Tuesday
day 176 | rungkarn
อารมณ์ดีขึ้นจากสัปดาห์ก่อนมาก
พออารมณ์มันนิ่งขึ้น เลยได้รู้ว่าอะไรก็แล้วแต่
ที่เกี่ยวพันวกวนอยู่ในสมอง ก็คลายลงไปด้วย
มาถึงตอนนี้ยิ่งนึกถึงประโยคที่หวายเคยบันทึกไว้
คนที่เ็ป็นผู้ใหญ่จะรับผิดชอบได้โดยไม่ฟูมฟาย
อืม..เรากำลังอยากให้ตัวเองเป็นแบบนั้น
อาจจะไม่ใช่ฟูมฟายนั่งร้องห่มร้องไห้
แต่เราจะไม่ใช้ข้ออ้างเด็กๆ เพื่อให้ข้ามพ้นบางสิ่งบางอย่างไป
เพราะบางเรื่อง ไม่เหนือบ่ากว่าแรงเลยที่เราจะทำให้
อคติหรือทิฐิอะไรก็แล้วแต่
เรารู้ดีแล้วว่ามันไม่สามารถหักลบหรือล้างออกภายในวันเดียวหรือสองวัน
เพียงแต่เราต้องค่อยๆ เปิดใจ ยอมรับ และมองวันนี้ให้มั่นเหมาะ
อาจจะมีช่วงอารมณ์ฟุ้งซ่านบ้าง
แต่เราก็ต้องตบตีตัวเองให้กลับมามองเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้ได้เดี๋ยวนั้น
นึกภาพออกมั้ย :)
...
เมื่อคืน แจได้แพลนเดินทางทริปมาเลให้แล้ว
ตื่นเต้นมาก ก่อนนอนแม้จะง่วงจนหัวลงหมอนก็หลับได้เลย
แต่ก็ต้องบอกให้ตัวเองใจเย็นก่อนนะคะลูก
ก่อนถึงวันเดินทาง ก็ต้องปั๊มเงินก่อนค่ะ ฮ่าๆ
อันนี้ก็ต้องตบตีตัวเองเช่นกัน
ครึ่งปีแรกนี้ เราควรจะจัดวางตัวเองให้อยู่ในที่ที่เหมาะสม
กลับจากเที่ยวจะได้มีงานต่อเลย
เรารู้ดีว่าทุกคนมีปัญหามีภาระด้วยกันทั้งนั้น
แต่ยังไงเราก็เชื่อว่า สติและปัญญาจะคุ้มครองทุกคนให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
การไม่บ่นบอกอะไรให้ใครรู้ ไม่ใช่ว่าเราเป็นคนอิ่มความสุข
เพียงแค่เราอยากเว้นช่องว่างในตัวเองให้ได้หายใจหายคอคล่องได้
เรายังคงเป็นคนทุกข์เป็น เศร้าหงอยเป็น
ถึงอย่างนั้นเรายังมีเวลาให้ตัวเองได้เดินเล่น ชื่นชมดอกไม้
แหงนมองพี่เมฆขาวเกลื่อนฟ้า หันมองยอดกิ่งไม้ที่เราเพิ่งชำกิ่งเมื่อวาน
มองดูการเจริญเติบโตและเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติรอบตัว
ทุกอย่างในแบบหลัง ทำให้ความทุกข์เศร้าหงอยคลายลงได้ดี
แบบนี้เขาไม่ได้เรียกว่าอิ่มความสุขหรอกนะ
แต่ความสุขมันอยู่กับเราตลอดเวลาอยู่แล้วต่างหาก
:)
ฝันบางฝัน ก็จำต้องวางไว้ข้างตัวก่อน
๐๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖, ๐๘.๒๐ น.
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
No comments:
Post a Comment