ทำธุระเสร็จก่อนเที่ยง
กลับเข้าบ้านมาเก็บของ แล้วแว๊บออกไปซื้อกับข้าว
ไปดูขนมที่ร้านค้า เคลียร์เรื่องเงิน
แวะคุยกับเพื่อน ซึ่งเป็นลูกค้าประจำขนมเลยก็ว่าได้
และเขามีแพลนจะไปเปิดร้านใหม่ในตลาด
เป็นร้านเสริมสวยน่าจะครบวงจร และจะต่อยอดไปทำเวดดิ้งในวันข้างหน้าด้วย
ตั้งใจเลยว่าวันนี้จะต้องแวะคุยด้วยให้ได้ เรื่องอะไรก็แล้วแต่
เห็นหน้าเขาก็เริ่มคำถามที่ว่า จะออกไปตลาดจริงๆ เหรอ
ตอบมาถามไปพอกล้อมแกล้ม
เพื่อนบอกว่าไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับเวดดิ้งเลย
เราตอบพอที่จะตอบได้ ไม่ใช่จากประสบการณ์หรอก
แต่จากการรู้จักใครต่อใครที่ทำทางด้านนี้ รวมถึง "ทุน" ด้วย
งานนี้เราต้องกลับไปจับมือกับทุนอีกครั้ง
และนี่แหละ ที่ทำให้เราบอกกับตัวเองแต่เนิ่นๆ ว่า
ยังไงก็หนีกันไม่พ้น ตัดกันไม่ขาด
เพราะนอกจากในกลุ่มเพื่อนที่มีกันไม่กี่คน อย่างที่เรารู้สึกแน่นแฟ้น
ก็อาจมีเรื่องงานผลุบโผล่ ที่ยังไงทุนก็ต้องเก่งกว่าเราไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง
คุยกันสักพัก เราขอตัวกลับมาทำกับข้าว
เพื่อนถามยิ้มๆ ว่าถ้าถ่ายภาพเรียกตากล้องคนนี้ได้ตลอดเวลาใช่มั้ย
เราตอบกลับไปแบบจริงใจว่า รอให้เปิดร้านจริงๆ ก่อนค่อยว่ากันอีกที
เราเองก็ทำขนม ทำงานของตัวเองไปพลางๆ นะ แล้วก็ยิ้มหน้าบานกลับไปให้
จากหัวใจที่ซื่สัตย์ต่อตนเองเลยนะ
เราเคยคิดจะร่วมงานกับเพื่อนคนนี้
ในทางนี้แหละ เขาแต่งหน้าทำผมกับน้องเขา
ซึ่งทำได้ดีมาก ส่วนเราก็ถ่ายภาพ กลุ่มลูกค้าก็คือคนที่จะแต่งงาน
แต่มันก็เป็นแค่ความคิดเบาบาง
เพราะเรารู้สึกว่า ไม่อยากเป็นเพื่อนกันเพราะเรื่องงาน
เรารู้สึกว่าไม่จริงใจ แล้วกลัวเขาจะมองเราไปอีกมุม
อยากสร้างมิตรภาพที่เห็นว่าเขามีดี และนิสัยดีจริงๆ
ความคิดนี้เรียบนิ่งไป เพราะเราก็เดินตามเส้นทาง
การเป็นแม่ค้าขนม-เบเกอรี่ไป
ไม่กี่วันนี่เอง เพื่อนปรึกษาเรื่องจะออกไปเปิดร้านใหม่ในย่านตลาด
และอยากทำร้านเวดดิ้งด้วย ทีแรกคิดไว้ว่าจะทำตอนน้องเขาเรียนจบ
มาคิดดูอีกทีทำตอนนี้มันได้เริ่มต้น และเป็นไปเรื่อยๆ
เปิดให้คนรู้จัก เปิดให้ร้านมีชื่อก่อนน่าจะดีกว่า
ซึ่งเราเห็นด้วยมาก พี่ชายเราก็บอกว่าดี
พี่สนับสนุนเพราะจะได้ลูกค้ากลุ่มที่หลากหลายกว่าอยู่ในหมู่บ้าน
ถ้าพูดเรื่องเหตุผลให้ออกไปมีเยอะแยะเลย
แต่เอาแค่นี้พอ
นั่นล่ะ เราก็เลยแวะคุยกับเพื่อนแบบให้เห็นหน้าค่าตา
ไม่ใช่คุยแชทเฟซบุ๊ก เราอยากฟังน้ำเสียง ดูสีหน้า แววตาด้วย
ผ่านช่วงที่เขาถามเราตอบ แชร์กัน
เราเองก็บอกแนวคิดวิธีคิด จัดการความคิดตัวเองอย่างที่เราเองทำอยู่
กลับบ้านมาด้วยความรู้สึกมีพลังมาก
นั่งวางแผนงาน เรียกว่าเป็นการตลาดย่อยๆ ของตัวเองเลยก็ว่าได้
กับการเลือกเป็นแม่ค้าเบเกอรี่แบบนี้ต่อไป
ฮึดมาก ยิ้มให้กับตัวเอง
วันนี้เราเก่งเราเจ๋งสำหรับตัวเราเองก็มากพอแล้ว
พาดพิงไปถึงเพื่อนคนเดิม
เราชอบคนทำงานนะ ชอบมาก
ชอบคนที่ทำงานไม่หยุดอยู่กับที่
พัฒนาและทำให้มันเป็นไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ
และยิ่งเป็นคนทำงานแบบที่คุยด้วยแล้ว
เห็นถึงความคิดดีดี หัวใจดีดีของเขา
ที่เขาเลือกจะซื่อสัตย์กับสิ่งที่เขาทำด้วยตัวเอง
เรายิ่งชอบมาก
เรื่องงานอื่นๆ จะเกี่ยวข้องกันหรือเปล่าก็ค่อยว่ากันอีกที
เพราะยังไงเราก็มีเส้นทางเดินของเราเองอยู่ดี
กลายเป็นว่าวันนี้
เราถ่ายทอดพลังให้เพื่อน
และเพื่อนก็ถ่ายทอดพลังมายังเราด้วย
เขาอาจไม่รู้ตัว แต่อีกไม่นานเขาคงได้รู้
วันนี้รู้สึกชื่นใจนะ
ถึงปัญหาจะอยู่ตรงหน้า
แต่เราเห็นว่ามันมีทางออกให้เราอยู่เสมอ
มาถึงวันนี้ ณ ตอนนี้
เรารักตัวเราเองมากมากมาก..มากเหลือเกิน
ศุกร์ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๖, ๒๑.๑๓ น.