แม่เคยบอกว่า ไม่ต้องมารับผิดชอบอะไรหรอก เรื่องเงินก็เหมือนกัน
รับผิดชอบตัวเองให้ได้ก็พอ แล้วก็ต้องเก็บเงินด้วย
เราบอกแม่ว่า เก็บเงิน แต่ขอเอาไว้เที่ยวก่อนนะ
แม่ถามว่า จะเที่ยวไหนอะไรยังไง..เราเลือกเงียบแทนจะตอบคำถาม
เราไม่รู้ว่าแม่จะเข้าใจหรือเปล่าถ้าตอบไป
แต่ในคำตอบถ้าเราจะมีออกไป มันคงไม่ได้กลั่นออกมาจากใจ
เราว่าเราคุยกับแม่ไม่รู้เรื่อง นอกจากเราจะไม่ใจกว้างพอแล้ว
เรารู้สึกได้แค่ว่า แม่ไม่เข้าใจหรอก เพราะวัยของเราสองคนมันไม่ต้องกัน
พูดเรื่องเดียวกัน แต่ความเข้าใจมันคนละอย่าง
เราเลยเลือกเงียบในหลายครั้งที่แม่ถาม..เราไม่หวังว่าแม่จะเข้าใจในความเงียบ
แต่เราก็ไม่อยากให้แม่คิดอะไรต่อ ดูสิ่งที่อยู่ตรงหน้าก็พอ
ถึงแม้บางทีเราจะดูขี้เกียจ คิดเยอะ ลงมือทำน้อยก็ตาม
เราพยายามให้มันเป็นรูปเป็นร่างให้ได้อย่างดีที่สุด
และถึงแม้ในบางครั้งเราต้องเจอกับสภาพรอบกายที่พูดเยอะแต่ไม่ทำ
เรารำคาญเราท้อบ้างก็ตาม..แต่เราก็ต้องขุดพลังที่มีในตัวเองมาใช้ให้คุ้มค่าด้วย
อีกอย่างนึง..ที่เราสำนึกเสมอ
ให้ตอนนี้เราอายุสามสิบกว่า แอมเรียนจบ
แม่ก็คงไม่หยุดที่จะออกความเห็นหรืออยากจะจัดการบางเรื่องราวให้ลูก
มีสิ่งหนึ่งที่แม่สบายใจ คือเราไม่มีแฟน
อันนี้เราเข้าใจดี ว่าเพราะอะไร
สังคมรอบด้านในเรื่อง วัยอายุ ความสัมพันธ์แบบหนุ่มสาว
มีลูกแล้วพากันแต่งงานมันไม่น่ารื่นรมย์เท่าไหร่ในสายตาแม่
แต่ในความคิดของเรา ถ้าเขาจะท้องก่อนแล้วค่อยสู่ขอกัน
ท้ายที่สุดแล้วเขาก็มีจัดพิธีแต่งงานกัน..มันก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี
ที่เกี่ยวโยงกับความรับผิดชอบได้ ซึ่งเราเป็นคนนอกอย่าไปอะไรเลย
นอกเหนือจากนั้น ชีวิตใครชีวิตมัน
ไม่มีใครไม่มีปัญหาหรอก อยู่ที่ว่าจะมีสามัญสำนึก
กับความรับผิดชอบและละอายต่อบาปได้สักแค่ไหน
อ้อ..เรานึกไม่ออกเลย
ถ้าตอนนี้เราทำงานอยู่ไกลบ้านมันจะเป็นยังไง
ที่แน่ๆ เราคงไม่ต้องปวดหัวกับเรื่องจุกจิก
และแม่คงห่วงเรามาก..เราเป็นลูกคนกลางที่สมบูรณ์แบบจริงๆ
แต่หารู้ไม่ บนความสบายๆ เรื่อยเอื่อยของชีวิต เราคิดเยอะมาก
เราเคยเดาว่าถ้าไม่มีอะไรติดอยู่ทางนี้
แม่คงเลือกใช้ชีวิตแบบร่อนไปร่อนมาได้สะดวกและสบายใจ
เราว่าแม่ชอบเที่ยว ชอบเดินทางอยู่ไม่น้อย
แต่ความจำเป็นที่ไม่สะดวกใจเท่าไหร่มันบีบอยู่มากกว่า
เงื่อนไขของชีวิตมันไม่น่ามีอยู่เลย..
วันก่อนเราขับรถแล้วรถดับกลางทาง
แต่ยังดีที่ฟ้าฝนพอจะเป็นใจ ไม่ให้อะไรๆ แย่ไปหมด
เราพาตัวเองกลับถึงบ้านได้..แบบไม่ต้องโทรหาขอความช่วยเหลือจากใคร
เรื่องนี้ยังไม่มีใครรู้ เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่สาระอะไร(แต่ถ้าเกิดเรื่องมากกว่าสาระแน่ๆ)
ซึ่งนี่เป็นข้อเสียของเราอย่างมาก
เวลาเราเครียดก็แค่เงียบ ไม่ปรึกษาใคร
แล้วทำหน้างอแบบที่มันงออยู่แล้วเข้าไปอีก
เรามีรังสีแบบนี้แผ่กระจายรอบตัวเอง คนอื่นเลยคงไม่อยากยุ่งเท่าไหร่
แม่ถาม..เราก็ไม่ตอบ บางทีก็อารมณ์เสียใส่ดื้อๆ
คงมีเบื่อกันหลายหนแล้ว เหมือนเดิม..เราไม่หวังให้เข้าใจ
แต่อย่าคิดมาก คิดต่อก็พอ..ซึ่งก็คงยากอยู่ดีสำหรับแม่
เรารู้ว่าตัวเองมีข้อเสียมากเท่าไหร่ และควรแก้ไขยังไง
แต่ก็ไม่รู้ว่าเพราะไม่ใส่ใจจะแก้ไขหรือเปล่า..
มันเลยยังคงนิสัยเสียได้เหมือนเดิม
ฟ้ายังคงอมฝนในช่วงเช้า ช่วงสายแบบนี้แดดออกแฮะ
ไม่รู้บ่ายหรือเย็นจะทะมึนมีฝนอีกหรือเปล่า
เอาเข้าจริงเราก็ยังคงไม่หนักแน่นมั่นคงพอในเรื่องของอารมณ์
หวังให้หนักแน่นมั่นคงในเรื่องนี้ รอให้น้ำท่วมโลกยังจะง่ายกว่า ฮ่าๆ
ขอบคุณข้อความของกุญแจ
เรายิ้มได้ก่อนนอนเมื่อคืน แต่เราก็กังวลมาก
ในช่วงระยะเวลาเดือนหน้า..เดือนธันวา
เป็นอะไรที่ไม่กล้ารับปากอะไรกับใครเลยจริงๆ
บางทีที่อยากให้เพื่อนสักคนแบบนี้อยู่ใกล้กัน
ตรงกันข้าม เราก็ต้องยอมรับความขัดแย้ง
ความไม่พอใจยิบย่อยตามมาด้วยเสมอ
ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้ใช่ไหม..
:)
อ้อ..กฎข้อแรกของความสุข คงมีอยู่ว่า
ห้าม/อย่า/ไม่..โกหกตัวเอง(เด็ดขาด)ล่ะมั้งนะ.
ถ้าเราไม่เห็นอะไรเป็นปัญหา มันก็ไม่ใช่ปัญหา (เดียว/งามพรรณ เวชชาชีวะ), ๑๐.๔๖ น.
No comments:
Post a Comment