เมื่อนักเขียนอาชีพริอาจไปเป็นชาวนาสมัครเล่น ผลจึงออกมาเป็นเช่นนี้
เคยคิดว่าเขียนหนังสือมันย้าก ยาก เหนื่อย หน่าย ปวดกะบาล
บ่น ทดท้อกับตัวเองทุกวัน
"ไม่เอาไม่อยากคิด ไม่อยากเขียน ใจไม่สู้"
เครียด แน่นหน้าอกขึ้นมานิดหน่อยเราก็ไปนอนหายใจพะงาบๆ
กลายเป็นว่าผ่านไปหนึ่งวัน ไม่ทำอะไร เพราะใจเสาะ
- หนึ่งวันผ่านไป -
ไม่มีตัวหนังสือผุดขึ้นบนหน้ากระดาษสักตัว
รู้สึกว่าการปลูกตัวหนังสือนี่ไม่ง่ายเลยจริงๆ
แต่...
เราไม่เคยคิดไปถึงอาชีพอื่นที่เหนื่อยยาก ลำบากกว่านี้ก็มีในโลก
ยกตัวอย่างเช่น ชาวนา
เอาล่ะ
ชีวิตของเราคงสบายจนเคยตัว เลยทำให้เราเป็นคุณหนู ไม่เคยต้องฝ่าฟันความยากลำบาก
วันนี้จึงให้บทเรียนกับตัวเองเสียหนึ่งบท...ขอบอกว่า ฉันเรียนรู้มันอย่างลึกซึ้งถึงกึ๋นมาก
"ฉันไปเป็นชาวนา ฮู่เล่"
ช่วงนี้ชาวนาเกี่ยวข้าวเสร็จแล้วและกำลังตีข้าวกัน
(ที่จริงชาวนาสมัยใหม่เค้ามีรถหยอดกล้า รถเกี่ยวข้าว รถสีข้าว ทำให้สบายไม่ต้องเหนื่อยอะไรมากมายเหมือนสมัยก่อนแล้ว แต่ว่าปีนี้ครอบครัวเราตัดสินใจทำนาเพียง 6 ไร่ แม่บอกว่าชิวๆ เป็นการเรียนรู้วิถีพอเพียงตามพ่อหลวง
พ่อกับแม่ทำนาแบบไม่ใช้เครื่องมือทันสมัย หว่านข้าวเอง เกี่ยวข้าวเอง และโชคร้ายมากเมื่อวันที่เกี่ยวข้าวเสร็จแล้วฝนดันตก รถสีข้าวก็เลยลงทุ่งมาสีข้าวให้ไม่ได้ ดังนั้น แม่จึงตัดสินใจตีข้าวเอง ฉันก็ไปช่วยด้วย)
เราใช้ไม้ตีข้าวแบบชาวนาสมัยก่อน ขอบอกว่ามันไม่ง่ายเลย
ดูมือฉันก็แล้วกัน ต้องติดปลาสเตอร์เพราะมือถลอก แดงช้ำไปหมด
ฉันตีข้าวได้ประมาณสามสิบมัด เอิ่ม เหนื่อยโฮก
เหนื่อยเกินจะบรรยาย ตากแดดร้อนก็ร้อน คันไปทั้งตัว หน้าแดงแปร๊ด
ปวดเมื่อยตั้งแต่ต้นแขนลงไปตลอดตัว
การตีข้าว
ฉันมองปราดไปทั่วบริเวณทุ่งนา 6 ไร่ที่ปลูกข้าวปีนี้ รู้สึกทึ่งมากที่คนเกี่ยวข้าวสามารถอดทนเกี่ยวมันทีละต้นๆ จนหมดทุ่ง การเกี่ยวข้าวไม่ใช่ทำง่ายๆ ฉันเคยลอง ปรากฎว่าคันเนื้อตัวไปหมด ร้อนด้วย เกี่ยวข้าวได้มัดเดียวฉันก็ยอมแพ้แล้ว ลองคิดดูสิว่าชาวนาเขาต้องใช้ความอดทนมากขนาดไหนกว่าจะเกี่ยวข้าวได้หมดทุ่ง
ฉันขอชื่นชมชาวนาจากใจจริง
ถ้าไม่ได้มีโอกาสมาลองทำนาจริงๆ จะไม่เข้าใจเลย
ตอนนี้เข้าใจลึกซึ้งมาก (เกี่ยวข้าวได้มัดเดียว กับตีข้าวได้ไม่กี่มัดก็แอ๊บบอกเข้าใจ ชิชิ)
กว่าจะได้ข้าวมากิน ยากกกกกกกกกกกกกกกกกก ยิ่ง
ต่อไปนี้ฉันขอสาบานว่า
จะไม่ใจเสาะเวลาเขียนงานอีกแล้ว
ฉันจะต้องทน ต้องอึด สู้งานให้ได้มากกว่านี้
การเขียนหนังสือเหนื่อยยากไม่ได้ครึ่งหนึ่งของชาวนาเลยด้วยซ้ำ
เป็นนักเขียนได้อยู่ในห้องแอร์ นั่งหน้าคอม ใช้นิ้วจิ้มคีบอร์ด รีดเค้นความคิด หาข้อมูล
ทุกขั้นตอนไม่ร้อน ไม่เสียเหงื่อ ไม่เหนื่อยหอบ ไม่ทุกข์ทนมากมายเลย
'ปลูกตัวหนังสือลงกระดาษ' งานของเราสบายกว่า 'ชาวนาปลูกข้าวลงบนดินมาก'
และรายได้เราดีกว่าชาวนาหลายเท่าตัว
การเดินลงทุ่งวันนี้เป็นการกระตุ้นตัวเองให้ความคิดตกตะกอน
และก็ได้ผลดีซะด้วย
ขอสดุดีชาวนา
พวกคุณเจ๋ง (หนูเก่งไม่ได้ครึ่งคุณเลย)
มาตา ชาวนาสมัครเล่น
30 พฤศจิกายน 2555
รูปมือติดปลาสเตอร์จะเอาไว้ดูเตือนใจตัวเองเวลาใจเสาะไม่อยากเขียนหนังสือ



มาตาสวยมากวันนี้ แบร่ๆ, พี่แอ๊ะ
ReplyDelete