ความฝันเช้านี้บอกฉันว่า
คงอีกนาน
กว่าฉันจะลบลืมเรื่องราวเหล่านั้นได้อย่างแท้จริง
บางวูบ
นึกถึงเรื่องสั้นเรื่อง ศึก ของนิคม รายยวา
การต่อสู้กับความคิดความรู้สึกในใจตนนี่แหละ
ยากยิ่งกว่าการต่อสู้กับใครในโลก
ระหว่างยืนรอรถอยู่ตอนสายของวันนี้ ก็คิดขึ้นมาได้ว่า
สถานที่ที่ฉันอาจจะไม่ได้ไปเหยียบย่างอีกเลย หรืออีกนาน
1.อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
2.หอศิลป์กรุงเทพฯ
3.งานเสวนาวิชาการ
4.งานเสวนาวรรณกรรม
หนังสือที่ฉันคงจะได้อ่านมากขึ้นหลังจากนี้
1.หนังสือของ'รงค์ วงษ์สวรรค์
2.หนังสือของเสกสรรค์ ประเสริฐกุล
.
อืมม์
ReplyDeleteคุณรงค์อาจจะช่วยเธอให้เหี้ยมขึ้น อ่อนโยนด้วย
ความเข้มแข็งจะตามมา
โญ
พี่กลับท้าทายตัวเองมาตลอด
ReplyDeleteสถานที่ไหนที่เึคยเหยียบเคยไป
ก็ไปอีก ไปตามปกติเหมือนที่ผ่านมา
มันรู้สึกนะ แต่ก็บอกตัวเองว่า เจ็บเหรอ เออไม่เป็นไร
ครั้งต่อไปมันจะเจ็บน้อยลง จนลางเลือนไปในที่สุด
สำหรับพี่ทุกอย่างคือกิจวัตร ณ ลมหายใจปัจจุบัน
เรื่องที่ผ่านไป มันไม่ได้จับกลุ่มเป็นก้อนลอยอยู่ตรงหน้าให้เราเห็นอยู่ทุกวัน
มันอยู่ในใจ อยู่ในความทรงจำ อยู่ในอณูลึกลับที่เบาหวิว
แต่กลับทำให้ใจรู้สึกหนักอึ้ง ยิ่งกว่าถือถุงขนมสิบกิโล
แล้วทุกอย่างจะผ่านไปจ้ะ แม้บางทีตื่นมาสะอื้นร้องไห้
เพราะึความฝัน แต่มันก็จะผ่านพ้นไป สวดมนต์นะึคนดี :)
พี่มีหนังสือของคุณเสกสรรค์เล่มนึง
ReplyDeleteเกี่ยวกับภูเขาๆ นี่แหละ
พี่ชอบภาพถ่ายจากฝีมือแกนะ
แต่ตรึงใจบทกลอนของคุณจิระนันท์
และรักความเป็นตัวตนของวรรณสิงห์ ;P
หากที่ไม่ไปที่นั่นที่นี่เพราะใครบางคน
อยากสะกิดเตือนน้องหวายที่รักว่า
มันอยู่ที่ใจไม่ใช่สถานที่
หากใจยังติดไปที่ไหนก็เจ็บ
บางทีไม่ต้องไปเพียรหาอะไรมาเยียวยาหรอก
คือมันเป็นธรรมดาที่ว่าใครหกล้มก็ต้องเจ็บ
แต่มันก็ต้องหายใช่มั้ย ส่วนแผลเป็นก็เอาไว้เตือนใจ
หากล้มซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็คือเราทำตัวเราเอง
และเชื่อพี่เถอะว่าสิ่งที่เจ็บวันนี้มันจะเป็นอะไรที่ดูธรรมดามากในวันข้างหน้า
ชีวิตมันก็อย่างนี้แหละ ล้มลุกคลุกคลานกันไป
เปิดใจ เรียนรู้ ก็จะเข้าใจตัวเองได้มากขึ้น
พี่ไม่ได้มองว่าสิ่งที่หวายเจอเป็นเรื่องเล็กน้อยนะ
ปัญหาของใครก็ใหญ่ด้วยกันทั้งนั้น
แต่อยากให้หวายดำเนินชีวิตแบบมีสติครองใจเหมือนที่เคยเป็นมา
คือพี่เป็นคนไม่หวาน
แต่ทั้งหมดนี้คือด้วยความหวังดีจากใจ :)