Saturday

day 26 | rungkarn












เมื่อประมาณสักสี่วันก่อน พี่เอ่ยปาก
ยังไงฉันก็คงต้องวนเวียนอยู่ในวงการเครื่องเสียงด้วย
แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดอะไร 

ส่วนสมองของฉันมันคิดแค่..เออแค่งานออกแบบนั่นล่ะ
แล้วก็ตะโกนลั่นรถ "สู้ตายค่า"
แล้วเรื่องที่พี่บอกวันนั้นก็วนเวียนอยู่ในสมองจนถึงตอนนี้

หงุดหงิดง่ายติดต่อกันมาสามสี่วันแล้ว
เหมือนตัวเองไล่เรียงอะไรไม่ถูกนัก เรียงลำดับอะไรไม่ค่อยชัดเจน
ดูตัวเองเป็นมุมที่ซีเรียสที่สุดในชีวิต

ช่วงเย็น จะอยู่กับต้นไม้เริ่มเป็นกิจวัตรแล้ว
มันก็พอได้ทุเลาอะไรๆ ที่ยุ่งเหยิงอยู่ในหัว
มันไม่มีใครมาขัดแข้งมัดขาหรือเอาเครื่องอะไรมาหนีบมือไว้หรอกนะ
แต่รู้สึกว่า..ตัวเองนี่แหละ เป็นคนกดดันตัวเอง

เรื่องเล็กน้อย หยุมหยิมที่พอจะมองข้ามได้ 
ก็เก็บมาเป็นอารมณ์เหมือนเดิม
เบื่อตัวเองที่ขี้หงุดหงิด ใจร้อน ปากด่วนปากไว
มันเป็นนิสัยที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตโดยตรง

งานมันคือภาระ งานมันคือภาระ งานมันคือภาระ
ขอช่องว่างเหลือให้ฉันได้อยู่กับสิ่งที่ฉันอยากทำเล็กๆ น้อยๆ ด้วยเถอะนะ!

โคตรเบื่อตัวเองเลยตอนนี้ เบื่อที่รู้สึกขัดแย้งในตัวเอง
เบื่อที่มันเบื่อ ทั้งที่มือไม่ว่างเลยสักประเดี๋ยว!


...




๑๓.๐๔ น.

ลมแรง แล้วฝนก็เทลงมา
กลิ่นดินชื่นใจโชยมาแตะจมูกแล้ว
เออว่ะ อย่างน้อยปล่อยให้เบื่อตัวเองไป
นั่งทำงานไป ฟังเพลงไป ได้ยินเสียงฝน มีกลิ่นดินกลิ่นหญ้า

ส่วนฟ้ามืดครึ้มน่ะเรื่องเล็ก เออเนี่ยแหละ มันดีแล้วเว้ยวันนี้!


...












เปิดกล่องข้อความในเฟซบุ๊ก พี่ชายคนนึงที่เดินวนเวียน
เป็นพี่น้องกันมาสิบปีแล้ว ส่งมาให้..ก็โอเคอยู่นะ
มันทำให้นึกถึงตัวเอง อาจไม่เกี่ยวกันกับข้อความมากนัก
แต่อยู่ดีๆ ก็นึกถึงว่าระยะเวลาที่ผ่านมาเวลาทำอะไร เรามักอยู่ข้างหลังตลอด
เข้าทำนองปิดทองหลังพระ ซึ่งผู้ใหญ่ก็เตือนเสมอ "ไม่ดีหรอก"

เออก็เริ่มมองเห็นแล้วล่ะ ว่าไม่ดียังไง!












No comments:

Post a Comment