ผ่านวันธรรมดาไปได้อีกหนึ่งวัน สบายใจและอารมณ์ดี
ถ้าไม่นับรวมอาการเวียนหัว แสบท้องและพะอืดพะอม
วันนี้จะดีกว่ามาก :')
อนุญาตให้ความขี้เกียจชนะไปหนึ่งวัน
ได้ดูละครซิทคอมที่ชอบ
ได้โหลดรายการสารคดีที่รัก
ได้อยู่กับภาพถ่ายสารคดีที่ตัวเองแสนจะภูมิใจ
ได้ฟังและได้ร้องเพลงที่คุ้นหูอย่างสบายอารมณ์
ได้อ่านบทความบนชีวิตของคนที่ผ่านโลกมากมาย
ได้กอดหอมแก้มเด็กผู้ชายตัวแสบประจำบ้าน
ได้นั่งใกล้กัน แล้วรู้สึกอุ่นละมุนหัวใจมากเหลือเกิน
ถ้าวันนี้จะเกี่ยวเนื่องกับความรู้สึกของวันแห่งความรักเสียหน่อย
ได้เลือกภาพดอกไม้แล้วบอกรักบอกคิดถึง
กับคนที่แสนดีของหัวใจทุกทุกคน
แม้ปีนี้จะเป็นปีที่อยู่เงียบเงียบกับตัวเองอีกปี
แต่ต่างจากที่ปีนี้สงบนิ่งกว่าปีก่อนหลายเท่านัก
แม้ปีนี้จะไม่ได้บอกใครบางคนอย่างสามปีก่อนว่า
ไม่ต้องซื้อดอกไม้ให้แอ๊ะหรอก ไม่ได้รู้สึกจี๋จ๋ากับเทศกาลแบบนี้เลย
แต่ใครคนนั้นก็ซื้อนมช็อกโกแลตโฟโมสต์ขวดโตแล้วยื่นให้พร้อมกับยิ้มกว้าง
เพราะรู้ดีกว่าใครว่า เราชอบกินตอนนั่งดูหนัง ดูการ์ตูน
หรือแม้แต่ดูคอนเสิร์ตที่รัก ขวดโตโตแบบที่ไม่น่าจะซัดเรียบได้หมดคนเดียว ฮ่าๆ
ความทรงจำยังคงเป็นเหมือนเงาติดตามตัวเรามาเสมอ
บางความทรงจำไม่เคยเลือกหยิบมาใส่ใจ แต่กลับฉายชัดในบางเวลา
บางความทรงจำเราตั้งใจจะเก็บจำไม่อยากลืม
แต่มันก็กลับเลือนไปตามกาลเวลาไปได้เสียอย่างนั้น
ความทรงจำก็คงขึ้นอยู่กับความไม่แน่นอนอยู่เช่นกัน
เรื่องที่ดีกว่าความทรงจำพวกนี้ก็คือ
เรายินดีที่ได้ดูแลตัวเองเพิ่มขึ้น
และดีใจที่รู้ตัวว่า รักตัวเองมากกว่าปีก่อนๆ
และรักมากขึ้นเหลือเกิน
ผ่านวันแล้ววันเล่าจนได้รู้ว่า
คนที่เราคิดเอาเองว่าเขาสำคัญสำหรับเราเสมอ
แท้ที่จริงแล้วไร้แก่นสารสำหรับปัจจุบันของเราไปเสียแล้ว
คงเหมือนกับที่พี่มีนบอกสำทับกับไดอารี่ออนไลน์บางหน้า
ชีวิตคนเรามันก็แค่ แยกได้มองออกว่าถึงที่สุดแล้ว
อะไรที่สำคัญกับเรา มันแค่นั้นจริงๆ
นอกจากวันที่อารมณ์ไม่ดี
นอกจากวันที่อาการทางกายไม่เป็นใจให้อยู่ไม่นิ่ง
และนอกจากปัญหาที่ต้องพบต้องเจอ
ชีวิตมันก็ง่ายเสียเหลือเกิน :')
บันทึกเมื่อ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖, ๒๓.๔๕ น.
No comments:
Post a Comment