Monday

day 161 | rungkarn








เมื่อก่อนอาจจะขี้แย เสียน้ำตาบ่อย 
เอะอะหลบร้องไห้น้ำตาพรากอยู่กับตัวเองได้เป็นเวลานาน
มาถึงวันนี้ มีหยุดคิดบ้าง..ที่ไม่มีน้ำตาเหมือนเคยเคย 
เพราะหัวใจเราด้านชาไปแล้วงั้นหรือ

เปล่าหรอก..คำตอบที่ให้กับตัวเองในวันที่เปิดตาให้พบและคุ้นเคย
ช่วงเวลาที่ให้อภัยตัวเองได้เปิดสว่างกระจ่างแก่ใจดี
มันก็คือวิธีเติบโตมาจนพบความจริงและยอมรับมันได้ดีต่างหาก
น้ำตาที่เคยมีลดลงกว่าเมื่อก่อนมาก อาจจะมีเพราะกระตุกใจแล้วหยดแหม่ะ
ปาดน้ำตาแล้วบอกตัวเองได้อย่างจริงใจได้ว่าไม่เป็นไร ไม่เป็นไร
ไม่ใช่การพ่ายแพ้ราบคาบ ไม่ใช่แบบพ่ายแพ้ยับเยิน
เราเพียงแค่สะดุดล้ม ล้มไม่เป็นท่าหรือจะเป็นท่าไหนก็แล้วแต่
ที่สำคัญคือเราต้องลุกให้ได้..ลุกให้ไหวด้วยตัวเองนั่นล่ะ

น้ำตาอาจมีบ้างเพื่อให้รู้ว่าหัวใจยังคงรู้สึก
ไม่ใช่แข็งกระด้างอย่างที่เคยกลัวตัวเองจะเป็นไป
การเติบโตสำคัญ สำคัญที่เรารู้ว่าที่น้ำตามันแทบจะไม่มีอีกแล้วในวันนี้
คือตัวเราเองสามารถจัดการทุกอย่างภายในด้วยตัวเองได้เป็นอย่างดี
รับผิดชอบทุกสิ่งทุกอย่างที่รู้สึกไปเองบ้าง ที่คนอื่นก่อกวนบ้าง 
ตบตีสิ่งเป็นตะกอนที่พร้อมจะลอยขุ่นได้อยู่ทุกเวลาเมื่อโดนสิ่งเร้ากระทบ
ให้ตกลงไปสู่ก้นบึ้งนอนแผ่ราบ
แบบไม่ต้องมารบเร้ากันให้เสียพลังเยอะอย่างเมื่อก่อน

และถึงแม้ว่า บางวูบจะรู้สึกคล้ายตัวคนเดียวอ้างว้างเสียเหลือเกิน
คนอย่างเราที่อยู่กับตัวเองได้ดี แต่กลับอยู่ร่วมกับคนอื่นได้ยากมากที่สุด
สุดท้ายแล้ว ผ่านวันเวลาใช้ชีวิตมาได้ขนาดนี้
ยิ่งทำให้ตระหนักรู้ว่า นอกจากยังต้องเรียนรู้กันอยู่ทุกวัน
การปรับตัวเลยขั้นไปถึงต้องปรับใจนั่นสำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดเช่นกัน

ขอบคุณทุกความทุกข์โหมกระหน่ำซ้ำเติมหัวใจโดดเดี่ยวที่มีมาเสมอ
ขอบคุณสุขเศร้าเคล้าน้ำตา น้ำใจไมตรีบริสุทธิ์ของคนที่รักกันจริงใจ
สุดท้ายแล้วสิ่งที่ยังคงเหลือและมีอยู่ในเวลาปัจจุบันยังคงเป็นกำไร
ได้ต่อยอดชีวิตที่ต้องใช้ไปทั้งชีวิตที่เหลือนี้อยู่ดี 

แล้วจะมีอะไรดีไปกว่านี้อีกหรือ.



No comments:

Post a Comment