*
เมื่อวานนี้ได้เจอคนที่อยากเจอถึง ๒ คน
คนแรกคือเพื่อนสาวที่น่ารักของฉัน
ผู้หอบหิ้วขนมจากศรีสะเกษมาให้ถึงออฟฟิศย่านวัดปรินายก
ได้แอบอู้ออกไปนั่งคุยกันเล็กน้อยที่ท้ายซอยและร้านน้ำแข็งไสข้างผับบราวน์ชูการ์
ได้รับฟังปัญหาของเพื่อน ได้บอกเล่าปัญหาของตัวเอง ปัญหาของเราทั้งคู่แม้จะไม่เหมือนกัน
แต่โดยรวมแล้วก็คือความสับสนจากการพยายามค้นหาตัวตนและหนทางของตัวเอง
เป็นปัญหาที่ร่วมสมัยเหลือเกินนะ
ส่วนอีกคนหนึ่งคือพี่สาวจากที่ทำงานเก่าที่รักและสนิทสนม
พี่แวะมาดูหอพักย่านปิ่นเกล้า
เลยถือโอกาสนัดเจอและพูดคุยกันถึงเรื่องที่ค้างคาอยู่ในใจ
ตัดสินใจจะเล่าปัญหาให้เธอฟัง แต่สุดท้ายก็ได้แต่เฉไฉไปเรื่องอื่น
เพราะ? คงเพราะสุดท้ายฉันยังไม่ไว้ใจใครมากพอ
นอกจากตัวฉันเอง
*
กลางวันวันนี้ไปกินก๋วยจั๊บญวนที่ท่าพระอาทิตย์กับพี่ๆที่กอง
อร่อย สนุก และเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีงาม
อยากหยุดชีวิตไว้ให้ถูกห้อมล้อมด้วยผู้คนที่น่ารักและมีมิตรไมตรีให้เราอย่างนี้ตลอดไป
*
เย็นนี้ก่อนกลับบ้าน เปิดโต๊ะเสวนาเล็กๆที่หน้าห้องเหมือนทุกๆวัน
ประเด็นของวันนี้ว่าด้วยเรื่องของการนอกใจ ความรักกับความใคร่
ยังมีเรื่องต้องถกกันอีกหลายเรื่อง
แต่เท่าที่คุยกันวันนี้ก็ได้คิดว่า
อารมณ์ของคนเรานี่มันวูบไหวได้ง่ายมาก เหมือนลม
เมื่ออารมณ์เกิดขึ้นแล้ว เหตุผลและตรรกะใดๆก็ไม่มีความหมาย
และความรักก็อาจจะไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการลงเอยด้วยกัน
อังคารที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๕
ใช่จ้ะ ปฐวี เธอสรุปได้เยี่ยมมาก
ReplyDelete...
ฉันเชื่อว่าเธอเข้มแข็ง มีสติ และรู้ว่าจะต้องปฏิบัติตัว ปฏิบัติใจอย่างไรให้ผ่านพ้นช่วงเวลาอันยากลำบากที่ผ่านมาทักทายชีวิตของเธอได้
..
เพราะเธอคือเธอ
พี่เป็นคนหนึ่งที่ชอบเล่าเรื่องนู้นเรื่องนี้ให้ใครๆ ฟัง
ReplyDeleteพี่ไม่มีเรื่องส่วนตัวที่ต้องคอยปกปิดหรือไม่แสดงตัวตน
พี่กลับชอบแสดงความเป็นตัวเองให้ทุกคนได้เห็น
หากเขารับไ้ด้เราก็คงจะมิตรต่อกันไปเรื่อยๆ
หากเขารับไม่ได้ ต่างกันเกินไป หรือไม่เข้าใจในความเป็นเรา
เขาก็คงจะเดินห่างเราไปเอง
เรื่องปัญหาชีวิตส่วนตัว พี่ก็พูด พูดกับคนที่คิดว่าเข้าใจ
พูดในลักษณะที่ไม่ได้ขอความช่วยเหลือ แค่อยากพูดเพื่อผ่อนคลาย
แต่ก็ไม่เคยพูดหมดเปลือกกับใครจริงๆ จังๆ
ไม่ใช่เพราะความไม่ไว้ใจนะ อาจเป็นเพราะพี่คิดว่ามันไม่มีความจำเป็นมากกว่า
ความคิด หัวใจ และตัวตน
พี่ว่ามันเป็นเรื่องยากเสมอเลยว่ะ เฮ้ออออ