Tuesday
day 57 | patawee
-1-
เรายังคงตั้งคำถาม
ว่าเส้นแบ่งมันอยู่ที่ไหน
ระหว่างความถูกต้องดีงาม กับรสนิยมส่วนตัว
เราซีเรียสมากกับคำ
แม้แต่คำเล็กๆอย่าง ซึ่ง ที่ อัน ว่า กับ และ ฯลฯ เราก็ใส่ใจ
กว่าจะใส่คำไหนลงไป เราเลือกแล้วอย่างพิถีพิถัน
เราคัดกรองจนคิดว่าได้คำที่ดี เหมาะสม ลงตัว จังหวะได้ ความหมายใช่
การเปลี่ยนคำเชื่อมแม้เพียงจุดเดียวก็ทำให้จังหวะและอารมณ์ของเรื่องเปลี่ยน
ถ้าเปลี่ยนเพื่อแก้ไขความหมาย เรารับได้
แต่ถ้าเปลี่ยนเพราะเห็นว่าไม่ตรงรสนิยม อันนี้เราว่าไม่แฟร์
ครูเคยสอนว่า ประโยคบางประโยคมันอาจดูไม่สวยเท่าอีกประโยค
แต่ถ้าความหมายมันใช่กว่า ถูกต้องกว่า เราก็ต้องคงความหมายของมันไว้
คำว่า ใช่ ในที่นี้ หมายรวมถึงความกระชับของประโยคด้วย
แม้แต่คำว่า ข้อมูล กับ ความรู้ เราก็คิดว่าไม่เหมือนกัน
เราเลือกใช้คำว่าความรู้ เพราะรู้สึกว่ามันคือการให้ข้อมูลที่น่าสนใจ น่ารู้
ส่วนข้อมูล เราคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องก่อให้เกิดประโยชน์โภชน์ผลก็ได้
การที่คำว่า ความรู้ ของเรา ถูกเปลี่ยนเป็นคำว่า ข้อมูล
เราว่ามันก็ทำให้สิ่งที่เราต้องการจะสื่อมีความหมายผิดเพี้ยนบิดเบี้ยวไปแล้ว
แม้จะเล็กน้อย แต่เราซีเรียส
เรารู้ เราเป็นคนมีอีโก้เยอะ โดยเฉพาะในเรื่องนี้
เรายอมรับ
เราเชื่อมั่นในวิชาความรู้ที่เราร่ำเรียนมาจากคณะ จากภาควิชา
จากการเป็นนักเรียนบรรณาธิการ จากการทำงานบรรณาธิการต้นฉบับมาก่อน
เรามีอีโก้เยอะมาก
แต่เราก็เชื่อมั่นว่าเรามีความรู้และมีเหตุผล แบบที่เราโต้แย้งได้
เราเชื่อเสมอว่าถ้าเราเขียนงานหรือตรวจแก้งาน
แล้วเรามีเหตุผลที่จะอธิบายได้ว่าทำไมเราใช้คำนี้ ทำไมแก้เป็นอย่างนี้
เราว่าเราผ่าน ไม่มีเหตุผลอื่นใดมาหักล้างได้
เพราะฉะนั้น, เช่นเดียวกัน, ใครที่แก้งานเราโดยมีคำอธิบายให้เราได้ เรายอมรับ
แต่ถ้าแก้ไขด้วยเหตุผลอื่น และโดยไร้คำอธิบาย อันนี้เราว่ามีปัญหา
เราจะอยู่ได้ยังไง
โดยประนีประนอม ไม่ทำให้เกิดปัญหา ไม่ทำให้เกิดความแตกร้าวมากที่สุด
ปวดหัว ชีวิตจริงไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย
-2-
เราไม่ได้เกลียดผู้ชายแบบนี้หรอก แต่ไม่ชอบ
ทำไมชีวิตต้องเป็นระบบระเบียบ ต้องมีการวางแผนมากจนทำให้อึดอัดขนาดนั้น
คนที่จะรักได้มีแค่คนที่จะแต่งงานด้วยเท่านั้นเหรอ
ทำไมต้องคำนึงถึงแต่เป้าหมายโดยละเลยระหว่างทาง
เรารู้ว่ามันเป็นคนดีมาก แต่ก็ยังไม่ใช่คนที่ดีสำหรับเรา
เรารู้สึกอึดอัด เหมือนนั่งอยู่กับมนุษย์สายพันธุ์ที่รู้ว่า
ถึงอย่างไรก็ไม่มีวันเข้ากับเราได้ หรือเข้าใจเราได้อย่างที่เราเป็น
เราเป็นคนรักอิสระมาก
เราไม่มีทางเอาชีวิตไปผูกติดกับกฎ ระเบียบ แบบแผนแบบนั้น
ผิดหรือเปล่าที่เราไม่ชอบความมั่นคง
เราไม่ได้ปฏิเสธมัน แต่เราก็เชื่อว่ามีอีกหลายสิ่งที่เราต้องเสียไป
เมื่อเรารับความมั่นคงเข้ามาไว้ในชีวิต
ตรงข้าม เราชอบความเสี่ยง ชอบความท้าทาย
ชอบคนที่พร้อมจะฟันฝ่าความไม่รู้ ความคลุมเครือในอนาคตไปกับเรา
ชอบคนธรรมดา คนที่นัดเจอเราเพื่อไปกินข้าวแกงกันต่อ
คนที่บอกลากันที่ป้ายรถเมล์ ก่อนที่เขาจะกระโจนขึ้นรถสายที่รอ
ง่ายๆ สบายๆ ไม่ต้องชีวิตมั่นคงหรอก แค่รักเราอย่างมั่นคงก็พอ
เราเปรียบเทียบตลอดเวลาที่นั่งอยู่กับมัน
เรานึกถึงหลายๆวันที่เคยใช้ในลักษณะเดียวกัน แต่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เรารู้ว่าเราไม่ควรเปรียบเทียบ เพราะทุกอย่างมันก็ผ่านไปหมดแล้ว
และเราจะเจ็บปวดเปล่าๆ กับอดีตที่ไม่มีวันหวนคืน
แต่เราก็อดเปรียบเทียบไม่ได้ และพบว่ามันต่างกันอย่างสิ้นเชิงจริงๆ
เราไม่มีทางจะเข้ากันได้หรอก
อย่าพยายามล้ำเส้นของความเป็นเพื่อนเลย
เราเป็นเพื่อนกันก็ดีอยู่แล้ว
อย่ามาเยอะกับเรา ยิ่งเข้าหาเรา เรายิ่งวิ่งหนี
เราเป็นเพื่อนกันก็ดีอยู่แล้ว
และบางที สำหรับความเป็นเพื่อน เราว่าเรายังคิดหนักเลย
อัังคาร 9 ตุลาคม 2555
วันนี้อารมณ์ไม่ดีเลย
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
เดี๋ยวอารมณ์ก็คลายลงนะ
ReplyDeleteจะด้วยวิธีไหนก็แล้วแต่ เดี๋ยวก็คลายลง
พี่ว่าที่สุดแล้ว เราจะเลือกให้ตัวเองสบายใจ
มากกว่าที่จะเลือกให้คนอื่นสบายใจ เรื่องที่ผ่านมา
เราสามารถชั่งน้ำหนักได้แล้ว ว่าจะเลือกอย่างไรดี
เป็นผลกำไรของการใช้ชีวิต หรือเืลือกอะไรบางอย่างในวันข้างหน้า
ส่วนในเนื้อความอันแรกที่น่าจะเกี่ยวกับงาน
พี่เชื่ออย่างที่หวายเชื่อนะ เอาใจช่วยจ้ะ
ไม่เป็นไรนะ ชีวิตมันก็อย่างนี้ :)
-พี่แอ๊ะ-
I really wanna put a comment ah, but it's hard to type. Poor me!
ReplyDeletePii jair