Friday
day 228 | rungkarn
เมื่อคืนออฟโทรมาตอนที่ดูชัมบาลาอยู่พอดี
ปิดหนังแล้วคุยกับออฟ
ออฟบอกว่าเลิกกับแฟนมาได้่สองสัปดาห์
แล้วก็เล่าให้ฟังสาเหตุที่เลิก สั้นๆ ง่ายๆ
บอกคล้ายปลอบเบาๆ แบบที่เราเคยพูดกับออฟตรงๆ
เหมือนเมื่อครั้งยังเรียนด้วยกัน และออฟก็เจอสภาวะแบบนี้
คุยกันได้ไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ
ก่อนวางสาย ออฟบอกขอบใจ คุยกับเราแล้วสบายใจขึ้น
จำได้ว่าเหมือนเมื่อก่อนที่คุยกัน
กับเพื่อนผู้ชายไม่ต้องร่ายกันยาว
สั้นง่ายเข้าใจไม่ต้องหาเหตุผลกันให้เยอะแบบนี้นี่เอง
ดูชัมบาลาต่อ
เป็นหนังที่นิ่งมาก ถ้าถามว่าได้อะไรบ้าง
สำหรับเราไม่ได้อะไรเลย
แต่ไม่ได้บอกว่าหนังไม่ดี
เราได้ลิ้มรสตัวละคร ฉาก และความหมายในหนังได้อย่างพอใจ
มากลางวัน เปิดดูโฮม ความรัก ความสุข ความทรงจำ อีกเรื่อง
แปลกที่หนังเรื่องนี้ ที่ไม่ทำรายได้
ไม่มีชื่อติดลมอย่างชัมบาลา
คนที่ดูมาบอกเราว่า หนังไม่มีอะไรเลย
กลับเรียกน้ำตาจากเราได้อย่างเต็มตื้น
ชอบที่บัวจันบอกว่า
คนตายน่ะ ตายไปแล้วทำอะไรไว้
ก็ทิ้งให้คนที่ยังอยู่รับผิดชอบ
คำพูดช่วงเวลาแห่งความเสียใจโถมใส่ผู้หญิงคนนี้
พรั่งพรูออกมาในเวลาแสนสั้น
แต่ทั้งชีวิตที่เหลือของเธอ กลับเต็มใจและยินดีจะแบกรับ
ด้วยความรักความเข้าใจและความคิดถึงเต็มหัวใจ
คนดูอย่างเรา ควรจะสำนึกไว้ว่า
มีชีวิตอยู่ควรจะทำดีให้มากๆ และอย่าทิ้งภาระที่ไม่จำเป็นแก่คนเบื้องหลัง
ชุดสุดท้าย เป็นเรื่องของปรียา และเสี่ยเล้ง
ตัดสินใจแต่งงานกันขณะที่คบกันมาเจ็ดปี
เสี่ยเล้งเป็นคนไม่ชอบพูด
ในขณะที่สำหรับเสี่ยเล้งแล้วปรียา เป็นผู้หญิงที่ทำผิดซ้ำๆ
ทั้งที่เขาไม่ชอบคนแบบนี้ ลูกน้องในโรงงานหากทำผิดซ้ำๆ
เขาจะไล่ออกทันที
แต่ในเรื่องราวของชีวิต
เสี่ยเล้งกลับเลือกปรียา ผู้หญิงที่ทำผิดซ้ำๆ
เพราะเขารู้ดีว่า ผู้หญิงคนนี้จะทำผิดอย่างไรอีก
และเขายอมให้อภัยเสมอ เพราะความรัก
ชอบมาก ชอบมากจริงๆ ที่เสี่ยเล้งพูดในพิธี
ถามว่าจะเลืิอกใครระหว่างคนที่ทำผิดซ้ำๆ จนเรารู้ว่ามีเรื่องอะไรบ้างที่เขาจะทำผิด
กับคนที่เราไม่เคยรู้เลยว่าเขาเป็นยังไง และจะทำอะไรผิดต่อเรา
ในเวลาเจ็ดปี ทำให้ผู้ชายคนนี้มั่นใจในผู้หญิงคนนึงได้
เพราะให้อภัยได้เสมอ
ในขณะที่ผู้หญิงคนหนึ่ง กลับไม่แน่ใจในตัวผู้ชายคนนึง
เพียงเพราะเขาไม่เคยพูด ไม่เคยบอก สิ่งที่คิดและรู้สึก
งดงามเหลือเกิน
...
คิดไปถึงเรื่องของออฟ
เราอาจเป็นที่ปรึกษาที่ไม่ดีเท่าไหร่
เราเข้าไม่ถึงเรื่องความรู้สึกอะไรพวกนี้แล้ว
แต่เรามั่นใจว่า สิ่งที่เราบอกเพื่อให้ออฟเบาใจ
ออฟจะเข้าใจว่าทำไมเราถึงบอกไปแบบนั้น
เราเชื่อว่าเพื่อนรู้ ชีวิตต้องดำเนินอยู่บนการงาน
และภาระที่เจออยู่ ซึ่งภาระทางนั้นล้นเหลือและหนักบ่าหากเป็นเราที่ต้องเจอ
มันอาจจะดีกว่าถ้าเพื่อนได้พบคนที่เข้าใจและยอมรับกันได้
บนความห่างไกลที่ตัวของคนที่รักกัน ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดติดกัน
แต่เราก็หวังใจว่า ความห่างในระยะของคนที่รักและห่วงใยกันแบบนั้น
จะทำให้เขาทั้งสองรู้ซึ้งว่า หัวใจในความรู้สึกมันมีน้ำหนักมากกว่า
การที่จะเลิกกันเพราะคำว่าอยู่ห่างไกลกันอย่างวันนี้
เราเพิ่งเข้าใจก็วันนี้เอง ที่เขาบอกกันนักหนา
ว่าเรื่องความรักมันต้องใช้หัวใจ อย่าใช้เหตุผล
ยังไงก็ดี เราคงไม่สามารถทำได้
หรือไม่เรายังคงไม่เจอคนที่เรารักและพร้อมยอมจริงๆ
๒๙ มีนาคม ๒๕๕๖
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
No comments:
Post a Comment