Wednesday

day 79 | kunjair





"เหงาสุขเศร้าก็คลุกและเคล้ากันไป
นี่ใช่ไหมที่เขาเรียกกันว่าคน
มันต้องคนให้ข้นถึงจะกลมกล่อมรสดี"


เราเป็นคนที่ไม่ได้ฟังเพลงแค่ผ่านหู
ไม่ได้ฟังแค่เนื้อร้องที่ไพเราะคล้องจอง
ไม่ได้ฟังแค่ท่วงทำนองที่ลื่นไหลติดหู
คงเป็นเพราะเราถูกปลูกฝังเรื่องดนตรีมาตั้งแต่เด็ก
เริ่มเรียนอิเล็คโทนตั้งแต่ 6 ขวบ
เปลี่ยนมาเรียนเปียโนตอน 9 ขวบ
เป่าขลุย ตีขิม สีซอ ดีดกีต้าร์ ตีกลอง
เขียนเนื้อ แต่งทำนอง เรียบเรียงเพลง
ดนตรีคือชีวิตเราในช่วงวัยมัธยม


เรากล้าพูดได้ว่าเราฟังเพลงเยอะและหลากหลายแนว
ฟังเพลงรุ่นพ่อ รุ่นแม่ รุ่นพี่ รุ่นตัวเอง และรุ่นน้อง
แต่ไม่ชอบฟังเพลงลูกทุ่งนะ เราเลือกที่จะฟังเพลงเพื่อชีวิตแทน


นั่งดู youtube แล้วเปิดมาเจอเพลงนี้โดยบังเอิญ
เรามองว่า p2warship ทำเพลงดีทุกอัลบั้ม
แต่อาจไม่มีจุดขายที่โดดเด่นมากพอ
ที่จะสามารถทำตลาดให้กว้างขึ้นกว่าที่เป็นได้
ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้าของวงการเพลง
ไม่ใช่แค่เมืองไทยหรอกนะ แต่หมายรวมถึงทั่วโลก


ในอัลบั้มแรก p2warship มีภาคดนตรีที่ชัดเจน
กับการเป็นวงดนตรี pop ทำเพลงออกมาฟังง่าย
มีการเขียนเนื้อเพลงแบบเปรียบเปรย เล่าเรื่อง และเข้าใจง่าย
ส่วนในอัลบั้มต่อๆ มา ภาคดนตรีของ p2warship
มีการพัฒนามากขึ้น มีเครื่องสี เครื่องเป่าเข้ามาเพิ่มสีสัน
ซึ่งทำให้ p2warship ก้าวเข้ามาเป็นวงดนตรี variety pop อย่างเต็มตัว


ส่วนเพลง ส.ป.ช. เพลงนี้
เปิดฉากมาด้วยเสียงลีดกีต้าร์กับจังหวะกลองแน่นๆ
คล้ายว่ากำลังฟังเพลง slow rock ของวง pop rock สักวงอยู่
แต่เมื่อเสียงกลองเปลี่ยนจังหวะตามด้วยเสียงทรัมเป็ตของพล่ากุ้ง
เพลงนี้ก็มีกลิ่นอายความเป็นเร็กเก้เข้ามาทันที
ซึ่งเราคิดว่ามันคือสีสันของเพลงๆ นี้เลยล่ะ


โดยรวมแล้วเพลงนี้มีทำนองติดหู
เนื้อเพลงมีความหมายดีให้กำลังใจ
และอยากให้ลองสังเกตดูว่าในส่วนของเนื้อเพลง
มีการเล่นสัมผัสในอยู่หลายๆ ท่อน


พล่ากุ้งร้องเพลงได้ แต่ไม่ใช่คนเสียงดี
แต่สำหรับเพลงนี้หางเสียงกวนโอ๊ยแบบพล่ากุ้งนี่แหละ
ที่เหมาะกับเสียงเครื่องดนตรีที่เขาเล่นมากที่สุด
เพราะทรัมเป็ตก็มีเสียงกวนประสาทไม่แพ้ใครเช่นกัน


"สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต 
เรียนรู้จากสิ่งที่ผิด คงต้องถูกสักวัน"




kunjair

2 comments:

  1. นี่แหละที่เราบอกว่า
    แจทำให้เราเปิดโลกอีกมุมนึง
    ซึ่งโลกเราแคบ ทั้งเรื่องดนตรี หนัง ละคร
    เออประมาณนี้

    คือข้อเสียของเราคืิอถ้าไม่ชอบก็ไม่สนใจ
    ไม่ค่อยเปิดรับอะไรกว้างขวาง
    แต่มาถึงตอนนี้ พอเรารู้สึกว่าโลกเราแคบมากๆ
    เราควรมีสิ่งกระตุ้นเพื่อจะเปิดรับอะไรใหม่ๆ บ้าง
    เราฟังแต่เพลงเก่าของแกรมมี่
    เพลงที่เรารู้สึกว่าเื้นื้อหาไม่ทำร้าย แต่ก็ไม่ได้ในแง่คิดชีวิตมาก
    ให้ความรู้สึกเบาสบายในจิตใจ
    จนเรากลับมาอยู่บ้าน พี่เปิดเพลงเพื่อชีวิตบ่อยๆ
    เราก็ค่อยๆ เปิดรับมันไป เมื่อก่อนเราฟังเลือกเพลง
    ซึ่งน้อยมาก ถ้าเทียบกับเดี๋ยวนี้

    เราดูแต่หนังที่เราคิดว่า มันจะไม่หนักหัวเรา
    แต่เอาเข้าจริงมันก็ไม่ได้ให้สาระประโยชน์อะไร
    แค่ผ่อนคลาย

    เราอ่านแต่หนังสือที่เรารู้สึกว่ามันเข้าใจง่าย
    ดูคำโปรยจากด้านหลังหนังสือ ถ้าโอเคเราก็จ่ายเงินไปกับมัน
    เราไม่เคยเรียนรู้ที่จะรู้จักนักเขียนคนไหนเลย
    ทั้งที่เราควรจะรู้เสียแต่ทีแรกว่านักเขียนแต่ละคน
    ให้อะไรไม่เหมือนกัน ความคิด การมองโลก
    การสื่อสารออกมาเป็นตัวอักษรให้คนอ่านได้เห็น
    ความละเอียดอ่อน ความอ่่อนโยนที่สื่อจากตัวอักษร
    เหล่านั้น มันแตกต่างกัน และเราควรเรียนรู้บ้าง
    แจ หวาย มุ่ย ทำให้เราคิดตรงนี้จริงๆ
    เพราะถ้าเรายังอยากได้อะไรจากหนังสือจริงๆ
    เราก็ควรจะเปิดรับเรื่องนี้ไปด้วย

    ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้แหละใช่ไหม
    อีกใจเราก็อยากกลับไปใช้ชีวิตในเมืองหลวงจริงจัง
    สั่งสมประสบการณ์ชีวิตให้แข็งแกร่งต่้อความจริงให้มาก
    แต่ก็เรายังยึดติดอยู่กับความคิดและความตั้งใจเดิม

    ยังไงซะ เราก็ยินดีที่จะเรียนรู้จากแจนะ :)

    -แอ๊ะเอง-

    ReplyDelete
  2. พีทูวอร์ชิพ เพลงที่ฟังติดหู ชอบเนื้อเพลงมากก็เห็นจะเป็นเพลง 'อย่าอยู่อย่างอยาก'

    มุ่ยชอบเพลงที่เนื้อเพลง ไม่ค่อยรู้รายละเอียดดนตรีเชิงลึกมากนัก
    ไม่มีพรสวรรค์เรื่องดนตรีด้วย 5555
    แต่ชอบฟังเนื้อเพลงที่ให้คิด
    กิก กิก

    มุ่ยจ้า

    ReplyDelete