บางทีเห็นคนที่พยายามปลุกไฟฝัน
แล้วประกาศบอกทุกคนว่าให้ทำให้ทำให้ทำได้แล้วเนี่ย
มันขัดหูขัดตาเหมือนกันนะ
คงเป็นเพราะเราเห็นด้วยกับแจว่า
ฝันน่ะมีอยู่ บางทีก็ต้องวางไว้ข้างตัว
แล้วมองสิ่งที่จำเป็น เอาชีวิตจริงก่อน อะไรประมาณนี้
เราว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะมีเวลาที่เหมาะสมของมันเอง
มาตอนนี้ เราอาจแนะนำเพื่อนที่อยากออกจากงานประจำได้
แต่เราไม่เห็นด้วยเสียทั้งหมดหากเห็นว่า การทำอะไรส่วนตัว
จะสามารถนำเม็ดเงินไปโปะหนี้สินรายเดือนได้
ทุกอย่างไม่ได้ง่ายเท่าตาเห็นขนาดนั้น และหัวใจที่สู้ไม่ถอยก็สำคัญจริงๆ
เรารู้ว่าเราเห็นแก่ตัวในวันที่เพื่อนมาบอกให้เราทำอะไรร่วมกันกับเพื่อน
อันนี้แล้วแต่ใครจะคิดไป เราไม่ห้าม แต่มันเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม
นี่คือวิธีของเรา ไม่มีหรอกที่เราจะไม่เคยเจอปัญหาประมาณนี้แล้วกลัวไปก่อน
เพราะเจอมาแล้ว และไม่ได้กลัวไปก่อน ก็เลยชิ่งไม่ทำปัญหาให้เกิดอีกดีกว่า
เราเริ่มทำด้วยความอยาก ความตั้งใจดีที่เรามีอยู่
แต่ถ้าให้ใครสักคนมาเริ่มกับเรา ด้วยความคิดที่ว่ามันง่าย
เราไม่เสี่ยงด้วยดีกว่า
คงเหมือนเลือกใครสักคนมาร่วมทางชีวิต
ถ้าเราจะเลือก เราจะเลือกเพราะมั่นใจว่าจะดีร้ายยังไง
เขาสามารถอยู่เคียงเราได้ด้วยความเต็มใจ
ตรงกันข้าม เราก็สามารถยอมรับทุกอย่างที่เขาเป็นเขาได้
แม้ในวันที่ลำบากหัวใจมากที่สุด
เราจะไม่เลือก เพราะเห็นว่าเขาดูดีในสายตา
เป็นที่ยอมรับของคนอื่น หรือเพราะได้กลิ่นแค่ลมโชยว่าเขาอบอุ่นดี
เราต้องการคนที่จับต้องได้ ทั้งกายและใจ ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์เสมอแค่มองเห็น
เราจะเลือกเพราะการกระทำที่เสมอต้นเสมอปลาย ไม่เลื่อยลอยบนความไม่มั่นใจ
ทั้งไม่มั่นใจในตัวเขาและส่งกระแสความไม่มั่นใจในตัวเราเข้าไปด้วย
อย่างหลังเนี่ยร้ายกาจน่าดู
เราศรัทธาคนที่มีฝัน
แต่เราก็เชื่ออย่างที่พี่มีนบอก
เอามารวมยอดเป็นความคิดตกตะกอนของตัวเอง
ความจริงแล้วเราทุกคนคงไม่มีอิสระหรอก
จะมีได้ก็ต่อเมื่อ เราไม่มีใครให้คิดถึงนึกถึงหรือทำเพื่อเขาเหล่านั้น
ตอนนี้เรายังมี จะเหมารวมเรียกว่ามันเป็นภาระก็ได้
แต่เป็นภาระที่เต็มใจ ในเมื่อเราเลือกแล้ว
ร่างกายเราอาจจะยังขยับไปไหนไกลไม่ได้
แต่อิสระทางความคิดมี..มีอย่างที่แจเคยย้ำเตือนเราไว้
อันนี้เราสัมผัสได้ว่าแจหวังดีและทำให้เราคลายความอึดอัดลงได้
สุดท้ายแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างแบบนี้ไม่มีผิดไม่มีถูกหรอก
อยู่ที่ความเหมาะสม ประยุกต์ใช้ให้เข้ากับชีวิตตัวเองกันไปนั่นล่ะนะ :)
ทั้งหมดนี้ อาจจะสื่อได้ว่า
เราชอบใช้ชีวิตคนเดียว เราสบายตัวสบายใจถ้าทำอะไรคนเดียวได้
อีกทางหนึ่ง เราก็ไม่อยากให้ใครมาลำบากกับเรา
และไม่อยากให้ใครที่ไม่พร้อมใจจริงๆ มาทำให้เราลำบากไปด้วย
เพราะแค่ลำพังตัวเอง บ่อยๆ ก็ใจฝ่อง่ายอยู่เหมือนกัน
นับประสาอะไรจะให้มีคนอื่นมาร่วมด้วย
แจคงบอกว่า อันนี้เป็นวิธีการรักตัวเองค่ะ 555555555
ดูเหมือนว่าเราจะเป็นคนที่รู้จักตัวเองดี
กลับกันสักวันหนึ่ง อาจจะมีวันที่เราแพ้พ่าย อย่างน่าอาย
หรือไม่ก็เป็นแค่คนโง่คนหนึ่งที่คิดว่าตัวเองฉลาดดีแล้ว..ก็เป็นได้
วันนี้คงเป็นวันที่ต้องเอาชนะตัวเองน่าดู
ทั้งต้องไกล่เกลี่ยปรับความเข้าใจกันในบ้าน โฮ..
๒๓ มกราคม ๒๕๕๖, ๑๒.๒๓ น.
No comments:
Post a Comment