แอบคิดว่า นี่มาอยู่บ้านเลี้ยงหลานเขียนหนังสือได้อย่างไรกันแม่นาง แฮ่ๆปล*ไม่เหงาหรอกจ้ะ แค่บันทึกไว้เกี่ยวกับความเหงาของตัวเอง แต่เหงาเมื่อไหร่ พี่ก็รู้สึกอย่างที่บันทึกทุกที เหมือนมันไม่สะเทือนหัวใจอะไรเลยแต่กอดได้นะ ;)
ตั้งแต่เกิดมาจนถึงปัจจุบันช่วงเวลาที่พี่สนุกที่สุดคือช่วงมัธยมนี่แหละมันเป็นช่วงหนึ่งของชีวิตนะที่เราได้ลองผิดลองถูกอย่างสบายใจ ไม่ต้องคอยระมัดระวังอะไรมากนัก มันเป็นสังคมพื้นฐานที่หล่อเลี้ยงและส่งผลให้เราเป็นเราในปัจจุบัน :)การใช้ชีวิตในมหาลัยต่างออกไปสำหรับพี่กลุ่มเพื่อนก็ไม่ใหญ่เหมือนเก่า คบกันห่างๆ อาจจะเพราะพี่ไม่ค่อยสนใจที่สานสัมพันธ์กับใครมากนักไม่ได้เจอหน้ากันทั้งสัปดาห์เหมือนตอนมัธยม ต่างคนต่างเริ่มมีโลกส่วนตัวที่แตกต่างกันออกไปแต่แปลก, เพื่อนที่พี่สนิททั้งกายและใจมากที่สุดคือเพื่อนที่มหาลัยซึ่งเพิ่งมารู้จักกันก่อนเรียนจบไม่นานเท่าไหร่ คงเพราะพี่เดินมาไกลจากสังคมเพื่อนวัยมัธยมแล้วแม้กายยังใกล้ แต่ความเข้าใจมันห่างไกลเหลือเกินทุกวันนี้ก็เจอบ้าง เฮฮาบ้าง แต่ไม่ใช่เพื่อนคนแรกที่พี่จะโทรหายามต้องการความช่วยเหลือเคยรู้สึกอย่างนี้มั้ย? "โอ๊ย!!! แกไปอยู่ที่ไหนมาวะ ทำไมเพิ่งมารู้จักกันเนี่ย"นี่คือความรู้สึกระหว่างพี่กับเพื่อนมหาลัยคนนั้น :)
พูดถึงหนังสือเล่มนี้ได้ยินใครๆพูดถึงบ่อยมาก แต่ก็ยังไม่เคยได้ลองอ่านเลยเห็นความหนาแล้วแอบท้อ แต่ว่าเขียนดีมากใช่ปะอ่านแล้วก็คิดถึงชีวิตม.ปลายเหมือนกัน เราอาจจะต่างกับแกนะเพราะเราเป็นเด็กเรียบร้อย 5555 เพื่อนๆเราก็ส่วนใหญ่เรียบร้อยว่ะ :Dแต่ก็สนุกมากก ส่วนใหญ่แก๊งเราเป็นเด็กต่างจังหวัดที่เข้ามาเรียนในเมืองก็เลยได้เจอเรื่องแปลกใหม่ประจำภาค มีเพื่อนหลายจังหวัดมากกแล้วก็เฮไหนเฮนั่น เที่ยวเล่นกันตามประสาเด็กสาว(แบบเนิร์ดๆหน่อย) 55555ม.ปลายคือช่วงที่สนุกสุดแล้วมหาลัยถึงจะอิสระเสรี แต่ก็โตแล้ว ต้องรับผิดชอบตัวเองเยอะขึ้นไม่เหมือนกันเลยจริงๆ
แอบคิดว่า นี่มาอยู่บ้านเลี้ยงหลานเขียนหนังสือได้อย่างไรกันแม่นาง แฮ่ๆ
ReplyDeleteปล*
ไม่เหงาหรอกจ้ะ แค่บันทึกไว้เกี่ยวกับความเหงาของตัวเอง แต่เหงาเมื่อไหร่ พี่ก็รู้สึกอย่างที่บันทึกทุกที เหมือนมันไม่สะเทือนหัวใจอะไรเลย
แต่กอดได้นะ ;)
ตั้งแต่เกิดมาจนถึงปัจจุบันช่วงเวลาที่พี่สนุกที่สุดคือช่วงมัธยมนี่แหละ
ReplyDeleteมันเป็นช่วงหนึ่งของชีวิตนะที่เราได้ลองผิดลองถูกอย่างสบายใจ
ไม่ต้องคอยระมัดระวังอะไรมากนัก
มันเป็นสังคมพื้นฐานที่หล่อเลี้ยงและส่งผลให้เราเป็นเราในปัจจุบัน :)
การใช้ชีวิตในมหาลัยต่างออกไปสำหรับพี่
กลุ่มเพื่อนก็ไม่ใหญ่เหมือนเก่า คบกันห่างๆ
อาจจะเพราะพี่ไม่ค่อยสนใจที่สานสัมพันธ์กับใครมากนัก
ไม่ได้เจอหน้ากันทั้งสัปดาห์เหมือนตอนมัธยม
ต่างคนต่างเริ่มมีโลกส่วนตัวที่แตกต่างกันออกไป
แต่แปลก, เพื่อนที่พี่สนิททั้งกายและใจมากที่สุดคือเพื่อนที่มหาลัย
ซึ่งเพิ่งมารู้จักกันก่อนเรียนจบไม่นานเท่าไหร่
คงเพราะพี่เดินมาไกลจากสังคมเพื่อนวัยมัธยมแล้ว
แม้กายยังใกล้ แต่ความเข้าใจมันห่างไกลเหลือเกิน
ทุกวันนี้ก็เจอบ้าง เฮฮาบ้าง
แต่ไม่ใช่เพื่อนคนแรกที่พี่จะโทรหายามต้องการความช่วยเหลือ
เคยรู้สึกอย่างนี้มั้ย?
"โอ๊ย!!! แกไปอยู่ที่ไหนมาวะ ทำไมเพิ่งมารู้จักกันเนี่ย"
นี่คือความรู้สึกระหว่างพี่กับเพื่อนมหาลัยคนนั้น :)
พูดถึงหนังสือเล่มนี้
ReplyDeleteได้ยินใครๆพูดถึงบ่อยมาก
แต่ก็ยังไม่เคยได้ลองอ่านเลย
เห็นความหนาแล้วแอบท้อ
แต่ว่าเขียนดีมากใช่ปะ
อ่านแล้วก็คิดถึงชีวิตม.ปลายเหมือนกัน เราอาจจะต่างกับแกนะ
เพราะเราเป็นเด็กเรียบร้อย 5555 เพื่อนๆเราก็ส่วนใหญ่เรียบร้อยว่ะ :D
แต่ก็สนุกมากก ส่วนใหญ่แก๊งเราเป็นเด็กต่างจังหวัดที่เข้ามาเรียนในเมือง
ก็เลยได้เจอเรื่องแปลกใหม่ประจำภาค มีเพื่อนหลายจังหวัดมากก
แล้วก็เฮไหนเฮนั่น เที่ยวเล่นกันตามประสาเด็กสาว(แบบเนิร์ดๆหน่อย) 55555
ม.ปลายคือช่วงที่สนุกสุดแล้ว
มหาลัยถึงจะอิสระเสรี แต่ก็โตแล้ว ต้องรับผิดชอบตัวเองเยอะขึ้น
ไม่เหมือนกันเลยจริงๆ