Friday
day 81 | kunjair
ในวันธรรมดา
ฉันมีชีวิตหลังเวลาสิบแปดนาฬิกา
...
ไม่ได้พกความตั้งใจมาจากบ้านว่าเลิกงานจะไปท่องราตรี
นั่งทำงานไป คุยกับพี่ร่วมงานข้างๆ ไป คุยกับลูกค้าไป
แล้วความคิดถึงแสงสีและถนนในเมืองก็เข้ามาจู่โจม
นานแล้ว หลายเดือนแล้วที่เราไม่ได้เข้าเมือง
ไม่ได้ไปร้านกาแฟที่ท่าเตียน
ไม่ได้ไปซื้อขนมจุกจิกที่ท่าช้าง
ไม่ได้ไปเดินซื้อรองเท้าและเสื้อผ้าที่ท่าพระจันทร์
ไม่ได้ไปเดินเล่นรับลมที่ถนนพระอาทิตย์
คิดถึง คิดถึง คิดถึง
คืนวันศุกร์รถติดเป็นปกติ
โบกตุ๊กตุ๊กหน้าลิโด ตั้งใจว่าถ้าเกินหนึ่งร้อยบาทจะไม่ไป
พี่คนขับเปิดราคามาหนึ่งร้อยห้าสิบบาท
เรารีบแย้งว่าปกตินั่งไปไม่เคยเกินหนึ่งร้อยนะคะ
พี่แกทำท่าคิดแล้วส่งราคาหนึ่งร้อยยี่สิบบาทมา
เรายืนคิดเล็กน้อย รถก็ติด ท้องก็ร้อง
เอาวะ! เกินมายี่สิบบาทก็น่าจะดีกว่ายืนรอแบบไม่มีจุดหมาย
ตุ๊กตุ๊กซิ่งได้ใจ เขม่าควันรถก็เยอะได้ใจเช่นกัน
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยก็โผลอยู่ตรงหน้า
เห็นแล้วยิ่งคิดถึงเรื่องราวในระยะเวลาเกือบ 10 ปี
ที่เกิดขึ้นบนถนนสายนี้ มีไม่กี่คนที่เราชวนมาเดินไปกันด้วยกัน
ทุกเหตุการณ์มีความหมาย ทุกคนยิ่งมีคุณค่าทางจิตใจ
เดินผ่านถนนข้าวสาร ผู้คนไม่เยอะอย่างที่นึกเดาไว้
ข้ามถนนเข้าซอยรามบุตรีข้างวัดชนะสงคราม
นักท่องเที่ยวบางตาจริงๆ หากเทียบกับทุกครั้งที่มา
ลัดเลาะพาตัวเองมาโผล่ถนนพระอาทิตย์อันเงียบสงบ
ทีแรกว่าจะไปร้านบัวสอาดที่อยู่เยื้องๆ กับป้อมพระสุเมรุ
แต่เพราะคนเยอะแล้วส่วนใหญ่เป็นเด็กมหาลัย
เลยเปลี่ยนใจไปฟังเพลงเบาๆ ที่ good story bangkok แทน
กินข้าว ฟังเพลง พูดคุยกับเพื่อน
เพื่อนที่ไม่รู้ว่ายังจะใช้คำว่าสนิทสนมได้อีกหรือไม่
เราเดินทางร่วมกันมานานตั้งแต่วัยมัธยม
มีฉันต้องมีเธออยู่ด้วยกันไม่เคยห่าง
แม้ความจริงแล้วเราทั้งคู่แทบไม่มีอะไรที่ไปด้วยกันได้เลย
แต่เพื่อนที่รักที่สุดบางทีก็ไม่จำเป็นต้องสนิทที่สุดก็ได้มั้ง
...
เมื่อปิดตาและเปิดใจ
กลิ่นของรัตนโกสินทร์ยังคงคลุ้งกระจาย
ไม่เคยจางหายไปไหนเลย
kunjair
categories:
kunjair,
photography,
story
Subscribe to:
Post Comments (Atom)


ทีแรกนึกว่าจะไม่ได้เห็นบล็อคของวันนี้ซะแล้ว
ReplyDeleteมาไล่ดูของทุกวันทำ quote เลยเห็น
ทำให้เราคิดถึงกรุงเทพมาก
สำหรับเรื่องเพื่อน เราก็เป็นแบบนั้น
นิสัยต่าง เรื่องที่คุย ความชอบต่างกัน
ดูเหมือนไม่มีอะไรที่ไปด้วยกันได้
แต่ก็รักมากนะ แล้วค้นพบว่าเรียกว่าสนิทได้ เพราะสนิทใจมาก
เราก็ยังคงเป็นคนเดิมที่โทรหาเพื่อนนานๆ หน
เมื่อก่อนเขาไม่มีครอบครัว เราก็คุยกับเขานานหน
เดี๋ยวนี้มีครอบครัวเราก็ยังทำแบบเดิม
แต่เลือกไปหาไปนอนด้วย ไปเล่นกับหลาน
ไปคุยนอนมองหน้ามองตากันเลย
แล้วก็รู้สึกสนิทใจได้เหมือนเดิม ถึงจะไม่ได้เจอกันหลายเดือน
ส่วนช่วงม.๑ ถึงม.๖ เนี่ย
อยู่โรงเรียนไม่เคยห่างกัน จนเพื่อนคนอื่นเรียกคู่ปาท่องโก๋
เห็นเราต้องเห็นเขา เห็นเขาต้องเห็นเราอยู่ด้วยกัน
สำหรับเราสนิทที่สุดคือคนนี้ สำคัญที่ใจสนิท
ไม่มีข้อกังขาใดใด และรักมากด้วย :)