ตอนป้าป่วย – ลูกชายคนโตของป้าอยู่ซาอุ
ไม่ได้กลับมาดูใจแม่ , ลูกสาวคนเล็กของแกอยู่ภูเก็ต กว่าจะเดินทางกลับมาถึงบ้าน
ป้าก็อยู่ในโลงแล้ว
ตอนลุงเถียรที่หลังบ้านติดกันแกป่วยปุบปับ
เข้าโรงพยาบาลวันเดียวก็เสียชีวิต – ลูกสาวแกอยู่กรุงเทพ
กลับมาได้เห็นหน้าพ่อครั้งสุดท้ายตอนรดน้ำศพ - ก่อนส่งร่างของพ่อเข้าเตาเผา
ทุกคนรู้ดีว่าร้องไห้คร่ำครวญยังไงคนตายก็ไม่ลุกขึ้นมาพูดด้วยหรอก
ฉันรู้สึกหน้ามืดจะเป็นลมเวลาเห็นคนร้องไห้ในงานศพ
รู้สึกสะเทือนใจเวลาคนจุดประทัดตอนจะเอาศพเข้าเผา เป็นไปได้ไหมที่เราจะไม่ร้องไห้
ไม่สะเทือนใจ ไม่รู้สึกอะไรเลยเวลาเสียคนที่รัก
---
แม่บอกกับฉันหลังจากเราเห็นเหตุการณ์ต่างๆ
ด้วยกันว่า “แม่ไม่อยากให้ร้องไห้คร่ำครวญตอนแม่ตาย
แม่อยากให้ลูกดูแลแม่ตอนแม่มีชีวิตอยู่ อยู่ด้วยกันตอนนี้ ทำทุกอย่างให้เต็มที่
ถ้าวันหนึ่งตายจากกัน ไม่ต้องเสียดาย เพราะตอนมีชีวิตอยู่เราอยู่ด้วยกันเต็มที่แล้ว”
ฉันไม่รับปากกับแม่หรอกว่าจะไม่ร้องไห้ตอนแม่ตาย
แต่ฉันตอบสั้นๆ เพียงแค่ “อืมม์” และฉันก็อยู่กับแม่มาโดยตลอด เราดูแลกัน..ทุกวัน
ทุกวัน
28 ตุลาคม 2555
ให้ความสำคัญเมื่อตอนมีชีวิตอยู่
น่าจะดีกว่ามาร้องไห้คร่ำครวญตอนตาย
No comments:
Post a Comment