Friday
day 123 | rungkarn
ตื่นเช้าไปส่งน้องคุณเข้าโรงเรียน
ปู่ขับรถให้ ย่านั่งขนาบปู่
ใกล้ถึงโรงเรียน เราก็ร้องเพลงเดิม
ไปโรงเรียนก็ไม่ไป ไปทีไรก็ไปสาย
ซึ่งสายได้เกือบทุกครั้งถ้ามากับปู่
เห็นได้ชัดว่ารถติดขึ้นกว่าเดิม
ไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้เป็นเพราะมีเงินซื้อรถ
หรือมีศักยภาพในการใช้หนี้ได้ดีกันแน่ ฮ่าๆ
น้องคุณร้องอีกแล้ว เกาะแข้งเกาะขา
เราก็อุ้มไปให้ครูพี่น้อง บอกว่า จัดการเลยค่ะ น้องคุณร้องอีกแล้ว
หลังๆ มาเริ่มฮาออกเวลาหลานร้อง
เมื่อก่อนจะเกิดความรู้สึกแผ่วๆ ไม่อยากไปส่งเลยว่ะ
ยิ่งเวลาเห็นหลานร้องแล้วมันรู้สึกวูบวาบไม่ชอบเลย
เดี๋ยวนี้ เอาเถอะ ร้องแล้วก็ส่งครู เราก็กลับ
โรงเรียนมันจะเป็นที่ที่เราไว้วางใจไ้ด้ส่วนนึง
ซึ่งเราต้องเชื่อไว้แบบนั้น
ครูบอกว่า คนที่ร้องเนี่ยซนมากที่สุด
มีเ็ด็กอีกคน ตัวเล็ก เทอมก่อนก็ร้องบ่อย
แต่ได้ฟังวีรกรรมร่วมกับหลานเรา ใช่ย่อยค่ะ!
ไปร้านเบเกอรี่ ซื้อของในร้านเสร็จแล้ว
พอดีข้างๆ มีของขายยิบย่อย
ยี่สิบบาท สามสิบบาทอะไรก็ว่าไป
หยิบของมาจะส่งให้เด็กๆ บนดอย
โครงการของมูลนิธิกระจกเงา ที่เป็นของขวัญวันเด็กปี ๒๕๕๖
หยิบสีเทียนมาห้าชุด กับชุดดินสอไม้ มีกบเหลาและยางลบ นี่ก็ห้าชุด
คุยกับเพื่อนไว้ว่าจะส่งกันช่วงสัปดาห์หน้า
เลยยังมีเวลาได้หาดูของไว้คละๆ กันอีก
ได้ทำอะไรแบบนี้ก็สุขใจมากแล้ว
เคยคุยกับเพื่อนว่า อยากไปค่ายอาสา ไปหาเด็กดอย
ซึ่งเพื่อนก็เห็นตรงกัน อยากไปเหมือนกัน
เหมือนวางฝันแต่ยังทำได้ไม่ถึงนั้น
เลยขอทำกันเล็กน้อยแค่นี้ก็พอ
ถึงจะไม่มากมาย กำลังเงินนิดหน่อย แต่ทำด้วยใจ
เน้นย้ำกับเพื่อนว่า เอาที่สบายใจ อย่าเบียดเบียนตัวเองก็พอ
เราเองก็เช่นกัน
พระจันทร์หรือชมจันทร์ มีดอกให้สบตากันแล้ว
ชื่นใจจัง กลายเป็นคนที่มีดอกไม้ต้นไม้ไว้ปลอบใจ
ถ้าได้เห็นดอกไม้ที่เพาะไว้ เติบโตมีดอกให้ชื่นใจได้อีกเมื่อไหร่
คงตกหลุมรักตัวเองไปด้วยเลย ฮ่าๆ
..
คนบางคน งดงามอยู่ในความทรงจำ
อบอุ่นอยู่ในความคิดถึง
มันก็สมควรจะมีอยู่แค่นั้นจริงๆ
ขอบคุณที่ผ่านมาให้พบ ได้รู้จัก
ได้สัมผัสไออุ่นแบบนั้น ได้รู้ซึ้งถึงความรู้สึกรัก
และขอบคุณที่เคยบอกว่ารัก..เช่นกัน
เดินให้ได้ บินให้ไหว
เอาหัวใจกลับมาอยู่ที่ตัว, ๑๑.๒๔ น.
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
No comments:
Post a Comment