2 กันยายน 2555 อาทิตย์
อันที่จริง
ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว
ที่มีเรื่องยุ่งๆวุ่นวายเกิดขึ้นหลายเรื่อง
1.เรื่องพี่เจมส์ พี่กาน กับหมิงหมิง เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต เจ็บปวดกันทุกคน
2.เรื่องเงินๆทองๆ ตกใจกับรายจ่ายและเริ่มคิดถึงอนาคตว่าจะเอายังไงต่อไปดี
3.เรื่องยาย(น้องสาวยาย)ป่วยหนัก ตอนนี้อยู่ห้องไอซียู หมอบอกให้ทำใจ
แม่กับยายอาจต้องเปลี่ยนแผนบินกลับไปกรุงเทพฯวันนี้พรุ่งนี้
เหนื่อยหนักหนาทุกเรื่อง ปวดหัวและใจหายไปตามๆกัน
แต่เรื่องดีๆก็ยังมีอยู่นะ
1.เช้านี้ได้อีเมล์จากพี่เอียด นักเขียนที่เราเคยเป็นบรรณาธิการหนังสือให้
พี่เอียดส่งอีเมล์มาว่าลืมเรื่องนั้นไปนานแล้ว และไม่ติดใจอะไรอีก
ได้รับรู้อย่างนี้ ก็สบายใจ ไม่มีอะไรต้องติดค้างอีกแล้ว ขอบคุณพี่เอียดมากๆนะคะ
2.อันที่จริงเรากลับบ้านมาเพื่อนอ่านไดอารี่เก่าๆหลายสิบเล่มพวกนั้น
เพื่อมองให้เห็นว่ากับเรื่องที่เราเคยทุกข์เศร้าฟูมฟายในวันเก่าก่อน
มาถึงวันนี้มันก็เป็นเพียงเรื่องธรรมดาที่ไม่มีผลต่อชีวิตเราอีกแล้ว
กลับมาอ่านเพื่อบอกตัวเองว่า กับความทุกข์ตอนนี้ เดี๋ยวก็จะผ่านไปแบบนี้แหละ
ซึ่งมันก็ช่วยได้จริงๆ เริ่มรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยแล้ว
3.ให้เงินยายกับย่าเล็กๆน้อยๆในฐานะที่ทำงานมาจะครบปีแล้ว
และได้เป็นพนักงานประจำแล้วนะ เดือนที่ผ่านมาก็เงินเดือนขึ้นนิดหน่อย
ถึงอาชีพนักเขียนจะดูต่ำต้อยด้อยค่า เงินน้อย เงินเก็บก็ไม่ค่อยจะมี
แต่มันเป็นงานที่หนูชอบ และรักจะทำต่อไป
กว่าหนูจะมีวันนี้ยายกับย่าก็ช่วยหนูมาเยอะ
วันหน้าหนูคงจะได้ตอบแทนได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยกว่านี้นะคะ
ส่วนพ่อกับแม่ ผู้มีพระคุณสูงสุดของลูก ผู้ให้ลูกมาทั้งชีวิต
ขอเวลาลูกอีกนิด แล้วลูกจะกลับมาใช้ชีวิตเพื่อพ่อแม่อย่างสมบูรณ์.
เคยเกิดอาการนี้เหมือนกันวันที่รู้แต่ข่าวแบบนี้ในวันเดียว
ReplyDeleteแต่วันนั้นพี่จำได้ว่า ลงมาจากโรงพยาบาลแล้วมันมีจัดนิทรรศการภาพถ่ายพอดี
มันคือสิ่งประโลมใจในวินาทีนั้นได้ดี
ความจริงการเดินในโรงพยาบาลมันก็ได้กลิ่นอายของเรื่องธรรมชาติ
วัฏจักรของชีวิตได้ดีทีเดียว ซึ่งพี่มักปวดหัวกับการเห็นภาพต่างๆ
แต่ในใจมันก็ยังตระหนักรู้อยู่ดี ไม่ว่าจะเกิดแก่เจ็บหรือตาย
มันก็วนเวียนกันอยู่แบบนี้ และยังไงก็หนีไม่พ้นนา่ทีกระตุกหัวใจนั่นสิ
การเดินทางชีวิตของคนบางคน ดำเนินต่อไปได้อีกในระยะสั้น
แต่คนอีกส่วนหนึ่ง รู้ดีว่า หากนับอายุมันอีกยาวนานที่จะเหลือให้ใช้
คนส่วนมากรู้ดีว่าทำอะไรที่ตัวเองชอบหรือไม่ชอบ
แต่คนอีกหลายคน รั้นที่จะทำในสิ่งที่รู้ผลดีว่าจะเจ็บกลับมายังไง
สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคนจึงได้ชื่อว่า "ดันทุรังสูง" เอ๊ะยังไง! ๕๕๕๕๕๕
อ่านข้อที่สามเกิดละอายใจหน่อยๆ
พี่อยู่ตรงนี้ก็ยังไม่รู้ว่าทำดีหรือยัง
แต่ก็ได้เอาบรรทัดฐานในความคิด การดำเนินชีวิต
ของตัวเองชี้วัดให้เขาได้เห็นแล้ว
ถึงจะเอาเม็ดเงินมากองไม่ได้ แต่หวังว่าทุกคนจะรับรู้ความรู้สึกใส่ใจ
ของหัวใจได้ไม่มากก็น้อย
เอาใจช่วยน้องสาวคนดี
ชีวิตทุกวันของเรายังคงต้องเดินทาง
จนกว่าใครจะพรากลมหายใจของเราไปนั่นล่ะเนอะ :')
ขอให้ผ่านวันนี้ไปให้ได้นะแก
ReplyDeleteเราเอาใจช่วย
อย่างว่าล่ะ ขณะที่เราอยู่กับสถานการณ์นั้นมันก็จะรู้สึกว่ามันแย่ มันใหญ่
แต่ถ้าผ่านวันนี้ไปได้ มันก็จะกลายเป็นเมื่อวาน เมื่อเรามองย้อนกลับไปเราก็จะคิดได้เองว่า...จริงๆ มันก็ไม่ได้แย่มากนักหรอก เพียงแต่มันเป็นสิ่งใหม่ ถ้าเราผ่านมันไปได้ หรือว่าได้เจอกับเรื่องทำนองนี้มีประสบการณ์กับมันบ่อยๆ มันก็จะกลายเป็นเรื่องธรรมดา....เหมือนอย่างที่แกรู้สึกเมื่อย้อนกลับไปอ่านไดอารี่เก่าๆ นั่นล่ะ
...
เราจำเป็นต้องฝึกตัวเองให้แกร่งขึ้นทุกวันๆ
มุ่ย