| มาลัยฟาร์ม ราชบุรี |
๑.
เพิ่งได้กลับมานอนหอ อยู่นิ่งๆ
ไม่ต้องกระฉับกระเฉง กระตือรือร้นขายหนังสือ
ตะลอนไปที่ไหนๆเหมือนสองสามวันที่ผ่านมา
ขอพักสักสองสามวัน ก่อนจะต้องจรไปชัยภูมิ-โคราชอาทิตย์หน้า
แล้วก็จรยาวไปไหนต่อไหนอีกในเดือนพฤศจิกายน
ททท.กาญจนบุรีจะมีหมายเชิญไปเขาช้างเผือกที่กาญจนบุรี
น่าสนใจไม่้น้อย เพราะเป็นดอยที่สวยจริงๆ
แต่จุดหมายเดียวในใจตอนนี้อยู่ที่กิ่วแม่ปาน
กิโลเมตรที่ 42 ในถนนสายจอมทอง-ดอยอินทนนท์
หวังว่าจะได้พาตัวเองไปสมความตั้งใจเสียที
เพิ่งดูรูปเชียงรายของพี่แจเมื่อเช้า ชอบมากๆ
ทำให้เราอยากแพ็คกระเป๋า ออกเดินทางกับเพื่อนรู้ใจสักคน
ออกเดินทางแบบที่ไม่ต้องห่วงกังวลเรื่องงานเหมือนที่ผ่านๆมา
ออกเดินทางแบบที่เรามีเวลาซึมซับสิ่งที่เราอยากซึมซับ
ไม่ใช่สิ่งที่การท่องเที่ยวบอกว่าเราควรจะต้องซึมซับ
อยากไปกิ่วแม่ปานจังเลย
อยากเห็นป่าดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์ อยากเห็นต้นไม้ใส่เสื้อ
อยากมองเห็นตัวเองยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าสีทอง
อยากเห็นกุหลาบพันปีบนความสูงกว่า 2,000 เมตรว่าจะสวยแค่ไหน
๒.
ระบบบล็อกของเฟสบุ้คเปลี่ยนไป
เมื่อก่อน ถ้าเราบล็อกกัน เราจะมองไม่เห็นกันอีก
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยปฏิสัมพันธ์กันมันจะหายไปหมด
ราวกับความสัมพันธ์เหล่านั้นไม่เคยดำรงอยู่
แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไป
เรายังคงเห็นทุกข้อความ ทุกบทสนทนา
เพียงแต่ว่าเราเข้าไม่ถึงกันและกันอีกแล้วเท่านั้น
ซึ่งเราว่ามันเป็นวิธีการที่เจ็บปวดยิ่งกว่าหายจากกันไปโดยสิ้นเชิงเสียอีก
ช่วงนี้เราเลิกฝันทุกครั้งที่ล้มตัวนอนลงบนหมอนที่ห้องใหม่แล้ว
ช่วงก่อนหน้า เราฝันทุกคืน ฝันเยอะ ฝันนาน ฝันมาก
ฝันถึงคนโน้นคนนี้ มากมายชนิดไม่รู้ไปขุดผู้คนมากมายขนาดนี้มาฝันได้ยังไง
ฝันถึงเพื่อนสมัยประถม รุ่นน้องที่เตรียมฯ รุ่นน้องเอกไทย
มีฝันถึงพี่แจ กับพี่แอ๊ะด้วย แปลกดี มาในฝันแบบเป็นภาพเคลื่อนไหวและมีเสียงด้วย
ทั้งๆที่ในความเป็นจริงเรายังไม่เคยได้เจอกันเลยเนอะ
อาจเป็นเพราะสิ่งที่อยู่ในหัว ในความทรงจำ มันประทับแน่นมาก
จนเราแปรมันออกมาเป็นภาพที่ชัดเจนขนาดนั้นได้
เราเชื่อว่าความทรงจำของคนเราคือการปรุงแต่ง
มันคือส่วนผสมระหว่างความจริงและจินตนาการอย่างละครึ่ง
ภาพที่เราประทับไว้ในใจล้วนถูกดัดแปลงแก้ไขโดยความนึกคิดของเราเอง
มันไม่มีอะไรจริงทุกอย่าง
วิธีการที่ใครคนหนึ่งเคยพูดคุยกับเรา น้ำเสียงของเขา รอยยิ้มของเขา
ทุกอย่างเมื่อผ่านกาลเวลาและความนึกคิดจินตนาการของเรา
มันย่อมต้องบิดเบี้ยวไปจากเดิมไม่มากก็น้อย
ความทรงจำจึงไม่ใช่อะไรที่จริงแท้แน่นอนเลย
และบ่อยครั้งเราก็ทำร้ายตัวเองเพราะความทรงจำที่เราปรุงแต่งขึ้นมาเองล้วนๆเลย
๓.
เมื่้อไหร่ที่เราคิดถึง / พูดถึง / เผชิญหน้ากับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือคนใดคนหนึ่ง
ได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่รู้สึกรู้สา ไม่มีความเจ็บปวด
เมื่อนั้นเราจึงจะเป็นอิสระจากสิ่งนั้นได้อย่างแท้จริง
พี่เชื่อมาเสมอว่าความฝันมันมาจากจิตใต้สำนึกด้วยส่วนหนึ่ง
ReplyDeleteและเป็นส่วนใหญ่ซะด้วย เลยไม่งงและเลิกตั้งคำถาม
เวลาที่ฝันถึงคนที่ไม่อยากพบเจอหรือฝันถึงแล้ว
ปล่อยมันธรรมดาสบายๆ เห็นด้วยกับหวาย
เมื่อไหร่ที่เราเผชิญหน้าแล้วไร้ซึ่งความรู้สึกเจ็บปวด
เราจะรู้สึกว่าตัวเองสัมผัสได้ถึงอิสรภาพ
อิสรภาพของหัวใจซะด้วย :)
อยากเดินทาง อยากซึบซับภายนอก
ตรงที่ใกล้ตัวใกล้ใจนี้มันรู้สึกอึดอัดจริงๆ
คงจะเริ่มจากเดินทางใกล้ๆ ก่อน
แอบอิจฉาคนมีแพลนเดินทางแน่นอนอย่างแจอย่างหวาย
แต่สุดท้ายแล้วพี่ก็ยังคงปรับตัวปรับใจได้อยู่ดี
-พี่แอ๊ะ-