Wednesday

day 72 | rungkarn


















จากเช้านี้ที่ปาดังเบซาร์

ตั้งนาฬิกาปลุกไว้หกโมงเช้า
ลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวเอากล้องกับเลนส์ใส่กระเป๋าเป้สีดำคู่ใจใบเดิม
คุยกับน้องไว้ให้ไปส่งขึ้นรถเมล์ที่หน้าถนนใหญ่
ได้ไวตามิลค์ลงท้องก่อนออกจากบ้าน ใส่เสื้อแขนยาวตัวเดิม
ที่ใส่บ่อย กะว่าถ้าอากาศร้อนค่อยพับแขนเสื้อขึ้นมาเหมือนเคยๆ
ผ้าใบคู่ใจสีส้มที่อดทนอยู่ด้วยกันมาจนถึงวันนี้
แม้สภาพจะดูไม่สวยงามสดใสเหมือนตอนปิ๊งกันครั้งแรก
แต่ยิ่งอยู่ด้วยกัน ยิ่งรักมากกว่าเดิม

นั่งรถสองแถวไปลงคลองแงะ
เดินข้ามถนนพลางเหลือบเห็นต้นอะไรสักอย่างริมฟุตบาทรั้วโรงเีรียนคลองแงะ
เคยคิดว่าอยากจะเอาเก็บฝักเอาเมล็ดมาปลูกที่บ้านบ้าง
ฉุกคิด..อย่าเลย ต้นไม้ที่มีอยู่จัดระเบียบให้เสร็จเสียก่อนเถอะนะ!

เดินผ่านสะพานลอยประจำคลองแงะ
นั่งรอได้แป๊ปเดียว รถเมล์แดงสายหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ก็มา
ขึ้นรถเลือกนั่งได้ตามสบาย ปิดเทอมไม่มีนักเรียนคนน้อย สบายจริงๆ
ค่าโดยสารจากคลองแงะสู่ปาดังฯ ยี่สิบห้าบาท
ถามกระเป๋ารถเมล์ว่ารถสุดสายที่ไหน เขาบอกว่าที่อู่อยู่หน้าวัดปาดังฯ
ในหัวนึกภาพไป อืมมม..ทำเลดี จุดสำคัญซะด้วย ตลาดก็เดินได้ใกล้แน่ๆ



เคยไปปาดังฯ ไปรถส่วนตัวกับพี่
แต่เชื่อว่าคนละเส้นกับที่จะเดินเล่นถ่ายรูปวันนี้แน่ๆ
แล้วก็ตามคาด ถึงประมาณยังไม่แปดโมง หาร้านเพื่อกินข้าวเช้าก่อน
(ไม่ชอบใช้คำว่าทานข้าวเลย กินนี่แหละความหมายใช่แล้วสำหรับเรา)
นั่งสักพักเลยได้ยินเสียงเพลงชาติจากทีวีดังขึ้น

จ่ายเงิน แล้วถามสาวแขกมีผ้าคลุมหัวว่าแถวนี้มีตลาดสดหรือเปล่า
สาวแขกบอกทางมา เดินเรื่อยเปื่อย
ผ่านร้านเล็กๆ บรรยากาศนั่งกินน้ำชาตอนเช้ากัน
ผ่านบ้านเรือนหลังเล็กติดๆ กัน
อีกฟากเป็นบ้านไม้สลับบ้านปูนตามสมัย
ไม่เห็นบ้านใหญ่โออ่าสักหลัง

ผ่านซอยเล็กๆ ที่่น่าเดินเข้าไป แต่ไม่เลือกเข้าไป
เพราะดูเป็นส่วนตัวมากเลยทีเดียว
ชอบหมู่ดาวกระจายที่ปลูกไว้ให้ขึ้น หน้าซอยเล็กๆ แบบนั้น
ชอบมากจริงๆ ยิ่งอยู่เคียงกับบ้านไม้เก่าๆ ยิ่งเป็นเสน่ห์น่ามองมาก

ผ่านร้านต้นไม้ที่ยังไม่เปิด
ผ่านและผ่านและผ่าน จนไปถึงตลาดจริงๆ
เก็บภาพบรรยากาศไว้เยอะ แต่ยังไม่เข้าไปถึงตลาดสด
ที่เป็นส่วนของขายภายในที่ร่ม ที่เป็นอาคารของตลาด

ขาเดินกลับ แวะร้านต้นไม้ที่เปิดแล้ว
ถามไถ่ชื่อต้นไม้ ถามราคา ชั่งใจ แล้วบอกว่าไว้ค่อยมาดูใหม่
เดินกลับเส้นทางเดิม เข้าในส่วนของตัวเมือง
มีอาคารที่สูงต่างจากบ้านเรือนที่เดินไปยังตลาดสดเส้นนั้น
มีโรงแรมมีเกสต์เฮ้าท์ที่ดูเก่าสมกับบรรยากาศรอบๆ
ที่ซึ่งไม่ใช่เป็นเมืองใหญ่ ที่ซึ่งยังไม่มีความเจริญโอ่อ่าเข้าถึง
มีร้านคาราโอเกะที่ยังไม่เปิด คาดว่านี่เป็นส่วนของสถานบันเทิง
มาเลย์จะเข้ามาเที่ยวเปิดตาในแบบที่ชอบเวลากลางคืน

มีเซเว่น มีท็อปส์เล็กๆ มีโลตัสเอ็กเพรส
มีรถเข็นขายของ มีของกินประปราย
มีตึกรามบ้านช่องให้เดินเล่นเรื่อยเอื่อย

ชอบที่ปาดังฯ ในส่วนนี้ ดูไม่ใหญ่เลย
ถนนที่ดูเยอะแต่กลับเดินเข้าออกง่าย
สามารถเชื่อมต่อกันได้หมด ไม่หลงแน่นอน


เดินไปหาเส้นทางรถไฟ
ตอนนั่งรถเมล์เข้ามาปาดังฯ ส่วนในนี้ก็ผ่านเส้นทางรถไฟมา
ไปเจอกลุ่มคนลากกระเป๋า สะพายเป้เดินผ่านหน้าไป
มีรถตู้จอดอยู่ข้างหน้าร้านรวงที่ดูเหมือนจะมีจัดทัวร์อีกด้วย
ขวามือมองออกไปคนหนาแน่น คาดว่าจะเป็นชานชลารถไฟ
แต่เราไม่ได้เดินไป กลับเลี้ยวซ้าย แล้วเดินไปดูเส้นทางรถไฟ
ที่ผ่านมาตอนยังนั่งบนรถเมล์

มองไปทางด้านขวามือเห็นคนก่อสร้างอยู่ภายในส่วนของรางรถไฟ
ซ้ายมือมีผู้หญิงคนหนึ่งอยู่หน้าบ้านเขา กำลังยุ่งกับอะไรสักอย่าง(จำไม่ได้)
เดินเข้าไปถามว่า สถานีปาดังฯ อยู่ตรงไหน
เขาชี้ไปฝั่งตรงกันข้าม ที่มีป้ายเล็กๆ มีที่นั่งเล็กๆ แต่รอบข้างนั้นกำลังก่อสร้าง
ถามว่า แล้วฝั่งโน้นที่คนเยอะๆ เป็นอะไร
เขาบอกว่า เป็นของทางฝั่งมาเลย์

มาตอนนี้งงนิดหน่อย
ซึ่งตอนนั้นมั่นใจว่า จะไม่เดินเข้าไป
เอาแค่ให้ได้รู้ก็พอ
มานั่งตรงนี้นึกเสียดาย ที่ไม่ได้เข้าไปดู
อาจจะต้องมีบัตรหรืออะไรสักอย่าง แต่ก็น่าจะไปดูให้รู้แล้วรู้รอด
ไม่เป็นไร จะกลับไปอีกที


คร่าวๆ สำหรับปาดังเบซาร์
น่าเดินเล่น น่าถ่ายรูป ถ้าไปอยู่ที่นั่นช่วงเช้าตรู่ ไปจนดึกดื่นได้
น่าจะเห็นชีวิตที่ชัดเจนของปาดังฯ ได้เป็นอย่างดี

ไว้เจอกันอีกก็แล้วกันนะจ๊ะ ;p


...




รู้สึกเหมือนชีวิตกลับมาเป็นปกติ
หลังจากรู้สึกเคว้งคว้าง หลังจากหงุดหงิดจนโมโหก้าวร้าว
หลังจากดีใจว่ากำลังจะมีเพื่อนร่วมทางทำในสิ่งที่อยากทำจริงจัง
หลังจากเดินทางไปปาดังฯ พาหัวใจที่รู้สึกหนักออกไปด้วยกัน
แล้วพบว่า ไม่มีอะไรให้ต้องหนักใจเสียแต่ทีแรก
เราไม่ควรยึดติดอยู่กับอารมณ์หรือความรู้สึกพวกนั้นเลยแม้แต่ิินิดเดียว
มันก็แค่กระทบ กระทบใจ ก็ให้มันเป็นแค่กระทบนิดหน่อยก็พอ

และพบอีกว่า ไม่ต้องหาเวลาเพื่อจะว่างซะขนาดนั้น แล้วถึงจะออกเดินทาง
ไม่ต้องรอให้สภาวะเครียดบีบกันเลย ถึงจะตัดสินใจไปเดินเล่นที่ไหนสักที่
ไม่ต้องไปไกลเลยด้วย เอาแค่ที่ใกล้ๆ นี้ก็พอ

รู้สึกเหมือนชีวิตกลับมาเป็นปกติ
เมื่อได้ยินเสียงเดิมๆ ว่าอยากกินขนม
แล้วทำขนมไปส่งลูกค้าคนน่ารักคนเดิม

รู้ัสึกเหมือนชีวิตกลับมาเป็นปกติ
เมื่อได้เล่นกับหลานตัวแสบ
ได้อยู่คลุกคลีกันเหมือนเดิมแทบจะทั้งวัน

และคืนนี้ิ่ยิ่งรู้สึกว่าชีวิตกลับมาเป็นปกติมาก
เมื่อมีแค่ตัวเองคนเดียวอยู่ในห้องส่วนตัว น้องกลับไปหาดใหญ่แล้ว
เสร็จจากตรงนี้ จะกดดิสคอนเน็คอินเตอร์เน็ต
แล้วพาร่างกายที่ล้าจากการไม่อยู่นิ่งทั้งวัน ไปอาบน้ำ
แล้วเข้าห้องสวดมนต์เตรียมนอนเสียที

ราตรีสวัสดิ์จ้ะ


...




ขอบคุณฝนที่ตกกระหน่ำเมื่อช่วงบ่าย, ๒๐.๒๒ น.




No comments:

Post a Comment