ไม่รู้ืทำไมนะ เวลาช่วงที่รีบเร่งส่งงานไม่เคยมีอะไรเป็นใจเลย
ไม่ได้ว่าจะส่งงานเฉียดเส้นยาแดง ทำเช้าส่งเย็นซะหน่อย
จะเตรียมให้เสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์ล่วงหน้าหนึ่งวันเสียด้วยซ้ำ
ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม ไปถึงร้านที่ฝากงานสกรีนซีดีไว้
ก็ไม่มีงานวางไว้อย่างที่คิด
เมื่อวานอารมณ์เสียใส่เพื่อนตั้งแต่เช้า แต่พอคลายลงก็ขอโทษเพื่อนไป
เราผิดที่อารมณ์เสียมาก ไม่ยับยั้งปาก ผิดจริงๆ ในข้อนี้
ตอนเพื่อนโทรกลับมาขอโทษ เราก็บอกไปตรงๆ
ว่าวางก่อน กำลังโมโห
พี่พูดอะไรก็ไม่ฟังวินาทีนั้น มันหัวเสียไปหมด
บอกแถมพี่ไป เพราะแบบนี้ล่ะถึงไม่อยากเกี่ยวข้องกับเพื่อนในเรื่องงาน
เรามันปากหมาปากไว ด่าเพื่อน เดี๋ยวจะเสียเพื่อนกันเปล่าๆ
แต่นี่เพื่อนเข้าใจ ขอโทษแล้วก็คุยกันดี
คงเป็นเพราะเราโมโหแบบจริงใจด้วย โมโหก็คือโมโห
ไม่เอาไปด่าต่อ หรือด่าลับหลังให้เขาเสียความรู้สึก
แต่ยังไงก็รู้สึกแย่อยู่ดี ที่ตัวเองนิสัยแบบนี้
วันนี้ก็เดินเรื่องงานเดิมต่อ เบื่อมาก
ไปมาหาดใหญ่สามวันติดกัน บรรยากาศในเมืองดูดพลังเราเยอะเลย
สามวันแค่นี้ แลกกับยุ่งวุ่นวายอยู่กับบ้านทั้งเดือน
เราเลือกอย่างหลังดีกว่า ไม่รู้สึกเหมือนโดนดูดพลัง
แล้วก็ไม่รู้สึกปวดหัวอยากนอนแบบนี้ด้วย
บ่นไว้ก่อน สุดท้ายก็ช่างมัน
ยังไงก็ต้องทำงาน ยังไงก็ต้องส่งงาน
ตอนนี้อยากสระผม นอนอ่านหนังสือ
ปล่อยเวลาให้ไหลผ่านไป
แล้วพรุ่งนี้ค่อยว่ากันต่อ ยังไงก็ต้องออกจากบ้านเหมือนเคยนั่นล่ะ
เออ..บางทีเราต้องยอมสิ้นเปลืองเพื่่อความจำเป็น มันก็เท่านั้น, ๑๖.๒๒ น.


ยิ้มนะจ้ะ
ReplyDeleteยิ้มนะจ้ะ
ยิ้มนะจ้ะ
ยิ้มนะจ้ะ
ยิ้มนะจ้ะ
ยิ้มนะจ้ะ
ยิ้มนะจ้ะ
ยิ้มนะจ้ะ
ป่านนี้คงยิ้มได้แล้วม้าง
อย่าทำหน้าบูดเป็นตูดหมึกจิ
มุ่ย