Monday

day 70 | rungkarn




อากาศช่วงนี้ครึ้มบ้าง แดดออกบ้าง
ช่วงกลางวันมีฝน ตกๆ หยุดๆ
กลางคืนก็มีฝนเหมือนกัน ช่วงนี้ไม่ต้องรดน้ำต้นไม้เลยด้วย
ชอบจัง เพราะขี้เกียจอยู่ด้วย ฮ่าๆ

อย่างเช้านี้ก็ครึ้ม แต่มีแดดอ่อนๆ กำลังดี
อากาศดีเลยเชียว


เมื่อวานที่ตั้งใจจะนอนให้เต็มอิ่มหลังจากทำเค้ก
ก็ไม่ได้ทำตามนั้น กินข้าวเช้าไป ดูสามหนุ่มสามมุมไป
สามหนุ่มสามมุมช่องแอ็คของแกรมมี่เนี่ย
จะมีทุกวันเสาร์อาทิตย์แปดโมง
แล้วมันก็เป็นกิจวัตรเสาร์อาทิตย์ของเราที่ต้องเปิดดู ฮ่าๆ

จากนั้นมีป้าที่เป็นญาติกันมาหายาย แต่ยายไม่อยู่
คุยธุระกันสักพักนึง เขาก็กลับ เราได้ซักผ้า ได้ทำกับข้าว
กว่าจะได้ลงมือทำเค้กจริงๆ ก็ปาไปเที่ยงกว่าๆ
ชักช้าอืดอาด พอเพลียก็นอน ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ครึ่งชม.ตื่น
แต่ตื่นก่อนนาฬิกาปลุก แล้วก็รู้สึกว่าหายเพลีย
ลุกขึ้นนั่งอ่านหนังสือ นั่งรอเค้กที่อบไว้ต่อ
เอาเค้กออกจากเตาอบ ตั้งไว้ให้เย็น แล้วก็มาหลับต่ออีกครึ่งชม.
หลับเป็นพักๆ แบบนี้ ก็หายเพลียได้เหมือนกัน
แต่ปวดหัวเหมือนจะเป็นไข้รุมๆ ทั้งวันเลย

เมื่อวานทำเค้กแต่งหน้าเค้กเสร็จ ทำคัพเล็กๆ จากเศษเค้กให้หลานด้วย
ทำเสร็จแล้ว ชวนน้องตีแบด ตีได้ไม่ถึงครึ่งชม. ฟ้ามืดตาลายเวียนหัว
กลับเข้าบ้านกันเถอะ ฮ่าๆ นั่งดูรายการเดอะวอยซ์กัน รู้สึกว่าอืม..ใช่เลย
นั่งซดพี่ฟ้าทะลายโจรไป ดูไป คุยกับน้องไปบ้าง
รายการจบก็ไปเคลียร์ในครัว อาบน้ำ นอนอ่านหนังสือ
ปิดไฟจะนอน แล้วก็คุยกันยาวเหยียดกับน้องกว่าจะหลับ
คุยกันในความมืด ฮ่าๆ


ยังคงเลือกบันทึกตอนเช้า ที่ความรู้สึกมันตกตะกอนบ้าง
เรื่องบางเรื่องเล็กน้อย ไร้เหตุผล แต่มันคือเชื้อไฟชั้นดีที่สะสม
พร้อมจะลุกได้ทุกเมื่อ แต่ช่างเถอะ เบื่อ.

อย่างที่แจบอก ถึงเราจะอยู่บ้าน แต่เราก็มีปัญหาของเรา
คนอยู่ห่างแบบนี้ยังใจกว้าง แต่คนอยู่ใกล้กลับใจแคบเสียอย่างนั้น

รอคำตอบอยู่ว่าวันศุกร์นี้จะได้ไปถ่ายภาพงานแต่งหรือเปล่า
ออกไปต่างจังหวัด นครศรีธรรมราช ไม่ก็สุราษฎร์
การรอคอยโดยคนอื่นเป็นที่ตั้งเนี่ยมันไร้จุดหมายจริงๆ
แต่ขอให้ได้เถอะ อย่างน้อยจะได้รู้สึกว่าเปิดหูเปิดตา
ได้ไปเห็นคนแปลกหน้าที่เขาอาจทำให้เราเบื่อ
แต่ไม่เห็นต้องใส่ใจกันสักนิดเลย.




การที่เราหมดศรัทธาในตัวคนหนึ่งคนมันเป็นเรื่องใหญ่..ใช่ไหม, ๐๘.๔๔ น.




No comments:

Post a Comment