Sunday
day 6 | patawee
วันนี้ไปฟังเสวนาที่มิวเซียมสยาม
เรื่อง ปากคลองตลาด ตลาดดอกไม้แห่งอาเซียน
นำทีมเสวนาโดยอาจารย์ชาตรี ประกิตนนทการ
คุณสุดารา สุจฉายา
และคุณวันชัย อินทคุณ
เสวนาช่วงแรกฟังสนุก เขาพูดถึงเรื่องประวัติความเป็นมาของปากคองตลาด
เริ่มตั้งแต่การเกิดขึ้นของวังในย่านพระนคร
การเกิดตลาดท้ายวังเพื่อรองรับการกินอยู่ของเจ้านายและข้าราชบริพารในวัง
ไล่มาจนถึงสมัยจอมพลป.พิบูลสงครามที่มีโครงการรวมตลาด
ตลาดหลายแห่งถึงเริ่มมารวมกันอยู่ที่่ย่านปากคลอง
แต่ก็ไม่ได้ขายดอกไม้แต่แรก แต่ขายผลไม้ก่อน
จากนั้นเมื่อความเป็นเมืองเริ่มขยาย ตลาดอย่างอื่นเลยตามมา
ชาวสวนเริ่มเห็นลู่ทางจึงเริ่มส่งดอกไม้มาขาย
รุ่นแรกๆก็จะเป็นดอกไม้จำพวกเยอร์บีร่า มะลิ กล้วยไม้ ยังไม่มากเท่าไหร่
เริ่มมาขายมากขึ้นก็เมื่อการสัญจรทางบกเริ่มพัฒนานี้เอง
คุณวันชัยซึ่งเป็นคนดั้งเดิมในท้องถิ่นเล่าให้ฟังว่า
จริงๆแล้วคำว่า ปากคลองตลาด นั้น หมายรวมถึง 4 ตลาดด้วยกัน
ทั้งตลาดผลไม้ ตลาดเอ็มไพร์ ตลาดอะไรอีกสองอย่างจำไม่ได้(ต้องไปเปิดที่จดไว้)
แต่ก็รวมกันเป็น ปากคลองตลาด ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
คือความคึกคักจากการมีสินค้าขาย 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว
เพราะของที่หมุนเวียนกันมาส่งที่นี่ก็จะมีเวลา่ต่างกัน
เช่นผลไม้ลงตีสอง ผักลงตีสาม ดอกไ้ม้มาตีสี่หรือตีห้า
ทำให้ตลาดแห่งนี้เป็นตลาดที่มีสีสันและไม่เคยหลับใหลเลย
ก็ได้ัฟังเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยอะไรเกี่ยวกับชุมชนเก่า
ย่านปากคลอง ท่าเตียน และพระนครอีกเยอะ
พักเบรกสักพักก็กลับมาคุยกันต่อ
ครึ่งหลังนี้ว่าด้วยเรื่องที่รัฐร่วมมือกับนักลงทุน
พยายามผลักดันในการปรับปรุงปากคลองตลาดให้เป็นตลาดแบบใหม่ไฉไลขึ้น
ทุบอาคารเก่าทิ้ง สร้างอาคารใหม่ที่เป็นเหมือนคอมเพล็กซ์
รวบรวมร้านค้าชุมชนเดิมมาจัดวางแบบใหม่ มีส่วนขายของ มีโซนร้านอาหาร
มีส่วนที่จัดตั้งไว้ให้ถ่ายรูปสวยเก๋
เพื่อส่งเสริมให้คนมาท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้ประเทศ
ได้ดูแอนิเมชั่นของแปลนก่อสร้างของเขา้ด้วย
เห็นแล้วได้แต่ทอดถอนหายใจ
อาจารย์ชาตรีก็พูดดี อาจารย์บอกว่า
เราปรับปรุงเรื่องสถาปัตยกรรม
โดยลืมมองไปว่าแก่นแท้ของสิ่งที่เราต้องการพัฒนาอยู่ตรงไหน
เราลืมมิติของคนในชุมชนไป
ไม่ได้มองว่าพื้นที่ีที่ไร้ซึ่งคนในชุมชนแล้วจะเป็นยังไง
แน่นอนว่ารัฐบอกว่าจะยังให้คนขายในที่ใหม่เป็นคนเดิม
แต่เชื่อว่าเมื่โครงสร้างเชิงสถาปัตย์เปลี่ยน
โครงสร้างทางวิถีชีวิตและความรู้สึกนึกคิดย่อมเปลี่ยนไปด้วยแน่นอน
คุณวันชัยก็เสริมว่า
เราต้องเข้าใจว่าเอกลักษณ์ของปากคลองอยู่ที่ไหน
อยู่ที่ตลาดดอกไม้ที่ไม่มีวันหลับใหลใช่ไหม อยู่ที่ความคึกคักมีชีวิตชีวา
ไม่่ใช่ที่ตัวดอกไม้ หรือความสวยงามเชิงพื้นที่อะไร
ที่กะจะทำให้ทัดเทียมนานาชาตินั่นหรอก
ส่วนคุณสุดาราก็พูดดีมาก
บอกว่าคนในชุมชนต้องสร้างความเข้มแข็งให้ตัวเองด้วย
ต้องรู้ว่าเรามีดีอะไร รู้จักตัวเอง รู้จักรากเหง้าของเรา
เพราะเมื่อเรารู้ เราก็จะดูแลรักษา ปกป้องพื้นที่ของเราได้
ปัญหาที่สำคัญอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในหลายชุมชนของเรา็คือ เราไม่รู้จักตัวเอง
เมื่อผู้มีอำนาจสั่งการลงมาให้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง
เราเลยทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมตาม
เพราะเราไม่มีทางสู้ ไม่รู้ว่าจะเอาอะไรมาโต้เถียงโต้แย้ง
ไม่มีความเป็นกลุ่มเป็นก้อน เป็นชุมชนเลย
พูดจบก็ปิดโอกาสให้ซักถาม ก็ได้คิดตามอีกเยอะ
แล้วก็มีคุณจิระนันท์ พิตรปรีชา มาพูดปิดท้าย
คุณจิระนันท์ก็พูดดี พูดอะไรหลายอย่าง
แต่จำได้ติดใจอย่างหนึ่งคือว่า
เมื่อไหร่ที่เราคิดว่าการท่องเที่ยวเป็นเป้าหมาย เมื่อนั้นเราจบ
ที่จริงแล้วการท่องเที่ยวเป็นแค่ผลพลอยได้
เมื่อเราเป็นตัวของเราเอง รู้จักแก่นแท้ของเราและรักษามันไว้ได้
เมื่อนั้นคนทั่วโลกเขาจะันมาสนใจเราเอง
และสิ่งที่ตามมา การท่องเที่ยว นักท่องเที่ยว รายได้
มันก็จะเป็นผลพลอยได้ มันจะมาหาเราเอง
วันนี้ถือว่าคุ้มค่าที่ได้มาฟังจริงๆ
ได้เปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ ได้แนวคิดดีๆ
เสวนาจะมีอีกครั้งในเดือนกันยา จะต้องไปฟังให้ได้
:)
อ้อ แล้วก็เพิ่งรู้ว่าห้องสมุดที่มิวเซียมสยามน่า่นั่งอ่านหนังสือมาก
วันหลังจะต้องไปอีก!
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับประวัติ ปากคลองตลาด
ReplyDeleteแต่ก็ได้แต่คลับคล้ายคลับคลาว่ามันสนุกดี แต่จำรายละเอียดแทบไม่ได้แล้ว 555
...
เราว่าในโลกนี้ ในประเทศต่างๆ มีสถานที่ต่างๆ ให้เห็นเป็นตัวอย่างด้านการอนุรักษ์ การเป็นตัวของตัวเองซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวและเงินตราได้ โดยไม่ต้องไปเปลี่ยนแปลงตัวเองอะไรเลย
จะเป็นตัวของตัวเอง หรือ ลืมตัวไป อันนี้...พวกผู้ใหญ่ก็น่าจะคิดวิเคราะห์ เบิกตาดูตัวอย่างที่มีให้เห็นอยู่มากมาย
เนอะ..
เวลาเห็นการพัฒนา เปลี่ยนแปลงสถานที่อะไรขึ้นมา แล้วเรามักจะคิดถึงบทความหนึ่งที่เคยอ่านเมื่อหลายปีก่อน กับชื่อหัวข้อว่า "สรรสร้างหรือล้างผลาญ" (อันนี้มันน่าคิดนะ)
อ่ะ....
..
ว๊าย..ฉันเขียนไรเนี่ย งงตัวเอง..ง่วงนอน 555
พี่ไปมิวเซียมสยามหลายครั้ง เพราะมันใกล้กับร้านกาแฟร้านโปรด
ReplyDeleteแต่ไม่เคยเข้าไปอ่านหนังสือในห้องสมุดซักที
แอบกระซิบว่าพี่ไม่ค่อยถูกชะตากับห้องสมุดเท่าไหร่หรอกนะ
ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยยืมหนังสือจากห้องสมุดด้วยซ้ำ ฮ่าๆๆ
เอาไว้จะลองพาตัวเองเข้าไปดู :)