Sunday

day 20 | kunjair


เพียงฝนพรำเม็ดบาง
อารมณ์โรแมนติกก็เข้าสถิตย์ทันท่วงที
...



ประมาณช่วงต้นยุค90 สังคมไทยถูกแรงกระแทกจากสังคมตะวันตกเข้าครอบงำ
ลูกครึ่งเกลื่อนเมือง วัยรุ่นไทยบ้าดารา-นักร้องบอยแบนด์จากฝั่งอังกฤษ
หนังฮอลลีวูดเริ่มเข้ามาให้ชาวไทยได้ชมหลากหลายแนวมากขึ้น
และสืบเนื่องจากเงินบาทแข็งค่า คนไทยจึงนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวต่างแดน
ร่วมถึงทั้งหนังและละครก็ต่างพาเหรดกันออกไปเก็บฉากหลังสวยๆ
จากยุโรปบ้าง อเมริกาบ้างมาให้เราได้ดูเป็นขวัญตา


เราเป็นหนึ่งในเด็กหญิงตัวเล็กในยุคนั้นที่บ้าคลั่งกระแสวัฒนธรรมตะวันตก
เราชื่นชอบทุกสิ่งทุกอย่างทั้งบ้านเมือง ภาษา วัฒนธรรม และผู้คนจากดินแดนอันไกลโพ้น
เราเริ่มศึกษาประวัติศาสตร์ยุโรป และใฝ่ฝันว่าวันหนึ่งเราจะไปใช้ชีวิตอยู่ต่างแดน


เมื่อได้ย้อนกลับไปดูเด็กหญิงกุญแจในวันนั้น
ที่ขวนขวายดีดดิ้นให้ตัวเองได้เดินทางไปตามฝัน
มันช่างเป็นเรื่องราวที่ตลก น่าเอ็นดูเสียเหลือเกิน
แต่เราก็ไม่เคยเสียใจกับความบ้าคลั่งในวันวาน
อย่างน้อยมันก็ปลูกฝังให้เราสนใจเรื่องราวรอบโลก
เป็นแรงบันดาลใจให้เราสนใจภาษา
ทำให้เรามีความคิดที่ไม่เหมือนใคร


ดีใจที่ได้ใช้ชีวิตวัยเด็กในช่วงปี90
ช่วงเวลาที่สังคมไทยเริ่มเปิดพื้นที่ให้ได้แสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง
แต่ทุกคนก็รู้จักกรอบ ความเหมาะสม ความพอดีของพื้นที่ๆ ตนได้ยืน
ต่างจากสังคมในปัจจุบัน ที่ผู้คนส่วนมากก้าวพ้นกรอบ พ้นความเหมาะสม พ้นความพอดี
...



หากไม่นับช่วงวัยเด็ก เราเป็นคนที่ดูละครไทยน้อยมาก
เพราะตอนนั้นยังนอนกับแม่ก็เลยดูละครตามแม่




"ยามเมื่อลมพัดหวน"เป็นละครไทยที่แม่และเราชอบมาก
แม่ชอบเพราะ"เจ เจตริน" ส่วนเราชอบเพราะทิวทัศน์ฉากหลังของเรื่อง
ณ ขณะนั้นมันใช่เราจริงๆ ปารีสคือวิมานที่หอมหวานสำหรับเรา
พอเริ่มโตขึ้นมาหน่อย ได้หยิบหนังสือที่เป็นต้นฉบับของละครมาอ่าน
มันทำให้เราเข้าใจเรื่องราวมากขึ้น
และไม่ใช่ปารีสเพียงอย่างเดียวแล้วที่ทำให้เราชอบละครเรื่องนี้




"พริกขี้หนูกับหมูแฮม"เป็นอีกเรื่องที่เราซื้อดีวีดีมาเก็บไว้
เหมือนกับ"ยามเมื่อลมพัดหวน"นั่นแหละที่ว่าแรกเริ่มเราชอบเพราะสถานที่ถ่ายทำ
แต่พอโตขึ้น ได้กลับมาดูอีกครั้งและอีกครั้งในช่วงวัยที่แตกต่าง
บทสนทนาระหว่าง"จอน"และ"พิม"ทำให้เราได้ขบคิดอะไรได้อีกหลายอย่าง




"สายลมกับแสงดาว"เป็นละครในความทรงจำเรื่องสุดท้าย
ที่เรามีต่อละครไทยที่ถ่ายทำที่ต่างประเทศ
เรื่องนี้เราชอบธรรมชาติของฉากหลัง มีฟาร์ม มีถนนโล่งเส้นยาว มีเขาสูงชัน
และโดยส่วนตัวเราชอบการแสดงของคุณ"ปุ๊ย-ผอูน จันทรศิริ"เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
เรารู้สึกว่าหากละครเรื่องไหนมีเขาร่วมแสดง
เราจะสัมผัสได้ถึงความเป็นธรรมชาติของตัวละครนั้นๆ เสมอ


สำหรับเราละครทั้ง 3 เรื่องนี้เป็นละครรักโรแมนติคชั้นดี
ยังไม่มีละครไทยเรื่องไหนที่ทำให้เราดูซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้อย่าง 3 เรื่องนี้
และไม่อยากให้ใครเอาละคร 3 เรื่องนี้ไปทำใหม่นะ เพราะของเดิมมันดีมากอยู่แล้ว




kunjair

2 comments:

  1. แอ๊ะเองSeptember 2, 2012 at 8:38 PM

    ช่วงนี้เราคิดจะสั่งละครเก่าๆ มาดูด้วยนะ เราไม่ชอบละครเดี๋ยวนี้เลย
    เพียงแต่ยังไม่มีเวลาเหมาะ วันก่อนพอเห็นหนังสือของแจแล้วเราคุ้นว่า
    มันมีละครด้วยนี่นา แล้วเราไม่เคยดูเลย ก็เลยอยู่ในลิสต์ซะงั้น :)

    เอ้อ ในวัยเด็กเราจำได้แค่ เราอยู่ในยุคทาทาสาวน้อยมหัศจรรย์
    เราอยู่ในยุคที่ไปด่านนอก ซื้อเทปม้วนละ ๓๕ บาท ๓ ม้วน ๑๐๐
    พอฟังเบื่อแล้วเราชอบแกะเทป แล้วเอาสายเทปที่เป็นสีเข้มๆ น่ะ
    มาโยงไว้กับต้นไม้ ต้นสนแผงประจำบ้าน แล้วทำเหมือนกับว่าปาร์ตี้สายรุ้ง
    พอเล่นแล้วเบื่อ มันก็กลายเป็นขยะ ขี้เกียจเก็บมาก ๕๕๕๕๕๕

    เดี๋ยวเราจะลิสต์สามเรื่องนี้ของแจไว้ :)

    ReplyDelete
  2. ยังไม่เคยดูทั้งสามเรื่องเลยฮ่ะ อิอิ

    สมัยเด็กๆ ไม่ค่อยได้ดูละครไทยเลย หรืออาจจะดูแต่จำไม่ได้
    จะจำได้แต่ว่าตอนเด็กชอบปุ๊คกี้ ชา ลา ลา ลั่นล่า มาก
    แล้วก็คลั่งไคล้เจอาร์วอย ร้องเพลงและเต้นตามได้ทุกเพลง
    55555

    เราอยู่ในยุคเดียวกันใช่ไหม อิอิ

    มุ่ย

    ReplyDelete