Wednesday

day 149 | rungkarn





บางทีเราก็รู้สึกว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ของเรา
อาจเพราะเราทำอะไรๆ ได้ไม่เต็มที่หรือเปล่าไม่แน่ใจ
จำไม่ได้ว่ารู้สึกบ่อยหรือเปล่า เพียงแค่น้ำหนักแต่ละครั้งไม่เท่ากัน
น้อยบ้างมากบ้าง ส่วนครั้งนี้น้ำหนักยังคงเบาๆ อยู่

นี่แหละ เราจะเชื่อความรู้สึกตัวเองได้สักแค่ไหนกันเชียว

แต่ถ้าไม่ลองทำสิ่งแปลกใหม่บ้าง
เราก็จะไม่มีอะไรมาเปรียบเทียบได้ว่า
เราทำอะไรได้ดี ดีกว่า แย่กว่า อะไรยังไง ไม่มีทางรู้เลย

เมื่อคืนเห็นบางภาพที่พี่มีนแชร์
บอกว่าคนกรุ๊ปเลือดเอชอบอะไรแปลกใหม่
แต่ไม่ชอบเปลี่ยนวิถีชีวิต ก็อาจจะจริง
เราเป็นหนึ่งในคนกรุ๊ปเอ แล้วตอนนี้เราก็เป็นอย่างนั้น
เราสามารถทำอะไรก็ได้ ที่ลงมือทำแล้ว แล้วทำมันไป
ชอบลองอะไรใหม่ๆ อยู่เหมือนกัน แต่ไฟในตัวก็ไม่ได้แจ่มจ้าเหมือนเมื่อก่อน

พูดถึงเรื่องนี้แล้วรู้สึกหงอยอย่างเห็นได้ชัด
อาจจะเกี่ยวด้วยกับเรื่องศักยภาพของตัวเองเช่นกัน
ไม่ได้สำแดง ไม่ได้ใช้ความสามารถให้เต็มที่แบบได้ดังใจเลย
บางทีความทะเยอทะยานควรจะมีให้ได้ชัดเจน เพื่อผลดี
อะไรแบบนี้ถ้าใช้ให้ถูกที่ถูกทาง ถูกกาลเทศะ
ก็ไม่ใช่ว่าจะดูเลวร้ายเลย

คุณสมบัติบางอย่างเราก็ควรจะมีอย่างใครเขาบ้าง
คุณสมบัติส่วนตัวที่ว่าดี ก็แสดงออกให้ชัดเจนได้แล้ว
เดินหน้าต่อไป ก้าวให้มั่นคงหนักแน่นก็แล้วกัน



งานสารคดียังคงฟุ้งกระจายเต็มสมอง
ไปสุราษฎร์หนนี้คงไม่ได้ไปเดินดูป่าชายเลนอย่างที่ตั้งใจไว้ทีแรก
แม่ถามว่าวันที่สิบห้าจะไปรับเสด็จพระเทพมั้ย
ใจให้ไปกับคำถามของแม่เก้าสิบเปอร์เซ็นต์
เลยเปลี่ยนแผน ไปวันศุกร์กลับอาทิตย์ก็แล้วกัน อย่างอื่นค่อยว่ากันอีกที

วันอังคารหน้าสมเด็จพระเทพจะเสด็จโรงเรียนที่เราเคยไปถ่ายรูป
เราลืมไปแล้วว่าเคยไป จำได้แค่ว่าเป็นโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน
จำได้เลือนๆ ว่าเข้าสวนยางลึกเข้าไป หนทางค่อนข้างลำบากเลยทีเดียว
แต่พระองค์ก็ทรงดำเนินตามรอยในหลวงได้อย่างยอดเยี่ยม
พิมพ์มาตรงนี้อดขนลุกไม่ได้ รักพระองค์ทั้งสองเหลือเกิน
อยากจะมองเห็นพระองค์อีกครั้งให้เต็มสองตาตัวเอง
อยากจะมีภาพประทับใจอีกที อยากจะเพิ่มพลังให้ตัวเองเช่นกัน

บังเอิญว่าวันอังคารมีออเดอร์เค้กวันเกิดด้วย
จากที่ทำเค้กตอนกลางวันแล้วลูกค้ารับช่วงเย็น
หนนี้คงต้องทำไว้กลางคืน แช่ตู้เย็นไว้
แล้วจะได้ไปรับเสด็จอย่างไร้กังวล

สัปดาห์นี้ใกล้จะผ่านไปแล้ว
ขอให้ผ่านไปด้วยดี ถึงแม้ความกังวลยังปกคลุมทั่วใจ
เรื่องราวบางเรื่องยังคงคล้ายมีหมอกควันที่แสบตาลอยเคว้งในใจอยู่บ้าง
แต่เชื่อว่าผ่านได้ ไม่มีอะไรให้ห่วง

เรารู้ดีแก่ใจว่าอะไรที่ทำให้ใจเราเบา
เราจะออกกำลังกาย เราจะตื่นเช้าให้ได้เวลาเดิม จะนอนแต่หัวค่ำ
จะอ่านหนังสือ และเก็บรอมริบความรู้เรื่องราวแรงบันดาลใจสำหรับตัวเอง
เพื่อเดินทางชีวิตต่อไป

สุดท้ายเราเชื่อว่าทุกคนรู้ดี
ว่าตัวเองอยู่กับอะไรแล้วมีความสุข เบาทั้งกายและใจ
ขอแค่ไม่โกหกตัวเอง ซื่อสัตย์กับตัวเองให้มาก
และอยู่กับตัวเองให้ได้ก็พอ

เหงาก็ไม่เป็นไร กอดคอกันไปบนเส้นทางสายเดิมนี่แหละ
ถึงจะโดดเดี่ยวบ้าง แต่กำลังใจจากคนที่รักกันห้อมล้อมเต็มแน่น
แค่นี้ก็ไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้ว




ความอดทน..จะให้ผลที่ดีงามแก่เราได้สักวัน
๐๙ มกราคม ๒๕๕๖, ๑๙.๒๔ น.



1 comment:

  1. ขอให้ได้รับเสด็จอย่างใกล้ชิดเลยนะ

    มุ่ย

    ReplyDelete