Friday

day 95 | rungkarn




เมื่อคืนได้คุยกันน้องมานานิดหน่อย
ไม่ได้คุยกันนานมากแล้ว ถึงจะคุยกันแค่ในแชทเฟซบุ๊คก็ยังดี
มานาซิ่วไปเรียนที่มช.ปีที่เปิดสาขาศิลปภาพถ่ายปีแรก
เมื่อคืนถามเรื่องงานทีสิส กลิ่นไอของความรู้สึุกบางอย่าง
ตีกลับไปในช่วงที่น้องเข้ามาปรึกษา
ว่าจะซิ่วจากรังสิตไปเชียงใหม่ดีไหม

เราเชียร์เต็มที่ หนึ่งเพราะสังคมตรงนั้นน่าจะดีกว่ามาก
สองเราถือว่าเชียงใหม่เป็นเมืองที่มีศิลปะ
มีเอกลักษณ์ที่เราเห็นได้อย่างชัดเจน
มีสถานที่ใกล้ๆ ที่น้องจะได้ถ่ายรูปสนุกและบรรยากาศก็เป็นใจ
มันเหมาะกับมานามากกว่าที่นี่..ที่รังสิตเยอะ

การรับรู้เป็นระยะๆ เราเหมารวมว่าอยู่ในระดับปานกลางถึงดี
ลึกๆ เราเชื่อว่าน้องเป็นคนมุ่งมั่นตั้งใจ และแก้ปัญหาด้วยตัวเองได้
แม้จะเป็นปัญหาที่คนอื่นนำเข้ามาให้ยุ่งวุ่นวายใจก็เถอะ
ซึ่งทั้งหมดแล้ว นิสัยก็คล้ายคลึงกับเรา แต่เก็บเงียบกว่าเรา

อีกอย่างมันทำให้เราทบทวนในตอนนั้นว่า
คนที่เราเข้าได้ดี จะไปอยู่ไกลเราอีกแล้ว
แล้วมันมักจะเดินทางอยู่แบบนี้เสมอ..ในชีวิต
พอเริ่มคุ้นเคย เริ่มรู้จักว่าเขาเข้ากับเราได้ดี
มีอะไรที่คล้ายและคุยในเรื่องที่ชอบเรื่องเดียวกันได้
ทัศนคติวิ่งอยู่ในระดับเดียวกัน ไม่ห่างกันมาก เราโอเคมาก
แต่ก็เดินทางห่างกันไปเหมือนที่แล้วมา

มันไม่ใช่ปัญหาสำหรับเราเลย
เรามองว่าน้องจะไปเจออะไรที่ดีกว่าเรามันสำคัญตรงนี้
เคยบอกมานาว่า รักมานาเหมือนน้องเลยนะ รักเหมือนรักแอม
แล้วเราก็เชื่อว่า น้องรับรู้ความรู้สึกเราได้ดีมาก

มีเรื่องประทับใจที่ไม่เคยลืมเลย
คืนที่ไปช่วยเก็บของก่อนที่จะย้ายไปเชียงใหม่
ดึกแล้ว เราเดินกลับหอ น้องจะมาส่ง แต่เราบอกว่าให้พักผ่อน
เดินกลับคนเดียวได้ แล้วเราก็ลืมเลยว่าจะต้องโทรหาตอนถึงหอแล้ว
พอเปิดมือถือมาตอนเช้า เห็นหลายสิบมิสคอลจากน้อง
เราโทรหาเดี๋ยวนั้นเลย ได้ยินเสียงงัวเงียรับ
แล้วบอกว่า โทรหาพี่แอ๊ะเท่าไหร่ก็ไม่ติด กลัวจะโดนฉุด
โทรจนหลับ รู้สึกตัวก็โทรอีก ได้นอนเอาจะเช้าแล้ว

ได้ยินแล้วน้ำตาคลอเบ้า
แต่โชคชะตามักเป็นแบบนี้
ไม่ได้เล่นตลกกับเราหรอก
เพียงแต่อยากจะปล่อยให้ความคิดถึง
ความห่วงใยทำงานให้คุ้มค่าในระยะทางที่ห่างกันมากกว่า
แล้วทั้งสองความรู้สึกก็ทำงานได้ดีซะด้วย

รักน้องเสมอ
ไม่เคยอยากจะไปร่วมแสดงความยินดีกับใครเลย
ในวงรอบที่รู้จักกันตอนมหาลัย
แต่จะไปพบมานาให้ได้



No comments:

Post a Comment