13 มิถุนายน 2556 พฤหัสฯ
อ่านนาร์ซิสซัสฯจบแล้ววันนี้เย็นเลยเอาไปฝากพี่เต้ย
คุยไปคุยมาปรากฏว่าพี่ใหญ่ก็จะไปงานศพเย็นนี้
เลยรบกวนพี่เต้ยโดยใช่เหตุไปซะอย่างนั้น
ส่วนเย็นนี้ไปงานคุณแม่พี่สกล พี่บก.ฝ่ายภาพ
ก่อนไปก็ติดรถไปกับพี่ดาว มีพี่ดาว พี่เวช พี่เอ้ยคันนึง
อีกคันนึงพี่ต้น พี่พงศ์ พี่แนน พี่นัทไปรถพี่ต้น
คันเราไปรับซันซันกับน้องอิฐที่ดรงเรียนก่อน
แล้วก็เอาลิงน้อยทั้งสองตัวไปด้วย
แปลกดีที่วันนี้ตอนเล่นเฟสบุ๊คก็เจอข้อความคุณโตมรข้อความนี้พอดี
ช่างเข้ากับสถานการณ์มากๆ
ผมชอบไปงานศพมากกว่างานแต่งงาน
ผมคิดว่างานแต่งงานไม่ค่อย ‘จริง’ กับชีวิตของเราเท่าไหร่ มันเกิดขึ้นเพื่อนาทีนั้นชั่วโม
ในงานหนึ่ง ผมเคยเห็นญาติของฝ่ายเจ้าสาวนั่
แต่งานศพไม่ได้เป็นอย่างนั้น งานศพคืองานที่อารมณ์ความรู้สึก
งานศพที่อยู่ในความทรงจำของผม เป็นงานศพของบิดาผู้ใหญ่ที่เคาร
เมื่อไม่นานมานี้ ผมเพิ่งไปงานศพคุณพ่อของรุ่นพี่
เมื่อยืนอยู่ที่นั่น ผมได้แต่ถามตัวเองว่า เพราะอะไรผมจึงชอบงานศพมากกว่าง
ผมชอบความตายมากกว่าความสดชื่นร
ผมยังตอบตัวเองไม่ได้ รู้แต่เพียงว่า งานแต่งงานมักทำให้ผมพิศวงสงสัย
ขณะที่งานศพมักตักเตือนให้ผมถาม
แม้จะไม่มีวันรู้คำตอบนั้นได้ก็
เลิกงานแล้วก็รู้สึกว่าตัดสินใจไม่ผิดที่มา
เพราะนอกจากจะได้มาแสดงความเสียใจกับพี่ผู้ใหญ่
ยังได้สมาคมกับพี่ๆทั้งพี่ที่กองและพี่ๆสารคดี
ก่อนจะต้องจากบ้านหลังนี้ไปในเดือนหน้าแล้ว
วันนี้ระหว่างรอพระสวดอะไรก็ได้คุยเล่นกับพี่แนน พี่พงศ์ พี่นัท ฯลฯ
ได้เล่นกับเด็กๆหลานๆ ได้เจอคนโน้นคนนี้ในสารคดีที่ปกติอาจจะเจอตัวกันยาก
เพราะทำงานกันคนละตึก ก็ถือว่าเป็นมุุมดีๆอีกมุมหนึ่ง
:)
เลิกงานสองทุ่มกว่าติดรถพี่ดาวมาลงริมถนนใหญ่
เจอพี่ปังกับพี่เอพอดี พี่สองคนจะกลับบ้านที่คลองสาน
เห็นเราจะไปบีทีเอสเลยอาสานั่งรถไปเป็นเพื่อน
เราก็ไปลงบีทีเอสกรุงธน นั่งไปสยาม แล้วต่อแท็กซี่ไปสามย่าน
ไปหาพี่ม็อค ใช่, ไปหาพี่ม็อค
นัดกันไว้ตั้งนานแล้ว กว่าจะได้มาเจอกันจริงก็วันนี้
เมื่อวานทีแรกบอกขอเลื่อนไป แต่พี่ม็อคบอกว่าถ้าจะมาจริงๆก็รอได้
เราเลยเลือกวันนี้ให้มันสำเร็จซักที ไม่ต้องผัดผ่อนกันไปอีก
ก็ด้เจอกันหลังจากไม่ได้เจอกันมาหลายปีมาก
แล้วถ้าพูดถึงการคุยกันนานๆ ตัวเป็นๆ นี่ก็น่าจะเป็นครั้งแรกในรอบเจ็ดแปดปี
นานขนาดนั้นเชียวเหรอ ใช่ นานมาก
แต่เจอกันครั้งนี้ก็ยังรู้สึกคุ้นเคยใกล้ชิด
แย่หน่อยที่เจอกันตอนสี่ทุ่มแล้ว พี่ม็อคเมาแล้ว
แล้วเจอกันที่ร้านน่านั่ง ร้านเหล้าแถวสามย่าน
แหล่งโลกีย์ชัดๆ อะไรๆก็เลยงงๆเบลอๆพอสมควร
ได้คุยกันหลายเรื่อง แบบเค้าเมาๆนั่นแหละ
โดยเฉพาะเรื่องปัญหารักหนักอกที่เป็นปัญหาโลกแตก
เราก็ฟัง ได้แต่ฟัง ทำอะไรไม่ได้
เค้าบอกว่าน้องคนนั้นเหมือนเรา อายุก็เท่าๆกับเราในตอนนั้น
เอ้อ สุดท้ายก็วกกลับมาที่เราจนได้ ซะอย่างงั้น 55
ก็ได้แต่ฟัง แล้วก็ปลอบไป ปลอบไปปลอบมาก็กินวลาไปจนเที่ยงคืน
พี่ม็อคจะไปส่ง เราบอกว่าไม่ต้อง ก็สมควรอยู่ จะไปส่งเราในสภาพนั้นได้ยังไง
เราเรียกแท็กซี่กลับหอ อ้อโทรมาพอดีเลยมีเพื่อนคุยระหว่างทาง
กลับมาถึงหอวันนี้เราพบว่า
เรามีชีวิตที่ดีมากๆ
และเรื่องรักก็เป็นเรื่องยากเสมอ
ที่เราพ้นมันมาได้แล้ว เราดีใจ
ถ้าเป็นไปได้ เราก็ไม่อยากมีหัวใจไว้เพื่อรักใครและผิดหวังอีกเลย
No comments:
Post a Comment