Friday

day 263 | rungkarn




แผลผ่าตัดภายนอกแห้งแล้ว เย้เย
แต่ที่บ้านห่วงเรื่องภายในที่มองไม่เห็น
ห้ามอย่าให้ทำอะไรเยอะ ห้ามอย่าให้ยกของหนัก (ฮึ่ม)
เราพูดแค่ว่า เรื่องของในร่างกายจะซ่อมแซมด้วยตัวของมันเอง
เข้าใจนะ คือควรเชื่อตำรับตำราคนแต่ก่อนบ้าง
แต่ระวังมากไป มันจะลูกแหง่ไปมั้ย
ไม่อยากมือหงิกเท้างอ ถึงจะแค่เวลาภายในเดือนสองเดือนก็เถอะ

นึกอารมณ์เราออกมั้ยตอนนี้ --*



หมอคนที่เข้าพบวันนี้ ไม่ได้ดั่งใจเลย
พูดไม่รู้เรื่อง ไม่รู้เรื่องตั้งแต่วันรับไข้
ขึ้นดูอาการบนห้อง จนผลผ่าตัดแล้ว
พูดไม่รู้เรื่อง เลยไม่เข้าใจว่าอะไรยังไง
ดีมากที่หมออีกคนที่เราบอกน้องบายไปว่าประทับใจนั่น
เป็นอาจารย์ที่พูดรู้เรื่อง ข้อสงสัยอะไรถามท่านได้ตอบได้
เพียงแต่วันนี้ท่านไม่ได้เข้าเท่านั้นเอง

ไม่เป็นไร มีนัดหนหน้าอีก
สงสัยอะไรจะถามให้หมดเปลือก

จบไปเรื่องแล้วกันเรื่องนี้.



ช่วงที่เข้าโรงพยาบาล
รู้สึกคิดเยอะเหมือนกัน แต่เป็นการคิดในรูปแบบ
เดินหน้าชีวิตต่อไป ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
มองเห็นอะไรชัดขึ้น

มันทำให้เราละวางเีืรื่องไม่เป็นเรื่องได้ง่าย
ตระหนักถึงคนสำคัญรอบข้าง แต่สุดท้าย
ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์แค่ไหน ก็ต้องมาถึงจุดปล่อยวางให้ได้
เพราะชีวิตจะได้เดินหน้าออกไปเรื่อยๆ

มีอดีตไว้เ็ป็นลมแผ่วๆ พัดผ่านมาให้สัมผัสบ้าง
อนาคตเป็นยังไงไม่รู้ แต่สิ่งที่ดำเนินในปัจจุบัน
ถ้ามันสวยงาม เราจะมองเห็นได้เอง อย่างไม่ต้องท้วงถามต่อใคร
และไม่ต้องสงสัยในอะไรต่อมิอะไรอีก

คนที่เราเคยโกรธ เราไม่ถือสาแล้ว
คนที่เขาเคยทำให้เราขุ่นข้องหมองหัวใจ
เราไม่นำมันมาเป็นขยะอารมณ์ไปเสียเอง มันก็ไม่มีอะไร
ไม่เกิดอะไรขึ้นจริงๆ

เมื่อชีวิตเดินหน้า
การปล่อยวางสำคัญ เพื่อให้ชีวิตที่ดำเนินได้เบาลง
ขั้นตอนพวกนี้เราว่ามันจะเกิดขึ้นเองอัตโนมัติ

ไม่รู้ว่าชีวิตต่อจากนี้ รสชาติจะหวานเค็มหรืออมเปรี้ยว
แต่เชื่อว่ามันจะกลมกล่อมขึ้น อย่างที่เคยเชื่อนั่นล่ะ



๐๓ พฤษภาคม ๒๕๕๖, ๑๓.๔๔ น.



No comments:

Post a Comment