู้สึกจากโกรธนักหนาเป็นรักสุดหัวใจของเด็กผู้ชายคนหนึ่ง
ซึ้งกินใจน้ำตาไหลเอาง่ายๆ

นอกจากคำถามที่ลำบากจะตอบแล้ว
ขณะนี้น้ำตาที่ท่วมหัวใจนี่อีก ที่แปลกได้แปลกดีจริงๆ



Tuesday

day 273 | patawee


14 พฤษภาคม 2556

หลังจากที่เมื่อวานจองตั๋วไปฮานอย
ทำให้วันนี้ข้าพเจ้าเกิดกิเลสครอบงำ
อยากไปไหนก็ได้ใกล้ๆขัดตาทัพไปก่อน
เพราะตอนนี้มันอึดอัดคับข้องกายใจ
อยากจะก้าวเท้าเหลือเกิน
เลยแกะเอาทริปกระบี่ที่พับเข้ากล่องออกมาแพลนใหม่
อยากจะไปเสียจริงๆ
อยากจะไป อยากจะไป
ตั๋วรึก็มีอยู่แล้ว วันที่ 30 พ.ค.-3 มิ.ย. นี้
ที่เหลือก็แค่กล้าลากล้าลุย
เอ๊ะ จะดีไหมหนอ

Monday

day 272 | kunjair


Parents don't live with us forever.
It's bad news I knew while traveling.
Mom is gonna be admitted to hospital this weekend to be given treatment.
She said she might not live for so long.
So i have to prepare. 




kunjair

day 272 | patawee



S a p a .


Sunday

day 271 | patawee



ชีวิตเด็กรุ่นใหม่ Gen Y
นี่มันว่างโหวงไร้สาระได้ขนาดนี้เลยเหรอ

พรุ่งนี้ก็วันจันทร์อีกแล้ว

Saturday

day 270 | patawee


11 พฤษภาคม 2556 เสาร์

นอนเล่นกันทั้งวัน
บ่ายๆออกไปเซ็นทรัล
ซื้อมูสลี่ย์ เบิกกิ้งโซดา
เย็นน่ำมาเอฟก็กลับบ้าน
T.T

Friday

day 269 | patawee



10 พฤษภาคม 2556

ประกาศรับสมัครคนใหม่แล้ว
วันนี้ เลยมีคนโทรเข้ามาที่ออฟฟิศมากมาย
เป็นสัญญาณการเริ่มต้นใหม่ที่ทำให้เราใจหายจริงๆ

วันนี้เอฟมาหา
เจอกันตอนเย็นที่สวนสันติ
นั่งดูคนนั่งเล่น เต้นแอโรบิกอยู่ตั้งนานสองนาน
จากนั้นก็ไปกินก๋วยจั๊บญวน
แล้วก็กลับมาที่นี่นี่ล่ะ


Thursday

day 268 | patawee




คุยเรียบร้อยแล้ว
โล่งใจมากแล้ว
ออกสิ้นเดือนมิถุนายน
ทุกคนใจหาย
พี่ดำยังไม่อยากให้ไป
แต่สุดท้ายด้วยการยืนยันหนักแน่น
พี่ดำอนุมัติ สั่งประกาศรับคนใหม่
ส่วนงานค่ายพี่วีทาบทามพี่นัทแทน
พอรู้ว่าจะมีคนใหม่มาทำงาน
ก็รู้สึกใจหาย
ที่ของเรากำลังจะถูกแทนที่แล้ว
ไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย
แต่เราเลือกแล้ว
เปลี่ยนใจก็ไม่ได้แล้ว
เพราะทันทีที่เราเลือก
คนที่เหลืออยู่ก็ต้องเลือกสิ่งใหม่ด้วย
ไม่เหลือที่ว่างให้เรากลับไปอีก
นี่เป็นเรื่องธรรมดาที่ใครๆก็เข้าใจได้
เราก็เข้าใจ
แต่ก็ใจหายอยู่ดี

9 พฤษภาคม 2556
วันเกิดพี่แนน

Wednesday

day 267 | patawee



หนูอยากไปหลังคาโลก
วะฮะฮะฮ่า

คุยกับพ่อแม่แล้ว
เราต้องเดินหน้ากับสิ่งที่เราเลือกแล้ว
อย่าไขว้เขวอีก
สรุปว่า น่าจะอเมริกา เนอะ!

day 268 | rungkarn









๐๘ พฤษภาคม ๒๕๕๖, ๑๘.๕๒ น.







Monday

day 266 | patawee



สำเพ็ง
เซ็นทรัลปิ่นเกล้า
ไดโดมอน
TEN & Co.
AIIZ

เหนื่อยมาก แต่ก็สนุกมากๆ
ปลดปล่อยด้วยการกินและการช็อปอย่างบ้าคลั่ง

คงไม่ได้ไปกระบี่แล้ว
อีกแล้ว

แต่เราจะทิ้งทวนด้วยการเที่ยวเมืองกรุงด้วยกันแทน
ก่อนเส้นทางของเราจะแยกห่างออกจากกันอีกครั้ง


7 พฤษภาคม 2556
วันนี้วันหยุด

Sunday

day 265 | kunjair


เมื่อช่วงหัวค่ำวันเสาร์เราหยิบ the last song มาเปิดดู
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อล่ะว่าเราเสียน้ำตาให้กับหนังเรื่องนี้
จริงๆ แล้วเราไม่ได้ชอบ miley cyrus เป็นการส่วนตัว
แต่ก็ไม่ได้รู้สึกเกลียดชังเหมือนอย่างที่หลายๆ คนรู้สึก
เรากลับชอบหนังที่ miley เล่นทั้ง hannah montana: the movie
และแน่นอนว่ารวมถึง the last song ด้วย
ตัวหนังอาจจะอ่อนแต่มันก็จะอยู่ที่รสนิยมของแต่ละคน
ว่าดูหนังเพื่ออะไร เพื่อเสาะหา เพื่อเรียนรู้ หรือเพื่อผ่อนคลาย




ส่วน the last song เหตุผลแรกที่อยากดูเพราะสถานที่ถ่ายทำสวย
เราอยากมีบ้านอยู่ริมทะเลแบบในหนัง อยากไปใช้ชีวิตในเมืองเล็กๆ แบบนั้น
ประกอบกับเคยอ่านหนังสือเรื่องนี้มาก่อนเลยอยากดูว่า
ภาพที่เราคิดกับภาพยนตร์ที่สร้างออกมามันจะแตกต่างจากกันมากน้อยเพียงไหน


ถ้าใครนิยมชมชอบหนังรักสไตล์ nicholas sparks
ก็คงไม่ผิดหวัง แต่หากใครไม่ชอบก็คงจะรู้สึกว่า
the last song เป็นหนังรักธรรมดาทั่วไปที่มีอยู่เกลื่อนตลาดนั่นแหละ
ส่วนเรา, เราชอบอารมณ์ของตัวละครที่มีการพัฒนา
มีเหตุและผลในการกระทำที่สามารถพบเจอได้ในสังคม
ชอบที่พระเอกและนางเอกมีความชอบที่อาจจะตัดกับภาพลักษณ์
แม้จะมีน้ำตาแต่เราก็ไม่ได้รู้สึกว่า the last song บีบคั้นอารมณ์ของเรา
เพราะโดยส่วนตัวเราไม่ชอบดูหนังที่รู้สึกว่าต้องใช้อารมณ์เยอะในการทำความเข้าใจ
ชีวิตจริงก็เหนื่อยกับอารมณ์บีบคั้นมามากเกินพอแล้ว


อย่าหาว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ
liam หล่อและดูอบอุ่นมาก
อยากจะเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดล่ำๆ ของน้องมาก
...



แต่เดี๋ยวก่อน!!!
พอวันนี้ได้ดู safe haven หนุ่มน้อยน้อง liam อบอุ่นไม่ติดฝุ่น
พี่ josh duhamel กลับมาครองใจเราอีกครั้ง!
จริงๆ ก็ไม่เคยหนีหายไปไหนยังคงอยู่ในซอกหลืบหัวใจตลอดเวลา
แต่พอพี่ josh แต่งงานกับ fergie หัวใจน้องแจก็สลายไปชั่วคราว
ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาคบกันมาตั้งแต่นานสองนานแล้ว


มาเข้าเรื่องหนังกันต่อดีกว่านะคะ
โดยพื้นฐานเราชอบเดินทาง ชอบถ่ายรูปแนว landscape
ดังนั้นเวลาเราดูหนังเราก็มักจะให้ความสนใจกับสถานที่ถ่ายทำ
สภาพแวดล้อม ตัวเมือง และความเป็นอยู่มากกว่าเนื้อหาหลัก
และสถานที่ถ่ายทำเรื่องนี้ก็กินขาดบาดใจเราไปเลย


เดาไม่ผิดหรอก, nicholas sparks ยังคงใช้ north calorina
เป็นสถานที่เอกในนิยายของเขา หากเจาะลึกลงไปอีกนิด
เรื่องราวใน safe haven เกิดขึ้นในเมือง southport
ซึ่งเป็นเมืองหนึ่งในรัฐ north calorina และอยู่ทางใต้เมือง wilmington
ถ้าใครยังจำภาพสวยๆ ในเรื่อง a walk to remember ได้
นั่นแหละ, เขาก็ถ่ายทำกันที่เมืองๆ นี้เช่นกัน


safe haven ไม่ได้เรียกน้ำตาจากเรา แต่ดูแล้วตื่นเต้น สนุก และระทึกขวัญไปในตัว
แม้จะได้คำวิจารณ์ที่ไม่ดีนัก แต่สำหรับเรา safe haven ไม่ใช่หนังที่เลวร้ายอะไรเลย
ตัวหนังมีความอบอุ่นกระจายอยู่เกือบทุกซีนที่ alex(พี่ josh) ออกมาแสดงตัว
และมีความน่ารักของหนูน้อง lexie และเสน่ห์แบบธรรมชาติของ katie
รวมถึงบรรยากาศโดยรอบที่เชิญชวนให้ไปลองใช้ชีวิตอยู่สักครั้ง
มันเป็นความธรรมดาที่อุ่นอยู่ในใจ




นอกจากสถานที่ถ่ายทำที่ชนะเลิศในสายตาและความรู้สึกของเราแล้ว
safe haven มีเพลงประกอบที่ไพเราะเพราะพริ้งมาก
คนทำซาวด์ฉลาดล้ำในการเลือกเพลงและจังหวะเวลา
หรือบางทีมันอาจเป็นเพราะตัวเราเองที่ชอบเพลงแนวนี้อยู่แล้ว
ฟังแล้วเลยล่องลอยไปกันใหญ่




kunjair

day 265 | patawee



ฝนตก
ตั้งแต่แปดโมง
ตอนนี้สิบโมงแล้วก็ยังไม่หยุด

หน้าฝนมาแล้วจริงๆใช่ไหม

รู้ไหม
สิ่งแรกที่ฉันคิดได้
เมื่อตระหนักรู้การมาถึงของหน้าฝนก็คือ

ฉันคิดถึงเธอ
และ
เธอจะคิดถึงฉัน ร่มคันนั้น
และวันฝนตกมากมายที่เราเคยใช้เวลาด้วยกันหรือเปล่า

5 พฤษภาคม 2556

Saturday

day 264 | kunjair




แสงสวย
ลำดับภาพเจ๋ง
รีมิกซ์เฉียบขาด
ผู้ชายมีเสน่ห์น่าหลงใหลมาก




kunjair

day 264 | patawee



4 พฤษภาคม 2556
เสาร์
วันเกิดตูน




จิ๊กรูปมาจากอ้อ


ทัวร์กิน

เริ่มด้วยการนัดเจอกับนัทกับอ้อ
เริ่มวันที่หอศิลป์
ไปกินร้านอาหารญี่ปุ่นที่เริดมาก
กินข้าวหน้าปลาแซมอน โห่ย เยอะคุ้มสุดๆ อร่อยเว่อร์ๆ
จากนั้นก็ไปนั่งเล่นร้านกาแฟดริป

พักยกด้วยการเดินไปซื้อหนังที่ลิโด้
เพราะนัทบอกว่านานๆเข้าเมืองที ขอซื้อความสุทรีย์กลับไปบ้านบ้าง
ซื้อเสร็จนัทก็กลับแปดริ้ว
ก่อนกลับพูดกันว่า หรือนี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้เจอหน้ากันวะ ฮ่าๆ
เพราะหลังจากนี้วิถีเราคงแทบไม่ได้โคจรกลับมาใกล้ๆกันอีก
พอส่งนัทขึ้นรถแล้ว เรากับอ้อยังไม่พอแค่นั้น

ไปคิโนะ เดินเล่นดูหนังสือกันอยู่นานมาก
สนุกดี มีหนังสือใหม่ๆให้อัพเดทเพียบ
ความรู้สึกอีกอย่างเวลาเห็นหนังสือนอกจากการอยากอ่าน
ก็คือ โหย จัดหน้าสวย ปกสวย อยากทำแบบนี้ได้บ้าง
ปิ๊งๆไอเดียขึ้นมา
เดี๋ยวผ่านปีนี้ไป สอบโน่นนี่จนเสร็จ ได้มหาลัย
เราจะไปเรียนกราฟฟิค!

เดินจนเหนื่อย ไปกินเบอร์เกอร์คิงต่อ
จากนั้นเดินสกายวอร์คไปชิดลม
อ้อชวนไปร้าน Spoonful Zakka &  Cafe
โห่ย ร้านน่ารักมากมาก
สั่งชาพีชมากิน นั่งมองต้นไม้เขียวๆข้างนอก
เป็นบรรยากาศที่โอเคมากๆ

อ้อบอกว่า
อ้อยังไปไหนไม่ได้ ทั้งต่างจังหวัดต่างประเทศ
เพราะติดชีวิตกรุงเทพฯ
ที่ได้มาเสาะหาร้านเก๋ๆ นั่งกินอะไรอร่อยๆ แบบนี้แหละ
ย้อนกลับมาคิดถึงตัวเองแล้วก็ใจหาย
นี่คือเดือนสุดท้ายที่จะได้อยู่ที่นี่
ต่อไปถึงยังอยู่ แต่ก็ไม่ได้อยู่แบบมาใช้ชีวิตประจำวันอีก
แล้วเราก็จะไปเรียนห้าปี
แล้วเราก็จะไปเป็นคนพิษณุโลกอีกสิบปีอย่างน้อย
ต่อไปเราก็คงคิดถึงที่นี่มากๆ
คิดถึงชีวิตที่ได้เที่ยวเล่น ได้ไปร้านน่ารักๆ ได้ดูหนังดีๆ
แต่ก็นั่นเอง นี่คือวิถีที่เราเลือกเอง

ความใจหายมีเพิ่มมากขึ้น
แต่ก็อีกนั่นล่ะ นี่ก็เป็นผลลัพธ์ที่มาจากการเลือกของเรา



Friday

day 263 | kunjair


ไม่สบาย ประจำเดือนมา
เจ็บคอ น้ำมูกไหล ไอบ้างเป็นบางครั้ง
คงเพราะสภาพอากาศที่ร้อนจัด
เราไม่ชอบอาการร้อน ขอหนาวจัดยังดีเสียกว่า


อดไปเจอคุณภาณุ อุตส่าห์นัดกันไว้เสียดิบดี
ทีแรกคิดว่าตัวเองน่าจะไปได้ แต่สภาพไม่ไหวจริงๆ
สุขภาพกายเป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่าสุขภาพใจเลย




kunjair

day 263 | rungkarn




แผลผ่าตัดภายนอกแห้งแล้ว เย้เย
แต่ที่บ้านห่วงเรื่องภายในที่มองไม่เห็น
ห้ามอย่าให้ทำอะไรเยอะ ห้ามอย่าให้ยกของหนัก (ฮึ่ม)
เราพูดแค่ว่า เรื่องของในร่างกายจะซ่อมแซมด้วยตัวของมันเอง
เข้าใจนะ คือควรเชื่อตำรับตำราคนแต่ก่อนบ้าง
แต่ระวังมากไป มันจะลูกแหง่ไปมั้ย
ไม่อยากมือหงิกเท้างอ ถึงจะแค่เวลาภายในเดือนสองเดือนก็เถอะ

นึกอารมณ์เราออกมั้ยตอนนี้ --*



หมอคนที่เข้าพบวันนี้ ไม่ได้ดั่งใจเลย
พูดไม่รู้เรื่อง ไม่รู้เรื่องตั้งแต่วันรับไข้
ขึ้นดูอาการบนห้อง จนผลผ่าตัดแล้ว
พูดไม่รู้เรื่อง เลยไม่เข้าใจว่าอะไรยังไง
ดีมากที่หมออีกคนที่เราบอกน้องบายไปว่าประทับใจนั่น
เป็นอาจารย์ที่พูดรู้เรื่อง ข้อสงสัยอะไรถามท่านได้ตอบได้
เพียงแต่วันนี้ท่านไม่ได้เข้าเท่านั้นเอง

ไม่เป็นไร มีนัดหนหน้าอีก
สงสัยอะไรจะถามให้หมดเปลือก

จบไปเรื่องแล้วกันเรื่องนี้.



ช่วงที่เข้าโรงพยาบาล
รู้สึกคิดเยอะเหมือนกัน แต่เป็นการคิดในรูปแบบ
เดินหน้าชีวิตต่อไป ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
มองเห็นอะไรชัดขึ้น

มันทำให้เราละวางเีืรื่องไม่เป็นเรื่องได้ง่าย
ตระหนักถึงคนสำคัญรอบข้าง แต่สุดท้าย
ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์แค่ไหน ก็ต้องมาถึงจุดปล่อยวางให้ได้
เพราะชีวิตจะได้เดินหน้าออกไปเรื่อยๆ

มีอดีตไว้เ็ป็นลมแผ่วๆ พัดผ่านมาให้สัมผัสบ้าง
อนาคตเป็นยังไงไม่รู้ แต่สิ่งที่ดำเนินในปัจจุบัน
ถ้ามันสวยงาม เราจะมองเห็นได้เอง อย่างไม่ต้องท้วงถามต่อใคร
และไม่ต้องสงสัยในอะไรต่อมิอะไรอีก

คนที่เราเคยโกรธ เราไม่ถือสาแล้ว
คนที่เขาเคยทำให้เราขุ่นข้องหมองหัวใจ
เราไม่นำมันมาเป็นขยะอารมณ์ไปเสียเอง มันก็ไม่มีอะไร
ไม่เกิดอะไรขึ้นจริงๆ

เมื่อชีวิตเดินหน้า
การปล่อยวางสำคัญ เพื่อให้ชีวิตที่ดำเนินได้เบาลง
ขั้นตอนพวกนี้เราว่ามันจะเกิดขึ้นเองอัตโนมัติ

ไม่รู้ว่าชีวิตต่อจากนี้ รสชาติจะหวานเค็มหรืออมเปรี้ยว
แต่เชื่อว่ามันจะกลมกล่อมขึ้น อย่างที่เคยเชื่อนั่นล่ะ



๐๓ พฤษภาคม ๒๕๕๖, ๑๓.๔๔ น.



day 263 | patawee




รูปจากฟี่


บอกพี่ๆในกองแล้ว
ทุกคนเข้าใจเรา

ปิดท้ายวันนี้ด้วยซอยยศเส
ฟี่พาชิม ไปกับพี่แนนพี่นัส
สุกี้เอลวิส ไอติมหม้อไฟ
ของกินเล่นจุกจิกอีกหลายอย่าง

ไปส่งฟี่ที่บ้าน
พี่แนนมาส่ง
ลงพร้อมพี่นัส
คุยกันเรื่องน้องแนท
ทำให้เราได้ย้อนกลับมามองตัวเอง
บอกตัวเองว่า
จะใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้คุ้มค่าที่สุด

สิ่งที่รู้สึกในวันนี้คือ
เริ่มจะใจหาย

3 | MAY | 2013

Thursday

day 262 | kunjair


travel. 
the question is not "how?" or "why?".
the question is "when?".
- unknown




kunjair

day 262 | rungkarn





อาการจากสภาพที่รู้สึกดีขึ้นแล้ว ฮา
รอลุ้นผลของแผลผ่าตัดพรุ่งนี้ ซึ่งหมอนัด
เพื่อเป็นผลให้กินได้มากขึ้น
เพราะหลังจากกลับมาจากโรงพยาบาล
โดนคุมเรื่องกินตลอด อย่างกับคนเพิ่งคลอดลูก

เมื่อคืนเม้าท์กับน้องบายไปแป๊ปนึงทางเฟซบุ๊ก
บอกว่าประทับใจหมอ น้องถามว่าเรื่องความสามารถหรือหน้าตา
ตอบไปว่า "ความอ่อนโยน" แล้วก็ฮาไป

แล้วน้องก็พิมพ์อ๊ายบอกเขินกลับมา
ส่วนเราเองที่พิมพ์สนุกกับน้องไปแบบนั้นก็เขินไม่แพ้กัน
พอน้องเขิน เราก็เลยบอกว่า หนูน่ะยังเด็กนัก ก็ฮาเข้าไปอีก
ถ้าอยู่ใกล้เด็กคนนี้จะมะเหงกหัวให้หนึ่งโป๊ก
เด็กเอ๋ยเด็กน้อย ฮ่าฮ่า

เมื่อตอนกลางวันทางโรงพยาบาลมาเยี่ยม
วัดความดันแล้วพยาบาลตกใจว่ามันต่ำมาก
สงสัยที่ว่าเครื่องไม่ยอมอ่านด้วย
เลยบอกไปว่า นอนไม่หลับมาสองคืนแล้ว
หลับๆ ตื่นๆ เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว

พยาบาลก็เออ.ออ ถามอาการ
เวียนหัวมั้ย หน้ามืดมั้ย นั่นมั้ยนี่มั้ย เอ่อก็นั่นล่ะค่ะ
แล้วก็บอกว่ากินข้าวกินยาเสร็จแล้วก็นอนเนอะ
ทรมานจริงๆ กับอาการนอนไม่หลับสองคืนมานี้
ขอให้คืนนี้หลับได้ก็แล้วกัน จะได้มีหน้าตาสดใส(กว่าตอนเจ็บ)
ไปพบหมอพรุ่งนี้ ฮา

ทำขนมนิดหน่อยตั้งแต่เมื่อวานแล้วล่ะ
อ่านหนังสือนิดหน่อย แว๊บเล่นเน็ตนิดหน่อย
พอให้อย่าโดนดุว่าอย่าใช้สายตาเยอะ
วันจันทร์ตอนที่เปิดคอม แม่เจ้า ประมาณสองสามนาทีก็เวียนหัวตาลาย
คลื่นไส้คล้ายจะเป็นลม

อ้อ เวลาพิมพ์แบบเนี่ย แล้วก็เขียนหนังสือ
ความเร็วจะต่ำลงกว่าปกติ แล้วมันก็สั่นๆ ด้วยแหน่ะ ฮื้อ

ร่างกายมันเกี่ยวพันวนเวียนกันได้ขนาดนี้เชียวหรือ
และที่แน่ๆ ร่างกายมันไม่ใช่ของเราเลย
แต่เราต้องดูแลมันให้ดีกว่าเดิม เพื่อชีวิตในวันต่อๆ ไป โย่ว!